ณ ูเาเสี่ยววั่ง เขตแดนสายเื
จี้ชิงหลิงมิอาจคาดเดาได้เลยว่า วาระสุดท้ายของตนจะมาถึงั้แ่วันแรกที่ดึงปราณเข้าสู่ร่างสำเร็จ!
ชาติภพก่อน อย่างน้อยนางก็ยังดิ้นรนมีชีวิตอยู่รอดมาได้ถึงยี่สิบกว่าปี ทว่าชาตินี้กลับต้องมาจบชีวิตลงในวัยเพียงหกขวบงั้นหรือ? ชะตาอาภัพอัปภาคย์เช่นนี้ ทั้งสองชาติล้วนเป็ผีอายุสั้นมิปาน! ความน้อยเนื้อต่ำใจอันใหญ่หลวงนี้จะไปร่ำร้องบอกกล่าวแก่ผู้ใดได้ นางทำกรรมอันใดไว้หนักหนาเล่า์?
เมื่อครู่ จู่ๆ นางก็ถูกกระแสปราณสายหนึ่งม้วนรัดร่าง พาเหาะเหินเวหามาหยุดอยู่เบื้องหน้าชายชุดดำผู้นี้
ชายชุดดำเอื้อมมือคว้าคอเสื้อนางไว้แน่น “นังหนูไม่ต้องตื่นกลัว เพียงเ้าตามข้าเข้าไปในเขตแดนสายเืของตระกูลจี้นี้ ข้าผู้เฒ่ารับรองว่าจะไม่สังหารเ้า”
ทว่ายังมิทันได้ก้าวเท้า เถาวัลย์เขียวขจีสายหนึ่งก็พุ่งเข้ามาพันรัดข้อมือซ้ายของชายชุดดำที่หิ้วร่างเด็กหญิงอยู่
“หยุดมือเดี๋ยวนี้!”
ชายชุดดำหันขวับกลับไปมอง พบหญิงชายคู่หนึ่งกำลังไล่กวดตามมา ด้านหลังของพวกเขายังมีเด็กหนุ่มถือกระบี่ยาววิ่งกระหืดกระหอบตามมาติดๆ
จี้ชิงหลิงผู้น่าสงสาร ยามนี้เปรียบดั่งลูกไก่ในกำมือมาร นางทอดตามองบิดา มารดา และพี่ชาย แม้พวกเขาจะหวาดกลัวจนแทบสิ้นสติสัมปชัญญะ แต่ก็ยังกัดฟันฝืนทำใจดีสู้เสือ
พวกเขาทั้งสามมีตบะเพียงขั้นกลั่นลมปราณอันต่ำต้อย แต่กลับกล้าหาญชาญชัยเผชิญหน้ากับยอดฝีมือระดับจินตาน ทั้งที่รู้ว่าทางข้างหน้าคือความตาย ก็ยังดั้นด้นมาเพื่อช่วยนาง
ความกล้าที่แตกกระเจิงไปเมื่อครู่ คล้ายถูกกอบกู้กลับคืนมาได้บ้าง นางจึงรวบรวมความกล้าะโก้อง
“ท่านผู้าุโ! เขตแดนสายเืนี้จะฝ่าเข้าไปง่ายดายปานนั้นได้อย่างไรเ้าคะ? หากเพียงแค่หิ้วคนตระกูลจี้มาด้วยแล้วเข้าไปได้ ป่านนี้ต้นิญญาคงถูกผู้คนถอนรากถอนโคนไปจนหมดสิ้นแล้ว!”
ในขณะเดียวกัน ครอบครัวของจี้ชิงหลิงต่างก็ร้องขอความเมตตา “ท่านผู้าุโ ลูกสาวข้าไร้ความผิด เื่เขตแดนนี้พวกเราจนปัญญาจริงๆ ขอท่านโปรดเมตตาปล่อยหลิงเอ๋อร์ด้วยเถิด”
“ปล่อยน้องสาวข้าเดี๋ยวนี้นะ!” จี้ชิงหยวนะโก้อง
ชายชุดดำแค่นเสียงเ็า “ไม่ลองดูแล้วข้าจะแน่ใจได้อย่างไร?”
ปลายเท้าของเขาแตะพื้นแ่เบา ร่างก็เหาะลิ่วไปหยุดอยู่ข้างเขตแดน “ขอเพียงพวกเ้าให้ความร่วมมือแต่โดยดี ข้าสาบานว่าจะไม่ทำร้ายคนในหมู่บ้านของพวกเ้าแม้แต่ปลายก้อย”
เขาหยุดเว้นจังหวะ สายตากวาดมองไปรอบๆ ก่อนกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “ถึงแม้พวกเ้าจะมีสายเืตระกูลจี้ แต่หลายปีมานี้ตระกูลหลักเคยแบ่ง ‘ยาชุบิญญา’ ให้พวกเ้าสักกี่เม็ด? พวกเ้าสายรองเฝ้าสมบัติในป่าลึกนี้มารุ่นแล้วรุ่นเล่า ทั้งที่ต้นิญญานั้นหาใช่ของพวกเ้า ตอนนี้ยังคิดจะถวายชีวิตเพื่อปกป้องมันอีกหรือ?”
สิ้นวาจานั้น กลับไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยปากโต้แย้ง ความจริงอันขมขื่นคือ ต้นิญญาและผลิญญาที่พวกเขาพิทักษ์รักษาแทบตาย ยามเมื่อถูกนำไปหลอมเป็โอสถทิพย์ กลับไม่เคยมีส่วนแบ่งตกถึงท้องพวกเขาแม้แต่เม็ดเดียว!
ชายชุดดำเห็นดังนั้นก็หิ้วร่างจี้ชิงหลิงเข้าไปใกล้เขตแดน เขายกมือส่งนางเข้าไป ััถึงแรงต้าน ก่อนจะค่อยๆ ดันร่างเล็กผ่านม่านพลังโปร่งใสที่ดูราวกับไม่มีตัวตน
ศีรษะของจี้ชิงหลิงผ่านเข้าไปได้ก่อน นางรู้สึกเหมือนมีขนนกปัดผ่านใบหน้าเบาๆ จนรู้สึกจั๊กจี้ ถึงขนาดเผลอยกมือขึ้นเกาแก้ม
ทว่า... ทันทีที่ท่อนบนของนางผ่านเข้าไป เขตแดนพลันเกิดแสงวูบวาบเจิดจ้า แรงดีดสะท้อนมหาศาลผลักทั้งสองคนกระเด็นแยกออกจากกันในชั่วพริบตา!
จี้ชิงหลิงที่ล้มกลิ้งหลุนๆ เข้าไปภายในเขตแดนรีบลุกขึ้นนั่ง ลูบคลำสำรวจตัวเองพัลวันั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า... ์คุ้มครอง! แขนขายังอยู่ครบ
ชั่ววูบหนึ่ง นางนึกว่าร่างตัวเองจะขาดเป็สองท่อนเสียแล้ว วิธีตายพรรค์นั้นช่างสยดสยองยิ่งกว่าชาติที่แล้วที่โดนของหล่นทับเป็ไหนๆ
อีกด้านหนึ่ง ชายชุดดำถูกดีดกระเด็นออกไปไกลหลายจั่ง เขาส่งเสียงครางต่ำในลำคอ พลางประคองมือซ้ายที่บัดนี้ไหม้เกรียมจนดำเป็ตอตะโก ควันจางๆ ลอยกรุ่น
ภารกิจครั้งนี้เขารับอาสามาด้วยความมั่นใจ เพราะในตระกูลต่างยกย่องว่าเขามีความเชี่ยวชาญด้านค่ายกลและเขตแดนเป็เลิศ หากแม้แต่เขตแดนนี้เขายังมองไม่ออก เกรงว่าในตระกูลคงไม่มีผู้ใดสามารถเปิดมันได้อีกแล้ว
เขากัดฟันยันกายลุกขึ้นหมายจะพุ่งเข้าไปลองดีอีกครั้ง แต่พลันต้องชะงักเมื่อถูกกระบี่ยาวเล่มหนึ่งพุ่งเข้าสกัด ชายชุดดำจำต้องดีดตัวหลบฉากออกไป
“สหายเต๋า! ไม่ทราบว่าเป็ยอดฝีมือจากสำนักใด? ูเาเสี่ยววั่งแห่งนี้เป็กรรมสิทธิ์ของตระกูลจี้เมืองทงเฉิงมาหลายร้อยปี วันนี้สหายเต๋าบุกรุกเข้ามาอย่างอุกอาจ หมายจะเป็ศัตรูกับตระกูลจี้ของเราหรือ?”
ผู้ที่ปรากฏกายคือผู้าุโห้าแห่งตระกูลจี้ ่เวลานี้เป็ฤดูที่ต้นิญญาออกผล เขาจึงเดินทางมาเพื่อเก็บเกี่ยว ไม่มคาดคิดว่าจะมาประสบพบเจอกับผู้บุกรุก!
ผู้าุโห้าเพ่งมองชายชุดดำเบื้องหน้า อีกฝ่ายมีระดับพลังขั้นจินตาน่ปลาย แผ่รังสีอำมหิต ส่วนตัวเขาเองอยู่เพียงขั้นจินตาน่กลาง หากปะทะกันซึ่งหน้า ย่อมยากจะต้านทานไหว
“หึ! ข้ากล้ามาเหยียบูเาเสี่ยววั่งแห่งนี้ คิดหรือว่าจะต้องเกรงกลัวตระกูลจี้ของเ้า? หรือเ้าลืมเลือนไปแล้วว่าผู้าุโระดับหยวนอิงของเ้าสิ้นอายุขัยไปหลายสิบปีแล้ว เป็ศัตรูกับพวกเ้าแล้วจะทำไม?”
ชายชุดดำหัวเราะร่าอย่างไม่ยี่หระ ไม่พูดพร่ำทำเพลงให้มากความ เขาเรียกอาวุธคู่กายออกมา แส้ยาวสีม่วงตวัดฟาดใส่ผู้าุโห้าพร้อมรังสีฆ่าฟันอันรุนแรง
ผู้าุโห้ารีบยกกระบี่ยาวขึ้นต้านรับ การประลองเวทของนักพรตขั้นจินตาน เพียงไม่กี่กระบวนท่าก็ยากจะตัดสินผลแพ้ชนะ
ลูกไฟขนาดมหึมาพุ่งออกจากฝ่ามือชายชุดดำดุจอุกกาบาต ผู้าุโห้าเบี่ยงกายหลบวูบ ลูกไฟกระแทกพื้นธรณีจนเกิดหลุมลึกขนาดใหญ่ เสียงะเิกึกก้องกัมปนาท
“ฝ่ามือเพลิงผลาญ... แส้ม่วง!... หงไท่!” เมื่อเห็นเคล็ดวิชาและอาวุธ ผู้าุโห้าก็จำตัวตนของอีกฝ่ายได้แม่นยำ
ชายชุดดำแสยะยิ้ม ปลดหน้ากากอำพรางออกเผยให้เห็นใบหน้า “จี้หยวนซาน ไม่เจอกันนานนะสหายเก่า ช่างเถิด... รอให้ตระกูลหงของข้ายึดครองเขาเสี่ยววั่งได้ พวกเ้าก็คงรู้แจ้งเห็นจริงกันอยู่ดี”
“หงไท่! ตระกูลหงช่างบังอาจนัก เ้ากล้าบุกรุกเขาเสี่ยววั่งอย่างอุกอาจเช่นนี้ หากเื่รู้ถึงจวนเ้าเมือง ตระกูลหงจะรับผิดชอบไหวหรือ?”
“คนอายุอานามปาเข้าไปหลายร้อยปี ไฉนจึงพูดจาไร้เดียงสาราวกับทารก เ้าคิดว่าข้ามาทำการใหญ่โดยพลการหรือ?” หงไท่แค่นหัวเราะ
ผู้าุโห้าชะงักกึก ฟังจากนัยวาจาของหงไท่ หรือว่าพวกมันได้แจ้งทางจวนเ้าเมืองไว้แล้ว? เป็ไปไม่ได้! ตระกูลจี้ส่งมอบยาชุบิญญาเป็บรรณาการให้จวนเ้าเมืองถึงสี่ส่วนทุกปีมิเคยขาด!
“ยังมีอีกเื่ที่เ้าอาจจะยังไม่รู้... อาหลี่ของข้าเพิ่งจะทะลวงผ่านด่านเลื่อนขั้นเป็ระดับหยวนอิงเมื่อไม่นานมานี้” หงไท่จ้องตาผู้าุโห้าแล้วกล่าวเสริมด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
ผู้าุโห้าได้ยินดังนั้นถึงกับใบ้กิน เขารู้อยู่แก่ใจแล้วว่า นับั้แ่เสาหลักระดับหยวนอิงของตระกูลจี้ล้มลง ตระกูลน้อยใหญ่ต่างก็จ้องจะรุมทึ้งเล่นงานตระกูลจี้ตาเป็มัน
บัดนี้ตระกูลหงมีผู้ฝึกตนระดับหยวนอิงกำเนิดขึ้น มีหรือจะยอมปล่อยให้ตระกูลจี้ ‘ต้นลูกปัดแดง’ อันล้ำค่านี้แต่เพียงผู้เดียว เกรงว่าทางจวนเ้าเมืองเองก็คงได้รับข้อเสนอที่งดงามกว่าจนยอมหลับตาข้างหนึ่งเป็แน่
เจรจาไปก็ไร้ประโยชน์ ผู้าุโห้ายกกระบี่ในมือฟาดฟันเข้าใส่หงไท่ กระบี่นี้อัดแน่นไปด้วยพลังปราณสีฟ้าครามมหาศาล ดุจระลอกคลื่นมหาสมุทร
ทั้งสองประมือกันกลางเวหา ครอบครัวของจี้ชิงหลิงและชาวบ้านทุกคนที่อยู่เบื้องล่างทำได้เพียงเงยหน้ามองตาปริบๆ มิอาจยื่นมือเข้าช่วยเหลือสิ่งใด
ผู้ที่แกร่งกล้าที่สุดในหมู่บ้านคือหัวหน้าหมู่บ้านและจี้ชิงซาน ทั้งคู่เป็เพียงระดับสร้างรากฐานขั้นปลาย เมื่อต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันระดับจินตาน แทบไม่มีโอกาสได้สอดแทรกกระบวนท่า
เดิมทีพวกเขาหวังว่าวิชาธาตุน้ำของผู้าุโห้าจะพอช่วยข่มธาตุไฟของอีกฝ่ายได้บ้าง
แต่อนิจจา... ความห่างชั้นของพลังตบะนั้นมากเกินไป หัวหน้าหมู่บ้านเห็นผู้าุโห้าเริ่มเพลี่ยงพล้ำถูกหงไท่กดดันหนัก จึงรีบล้วงหยิบยันต์แผ่นหนึ่งออกจากถุงเก็บของ ถ่ายพลังปราณเข้าไปจนสุดแรง ยันต์นั้นพุ่งวาบออกจากมือ บินทะยานมุ่งหน้าไปยังทิศทางเมืองทงเฉิงดุจลูกธนู
ผ่านไปสิบกว่าเพลงยุทธ์ เนื่องจากธาตุที่ข่มกันตามธรรมชาติ หงไท่ยังไม่อาจปิดฉากการต่อสู้ได้ในทันที เขาไม่อยากยื้อเวลาให้คนหนุนหลังของตระกูลจี้มาถึงแล้วเพิ่มความยุ่งยาก
ฉับพลัน ศรทองดอกหนึ่งพุ่งออกจากแขนเสื้อของเขา รวดเร็วปานสายฟ้าฟาด เจาะทะลุหน้าอกของคู่ต่อสู้โดยตรง!
“อึก!”
ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วกะทันหันจนตาเปล่ามองไม่ทัน ผู้าุโห้ากุมหน้าอกที่ชุ่มไปด้วยโลหิตถอยร่น แววตาเบิกโพลงเต็มไปด้วยความตื่นตะลึงและไม่เข้าใจ
หงไท่ะเิเสียงหัวเราะเยาะเย้ยกึกก้อง “ใครๆ ต่างรู้ว่าข้าหงไท่ใช้แส้... แต่กลับไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่า อาวุธวิเศษคู่กายที่แท้จริงของข้า คือศรขนทองดอกนี้ต่างหากเล่า!”