"เจ้าโง่..นั่นมันพื้นที่ชั้นในของหอยิ่งเข้าใกล้จุดศูนย์กลางเท่าไรความแข็งแกร่งของจุดแดงนั้นจะยิ่งเพิ่มขึ้น เคยมีผู้ที่เข้าไปทดสอบและขอยอมแพ้ออกมาบอกว่าในชั้นที่หนึ่งของหอนิรทุกข์พยายมนั้น ด่านแรกให้เขาฆ่าสัตว์อสูรจำนวนห้าร้อยตัว เพียงพื้นที่รอบนอกก็เป็นสัตว์อสูรระดับหนึ่ง ที่มีพลังเทียบเท่าผู้ฝึกยุทธระดับปราณขุนพลระดับสามขั้นสุด ส่วนพื้นที่ลึกเข้าไปชั้นสองเป็นสัตว์อสูรระดับสอง ที่มีพลังเทียบเท่าผู้ฝึกยุทธระดับปราณขุนพลระดับสี่ขั้นสุด ผู้ทดสอบคนที่บอกเล่าหลบหนีการไล่ล่าของสัตว์อสูรจากด้านนอกพอไปถึงด้านในชั้นที่สองก็เจอเข้ากับสัตวอสูรระดับสอง เลยรีบกล่าวยอมแพ้การทดสอบจึงถูกหอนิรทุกข์พยายมชั้นที่หนึ่งส่งตัวออกรอดกลับมาได้"
"โอ..ดูท่าเจ้าหนุ่มที่ทดสอบคงใช้เวลาไม่นาน ก็คงกำจัดสัตว์อสูรได้ครบห้าร้อยตัว"
การเข่นฆ่าดำเนินไปเรื่อย ๆ จวบจนสัตว์อสูรในเขตชั้นที่สองได้หมดลง กังหลงส่งปราณจิตวิญญาณสำรวจดูในพื้นที่เขตชั้นสองนี้ มิพบสิ่งมีชีวิตใดอีกจึงเงยหน้ามองจำนวนตัวเลขทีปรากฏบนท้องนภา บัดนี้มีตัวเลข สี่ร้อยแปดสิบปรากฏให้เห็น จึงถอนหายใจและนั่งลงพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูพลังปราณให้กลับคืนมา สภาพของกังหลงขณะนี้ตัวสกปรกมอมแมม มีรอยฟกช้ำและบาดแผลถลอกโลหิตไหลซึมออกมาเล็กน้อย ดีที่อาศัยความว่องไวและความแข็งแกร่งของปีกฟ้าวายุคำรณช่วยเหลือ หากแม้นกังหลงไม่มีปีกฟ้าวายุคำรณช่วยแล้ว ถึงจะมีระดับปราณยุทธขั้นปราณครึ่งก้าวสู่จักรพรรดิ์สงครามก็คงต้องโดนเหล่าสัตว์อสูรที่มากมายถึงสี่ร้อยแปดสิบตัวกรุ้มรุมโจมตีฉีกกระชากพร้อมกันคงได้กลายเป็นก้อนเนื้อเลอะเลือนไปแล้วเป็นแน่แท้
"สามร้อยยี่สิบ.....สามร้อยเก้าสิบห้า....สี่ร้อยแปดสิบ"
ส่วนผู้คนทางเบื้องนอกที่กำลังเฝ้าดูอยู่หน้าจอแสดงผล เห็นตัวเลขที่ปรากฏขึ้นเป็น สี่ร้อยแปดสิบ ต่างวิพากษ์วิจารณ์ถึงผลที่เกิดขึ้น
"ดูเจ้าหนุ่มนั่นกำจัดสัตว์อสูรไปแล้วถึงสี่ร้อยแปดสิบตัว ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยาม มิทราบทำได้อย่างไร หรือในเขตนั้นจะมิใช่สัตว์อสูรระดับสองดังที่บอกกล่าวกัน"
"ความจริงเป็นเช่นไร รอเจ้าหนุ่มนั่นออกมาก็ทราบแล้ว ใยต้องคาดเดาให้วุ่นวายไป ดูเจ้าหนุ่มนั่นคงพักผ่อนเพื่อฟื้นพลังลมปราณ มิทราบอีกยี่สิบตัวที่เหลือเจ้าหนุ่มนั่นจะออกไปกำจัดที่เขตที่หนึ่งที่อยู่รอบนอกหรือไม่เพราะที่นั่นย่อมมีสัตว์อสูรมากมายกว่าเขตขั้นสอง"
หลังจากพักผ่อนฟื้นฟูพลังลมปราณได้ชั่วครู่กังหลงก็ลุกขึ้นเดินไปมา ทำการเก็บรวบรวมแก่นอสูรสีแดง ซึ่งสัตว์อสูรทุกตัวล้วนมีแก่นอสูรทั้งสิ้น กังหลงใช้เวลาเก็บรวบรวมชั่วครู่ได้แก่นอสูรมาทั้งหมดสี่ร้อยแปดสิบก้อนเข้าสูแหวนมิติจนหมดสิ้น สร้างความยินดียิ่ง หากแม้นอยู่ในโลกภายนอกการจะหาสัตว์อสูรระดับสองใช่จะหาง่ายดายเช่นดังในโลกของหอนิรทุกข์พยายมเช่นนี้ไม่ กังหลงครุ่นคิดว่า
"เหลืออีกยี่สิบตัว หากแม้นออกไปฆ่าในพื้นที่เขตที่หนึ่งคงใช้เวลาไม่นานก็ครบจำนวนห้าร้อย แต่พื้นที่ด้านในหากมีสัตว์อสูรอีก ก็คงเป็นสัตว์อสูรระดับสาม หากกำจัดได้ แก่นอสูรที่ได้ต้องเป็นแก่นอสูรสีทองที่ล้ำค่าหายากยิ่ง ในเมื่อมาถึงที่นี่แล้วคงต้องไปลองทดลองดูหากแม้นเกินกำลังค่อยถอยกลับออกมาก็แล้วกัน"
คิดเช่นนั้นกังหลงจึงเหินบินมุ่งหน้าเข้าไปสู่เขตพื้นที่ด้านในซึ่งเป็นเขตชั้นที่สามของป่า ทันทีที่ผ่านเข้าสู่พื้นที่เขตที่สามก็พบกับพลังโจมตีที่รุนแรงจากเบื้องบนพร้อมเสียงดังสนั่น
"ฟ้าว"
."ปัง"
มิทันได้หลบเลี่ยงกังหลงรู้สึกเหมือนโดนฟาดด้วยกระบองยักษ์ต้องถอยกายออกไปเกือบยี่สิบก้าว ยังดีที่กังหลงใช้ปีกฟ้าวายุคำรณห่อหุ้มร่างกายเป็นโล่ห์กำบังไว้ทันท่วงที แม้จะโดนโจมตีอย่างหนักหน่วงก็ไม่ได้รับบอบช้ำถึงขั้นสาหัสใด หันหน้าขึ้นไปมองบัดนี้ผู้ที่โจมตีใส่ตนกลับเป็นสัตว์อสูรสี่ขาที่มีปีก กำลังบินอยู่เหนือตน รูปร่างดั่งสิงห์โตจ้าวป่าที่มีปีกเหินเวหาได้ ต้องโพล่งออกไปทันที
"ราชสีห์เมฆาม่วง !!"
ราชสีห์เมฆาม่วงเป็นสัตว์อสูรเวหาที่ชอบอาศัยรวมกันเป็นฝูงประมาณสิบตัว และชอบออกหากินเป็นกลุ่มและจะโจมตีศรัตรูโดยพร้อมเพรียงกัน ผู้ฝึกยุทธโดยส่วนใหญ่จะพยายามหลีกเลี่ยงไม่ต้องการพบเจอกับสัตว์อสูรชนิดนี้ เนื่องจากราชสีห์เมฆาม่วงเป็นสัตว์อสูรที่มีไหวพริบเฉลียวฉลาดยิ่ง หากอยู่เป็นกลุ่มแล้วจะจู่โจมเสริมกันจนยากที่จะต่อกร
กังหลงเมื่อพบว่าเป็นราชสีห์เมฆาม่วง ถึงกับแตกตื่นรีบหันมองรอบ ๆ ในทันที เพราะราชสีห์เมฆาม่วงตัวนี้เป็นสัตว์อสูรระดับสามเทียบเท่าผู้ฝึกยุทธปราณจักรพรรดิ์สงคราม
"กรรรรซ์"
เสียงขู่คำรามดังขึ้น ทันใดนั้นกังหลงสัมผัสได้ว่ามีกระแสพลังระดับปราณจักรพรรดิ์สงครามจำนวนมากกำลังมุ่งตรงมายังทิศทางนี้จึงคิดจะถอยย้อนกลับทางเดิม แต่ไม่ทันการณ์แล้วเนื่องจากบัดนี้ด้านหลังของตนเต็มไปด้วยสัตว์อสูรราชสีห์เมฆาม่วงจำนวนสิบกว่าตัวได้ปิดทางออกไปสู่ด้านนอกไว้จนหมดสิ้นแล้ว
กังหลงยิ่งไม่คาดคิดว่าในพื้นที่เขตชั้นที่สองของป่าแห่งนี้จะเด็มไปด้วยสัตว์อสูรระดับสามถึงกับบ่นสบถคำหยาบกับตัวเองดังลั่น และรีบพุ่งกายบินหนีต้องการจะเข้าไปยังส่วนลึกของป่าเพื่อให้ผ่านพ้นเขตที่สามถึงพื้นที่ที่เป็นจุดศูนย์กลางของป่าคือเทือกเขาสูงด้านหน้า
"บัดซบแท้ !! ไม่นึกว่าจะมาเจอสัตว์อสูรระดับสามมากมายถึงปานนี้นี่แค่เพียงในหอนิรทุกข์ชั้นที่หนึ่งเท่านั้น !! ขนาดข้าบุกตะลุยเข้าเขตเทือกเขาเนตรอสูรหลายครั้งหลายครายังมิเคยพบเจอสัตว์อสูรระดับสามเลยแล้วเหตุใดพื้นที่แห่งนี้ถึงมีสัตว์อสูรระดับสามเกิดขึ้นมากมายถึงปานนี้ได้แล้วหอนิรทุกข์พยายมชั้นต่อไปจะไม่เจออะไรที่น่ากลัวยิ่งไปกว่านี้รึเห็นทีต้องสลัดให้หลุดจากการไล่ตามของสัตว์อสูรจำพวกนี้ก่อนแล้วค่อยหาวิธีผ่านหอชั้นนี้ไปสู่หอชั้นที่สอง"
ด้วยความรวดเร็วของปีกฟ้าวายุคำรณและปีกยุทธระดับความเร็วของกังหลงจึงรวดเร็วยิ่งแม้จะเป็นสัตว์อสูรระดับสามที่เทียบเท่าผู้ฝึกยุทธพลังระดับปราณจักรพรรดิ์สงครามก็มิอาจติดตามทันไม่นานกังหลงก็สามารถสลัดหลุดจากการติดตามจนล่วงพ้นเข้าสู่พื้นที่ด้านในสุดของป่า
บัดนี้ด้านหน้าเป็นเทือกเขาสูงแต่ที่แปลกคือเทือกเขาแห่งนี้กลับไม่มีต้นไม้อยู่เลย คล้ายเป็นเทือกเขาศิลาที่อยู่ในเขตภูเขาไฟอันเต็มไปด้วยเถ้าถ่านภูเขาไฟที่มอดดับไปแล้วแต่ก็ยังอบอวลไปด้วยความร้อน เหล่าสัตว์อสูรเมื่อตามมาถึงเขตภูเขาศิลานี้ต่างหยุดและกู่ร้องอยู่ครู่หนึ่งมิได้ตามเข้ามาอีกคล้ายกริ่งเกรงต่อสิ่งใด
เมื่อเห็นมนุษย์ที่พวกมันไล่ล่ามาไม่ยอมออกไปต่างก็พากันหันกลับหายเข้าไปกับแนวป่ากังหลงเมื่อเห็นเช่นนั้นจึงโล่งอกลง มิได้สนใจว่าเหตุใดเหล่าสัตว์อสูรระดับสามถึงไม่กล้าเข้ามาในพื้นที่ของเทือกเขาแห่งนี้ตอนนี้ตนเพียงต้องคิดหาวิธีเพื่อทดสอบให้ผ่านไปสู่หอนิรทุกข์ชั้นต่อไปคะแนนตอนนี้สี่ร้อยแปดสิบขาดการสังหารสัตว์อสูรอีกเพียงยี่สิบตัวเท่านั้น ถ้าหากตนไม่หนีเข้ามาด้านในแต่กลับหนีไปทางเขตที่สัตว์อสูรระดับหนึ่งอาศัยตอนนี้คงสามารถกำจัดสัตว์อสูรในรอบนอกจนผ่านไปสู่หอชั้นที่สองแล้ว
ตอนนี้เมื่อพลาดเข้ามาอยู่ใจกลางสุดของเขตป่าหากจะกลับออกไปมิใช่เรื่องง่ายเนื่องจากมีเหล่าสัตว์อสูรระดับสามหลายสิบตัวซึ่งเทียบเทียบเท่าผู้ฝึกยุทธปราณจักรพรรดิ์สงครามขวางกันอยู่คงต้องสำรวจดูพื้นที่แถบนี้แล้วค่อยครุ่นคิดหาวิธีกำจัดสัตว์อสูรระดับสามเพื่อผ่านไปสู่หอชั้นต่อไป
"โชคร้ายจริง ๆที่มาเจอสัตว์อสูรระดับสามพร้อมกันหลายตัวเช่นนี้หากแม้นมีเพียงตัวเดียวอาจพอจะเสี่ยงต่อสู้หรือหลบหนี้ได้แต่พื้นที่บริเวณนี้ดูจะผิดธรรมดาอยู่บ้างถึงขนาดที่สัตว์อสูรระดับสามมิกล้ากล้ำกรายเข้ามาหรือจะมีสัตว์อสูรที่สูงกว่าระดับสามยึดครองพื้นที่แถบนี้ไว้ !!"