พิลาไลยนั่งทำงานอยู่ในห้องทำงานของเธอ เธอตรวจดูเอกสารของธุรกิจร้านอาหารของเธอ บนโต๊ะทำงานเต็มไปด้วยแฟ้มเอกสารของร้านอาหารทั้ง 10 สาขา พิลาไลยเริ่มตรวจเอกสารทีละแฟ้ม ก่อนที่เธอจะเซ็นลายเซ็นของตัวเธอลงในเอกสารนั้น
“รายรับดีนะ แต่ทำไมรายจ่ายค่าวัตถุดิบ มันถึงดูราคาถูกกว่าทุกเดือนที่ผ่านมา” พิลาไลยพูดกับตัวเองเบาๆ เธอสงสัยกับยอดรายจ่ายวัตถุดิบของสาขานี้ก่อนที่เธอจะโทรตามเลขของเธอเข้ามาพูดคุย “คุณจารวีค่ะ มาพบฉันที่ห้องทำงานหน่อยค่ะ”
เลขาหน้าห้องทำงานของพิลาไลยได้รับโทรศัพท์จากเ้านาย เขาก็รีบเดินเข้ามาในห้องทำงานของพิลาไลยโดยเร็ว พร้อมกับสมุดจดบันทึกงานต่างๆ ก่อนเอ่ยถามธุระจากหัวหน้างานของเขา
“คุณพิลาไลยมีอะไรให้ฉันรับใช้ค่ะ” จารวีเอ่ยถามพิลาไลย
“คุณช่วยดูเอกสารของสาขา 2 หน่อยค่ะ รายรับดีนะคะกำไรเยอะพอตัวเลย แต่ทำไมค่าวัตถุดิบถึงถูกกว่าทุกเดือนที่ผ่านมาค่ะ” พิลาไลยเอ่ยถามและบอกให้กับเลขาของเธอช่วยตรวจสอบ
จารวีได้ยินที่หัวหน้าบอกเขา เขาก็รีบนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามกับเ้านาย ก่อนที่จะเปิดแฟ้มเอกสารของสาขา 2 เพื่อตรวจหาข้อเท็จจริง
จารวีดูเอกสารได้ไม่นาน เธอก็รีบหยิบโทรศัพท์ของเธอขึ้นมาและกดโทรไปถามผู้จัดการร้านสาขา 2 ทันที
“คุณญาดาค่ะ เอกสารที่ส่งมาออฟฟิศให้คุณพิลาไลย ในส่วนของค่าใช้จ่ายวัตถุดิบตัวยอดทำไมมันต่ำกว่าทุกเดือนค่ะ” จารวีเอ่ยถามผู้จัดการสาขา 2
“คืออย่างนี้ค่ะคุณเลขา วัตถุดิบที่ทางร้านใช้อยู่ ดิฉันลดคุณภาพลงนิดหน่อยค่ะ แต่ของก็ยังสดใหม่ในทุกวันค่ะ” ญาดาอธิบายให้กับเลขาของพิลาไลยฟัง
“ทำแบบนี้ไม่ได้นะคะ นโยบายของร้านคือวัตถุดิบชั้นดีนะคะ คุณญาดาทำแบบนี้ไม่ได้นะคะ”
จารวีบอกกับผู้จัดการสาขา2
“ฉันรู้ค่ะ ฉันก็แค่ช่วยคุณพิลาไลยคุมยอดค่าใช้จ่ายเท่านั้นเองค่ะ แล้วมันก็เป็ของสดใหม่ราคาก็ไม่สูงเท่ากับบริษัทของสดที่เราเคยสั่งนะคะคุณเลขา” ญาดาบอกกับจารวีเลขาของพิลาไลย
“เป็แบบนี้ฉันคงต้องนัดคุณญาดาเข้ามาที่ออฟฟิศแล้วล่ะค่ะ” จารวีบอกกับผู้จัดการสาขา2
“ถึงขั้นต้องเรียกเข้าไปออฟฟิศเลยหรอค่ะ ฉันทำผิดขนาดนั้นเลยหรอค่ะ” ญาดาเอ่ยถามเลขาด้วยความสงสัย น้ำเสียงของเขาไม่สู้ดีนัก
พิลาไลยฟังจากที่ผู้จัดการสาขา 2 อธิบายเหตุผลต่างๆนาๆมานั้น เธอก็เอื้อมมือไปดึงโทรศัพท์จากเลขาของเธอเพื่อคุยสายต่อกับผู้จัดการสาขาต่อจากเลขา
“คุณญาดาค่ะ ตอนคุณมาสัมภาษณ์ ทาง HR. ไม่ได้แจกนโยบายของบริษัทและร้านอาหารของเราให้หรอค่ะ” พิลาไลยเอ่ยถามผู้จัดการสาขา2
“อ่านค่ะ อ่านครบทุกข้อ แต่ที่ดิฉันทำลงไป เพื่อเป็การลดต้นทุนให้คุณเลยนะคะคุณพิลาไลย” ญาดาบอกกับพิลาไลย
“ขอบคุณสำหรับความหวังดีนะคะ แต่ทางบริษัทเราไม่มีนโยบายลดคุณภาพของวัตถุดิบและอาหารนะคะ ครั้งหน้าขออย่าให้มีเื่แบบนี้เกิดขึ้นอีก ส่วนครั้งนี้ถือว่าฉันเตือนคุณด้วยวาจานะคะ ถ้าเกิดการผิดพลาดแบบนี้อีก ฉันคงต้องจัดการขั้นเด็ดขาด” พิลาไลยบอกกับญาดา เธอโมโหกับคำพูดของผู้จัดการสาขาคนนี้มาก เขาผิดแต่เขายังยืนยันว่าตัวเองไม่ผิด แต่เป็การหวังดีต่อบริษัทและร้านเื่การลดต้นทุนวัตถุดิบ
“ทราบค่ะคุณพิลาไลย ครั้งหน้าฉันจะไม่ให้เกิดการผิดพลาดแบบนี้อีกเป็อันขาดค่ะ กราบขอโทษคุณพิลาไลยด้วยนะคะ” ญาดาเอ่ยบอกกับพิลาไลยเ้าของบริษัทและร้านอาหารที่เขาทำงานอยู่
“ดีนะคะที่ยังไม่เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ทางเราเสียหาย หวังว่าครั้งนี้จะเป็บทเรียนนะคะคุณญาดา” พิลาไลยบอกกับผู้จัดการสาขา 2 ก่อนที่เธอจะกดวางสายและเริ่มทำการตรวจสอบเอกสารเล่มนั้นอีกครั้งให้ถี่ถ้วนและละเอียดมากกว่าเดิม
เลขาอย่างจารวีเห็นอาการของหัวหน้าของเธอแล้ว เธอรู้สึกกังวลมากๆ กลัวว่าเ้านายของเธอจะด่าเธอเื่การตรวจสอบการทำงานของแต่ละสาขา เธอทำงานเป็เลขาของพิลาไลยมาเป็เวลานานถึง 17 ปีไม่เคยผิดพลาดในหน้าที่การงาน ครั้งนี้เป็ครั้งแรก
“คุณพิลาไลยค่ะ จารวีขอโทษนะคะที่ทำให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับบริษัท” จารวีเอ่ยขอโทษพร้อมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเธอรู้สึกผิด
“จะขอโทษฉันทำไม เธอไม่ได้ทำอะไรผิด” พิลาไลยบอกกับเลขาของเธอ
“ฉันขอโทษที่ไม่ตรวจสอบงานตรงนี้ให้ดีก่อนที่จะนำเข้ามาเสนอเซ็นกับคุณพิลาไลยค่ะ ขอโทษจริงๆนะคะ” จารวีเอ่ยขอโทษพร้อมกับอธิบายเหตุผลทั้งหมด
“เอาล่ะๆ ไม่เป็ไร งั้นเอาอย่างนี้ เธอไปตรวจงานโซนรับจัดเลี้ยงแทนฉันหน่อยนะ จะมีลูกค้าจาก VVIP จากทางบริษัทเอกชนมา 35 คน เธอไปดูแลแทนฉันที ฉันจัดการเอกสารพวกนี้เรียบร้อยเดี๋ยวฉันจะตามลงไป” พิลาไลยบอกกับเลขาของเธอให้ทำหน้าที่แทนเธอชั่วคราว
จารวีดีใจที่เ้านายไม่ต่อว่าเธอและไม่ลงโทษเธอ แต่เป็การให้เธอทำหน้าที่ต้อนรับลูกค้า VVIP แทนเธอชั่วคราวรอเธอจัดการเอกสารทั้งหมดเสร็จแล้วจะลงไป
จารวีเริ่มลงไปที่ร้านอาหารแสนอร่อยที่อยู่ชั้นล่างของออฟฟิศ ลูกค้า VVIP เริ่มทยอยมากันแล้ว จารวีเดินไปต้อนรับพร้อมกับพาลูกค้าไปนั่งโต๊ะที่จัดเตรียมไว้ให้