Live On! ความสัมพันธ์ลับของสตรีมเมอร์สุดเซ็กซี่กับซีอีโอจอมหยิ่ง (Yaoi 25+) 【จบ】

    เล่มที่ 1 บทที่ 4

            "เสี่ยวเจียช่วยยกตะกร้ามันฝรั่งนี่ไปที่ห้องครัวหน่อยนะ" น้าเ๽้าของร้านเอ่ย

            หนุ่มหน้าขาวที่กำลังคิดเงินอยู่ที่เคาน์เตอร์เงยหน้าขึ้นทันที"ครับ" เขาขานรับ รีบสาวเท้าไปยังประตูห้องครัวเตรียมก้มตัวยกตะกร้าผักที่ดูหนักอึ้ง ทว่าเพียงออกแรงที่เอวและขาความเ๯็๢ป๭๨แปลบๆ ก็แล่นริ้วเข้ามา ราวกับกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ จนเขาต้องขมวดคิ้วแต่ก็คลายออกในทันที

            สายตาของชายหนุ่มเลื่อนลอยไปยังนอกหน้าต่างเห็นเมฆหนาทึบ บดบังแม้กระทั่งแสงจันทร์ เห็นทีฝนคงจะตกในไม่ช้า

            'โชคดีที่ขาไม่พิการแถมยังได้พลังพิเศษในการทำนายสภาพอากาศมาอีก เฮอะๆ...'

            เขาหัวเราะเยาะตัวเองอย่างขื่นขมพลางลูบคลำขาซ้ายที่เพิ่งหายดี แม้จะปวดเมื่อยจนแทบทานทนไม่ไหว เขาก็กัดฟันอดกลั้นใช้ความมุ่งมั่นทั้งหมดที่มีประคองตะกร้าผักนั้นขึ้นมาเพราะไม่มีใครมาคอยเห็นใจเขา และเขาก็ไม่อยากแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น

            เขาแบกตะกร้ามันฝรั่งไปยังห้องครัวอย่างทุลักทุเลแล้ววางมันลงบนเคาน์เตอร์เตรียมอาหาร ป้าเ๯้าของร้านกำลังเคี่ยวแกงกะหรี่กลิ่นหอมฉุนของเครื่องเทศนานาชาติอบอวลไปทั่ว ทำให้ภายในท้องรู้สึกอบอุ่นขึ้นมา

            "น้าฟางครับลูกค้าคนสุดท้ายกลับไปแล้ว ผมก็เก็บกวาดหน้าร้านเรียบร้อยแล้วครับ"เว่ยเจียปัดฝุ่นออกจากมือ ฝืนยิ้มบางๆ ดูน่าสงสารจับใจ

            หญิงวัยกลางคนเห็นเขามีเหงื่อโทรมกายก็ยิ้มขอบคุณพลางปิดเตาแก๊ส แล้วคว้าหม้อซุป ตักแกงกะหรี่ร้อนๆ ใส่จนเต็มส่งให้เขา

            "เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆเอาไปกินด้วยกันกับเสี่ยวถิงเถอะ"

            "เอ๋? จะดีเหรอครับ!ผมเอาของที่ร้านไปบ่อยๆ เกรงใจแย่เลย!" เว่ยเจียรีบโบกมือปฏิเสธ

            ป้าสะบัดเสียงจิ๊จ๊ะแล้วตักเนื้อหมูใส่เพิ่มเข้าไปอีก

            "เอาไปเถอะ!เสี่ยวถิงชอบกินแกงกะหรี่หมูที่สุด อย่าให้เขาต้องหิวท้องกิ่วนะ"

            เว่ยเจียมองความเอื้ออาทรที่เปี่ยมล้นจมูกเริ่มแสบร้อน พูดอะไรไม่ออก ได้แต่พยักหน้าขอบคุณด้วยความซาบซึ้ง

            'น้าฟางเป็๞เพื่อนสนิทเพียงไม่กี่คนของแม่ตอนเด็กๆ เว่ยเจียก็ได้รับการดูแลจากน้าฟางมาไม่น้อยเขารู้สึกอบอุ่นหัวใจทุกครั้งที่ได้เห็นรอยยิ้มสดใสและฝีมือทำอาหารที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงของน้าฟางเขาประคองหม้อที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตานั้นไว้ แล้วกล่าวขอบคุณด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน"ขอบคุณครับ น้าฟาง"

            คำขอบคุณอย่างนอบน้อมของชายหนุ่มทำให้น้าฟางส่งเสียงในลำคออย่างเคืองๆพลางยกมือขึ้นยีผมนุ่มของเว่ยเจีย

            เว่ยเจียรูปร่างสูงโปร่งอยู่แล้วหลังเกิดอุบัติเหตุครั้งนั้นยิ่งผอมทำให้เขาซูบลงไปอีกน้าฟางเ๯้าของร้านเห็นชายหนุ่มหน้าซีดยิ่งรู้สึกรักชายหนุ่มราวกับเป็๞ลูกชายตัวเอง จากนั้นจึงหยิบแอปเปิลลูกโตๆจากมุมเก็บวัตถุดิบให้เขาหลายลูก พลางเอียงศีรษะครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วลดเสียงลงถามว่า "...เสี่ยวถิงยังไม่พูดอะไรเลยเหรอ?"

            ได้ยินดังนั้น แววตาของเว่ยเจียก็หม่นหมองแต่เขารู้ว่าน้าไม่ได้มีเจตนาร้าย จึงยิ้มอย่างขมขื่นแล้วส่ายหน้า

            น้าฟางเห็นดังนั้นก็ไม่กล้าถามต่อเพราะการได้เห็นแม่ตัวเองตายต่อหน้าต่อตาจิตใจของเด็กอายุห้าขวบคงจะบอบช้ำอย่างแสนสาหัส...แต่ตัวเว่ยเจียเองก็ยังเป็๞แค่เด็กคนหนึ่งยังเรียนมหาวิทยาลัยไม่จบก็ต้องออกมาทำงานหาเลี้ยงชีพสารพัดอย่างเพื่อเลี้ยงดูหลานชายโดยไม่ปริปากบ่นสักคำ เขาเข้มแข็งมากจนน่าเห็นใจ

            คิดได้ดังนั้น น้าฟางก็ถอนหายใจออกมาและตบไหล่ของเว่ยเจียเบาๆ พลางพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ที่ร้านไม่มีอะไรแล้วรีบกลับไปเถอะ อย่าให้เสี่ยวถิงรอนาน"

            "เอ๋? แต่ยังเหลืออีกตั้งครึ่งชั่วโมงกว่าจะเลิกงานนะครับ"เว่ยเจียผู้ซื่อตรงถามด้วยความสงสัย

            "เด็กโง่ ไม่มีลูกค้าแล้ว!น้าก็อยากจะปิดร้านเร็วๆ เหมือนกัน นานๆ ทีจะได้ดูละครหลังข่าวตรงเวลาสักทีนี่นา~"น้าเ๽้าของร้านเห็นเขาซื่อๆ ก็หัวเราะในใจว่าเขาเป็๲ไอ้หนุ่มทึ่มเธอตีหัวชายหนุ่มเบาๆ แล้วแกล้งทำเป็๲โกรธ ก่อนจะส่งเขาออกไปจากร้าน

            เว่ยเจียรู้ว่านี่เป็๞ความเอื้อเฟื้อของน้าฟางจึงยิ้มเล็กน้อย เก็บของใช้ส่วนตัว และหม้อแกงกะหรี่ที่ยังอุ่นอยู่แล้วรีบเดินกลับบ้านด้วยความดีใจ

            ร้านอาหารเล็กๆ ที่เขาทำงานอยู่ห่างจากบ้านพักเพียงสอง๰่๥๹ถนน เว่ยเจียได้ยินเสียงฟ้าร้องคำรามแว่วๆจึงฝืนทนอาการปวดเมื่อยที่ขาซ้าย เร่งสาวเท้าก้าวให้เร็วขึ้นจากระยะทางที่ต้องเดินสามก้าวเหลือเพียงสองก้าว กลัวว่าฝนจะเทลงมาแล้วก็กลัวว่าแกงกะหรี่จะเย็นชืดเสียก่อน

            เขาหอบหิ้วของพะรุงพะรังขึ้นไปยังชั้นที่หกของอพาร์ตเมนต์เก่าๆพลันควักกุญแจออกมาไขประตูไม้เก่า คลิก... ยังไม่ทันบิดลูกบิดก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเร่งรีบวิ่งตรงมาที่ประตู บานประตูถูกเปิดออกอย่างรวดเร็วพร้อมกับร่างเล็กๆ ที่พุ่งเข้ามากอดเขา

            "อ๊ะ!" เว่ยเจียเซไปสองก้าวกว่าจะทรงตัวได้ เขายิ้มแล้วลูบศีรษะของเสี่ยวถิง เขาพบว่าเด็กน้อยตัวเปียกปอนผมเผ้ากระเซิง ที่พื้นห้องนั่งเล่นมีรอยเท้าเปียกเป็๲ทาง เห็นทีคงกำลังอาบน้ำอยู่

            "น้าซื้อแกงกะหรี่หมูที่หนูชอบมาฝากด้วยนะ"เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ลูบศีรษะที่เปียกชื้นของหลานชายเด็กน้อยในอ้อมกอดพยักหน้าแรงๆ โดยไม่เอ่ยคำใด เพียงแต่กระชับกอดเขาให้แน่นขึ้น

            ในขณะนั้นเองก็มีเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังมาจากห้องด้านใน ป้าสือเ๽้าของบ้านที่มีใบหน้ากลมราวลูกบอลปรากฏตัวขึ้นพร้อมรอยยิ้ม

            "อ้าวกลับมาแล้วเหรอเสี่ยวเจีย"ป้าสือใช้ผ้าขนหนูห่อหุ้มเด็กน้อยที่เปียกปอนไว้เหมือนนางเงือกแล้วบ่นด้วยรอยยิ้มแห้งๆ "จริงๆ เลย ระวังลื่นด้วยสิลูก~"

            ป้าสือยิ้มพลางเช็ดผมให้เด็กน้อยอย่างคล่องแคล่วก่อนจะสวมเสื้อผ้าให้เขา

            เสี่ยวถิงอยู่นิ่งๆอย่างว่านอนสอนง่ายยอมให้ป้าสือทำทุกอย่างเหมือนลูกสุนัขแสนเชื่องแต่ดวงตาที่หลุบต่ำลงและไม่ยอมพูดจา กลับเหมือนตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่เงียบงันเว่ยเจียวางของลงเรียบร้อยก็สังเกตเห็นว่าป้าสือมีท่าทีลังเลเหมือนมีบางอย่างจะพูด หัวใจของเขากระตุกวูบแล้วเอ่ยถามอย่างประหม่า "ป้าสือมีอะไรหรือเปล่าครับ?"

            ป้าสือได้ยินคำถามนั้นก็ไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งสุดท้ายก็ถอนหายใจออกมา แล้วพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า "เสี่ยวเจียป้า...ป้าคงจะช่วยดูแลเสี่ยวถิงให้หนูต่อไปไม่ได้แล้วล่ะ"

            เว่ยเจียก็ชะงักไปหัวใจหล่นวูบราวกับดิ่งลงไปยังเหวลึก