2. 5 ความเ็ป
ร่างกายเธอบอบช้ำไม่มาก แต่สภาพจิตใจไม่อาจหยั่งลึกประเมินได้ มันเหมือนมีมือปีศาจโผล่ออกมาจากความมืดและฉีกกระชากชีวิตบางส่วนของเธอไป ทำให้จิตใจของเธอมีช่องโหว่
อิสซี่รู้สึกตัว และพบว่าเธอนอนอยู่บนพื้นของบ้านแห่งหนึ่ง เธอได้กลิ่นน้ำยาทำความสะอาดพื้น กลิ่นของมันเหมือนเปลือกส้มแห้ง ผสมกับกลิ่นคาวเืและกลิ่นเหม็นเน่าจางๆ ของศพ
เธอยกมือออกจากผ้าห่มขึ้นมาแตะหน้าตัวเอง ไม่มีคราบเืหรือคราบสมอง ดูเหมือนมีใครบางคนเช็ดตัวและเปลี่ยนชุดให้เธอแล้ว แถมยังจัดหาผ้าปูที่นอนให้เธอเป็อย่างดี
“ฟื้นแล้วเหรอ”
เสียงของมอลลี่ทำให้อิสซี่หันไปมองที่ตรงประตู แดดยามเช้าส่องลอดผ่านช่องผ้าม่านสีเขียวอ่อนเข้ามากระทบร่างของมอลลี่ แสงจ้าบนเสื้อยืดสีขาวของเธอทำให้อิสซี่หรี่ตา
หนึ่งวันก่อน ที่กันสึเกะจะขับรถออกไปเอาปืนที่กระท่อมของจอนวิค มาริและกันสึเกะช่วยกันจัดการศพแม่และน้องสาวของมอลลี่ พวกเขานำร่างไร้ิญญาทั้งสองห่อถุงดำนำไปฝังไว้ใต้ต้นไม้ข้างสนามเด็กเล่นในสวนสาธารณะ และทำแบบนั้นกับศพพ่อของมาริที่ตายอยู่บนถนนด้วย
มันคือพิธีกรรมเล็กๆ จากคนเป็ที่ส่งต่อไปถึงคนตาย แม้ศพของพวกเขาจะเละและเน่ามากแล้วก็ตาม
“ฉันคิดว่าเสื้อที่เธอใส่อยู่มันเล็กเกินไป เลยหาตัวใหม่มาให้”
คำพูดของหญิงสาวคนนั้นทำให้อิสซี่รู้สึกแน่นที่หน้าอก ...จริงด้วย เสื้อยืดสีขาวแบบเข้ารูปตัวนี้เล็กเกินไปสำหรับหน้าอกอันอวบใหญ่เกินมาตรฐานของเธอ...
“ฉันอยู่ที่ไหน แล้วแม่และน้องสาวของฉันเป็ยังไงบ้าง”
แววตาของอิสซี่ดูมึนงงและสับสน เธอเหมือนคนที่เพิ่งตื่นจากฝันร้าย และพบว่าตัวเองตื่นขึ้นมาในสถานที่ที่ไม่รู้จัก
“ฉันชื่อมอลลี่ เธออยู่ที่บ้านของฉัน เื่แม่กับน้องสาวเธอคงต้องไปถามกันสึเกะ เขาเป็คนช่วยเธอไว้จากพวกอามูน”
…อามูน...
อิสซี่ไม่รู้ความหมายของคำนี้ แต่มีบางอย่างที่ทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัวคำๆ นั้น
“เขาอยู่ที่ไหน?”
“ชั้นล่าง ในห้องครัว”
อิสซี่ลุกขึ้นจากผ้าห่ม และรีบเดินลงไปยังชั้นล่าง โดยที่ไม่ได้หยิบชุดจากมือของมอลลี่
____
อย่าว่าแต่กันสึเกะที่อ้าปากค้างเลย แม้แต่มาริก็ใในขนาดหน้าอกอันอวบอิ่มเหมือนลูกแตงโมของอิสซี่เช่นกัน ยิ่งเธอใส่เสื้อที่เล็กรัดรูปเกินกว่าที่ควรจะใส่ด้วยแล้ว มันยิ่งทำให้เนินหน้าอกของสาวรัสเซียหน้าตาคมเข้มร่างสูงผมสีทองดูพองโตจนกันสึเกะต้องกลืนน้ำลาย
กันสึเกะเล่าให้เธอฟังว่าเกิดอะไรขึ้น เขาพอจะเดาได้ว่าคนที่วิ่งมาตัดหน้ารถคือแม่ของเธอ แต่เขาไม่เห็นน้องสาว เื่นั้นทำให้อิสซี่หน้าซีด และเริ่มร้องไห้
“พวกมันอาจจับเธอไป คุณอิสซี่ อย่าเพิ่งหมดหวังนะคะ บางทีเธออาจยังมีชีวิตอยู่”
มาริเดินไปจับไหล่ของอิสซี่ที่กำลังทรุดตัวหมอบลงร้องไห้กับโต๊ะอาหารกลางห้องครัว
“ถ้าเธอรู้ว่าพวกฉันเจออะไรมา... เธอจะภาวนาให้น้องสาวฉันตายไปซะดีกว่า”
คำพูดของอิสซี่ทำให้มาริยกมือขึ้นมาแตะที่ริมฝีปาก เธอรู้สึกะเืใจ ที่ความหวังดีของเธอทำให้พี่สาวชาวรัสเซียหงุดหงิด
เธอไม่รู้หรอกว่าอิสซี่ผ่านอะไรมาบ้าง แต่แววตา และเสียงร้องไห้แบบนั้นทำให้มารินึกถึงความรู้สึกของตัวเองตอนเห็นพ่อของเธอถูกซอมบี้รุมกัดตาย มันเต็มไปด้วยความเ็ปและทุกข์ทรมาน ซึ่งคงมีแต่พระเ้าเท่านั้นที่รู้ว่า ความเ็ปของเธอ กับของอิสซี่ หรือมอลลี่ ใครทนทรมานมากกว่าหรือน้อยกว่ากันแค่ไหน
“เราทุกคนที่นี่ล้วนเสียคนที่รักไป... อิสซี่... ฉันรู้ว่ามันเ็ป แต่ชีวิตก็มีเื่เลวร้ายแบบนี้เสมอ”
คำพูดของกันสึเกะคล้ายเป็เพียงสายลมแ่เบาสำหรับอิสซี่ ที่ดูเหมือนว่าตอนนี้กำลังตกลงไปในกองไฟที่ลุกโชน
“เธอเศร้ากับเื่นี้ได้... แต่ก็ต้องมีชีวิตต่อไป…”
กันสึเกะยื่นมือไปจับไหล่ของเธอที่กำลังก้มหน้าร้องไห้
“กินข้าวกันเถอะ”
มอลลี่หยิบจานไก่อบราดซอสบาบีคิวออกมาจากเตาไมโครเวฟ กลิ่นเครื่องเทศที่มาริเป็คนหมักหอมฟุ้งไปทั่ว มันทำให้ทุกคนที่อยู่ในห้องนั้นกลืนน้ำลาย ไม่เว้นแม้แต่อิสซี่
การตระหนักถึงความหิว ทำให้เธอััได้ถึงความเข้มแข็งที่เธอเคยมีในตัวเอง ความทรหดที่แฝงอยู่ในกระดูกของเธอ ความแข็งแกร่งที่ไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา
แม้ทุกอย่างจะดูเหมือนพังทลายลงไปหมดแล้ว แต่เธอก็เคยก้าวข้ามมันมาได้ในหลายๆ เื่
พ่อทิ้งเธอและแม่ไปั้แ่น้องสาวของเธอยังอยู่ในท้อง เขาเป็ผู้ชาย
งี่เง่าไร้ความรับผิดชอบ ทำให้อิสซี่ที่ตอนนั้นอายุเพิ่งจะสิบแปด ต้องออกไปทำงานเป็เสาหลักช่วยแม่ที่กำลังอุ้มท้องน้องสาวของเธออยู่
...ฉันต้องกิน... เพราะถ้าไม่อิ่ม... ฉันก็จะล้างแค้นพวกอามูนไม่ได้...
เธอยกมือขึ้นมาปาดน้ำตา ความเศร้าแสดงให้เห็นถึงความอ่อนโยนที่มีอยู่ในจิตใจ แต่มันจะไม่ช่วยล้างแค้นให้เธออย่างที่เธอ้า
“ฉันขอโทษ...”
เธอหันไปยิ้มให้มาริ ก่อนจะหันไปยิ้มให้กับทุกคนที่กำลังเข้ามานั่งล้อมวงกินข้าว
ทุกคนล้วนส่งยิ้มตอบรับเธออย่างอ่อนโยน มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนราวกับว่า... พวกเขาคือแสงสว่างของดาวดวงนี้
____