บทที่ 42 ถึงคราวเธอเอาเปรียบบ้างแล้ว
หลังจากนั้น สวี่หรานก็ครุ่นคิดเรื่องสวนผลไม้ ซุนจื้อเสวียกล้ามาลวนลามเธอเพราะเรื่องนี้ เธอจะยอมให้เรื่องจบลงง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้ เธอต้องเอาเปรียบเขาคืนบ้าง!
บ่ายวันนั้น ตอนที่นักเรียนเรียนด้วยตัวเอง สวี่หรานก็ฝากให้ครูใหญ่หวังช่วยดูแล ส่วนเธอก็ไปทำธุระที่หมู่บ้าน
พอไปถึง ซุนจื้อเสวียเห็นสวี่หรานก็รีบก้มหน้า แผลที่โดนต่อยเพิ่งจะหายบวม ใครถามว่าไปโดนอะไรมา เขาก็บอกว่าสะดุดล้ม
"หัวหน้าซุน ยุ่งอยู่เหรอคะ" สวี่หรานถามด้วยรอยยิ้ม ทำราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ซุนจื้อเสวียเห็นว่าในที่ทำการหมู่บ้านยังมีคนอื่นอยู่ จึงฝืนยิ้มพูดว่า
"คุณครูสวี่ คุณ...คุณมีธุระอะไรเหรอ?" หนังสือรับรองก็เขียนแล้ว สวี่หรานยังจะมาทำอะไรอีก?
"หัวหน้าซุน เรื่องสวนผลไม้ที่พูดกันไว้ก่อนหน้านี้ วันนี้ฉันมาจัดการเรื่องนี้นี่แหละค่ะ!" พูดจบยังเน้นย้ำเป็นพิเศษว่า "ห้าสิบหยวนฉันก็เอามาแล้วด้วย!"
ซุนจื้อเสวียใจหายวาบ เขาลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท ไม่คิดว่าสวี่หรานจะยังไม่ยอมแพ้เรื่องสวนผลไม้นั่น
"คุณครูสวี่ครับ สวนผลไม้นั่นห้าสิบหยวนจริงๆ แล้วไม่สามารถซื้อได้นะครับ!" ซุนจื้อเสวียพูด
สวี่หรานกลับถามว่า "ไม่ได้เหรอคะ ก็หัวหน้าซุนเป็นคนบอกเองว่าห้าสิบหยวน" จากนั้นก็พูดเสียงเบาว่า "หัวหน้าซุน อย่ามาล้อฉันเล่นสิคะ ตกลงกันไว้แล้ว ตอนนี้จะมาเปลี่ยนใจไม่ได้นะ" พูดจบก็ลุกขึ้นยืน "ถ้าหัวหน้าซุนเป็นแบบนี้ เรื่องบางเรื่องฉันก็ต้องให้คนอื่นตัดสินแล้วล่ะค่ะ!" พูดไปก็ทำท่าล้วงอะไรบางอย่างในกระเป๋าเสื้อ
ซุนจื้อเสวียตกใจ หนังสือรับรองของเขาอยู่ในมือของสวี่หรานหรือว่าเธอจะหยิบออกมา? ถ้าคราวนี้ไม่ขายสวนผลไม้นั่นให้เธอในราคาถูก เธอคงจะเอาเรื่องนี้ไปแพร่งพรายแน่!
"ได้ ได้ ได้ เดี๋ยวผมจัดการให้คุณเอง!" ซุนจื้อเสวียจนมุม รีบห้ามสวี่หรานไม่ให้หยิบออกมา ยังไงซะเรื่องนี้ก็ไม่ยาก หัวหน้าหมู่บ้านก็อยู่ แค่จัดการเรื่องเอกสารให้เรียบร้อยก็พอแล้ว
สวี่หรานยิ้มกริ่ม "ขอบคุณหัวหน้าซุนมากค่ะ"
ซุนจื้อเสวียเห็นว่าไม่มีใครสนใจทางนี้ จึงถามเสียงเบาว่า "แล้วหนังสือรับรองนั่น..."
"อะไรนะคะ หัวหน้าพูดดังๆ หน่อยสิคะ ฉันไม่ได้ยิน! หนังสืออะไร" สวี่หรานแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน แถมยังพูดเสียงดัง จนซุนจื้อเสวียตกใจ รีบพูดว่า "ไม่มีอะไรๆ รีบจัดการเอกสารเลยดีกว่า!" คราวนี้เขาไม่กล้าหือกับเธออีกแล้ว!
ซุนจื้อเสวียโมโหจนกัดฟันกรอด ยัยผู้หญิงคนนี้ทำไมถึงได้ร้ายกาจขนาดนี้กันนะ เขาสู้เธอไม่ได้จริงๆ !
ห้าสิบหยวน สวนผลไม้บนเขาก็กลายเป็นของสวี่หราน ชาวบ้านต่างพากันหัวเราะเยาะ แค่สวนผลไม้นั้น อย่าว่าแต่ห้าสิบเลย สามสิบยี่สิบก็ไม่ควรซื้อเลยด้วยซ้ำ!
วันหยุดสุดสัปดาห์ สวี่หรานก็ขึ้นไปดูสวนผลไม้บนเขา หญ้าขึ้นรกเต็มไปหมด การกำจัดวัชพืชไม่ใช่เรื่องง่าย อากาศเริ่มอุ่นขึ้น อีกไม่นานต้นไม้ก็จะเริ่มผลิใบ เธอต้องรีบลงมือ
เหยียนเยว่กับเหยียนชิวหยุดเรียนอยู่บ้าน ไม่มีอะไรทำ จึงมาช่วยสวี่หรานกำถางหญ้า แต่สวนผลไม้กว้างขวาง แค่พวกเขาก็คงทำไม่หมด สุดท้ายก็ทำได้แค่ถางเถาวัลย์แห้งๆ ที่พันอยู่ตามกิ่งก้านของต้นไม้ออกก่อน
สวี่หรานดูพันธุ์ไม้ผลที่มีอยู่ในสวน มันก็ไม่ได้แปลกใหม่อะไร ขายได้ราคาไม่ดีแน่ๆ เธอจึงคิดจะหาพันธุ์ใหม่ๆ แต่พันธุ์ใหม่ๆ ก็ไม่ใช่ว่าจะหาง่ายๆ เธอจึงสอบถามไปทั่วว่า แถวนี้มีใครปลูกสวนผลไม้อีกบ้าง
ชาวบ้านต่างพากันหัวเราะเยาะ สวี่หรานเป็นคนเมือง ไม่มีทางทำสวนเป็น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการบริหารสวนผลไม้ ไม่รู้ว่ารีบหาสวนผลไม้อื่นๆ จะทำอะไร
แท้จริงแล้ว สวี่หรานจะไปซื้อกิ่งพันธุ์ ตอนนี้ในประเทศมีพันธุ์ไม้ที่สามารถนำมาทาบกิ่งได้เยอะแยะ เพียงแต่คนส่วนใหญ่ยังไม่มีความรู้เรื่องการป้องกันและกำจัดศัตรูพืชเท่าไหร่ ทำให้ผลผลิตต่ำ แต่เธอศึกษาด้านพฤกษศาสตร์มาอย่างลึกซึ้ง ปัญหานี้สำหรับเธอแล้วมันแค่เรื่องจิ๊บๆ!