ผมคิดอย่างสงสัยพร้อมกับขนของตามเพื่อนๆ เข้าไปในบ้านพักสุดหรูดั่งกล่าว ซึ่งก็ทำให้ผมตื่นตากับความหรูหราที่ตกแต่งแบบยุโรป....
โดยชั้นล่างมี ส่วนของครัว ..โต๊ะกินข้าว และห้องนั่งเล่นที่กว้าง อ้อ แน่นอนว่า มีห้องครัว ส่วนชั้นบนนั้น ก็มี 3 ห้องนอน (1ห้องนอนใหญ่ 2 ห้องนอนเล็ก) 2 ห้องน้ำ....พอสำรวจทั่วอย่างเสร็จสรรพ ผมก็จัดแจก เป็คนเปิดประเด็นแบ่งห้องให้แก่ทุกคนทั้งๆ ที่ยังไม่ได้คุยหรือกตกลงกันก่อนเลย....
“ถ้ามี 3 ห้องแบบนี้ ก็ให้ฟ้าอยู่ห้องหนึ่ง และนอกนั้นก็แบ่งกัน ห้องละ 3 ละกัน..” ผมที่เอ่ยขึ้น ซึ่งทุกคนต่างก็มีท่าทีนิ่งเล็กน้อย...ก่อนที่จะเป็นายแบงค์จะเอ่ยทีเล่นทีจริงกับผม...
“เอางั้นเหรอ? ไอ้เกลอ...กูก็นึกว่า มึงจะจัดให้ตัวมึงอยู่ห้องเดียวกับ ฟ้า ซะอีก...” แบงค์ที่เอ่ยพร้อมกับเข้ากอดคอของผม ซึ่งการเข้ามากอดคอนั้นก็ทำให้บรรยากาศที่ผมรู้สึกผิดปกตินั้นมลายหายไป....
โดยที่ห้องของผมนั้นก็ได้อยู่ห้องใหญ่ ก็มี ผม เปา แบงค์ ส่วนอีกห้องก็มี ตี้ และพัน ส่วนอีกห้อง น้ำฟ้า ก็นอนคนเดียวเลยครับ และในตอนที่ ทุกคนกำลังต่างแยกย้ายไปในห้องของตนเองนั้นผมก็ได้ยินเสียงที่ผมไม่แน่ใจว่าเป็เสียงของ ตี้ หรือ พัน กันแน่ที่เอ่ยขึ้นมาว่า....
“จะจัดห้องกันทำไมวะ เพราะสุดท้าย ก็ใช้ห้องใหญ่ห้องเดียวอยู่ดี....” คำกล่าวที่เอ่ยขึ้น เมื่อเพื่อน 2 คนนั้นเข้าไปในห้อง ซึ่งทำให้ผมไม่ค่อยแน่ใจว่าใครเป็คนเอ่ยพูดประโยคดั่งกล่าว...ทั้งๆ ที่มันเป็คำกล่าวที่ไม่มีอะไรแต่มีอะไรบ้างอย่างที่สะกิดใจผมนิดๆ ... มันเหมือนมีบางอย่างที่เพื่อนๆ ผมปิดซ่อนอยู่ บางอย่างที่ผมไม่รู้...
แต่พอผมเข้ามาในห้อง ด้วยขนาดความกว้าง และเตียงที่ใหญ่ระดับ 4-5คนนอนได้สบายนั้น และนั้นก็ทำให้ผมคิดไปว่า คำพูดเมื่อกี้ที่ผมได้ยิน นั้นคงหมายถึงว่า ที่จริงน่าจะให้นอนห้องเดียวกันทั้งหมด นี่ละมัง....
“มีอะไรรึเปล่าวะ แอ็ค...” ไอ้เปาที่เอ่ยปากถามผม ขณะที่ผมกำลังทำหน้าครุ่นคิดอยู่นั้น...
“เออ เปล่า ไม่มีอะไร...”
“รึว่าแกกำลังเสียดาย ใจจริงแล้วคงอยากนอนกับฟ้ามากกว่าสินะ..” แบงค์ที่เอ่ยเสริมแทนนายเปา ซึ่งนั้นก็ทำให้ผมต้องเอ่ยปากแย้งทันที..
“ไม่ใช่อย่างงั้นเว้ย..” ผมเอ่ย ท่ามกลางเสียงหัวเราะของเพื่อนสนิททั้ง 2 ก่อนที่อีกสักแป็บ ผมจะออกจากห้อง หมายจะไปเดินดูรอบๆ ที่นี้...จริงๆ การมาเที่ยวกับพวกนี้ก็ทำให้ผมนึกวันคืนเก่าๆ เหมือนกันนะ เพราะสมัยเรียนผมก็เคยเที่ยวกับพวกนี้เหมือนกัน เพียงแต่ตอนนั้นไม่ได้มี น้ำฟ้าไปด้วยแบบนี้...
ผมที่คิดพลางดินไปพลาง โดยที่ยังไม่ทันที่จะลงชั้นล่าง เพื่อหมายจะไปเดินเล่น ตามที่ตั้งใจไว้ ผมก็ต้องหยุดชะงักเล็กน้อย เมื่อรู้สึกว่าเท้าของตัวเองนั้นได้เหยียบอะไรบ้างอย่างอยู่...และพอผมก้มลงดูก็ต้องชะงัก เพราะสิ่งที่เท้าของผมเหยียบอยู่นั้น คือ ซองถุงยาง แต่ไม่ใช่ซองเดียวนะครับ แต่เป็เรียกว่า ทั้งแผงเรียงยาวเลยละ....
แถมพอหยิบมันก็ไม่ได้มีแค่แผงเดียว ...กับมีอีก 2-3 แผง ร่วงหล่นออกมาจากแผงแรกที่ผมหยิบขึ้นมา แถมแผงถุงยางพวกนั้นก็มีหลากหลายยี่ห้อ หลายชนิด และขนาดด้วย แต่ละแผงก็ยาวชนิด ที่มีเกือบๆ 10ๆ อัน ใช่เยอะจนใ แล้วมันก็ทำให้ผมสงสัยว่าใครมันพกมา...แถมพกมาเยอะแยะราวกะจะทำาก็ว่าได้...
ผมคิดและพอหันมามองหน้าห้องที่ผมเหยียบเ้าถุงยางนี่ ก็ทำให้ ผมก็ชะงัก เพราะมันเป็หน้าห้องของ น้ำฟ้านั้นเอง...
‘ของฟ้าเหรอ? ....ไม่หรอกน่า...’ ผมคิด และไม่ทันที่จะสรุปความคิดนั้น ผมก็ต้องรีบเอาถุงยางเ่าั้เก็บใส่กระเป๋ากางเกง เมื่อได้ยินเสียงประตูของห้องน้ำฟ้านั้นดังเหมือนจะมีการเปิดออกมานั้น...ใช่เพียงเสี้ยววินาทีหลังจากที่ผมเก็บเ้าถุงยางใส่กระเป๋า.. ประตูห้องนั้นก็เปิดและผู้ที่เปิดก็ไม่ใช่ใคร น้ำฟ้านั้นเอง....
น้ำฟ้าที่เปิดประตูพรวด ด้วยท่าทีตื่นๆ เหมือนกับว่ากำลังหาของอะไรบางอย่างอยู่ และเธอก็มีท่าทีใพอควรที่เห็นผมอยู่หน้าเธอ....
“ฟ้า? ...” ผมเรียกเธอ ขณะที่เธอชะงักอย่างในิดๆ ที่เห็นผมอยู่หน้าห้องเธอ...
“แอ็ค? ...” เธอเอ่ยเรียกผมกลับอย่างมีท่าทีอ้ำๆ อึ้งๆ เหมือนจะพูดอะไรไม่ออก...
“หาของอะไรอยู่รึเปล่า?” ผมเอ่ยถามอย่างไม่ค่อยแน่ใจ แต่ท่าทางของเธอเหมือนกำลังหาของอะไรบางอย่างอยู่...
“ปะ เปล่า...คือ ฟ้า จะรีบเข้าห้องน้ำนะ..” เธอตอบและเดินฉับๆ ไปยังห้องน้ำ ซึ่งผมก็มองตามหลังของเธอ อย่างไม่คิดมาก ใช่เธออาจจะรีบเข้าห้องน้ำตามที่เธอว่าก็ได้ เธอคงไม่ได้ตามหาถุงยางนี่หรอก...
‘ใช่เธอคงไม่ใช่เ้าของถุงยาง ชุดใหญ่ หลายแผง หลายขนาดนี่หรอก....’ ผมคิดอย่างกึ่งสรุป และก็ยังคงคิดต่อไป...
‘ถ้าเกิดไม่ใช่ของฟ้า แล้วเป็ของใคร? ..’ ใช่มันเป็โจทย์ที่ค่อนข้างตอบยาก...เพราะถ้าเอาลักษณะนิสัยของสมัยก่อนมาวัด มันก็หื่นๆ กันแทบทุกคนนะ....แต่ตอนนี้ หลังจากไม่ได้เจอกันตั้ง เกือบ 10 ปี ก็ไม่รู้ว่าแต่ละคนมีนิสัยยังไง...
‘แต่ถ้ามันเป็ของคนใดคนหนึ่งในพวกของผม ละ? มันจะพกมาทำไมเยอะแยะหลายขนาด หลายชนิดด้วยนะ และพกมาทำไม ในเมื่อการเที่ยวนี่....’ ผมที่ยังคงคิดหาคำตอบ พร้อมกับเดินดูชมวิวรอบๆ บ้านสุดหรู ซึ่งวิวของรีสอร์ทแห่งนี้ ที่ใกล้หุบเขานั้นก็เป็อะไรที่สวยงามมาก...
สวยจนผม หยุดที่จะคิดเื่ เ้าของถุงยางนั้นต่อ จนกระทั้ง ผมเห็น เ้าลักกี้ ที่กำลังวิ่งเล่นไปมา นั้น...
“ลักกี้...” ผมที่เอ่ยเรียก และนั้นก็ทำให้เ้าสุนัขพันธ์โกลเดนรีปเวอร์นั้น วิ่งมาหาผมอย่างทันที....พอมันวิ่งมาหาผม ผมก็ลูบหัวมันอย่างเอ็นดู จริงๆ หมาพันธ์นี้ผมเองก็อยากได้นะ แต่ไม่มีเนื้อที่บ้านที่จะให้มันวิ่งเล่นนี่สิ...
“ไง ขอมือๆๆ ..” ผมเอยทักทายมัน และสักพักก็ก้มร่างลงนั่งและแบมือ เอ่ยสั่งมัน อย่างรอดูความฉลาดของมัน เพราะ สมัยก่อน เ้าริกกี้ ที่เป็ปู่ของเ้านี่มันก็ยังทำได้เลย....
“เฮ้ยๆ ไอ้แอ็ค ...อย่าทำแบบนั้น...” เปาที่คงจะเดินหาหมา (มัง) ก็เอ่ยร้องห้ามทันที...แน่นอนว่าคำร้องห้ามนั้น มันมาไม่ทันการณ์ครับ เ้าลักกี้ แทนที่จะเอาขาหน้านั้นวางลงบนมือตามผมสั่ง มันกระโจนใส่ผม จนผมล้มจนอยู่ใต้ร่างของมัน จากนั้นก็โดนมันระดมเลียที่หน้าซะเปียกชุ่มเลย....
“โทษที กูลืมบอกไปว่า ไอ้ตัวนี้ มันไม่รับคำสั่งแบบนั้น การแบมือของมันหมายถึงการเล่นด้วย...” ไอ้เปาที่เข้ามาเอ่ยอธิบายให้ผมฟัง หลังจากแยกหมามันออกไปจากร่างของผม ขณะที่ผมนะ ก็เอาผ้าเช็ดหน้าเช็ดหน้าที่ชุ่มด้วยน้ำลายหมา... และพอผมโดนมันกระทำแบบนั้น ก็เหมือนกับเข้าใจที่น้ำฟ้าบอกว่า มันแสบยังไง หล่อนคงโดนอะไรแบบนี้แน่ๆ ...
“ก็เพราะแบบนี้สินะ ที่ฟ้า ถึงได้บอกว่ามันแสบนะ...” ผมเอ่ยขึ้น อย่างนึกถึงคำพูด ของน้ำฟ้าขึ้นมาได้ ซึ่งคำพูดดั่งกล่าวก็ทำให้ไอ้เปาเพื่อนของผมนั้นชะงัก ก่อนจะเอ่ยถามผม...
“ฟ้าเล่าให้แกฟังเหรอ? ...”
“อือออ...ก็ไม่ได้เล่าอย่างละเอียดๆ หรอกนะ หล่อนแค่เปรยๆ ว่ามันแสบเท่านั้นแหละ..เพราะมันทำแบบนี้ใช่มัยละ? ..” ผมตอบและถามกลับ ซึ่งไอ้เปาเพื่อนผมก็อมยิ้ม ก่อนจะตอบกลับ...
“อ้อ... ไม่ใช่หรอก ถ้าสำหรับน้ำฟ้าละก็...ไม่ได้โดนเ้าลักกี้ทำแบบแกหรอก แต่โดนมันทำแสบกว่าแกอีก...โดยเฉพาะตอนที่หล่อนไปค้างที่บ้านกู เธอนะโดนเ้าลักกี้กับพี่น้องมันเล่นงานไว้พอสมควร...”
“เธอเคยไปบ้านแกด้วยเหรอ? ..แล้วเธอโดนพวกมันทำอะไรละ? ...” ผมถามต่ออย่างอยากรู้...
“อืออออ เคย ตอนนั้นเธอบ่นๆ ว่าอยากได้น้องหมานะ...ส่วนโดนทำอะไร ไว้แกไปถามเธอเองดีกว่า ถ้าเธอยอมบอกนะ..” คำตอบของเพื่อนสนิทของผมที่เอ่ย โดยท่อนหลังนั้นท่าทางน้ำเสียงที่เอ่ยตอบ ก็ชวนให้น่าสงสัยไม่น้อย ซึ่งผมที่ได้ฟังคำตอบนั้นก็ได้แต่ทำตาปริบๆ อย่าง งง ๆ ..ขณะที่ไอ้เปาก็พาเ้าลักกี้เดินออกไป....
หลังจากนั้นผมก็เดินกลับเข้าไปในบ้าน เพื่อจะไปล้างหน้าล้างตาจากการถูกเ้าลักกี้ระดมเลียนั้น ใช่กำลังจะเดินไปยังห้องน้ำ ผมก็เห็นน้ำฟ้า กำลังคุยกับแบงค์เพื่อนของผมอยู่...ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเธอกำลังคุยอะไรกับนายแบงค์ ก่อนที่เธอจะเดินออกไปด้วยสีหน้าที่ดูยุ่งๆ เหมือนไม่ได้อะไรดั่งใจสักอย่าง...
“มีอะไรกันเหรอ? ..” ผมที่เดินเข้าไปถามแบงค์ ซึ่งมันก็หันมามองผม ก่อนจะเข้าใจในคำถามของผม...
“อ้อ เมื่อกี้นี้เหรอ? อ้อ ไม่มีอะไรหรอก เพื่อน พอดี น้ำฟ้า เค้าบังเอิญ ลืมเอาของ ที่ครั้งนี้เธอเป็คนต้องเตรียมมา...เลยทำให้เธอกำลังหงุดหงิดอยู่ เพราะเธออาจจะถูกพวกกูลงโทษนะ..” คำกล่าวของแบงค์ที่ทำให้ผมกลับมาสงสัยเื่ถุงยางอีกครั้ง แต่ก็สงสัยในคำพูดของเพื่อนของผมคนนี้มากกว่า...
“พูดเหมือนกับว่าพวกแกเที่ยวกันหลายครั้งแล้วแนะ..”
“ก็ หลายครั้งแล้วนะสิ เกือบ 5-6 ครั้งแล้วมัง...อะ..อย่าเพิ่งมองแบบนั้น ไม่ใช่ว่าพวกกูไม่อยากชวนมึงนะไอ้แอ็ค แต่มึงดันเสือกเปลี่ยนที่อยู่ และเบอร์เองนี่ ไม่งั้นคงชวนมาเที่ยวกันตั้งนานแล้ว....” แบงค์ที่ตอบและเอ่ยอธิบายให้ผมฟังราวกับกลัวว่าผมจะหึงน้ำฟ้า....
“แล้วไอ้ลงโทษที่แกว่าเมื่อกี้ มันคืออะไรวะ? ...” ผมถามต่ออย่างสงสัย ซึ่งแบงค์ก็อมยิ้มและเอ่ยตอบ..
“เื่นั้นเดี๋ยวมึงก็รู้เองแหละ ใช่เดี๋ยวคืนนี้มึงก็รู้เอง...” คำกล่าวที่เอ่ย ก่อนที่แบงค์จะเดินออกไป...
คำพูดดั่งกล่าวนั้นก็ชวนทำให้ผม สงสัยมากขึ้น จนทำให้ผมรู้สึกว่า มันมีบางอย่างที่ทุกคนกำลังปิดบังผมอยู่ ไหนจะมีเื่ถุงยาง และ บทลงโทษ ที่พูดถึงเมื่อกี้นี้อีก ก่อนที่ความสงสัยทั้งหลายของผมนั้นจะได้รับความกระจ่างในคืนนั้น พร้อมกับความจริง ว่าการเที่ยวครั้งนี้ มิใช่การเที่ยวธรรมดานั้นเอง....