40 รับตำแหน่งนายอำเภอ
สมุหนายก หลี่ต้าหลิวกราบทูลคัดค้านการเปลี่ยนตัวผู้อภิเษกจากองค์ห้าไปเปลี่ยนองค์หญิงใหญ่ ท่ามกลางเสียงสนับสนุนการคัดค้านของหลี่ต้าหลิวจากขุนนางฝ่ายตะวันออก ซึ่งล้วนแต่อยู่ฝ่ายขององค์หญิงใหญ่ทั้งสิ้น ในขณะที่ขุนนางอีกส่วนหนึ่งที่สนับสนุนองค์หญิงรอง ต่างสนับสนุนให้เปลี่ยนองค์หญิงใหญ่ไปอภิเษกแทน เพราะถือเป็นการตัดคู่แข่งสำคัญขององค์รองไปในตัว “ เรื่องนี้ข้าได้ตัดสินใจแล้ว พวกท่านอย่าได้กล่าววาจาให้วุ่นวายอีกเลย อีกอย่างหมายกำหนดการอภิเษกก็ยังอีกตั้งหนึ่งปีข้างหน้า” หยางไท่จงรับสั่งยุติการถกเถียงของทั้งสองฝ่าย ก่อนจะทรงเปลี่ยนหัวข้อเป็นการหารือเรื่องการแก้ปัญหาเรื่องภัยแล้งและเรื่องตั๊กแตนบุกรุกทำลายพืชผลของราษฎรแทน “ เราจะจัดการเรื่องฝูงตั๊กแตนนับล้านกัดกินและทำลายพืชผลทางการเกษตรของชาวบ้านเช่นไรดีพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท?” หลิวว่านซาน เจ้าเมืองเทียนหยาง ทูลถามตามที่ได้นัดแนะกันเอาไว้ล่วงหน้า ก่อนที่ขุนนางคนอื่น ๆ จะออกมาเสนอแนะทางออกกันยกใหญ่ แต่ว่ายังไม่มีความคิดใดที่เข้าท่าสักอย่าง “ ท่านที่ปรึกษา ยินว่าท่านมีสติปัญญาเป็นเลิศ ใยท่านมิถือโอกาสนี้ชี้ทางสว่างและช่วยแก้ไขปัญหาทุกข์ยากให้กับชาวบ้านเล่า?” หลี่ต้าหลิวเจ้าเดิมเอ่ยประชดแกมแดกดันกุนซือหนุ่ม เพราะว่าเขายังไม่เชื่อว่าอีกฝ่ายจะมีสติปัญญาที่แท้จริง หากแต่คงจะอาศัยการประจบสอพลอฝ่าบาท ทำให้พระองค์ทรงโปรดปรานมากกว่า “ เรื่องผู้น้อยได้กราบทูลเสนอความคิดเห็นของผู้น้อยต่อฝ่าบาทไปแล้ว และได้ข้อสรุปเรื่องหนทางแก้ไขเพื่อช่วยชาวบ้านเรียบร้อยแล้วขอรับท่านสมุหนายก” เสียมหลอหลงตอบคำถามของขุนนางเฒ่า ผู้จ้องจะเล่นงานเขาไม่ยอมเลิกรา ก่อนที่ฝ่าบาทจะมีรับสั่งให้หลู่กงกงสั่งให้พ่อครัววังหลวง นำเจ้าตัวร้ายที่อาละวาดกัดกินพืชผลของชาวบ้านที่ผ่านการลงไปเล่นน้ำในกระทะน้ำมันเดือด ๆ มาแล้วจนสุกกรอบได้ที่ มาเสิร์ฟให้ขุนนางแต่ละคนได้ทดลองรับประทานดู แต่ยังไม่มีใครกล้าแตะต้องเจ้าตั๊กแตนทอดนี้เลยสักคน “ ท่านที่ปรึกษา ท่านคงไม่ได้หมายความว่าท่านจะให้พวกเรากินเจ้าตั๊กแตนที่น่าขยะแขยงพวกนี้หรอกนะ” เจียวจ้าน เจ้ากรมขุนนางเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยความขยะแขยงและแทบจะคลื่นไส้อาเจียน เมื่อได้เห็นเมนูเปิบพิสดารเช่นนี้ “ ใช่ขอรับใต้เท้าเจียว ท่านลองชิมดูสิขอรับ เอาอย่างนี้ ข้าจะลองทานให้พวกท่านทุกคนดูก่อนละกัน ว่าเราสามารถกินมันได้จริง ๆ แถมยังอร่อยอีกด้วย” เสียมหลอหลงตอบคำถามอีกฝ่าย พร้อมทั้งหยิบตั๊กแตนทอดจากจานที่เด็ดปีกและส่วนที่เป็นขาดีดออกแล้วใส่ปาก ก่อนจะเคี้ยวมันอย่างเอร็ดอร่อย จากนั้นจึงหยิบตัวที่สอง สาม และสี่เข้าปากและจัดการพวกมันจนไม่เหลือซาก พร้อมทั้งดูดนิ้วโชว์ขุนนางทั้งหลายในท้องพระโรง ที่กำลังยืนตาค้างและตกตะลึง เพราะเห็นว่าเขาช่างกล้าและบ้าบิ่นจริง ๆ ที่กินเจ้าตั๊กแตนที่น่าสะอิดสะเอียนพวกนี้ลงไปได้ ในขณะที่บางส่วนก็แอบกลืนน้ำลาย รวมทั้งมีอาการน้ำลายสอในระหว่างที่ดูเขากำลังโชว์เปิบพิสดารเมนูเด็ดอีกด้วย “ พวกท่านทั้งหลายเชิญดู ข้าก็จะกินให้พวกท่านดูเช่นกัน อื้ม เห็นมั้ยว่าทั้งอร่อย และไม่มีอันตรายใด ๆ” เจ้าเมืองเทียนหยางเอ่ยกับขุนนางคนอื่น ๆ ก่อนจะจัดการนำเจ้าตัวมารร้ายของชาวบ้านเข้าปากพร้อมทั้งเคี้ยวกร้วม ๆ อย่างเอร็ดอร่อย ตัวแล้วตัวเล่า เหมือนคนที่อร่อยจนหยุดไม่อยู่ ท่ามกลางสายตาของขุนนางคนอื่น ๆ ที่เริ่มมีอาการน้ำลายสอ อยากจะลองลิ้มชิมรสดูบ้างแล้ว ” หลู่กงกง นำเจ้าตั๊กแตนทอดรสสไปซี่มาให้ข้า ข้าจะกินให้เหล่าขุนนางของข้าได้เห็นว่า อาหารพิสดารจานนี้สามารถกินได้โดยไม่มีอันตรายจริง ๆ” หยางไท่จงรับสั่งกับขันทีคู่พระทัย ก่อนที่อีกฝ่ายจะนำมันขึ้นมาถวาย ท่ามกลางเสียงคัดค้านของเหล่าขุนนางที่ไม่ยอมให้พระองค์เสวยเจ้าตัวประหลาดนี้ เพราะเกรงว่าจะทรงได้รับอันตรายจากการเสวยมันเข้าไป แต่พระองค์หาใส่พระทัยไม่ จากนั้นจึงเสวยมันต่อหน้าเหล่าขุนนางอย่างเอร็ดอร่อยจนแทบจะหมดจาน “ ถ้าอย่างนั้นหม่อมฉันขอลองชิมดูบ้างพ่ะย่ะค่ะ” ซุนหงอคง เสนากลาโหมกราบทูล พร้อมทั้งลองหยิบเจ้าตัวกระโดดทอดนี้เข้าปาก ก่อนจะค่อย ๆ เคี้ยวมันอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ แต่เมื่อได้ลองลิ้มรสมันแล้ว ปรากฏว่าเสนากลาโหมผู้นี้ถึงกับดูดนิ้วด้วยความเอร็ดอร่อย พร้อมทั้งหยิบตัวที่สอง สาม สี่เข้าปากอย่างติดใจในรสชาติ “ อื้ม รสชาติไม่เลวเลยพ่ะย่ะค่ะ หม่อมฉันไม่นึกเลยว่า เจ้าตัวหายนะพวกนี้จะมีรสชาติที่เอร็ดอร่อยเช่นนี้” แม่ทัพใหญ่ฮั่วชิงกราบทูล หลังจากที่เขาได้ลองชิมตั๊กแตนทอดรสสไปซี่เข้าไปสี่ถึงห้าตัว ในขณะที่ขุนนางคนอื่น ๆ จากที่กล้า ๆ กลัว ๆ อยู่ ก็กล้าที่จะหยิบขึ้นมาค่อย ๆ เคี้ยวแบบแหยง ๆ แต่เมื่อได้ลองเคี้ยวแบบเต็มคำ ต่างก็ร้องอื้อ ชมว่าอร่อยกันไม่ขาดปาก พร้อมทั้งร้องขอตั๊กแตนเพิ่มกันใหญ่ ทำให้ตั๊กแตนทอดที่เตรียมมาไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคทันที “ ฝ่าบาททรงพระปรีชายิ่งแล้วพ่ะย่ะค่ะ ชาวบ้านคงจะสะใจยิ่งนักเมื่อได้ล้างแค้นเจ้าตัวร้ายเหล่านี้ ที่ไปกัดกินพืชผลของเหล่าราษฎร” หานฟงเว่ย เจ้ากรมยุติธรรม บิดาของหานชิงเว่ยกราบทูลสดุดีหยางไท่จง ก่อนที่พระองค์จะรับสั่งว่านี่เป็นความคิดเห็นของเสียมหลอหลง ท่ามกลางสายตาของเหล่าขุนนางที่เริ่มจะมองกุนซือหนุ่มผู้นี้ในทางบวกมากขึ้น จากนั้นจึงทรงมีรับสั่งให้เจ้ากรมขุนนาง สั่งการให้แต่ละท้องที่จัดการแข่งขันจับและกินตั๊กแตนทอดพร้อมชิงเงินรางวัลล่อใจเป็นจำนวนมาก โดยพระองค์และเหล่าองค์หญิงจะเสด็จไปเป็นประธานในการแข่งขันของเขตนครเทียนหยางต้นเดือนหน้า พร้อมทั้งจะเสวยตั๊กแตนทอดให้เหล่าราษฎรดู เพื่อให้พวกเขามั่นใจว่าสามารถกินพวกมันได้โดยไม่มีอันตรายจริง ๆ “ แล้วปัญหาภัยแล้ง เราจะจัดการเรื่องนี้เช่นไรพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท?” เป็นใต้เท้าหลี่ที่กราบทูลถาม ก่อนที่จะหันมาที่เสียมหลอหลงเป็นเชิงว่าเขามีความคิดเห็นและทางออกในเรื่องนี้เช่นไร “ ท่านกุนซือได้เสนอให้แต่ละท้องที่ขุดบ่อน้ำขนาดใหญ่ไว้กินไว้ใช้ เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน จากนั้นค่อยวางแผนที่จะขุดคลองขนาดใหญ่เชื่อมต่อกันในแต่ละท้องที่” ฮ่องเต้ต้าหยางทรงรับสั่งตอบคำถามของขุนนางเฒ่า ก่อนที่อีกฝ่ายจะทูลถามถึงที่มาของแรงงานที่จะมาช่วยขุดแหล่งน้ำและคลองที่ว่านี้ รวมทั้งค่าใช้จ่าย ค่าแรงงาน ซึ่งคงจะต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ในขณะที่ท้องพระคลังตอนนี้กลับร่อยหรอจนแทบจะว่างเปล่า “ เรื่องของแรงงาน ฝ่ายบาทได้ทรงมอบหมายให้องค์หญิงห้าเป็นผู้รับผิดชอบรับลงทะเบียนคนจนและคนว่างงาน พร้อมทั้งจัดตั้งโรงครัวพระราชทาน ใช้ชื่อว่าราชประชานิยม ซึ่งเราจะนำผู้ที่ว่างงานไปเป็นแรงงานในการขุดแหล่งน้ำของพวกเขาเอง โดยพวกเขาเหล่านั้นจะได้รับอาหารวันละ 3 มื้อ รวมทั้งจะได้รับค่าตอบแทนเล็กน้อยเพื่อเป็นสินน้ำใจ” อาหลงเอ่ยอธิบายต่อหลี่ต้าหลิว ผู้เป็นเจ้าของคำถาม รวมทั้งขุนนางคนอื่น ๆ ได้ฟังอย่างละเอียด พร้อมทั้งยังบอกด้วยว่างานนี้ต่างฝ่ายต่างได้รับประโยชน์กันทั่วหน้า ราษฎรได้แหล่งน้ำไว้กินไว้ใช้ แรงงานที่อดอยากไม่มีงานก็ได้อาหารครบ 3 มื้อพร้อมค่าแรงเล็กน้อย ส่วนราชสำนักก็ได้ช่วยแก้ปัญหาความทุกข์ยากให้กับราษฎรด้วยการใช้งบประมาณเพียงน้อยนิด ถือว่าเป็นการช่วยรัดเข็มขัดทางด้านการคลังในช่วงวิกฤติเป็นอย่างดี “ เช่นนั้นต้องถือว่าเป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่งสำหรับท้องพระคลัง เพราะตอนนี้ท้องพระคลังของเราร่อยหรอ เพราะเก็บภาษีได้น้อยเนื่องจากภัยพิบัติมาหลายปีแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เสิ่นซ่งหลิง เจ้ากรมพระคลังกราบทูลถึงสถานะทางการเงินของแคว้นที่ย่ำแย่ต่อเนื่องมาตลอดหลายปีมานี้ “ เรื่องนี้ท่านไม่ต้องห่วงไป ข้ากับท่านกุนซือได้เตรียมแก้ไขปัญหาเรื่องงบประมาณที่จะต้องใช้ในการช่วยเหลือราษฎรไว้แล้ว” หยางไท่จงทรงรับสั่งเรื่องการขอรับบริจาคจากเหล่าขุนนางตามกำลังทรัพย์ของตน โดยไม่มีการบังคับ รวมทั้งจากประชาชนทั่วไปที่มีจิตศรัทธาต้องการช่วยเหลือพี่น้องร่วมชาติที่ได้รับความเดือดร้อนอีกด้วย “ ข้าจะสละทรัพย์ส่วนตัวเพื่อบริจาคเป็นทุนในการช่วยเหลือราษฎรผู้ประสบภัยเป็นเงิน 1,000,000 ตำลึง ส่วนองค์หญิงและเชื้อพระวงศ์ก็จะร่วมบริจาคตามกำลังเช่นกัน ส่วนพวกท่านก็บริจาคตามกำลังศรัทธา ข้าไม่ได้บังคับใด ๆ ทั้งสิ้น” โอรสสวรรค์ของแคว้นต้าหยางทรงรับสั่งกับเหล่าขุนนาง ก่อนที่เสียมหลอหลงจะกราบทูลถวายตั๋วแลกเงินจำนวน 100,000 ตำลึงที่ท่านลุงและท่านป้ากัน เจ้าของฉายากันครึ่งเมืองฝากมาร่วมบริจาคด้วย “ ขอบใจท่านมาก ท่านกุนซือ เท่ากับตอนนี้เราก็มีเงินบริจาคแล้ว 1,100,000 ตำลึง” หยางไท่จงทรงรับสั่ง พร้อมทั้งกวาดสายพระเนตรไปที่เหล่าขุนนางทั้งหลายที่ต่างกำลังใช้ความคิดว่าพวกตนควรจะร่วมบริจาคเท่าใด ถึงจะไม่น่าเกลียดจนเกินไป “ หม่อมฉันขอร่วมบริจาคเป็นเงิน 100,000 ตำลึงพ่ะย่ะค่ะ” เสนากลาโหม ซุนหงอคงกราบทูล ทำให้พระองค์ทรงโสมนัสเป็นยิ่งนัก ในขณะที่สมุหนายก หลี่ต้าหลิว ผู้มีตำแหน่งเท่าเทียมกันก็มิอาจอยู่เฉย จึงก้าวออกมากราบทูลเพื่อขอบริจาคเช่นกัน “ หม่อมฉันก็ขอร่วมบริจาคเป็นเงิน 100,000 ตำลึงเช่นกันพ่ะย่ะค่ะ” “ หม่อมฉันเจ้ากรมยุติธรรมขอร่วมบริจาคเป็นเงิน 80,000 ตำลึงพ่ะย่ะค่ะ” “ หม่อมฉันเจ้ากรมพระคลังขอร่วมบริจาคเป็นเงิน 80,000 ตำลึงพ่ะย่ะค่ะ” ขุนนางแต่ละคน ต่างก้าวออกมากราบทูลขอร่วมบริจาคกันจนครบทุกคน ในขณะที่อาหลงเองก็ร่วมบริจาค 10,000 ตำลึง ทำให้วันนี้ในห้องประชุมท้องพระโรงได้เงินบริจาครวม 2 ล้านตำลึงเศษ ๆ ซึ่งถือว่าเป็นนิมิตหมายอันดีในการที่จะระดมทุนช่วยเหลือราษฎรผู้ประสบภัย โดยมีหลู่กงกงทำหน้าที่จดบันทึกรายนามผู้บริจาค เพื่อที่จะติดตามรับเงินหรือตั๋วแลกเงินจากขุนนางเหล่านั้นต่อไป “ สัปดาห์หน้า เราจะเปิดประมูลสินค้าเพื่อหารายได้สมทบทุนช่วยเหลือราษฎร โดยของที่จะนำมาประมูลจะเป็นของส่วนตัวของเราและเหล่าเชื้อพระวงศ์ รวมทั้งท่านกุนซือบอกว่าท่านม่อเทียนที่พวกเราให้ความเคารพนับถือ ได้ฝากพู่กันคู่ใจที่ท่านใช้มาเกือบทั้งชีวิตมาร่วมประมูลด้วย ขุนนางคนใดต้องการเป็นเจ้าของของใช้ส่วนตัวของข้าหรือพู่กันของท่านม่อเทียน ก็สามารถมาเข้าร่วมการประมูลได้” องค์ฮ่องเต้แห่งแคว้นต้าหยางทรงรับสั่งกับเหล่าขุนนาง ก่อนที่จะถามถึงเรื่องทูตที่จะส่งไปเชื่อมความสัมพันธ์กับต้าหมิงในอีก 8 เดือนข้างหน้า ว่าจะส่งผู้ใดไปทำหน้าที่นี้ “ หม่อมฉันเห็นควรว่า ไม่มีผู้ใดเหมาะสมกับหน้าที่นี้มากไปกว่าท่านที่ปรึกษา เสียมหลอหลงพ่ะย่ะค่ะ” หลี่ต้าหลิว โยนเผือกร้อนชิ้นใหญ่ใส่มือเสียมหลอหลงเต็ม ๆ เพื่อเป็นการเอาคืนที่เขาอยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนตัวองค์หญิงห้าเป็นองค์หญิงใหญ่ ซึ่งเป็นผู้ที่ขุนนางฝ่ายตะวันออกส่วนใหญ่ให้การสนับสนุน ในขณะที่หยางไท่จงทรงมีพระพักตร์ที่ไม่เห็นด้วยเท่าไหร่ แต่เนื่องจากขุนนางคนอื่น ๆ ต่างสนับสนุนความเห็นนี้ ทำให้พระองค์ทรงลำบากพระทัยอยู่ไม่น้อย “ ท่านกุนซือ ท่านว่าอย่างไร ท่านเต็มใจที่จะรับหน้าที่นี้หรือไม่?” หยางไท่จงรับสั่งถามกุนซือหนุ่มคู่พระทัย ก่อนที่เขาจะกราบทูลว่าเขายินดีที่จะรับหน้าที่นี้ และจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ท่ามกลางสายตาที่เป็นห่วงของหลิวว่านซานและเหล่าขุนนางบู๊ที่ต่างถือว่ายืนอยู่ข้างเดียวกับเขา “ ถ้าเช่นนั้น ระหว่างที่ท่านรอที่จะออกเดินทางไปเป็นทูตในอีก 8 เดือนข้างหน้า เราขอแต่งตั้งท่านเป็นขุนนางขั้นที่ 3 เสนาบดีสำนักขนส่งที่กำลังจะจัดขึ้นใหม่” หยางไท่จงทรงยินดีที่อีกฝ่ายไม่ปฏิเสธในการเป็นทูตเดินทางไปต้าหมิง จึงดำริที่จะปูนบำเหน็จรางวัลให้กับเขา เพื่อเป็นการตอบแทนที่เขาช่วยพระองค์แก้ไขปัญหาที่ผ่านมาในหลาย ๆ เรื่อง รวมทั้งช่วยวางแผนการสู่การเป็นมหาราชของพระองค์ในอนาคตอีกด้วย “ ฝ่าบาท ทรงทำเช่นนั้นไม่ได้เป็นอันขาดพ่ะย่ะค่ะ” สมุหนายก หลี่ต้าหลิวก้าวออกมากราบทูลคัดค้านอย่างหนักแน่น เนื่องจากที่ผ่านยังไม่เคยมีใครก้าวกระโดดข้ามขั้นเช่นนี้มาก่อน “ การแต่งตั้งเสียมหลอหลงเป็นขุนนางชั้นสาม ถือว่าเป็นการผิดประเพณี เพราะอีกฝ่ายเพิ่งเข้ามาใหม่ ยังไม่มีผลงานที่เด่นชัด เกรงว่าจะทำให้ขุนนางน้อยใหญ่เสียกำลังใจที่มีคนกระโดดข้ามหัวพวกเขาได้พ่ะย่ะค่ะ” ใต้เท้าหลี่กราบทูลคัดค้านอย่างแข็งขัน ก่อนที่จะทูลต่อไปว่ารอให้อีกฝ่ายแสดงผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ แล้วค่อยปูนบำเหน็จก็ยังไม่สาย “ ท่านถามถึงความดีความชอบเช่นนั้นรึ ใต้เท้าหลี่ ?” หยางไท่จงรับสั่งถามขุนนางเฒ่าด้วยความไม่พอพระทัย ที่อีกฝ่ายขัดขวางการส่งเสริมขุนนางคู่พระทัยของพระองค์ ก่อนจะรับสั่งต่อไปอีกว่า “ การช่วยให้ข้าหายจากอาการป่วยที่เรื้อรังมานาน จนกลับมามีสุขภาพที่แข็งแรง ไม่ถือว่าเป็นความชอบหรือเป็นผลงานเช่นนั้นรึ หรือว่ามีใครในที่นี่ที่ทำได้ ?” ทรงรับสั่งกับขุนนางเฒ่าอย่างขุ่นเคืองพระทัย จากนั้นจึงรับสั่งเรื่องที่เสียมหลอหลงช่วยรักษาอาการประชวรเรื้อรังของพระองค์จนหายให้ขุนนางทุกคนฟัง “ ถึงจะเป็นเช่นนั้น ก็ควรให้เขาเริ่มต้นจากขุนนางเล็กๆ ก่อน รอให้มีผลงานค่อยเลื่อนขั้นให้เขาจะเหมาะสมกว่า และไม่เป็นที่ครหาของเหล่าขุนนางคนอื่น ๆ ด้วยพ่ะย่ะค่ะ” หลี่ต้าหลิวและเหล่าขุนนางส่วนใหญ่คุกเข่ากราบทูลคัดค้านเพื่อให้พระองค์ทรงทบทวนพระราชกระแสใหม่ “ ฝ่าบาท ที่ใต้เท้าหลี่กราบทูลนั้นถือว่ามีเหตุผล อย่าให้หม่อมฉันต้องเป็นสาเหตุให้เหล่าขุนนางทั้งหลายต้องขุ่นเคืองใจเลยพ่ะย่ะค่ะ” เสียมหลอหลงก้าวออกมากราบทูลเพื่อให้ทรงทบทวนใหม่ ก่อนที่เขาจะกราบทูลขอให้ทรงแต่งตั้งเขาไปเป็นนายอำเภอที่อำเภอเล็ก ๆ ธุระกันดาล เพื่อที่เขาจะได้พิสูจน์ตนเองให้ทุกคนได้เห็น ก่อนที่ออกเดินทางไปเป็นทูตที่ต้าหมิง “ อะไรกัน ท่านกุนซือ ท่านจะให้เราส่งท่านไปที่ธุระกันดาล เพื่อไปเป็นนายอำเภอตัวเล็ก ๆ ที่เป็นขุนนางขั้น 8 เช่นนั้นรึ?” ฮ่องเต้ต้าหยางรับสั่งถามกุนซือหนุ่มอย่างฉงนพระทัย ที่อีกฝ่ายต้องการเป็นแค่นายอำเภอของชนบทที่ห่างไกลและยากลำบาก “ ขอเพียงหม่อมฉันมีโอกาสได้รับใช้เบื้องพระยุคคลบาท ต่อให้อยู่ในตำแหน่งใด หม่อมฉันก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดพ่ะย่ะค่ะ” อาหลงกราบทูลต่อหยางไท่จงอย่างหนักแน่น ทำให้พระองค์มิอาจจะขัดความต้องการเขาได้ จึงรับสั่งให้หลู่กงกงอ่านราชโองการแต่งตั้งเสียมหลอหลงเพื่อไปเป็นนายอำเภอตามที่เขาทูลขอ “ เสียมหลอหลง รับราชโองการ ข้าขอแต่งตั้งเสียมหลอหลงให้เดินทางไปรับตำแหน่งนายอำเภอหลงซาน พร้อมรับพระราชทานป้ายอาญาสิทธิ์ มีสิทธิ์ประหารก่อนกราบทูล โดยให้มีผลในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า ให้ออกเดินทางทันทีหลังจากเสร็จสิ้นงานประมูลและการรับบริจาคช่วยเหลือราษฎรผู้ประสบภัย จบราชโองการ” .....................................................................................................................................คุยกันหลังฉาก ....มาแล้วนะครับสำหรับตอนที่ 40 ที่ทุกคนรอคอย ต้องขออภัยที่มาช้าไปหลายวัน เพราะไรท์ยังไม่ค่อยหายดีเท่าไหร่ ส่วนตอนนี้อาหลงของเราก็ได้เข้าเฝ้าและกำลังจะเดินทางไปรับตำแหน่งนายอำเภอที่อยู่แถบธุระกันดาล เป็นเวลาครึ่งปี เพื่อพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นถึงความสามารถของเขา ก่อนที่จะต้องออกเดินทางไปทำหน้าที่ทูตที่ต้าหมิงต่อจากนั้นอีกด้วย ขอบคุณรีดที่น่ารักทุกท่านที่ยังติดตามอ่านด้วยดีเสมอมานะครับ โดยเฉพาะบก.สุดเลิฟ(คุณ Linda 30466) ที่คอยตามต้นฉบับและกระตุ้นจนไรท์มีแรงเขียนจนเสร็จ รวมทั้งต้อนรับรีดที่เข้ามาคอมเมนท์ใหม่อย่างเช่นคุณ Maneel , Matee3 , Lotte 9021 รวมถึงท่านอื่น ๆ ที่เข้ามาคอมเมนท์สม่ำเสมอ อย่างคุณ Tonlhiw และท่านอื่น ๆ ที่ไม่ได้กล่าวถึง หรือแม้กระทั่งรีดที่เข้ามาอ่านไม่ยังไม่ได้มาคอมเมนท์ด้วย ขอบคุณจริง ๆ ครับ.................................................................................................................................สุดยอดข้อคิด พิชิตความสุขและความสำเร็จในชีวิต“ ถ้าข้าไม่เสี่ยงอะไรเลย ข้ากำลังเสี่ยงที่จะไม่ได้อะไรเลย”