จอมยุทธ์ซุปตาร์

    ตอนที่ 56 งานประมูล 4 Re

            สิ่งที่ไป่ฉีทำไปเมื่อครู่  ทำให้เขาสูญเสียพลังปราณที่กักเก็บไว้ในในจิตวิญญาณจำนวนหนึ่ง  แต่ก็ไม่กระทบอะไรมากนัก  เขาจะชดเชยด้วยโอสถที่เขาปลูกไว้ในถ้ำที่เขาใช้บ่มเพาะพลังคราวก่อน


            วิธีของไป่ฉีคือ ใช้วิชาที่เขาเรียนมาจาก 1 ในอาจารย์ของเขา  เทพลมปราณ ชิงอวี้หมิง  โดยการแบ่งพลังปราณของเขาสร้างเป็นร่างเสมือนขึ้นมา  และใช้อาคมเชื่อมจิตวิญญาณของเขาเข้ากับร่างเสมือน  โดยร่างนี้สามารถเปลี่ยนเป็นกายเนื้อชั่วคราวได้  หากผู้ใช้มีความชำนาญในธาตุทั้ง 5 คือ ดิน น้ำ ไฟ ไม้ ทอง


            ร่างนี้สามารถทะลุสิ่งของต่าง ๆ ได้  แต่ก็สามารถทำให้มันสามารถจับหรือสัมผัสได้เช่นกัน  ในตอนที่อู่กุยหลงจินนั้นโจมตีเข้ามา  เขาได้ปลดปล่อยพลังปราณในจิตวิญญาณของเขาออกมานิดหน่อย  เพื่อตอบโต้การกระทำที่ไร้มารยาทเช่นนี้


            “อย่างน้อยเจ้าเด็กนั่นคงกระดูกหักไปหลายส่วน  ฮึ่ย  ข้าต้องมานั่งฟื้นฟูปราณในจิตวิญญาณจนได้  น่ารำคาญจริง ๆ” ไป่ฉีพึมพำออกมา


            ข้างล่างจี๋หลินเวิ่นเทียน ได้เรียกผู้อาวุโสหอโอสถของตำหนักิทพมังกรครามมา  เขาได้บอกให้ผู้อาวุโสนำโอสถรักษาอาการบาดเจ็บภายในออกมา  จากนั้นเขาก็ตบหน้าอู่กุยหลงจินเบา ๆ


            “ตาเฒ่าอู่ถ้าไม่ตายก็ฟื้นมาซะ  เขาจะได้ดำเนินงานประมูลต่อ” จี๋หลินเวิ่นเทียนกล่าว  สักพักอู่กุยหลงจินก็รู้สึกตัว


            “ที่นี่ที่ไหนเนี่ย  โอ๊ย” อู่กุยหลงจินลืมตาขึ้น  เขาพยายามจะยันตัวลุกขึ้น  หากแต่เขารู้สึกเจ็บ  คาดว่ากระดูกคงหักหลายส่วนแน่ ๆ


            “ตอนนี้อยู่ในโรงประมูล  กินโอสถนี่ซะ  แล้วโคจรลมปราณรักษา  เพื่อสมานกระดูกที่หักก่อน  จะได้พอลุกเดินเองได้บ้าง” จี๋หลินเวิ่นเทียนยื่นโอสถที่รับมาจากผู้อาวุโสหอโอสถตำหนักเทพมังกรครามให้


            “น้องอู่ หาเรื่องใส่ตัวแท้ ๆ” หู่หยุนส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ


            “จำได้รึเปล่าว่าโดนอะไรเข้าไปน่ะ” หลงสุ่ยถาม


            อู่กุยหลงจินนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่  ก่อนจะหน้าซีดลง  หลังประมวลสิ่งที่ตนเองโดนเข้าไปจ


            “เป็นพลังปราณระดับราชันย์ทรราชแน่นอน  แต่บอกขั้นไม่ได้” อู่กุยหลงจินกล่าว  ก่อนจะหันไปมองห้อง VIP ตอนนี้เขาพบว่าอวี้กงกำลังยืนมองพวกเขาอยู่


            “เจ้าหนูนั่น  ไม่สิ  ชายคนนั้นอาจจะมีอายุมากกว่าที่พวกเราเห็นก็ได้” อู่กุยหลงจินกล่าว


            “อย่ามาล้อเล่นน่า  หากเขาอายุมากกว่าพวกเรา  ไม่มีทางที่จะดูหนุ่มขนาดนั้นได้หรอก” เฟิงหลงกล่าว


            “แต่ถ้าสำเร็จพลังปราณระดับนั้นตั้งแต่อายุยังน้อยมันก็อีกเรื่องหนึ่งละนะ” จี๋หลินเวิ่นเทียนกล่าว


            ขณะที่พวกประมุขตำหนักเทพคุยกัน  พวกนายน้อยและนายหญิงน้อยต่างก็ไม่ได้สนใจอะไร  พวกเขายังคงดูสินค้าที่ถูกนำมาประมูลวันนี้


            หลงเทียนหมิงนั้นสนใจในโอสถเสริมลมปราณมาก  ส่วนกระบี่ในสายตาเขามันไม่มีค่าอะไร  เพราะเขามีกระบี่ระดับนภาที่มีธาตุน้ำสถิตอยู่แล้ว  ไม่มีความจำเป็นจะต้องหาของที่ระดับต่ำกว่ามาใช้


            ส่วนอู่กุยเหวินป๋อนั้นเขาเองก็สนใจโอสถเสริมลมปราณเช่นกัน  ตำหนักเทพเต่ามังกรนั้นมีวิชาหมัดกับวิชาที่ใช้แทบทุกส่วนของร่างกายเป็นอาวุธ  ดังนั้นพวกอาวุธนั้นเขาไม่สนใจ  เขาสนใจแต่โอสถกับชุดป้องกันที่ทำจากวัสดุพิเศษเท่านั้น


            ทางด้านหู่จิ้งกับหู๋เสี่ยวปิงนั้น  สนใจสนับมือที่ติดใบมีดไว้ 3 ใบ  ลักษณะคล้ายกรงเล็บ  มันทำมาจากเหล็กลมปราณขั้นต้น  เหมือนมันจะประยุกต์มาจากอาวุธที่ชื่อกาตาร์ (Katar)


            ส่วนจี๋หลินเส้าเทียนตอนนี้กลับไปนั่งกินขนมอยู่ในห้อง VIP เรียบร้อยแล้ว  เขาไม่มีความสนใจในงานประมูลนี้ตั้งแต่แรก  แม้แต่อวี้กง เขาก็ไม่สนใจ  ในสายตาของเขาทั้งพ่อและพวกตาแก่ที่อยู่ข้างล่าง  เป็นพวกหัวโบราณ  บ้าอำนาจ  ชอบบังคับให้เด็กรุ่นเขาทำตามที่ตัวเองต้องการ (วัยต่อต้าน)


            เวลาผ่านไปจนครบกำหนด  พิธีกรสาวได้เดินขึ้นมาบนเวที และเชิญเหล่าผู้ร่วมประมูลลงจากเวทีจัดแสดงสินค้า  เพราะเธอจะเริ่มการเปิดประมูลแล้ว


            “เอาล่ะค่ะทุกท่าน  สินค้าของทางเราในการประมูลครั้งนี้ถูกใจกันรึเปล่าคะ” พิธีกรสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงชวนฟัง


            เหล่าผู้ร่วมประมูลต่างตะโกนออกมา  พวกเขาพอใจและต้องการจะได้ของที่หมายตาเอาไว้  โดยเฉพาะพวกอุปกรณ์ที่ทำจากเหล็กลมปราณขั้นต้น และเหล็กลมปราณขั้นต้น


            “งั้นตอนนี้เรามาเริ่มด้วยการประมูลแจกันโบราณชิ้นนี้ก่อนเลยนะคะ  แจกันโบราณชิ้นนี้ถูกพบที่ภูเขาแห่งหนึ่งทางเหนือของประเทศมังกรทอง  โดยค้นพบในเรืออัปปาง คาดว่าอายุน่าจะราว ๆ สัก 1,200-1,300 ปี  ทางผู้อาวุโสของเราได้ทำการตรวจสอบเรื่องอายุของวัตถุแล้ว  โดยเราจะเริ่มประมูลกันที่ราคา 1 แสนหยวนค่ะ โดยการยกป้ายแต่ละครั้งจะต้องเพิ่มจำนวนเงินขั้นต่ำ 1 พันหยวนนะคะ” พิธีกรสาวกล่าว


            หลังจากนั้นก็มีคนเสนอราคามาเรื่อย ๆ หากแต่มีเพียง 2 คนเท่านั้น และยอดที่เสนอเพิ่มมันก็ไม่มากนัก  ซึ่งทางผู้อาวุโสเองก็มีท่าทีผิดหวัง  เขาคิดว่าวัตถุโบราณนี้  หากตีมูลค่าทางประวัติศาสตร์กับคุณค่าทางศิลปะแล้วน่าจะมีคนเสนอราคาสูงกว่านี้  แต่สุดท้ายแจกันนี้ก็ถูกประมูลไปในราคาเพียงแค่ 110,000 หยวนเท่านั้น  นับว่ากำไรน้อยสุด ๆ


            “สินค้าต่อไปเป็นกาตาร์ที่ทำขึ้นมาด้วยเหล็กลมปราณขั้นต้น  มันเป็นอาวุธระดับจิต  เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้วิชาหมัดเป็นอย่างยิ่ง  ดูกรงเล็บนี่สิ  มันสามารถใช้ในการฟัน  การแทงศัตรูได้ง่ายดาย  ขอเชิญชมวิดีโอการทดสอบที่ทางเราได้ถ่ายทำเอาไว้ให้ทุกท่านได้ชมค่ะ” พิธีกรสาวกล่าวจบก็มีวิดีโอการทดสอบกาตาร์กรงเล็บนี้ให้ชม  ตอนนี้ผู้คนเริ่มที่จะพูดคุยกันบ้างแล้ว


            “เป็นยังไงกันบ้างคะ หลังจากได้ชมการทดสอบไป  สำหรับราคากาตาร์นี้จะเริ่มต้นที่ 7 แสนหยวน โดยครั้งหนึ่งจะต้องเสนอราคาเพิ่มจากเดิมขั้นต่ำ 1 หมื่นหยวนนะคะ” พิธีกรสาวกล่าว


            “1 ล้านหยวน” ที่ห้อง VIP มีการเสนอราคาออกมาแบบก้าวกระโดด


            “โอ้ นายน้อยหู่จิ้ง เป็นผู้เสนอราคาคนแรกที่ 1 ล้านหยวน  มีใครจะสู้ราคาไหมคะ” พิธีกรสาวกล่าว


            “1 ล้าน 1 หมื่นหยวน” หญิงสาวใส่เสื้อคลุมสีดำ ปกปิดใบหน้าด้วยผ้าปิดปากแบบนักฆ่าเสนอราคาขึ้น


            “1 ล้าน 1 แสนหยวน” หู่จิ้งเสนอราคาอีกครั้ง


            “1,150,000 หยวน” หญิงสาวเสื้อคลุมดำยังคงสู้ราคาต่อ


            “1,200,000 หยวน” หู่จิ้งเสนอราคาขึ้นไปอีกครั้ง


            “1,500,000 หยวน” หญิงสาวเสื้อคลุมดำเสนอราคานี้ออกมา  หู่จิ้งยิ้มทันที  หู่จิ้งเงียบลงไม่แข่งราคาต่อ


            “นายน้องหู่จะสู้ราคาต่อไหมค่ะ” พิธีกรสาวถามขึ้น


            “ให้คุณสุภาพสตรีท่านนั้นไปก็แล้วกัน  สำหรับของที่สามารถผลิตได้  แถมยังเป็นแค่อาวุธระดับจิต  ของแบบนี้ที่ตระกูลมีอยู่เยอะแยะ” หู่จิ้งกล่าว  ทำให้หญิงสาวเสื้อคลุมดำรู้สึกตัวสักทีว่าตนถูกหู่จิ้งปั่นหัวเสียแล้ว


            “นายน้อย ท่านเล่นวิธีสกปรกแบบนี้ด้วยเหรอ” หญิงสาวชุดคลุมดำถามขึ้น


            “แหม ถ้าให้ประมูลตามปกติมันก็น่าเบื่อล่ะนะ สู้ปั่นราคาของให้สูง ๆ ให้คนที่อยากได้ของชิ้นนั้นต้องจ่ายแพงกว่าปกติมันสนุกดีออก” หู่จิ้งเหยียดยิ้มขึ้น


            “ท่าน....” หญิงสาวชุดคลุมดำกำลังจะด่าออกไป  แต่ก็ต้องหยุดไว้  เธอไม่อยากสร้างบัญหาในงานประมูล  เธอไม่ได้มีอำนาจเหมือนอู่กุยหลงจิน  ที่สามารถทำตามใจได้โดยที่ผู้อาวุโสสมาคมการค้าไม่เข้ามาห้าม


            “ค่ะ และกาตาร์นี้ก็ตกเป็นคนคุณแล้วค่ะ” พิธีกรสาวกล่าว


            “น่าเบื่อเสียจริง  อยากรู้จริง ๆ ว่าโอสถเสริมลมปราณของข้าจะขายได้เท่าไหร่กัน” ไป่ฉีพึมพำออกมา


            สินค้าชิ้นต่อมา  พิธีกรสาวได้นำโอสถเสริมลมปราณความบริสุทธิ์ 10 ส่วนออกมาประมูลก่อน 5 เม็ด  ทำให้บรรยากาศในงานประมูลร้อนระอุขึ้นอีกครั้ง


            “สำหรับโอสถเสริมพลังปราณ ความบริสุทธิ์ 10 ส่วนนี้  เป็นของที่ปรุงขึ้นมาใหม่  ไม่ใช่ของจากโบราณสถาน  ทางผู้อาวุโสได้ยืนยันด้วยการทดลองใช้ด้วยตัวเองแล้ว และด้วยเหตุที่ว่ามันเป็นสินค้าที่ใหม่สำหรับเรา  ทางเราได้รับโอสถจำนวนหนึ่งซึ่งถูกแปลงเป็นของเหลว  เราได้เตรียมไว้ให้ทุกท่านใต้เก้าอี้แล้ว  ขอให้ทุกท่านลองดื่มและโคจรลมปราณเพื่อดูประสิทธิภาพของมันได้เลยค่ะ” พิธีกรสาวกล่าว  ทำให้ทุกคนรีบก้มมองดูใต้เก้าอี้  ไม่เว้นแม้แต่ในห้อง VIP  ซึ่งขวดโอสถแบบน้ำนี้เป็นขวดพลาสติก  ขนาดความจุแค่ 30 ml. เท่านั้น  ทุกคนต่างยกขึ้นมาดื่มโดยไม่ลังเล  พร้อมกับเริ่มโคจรลมปราณกันทันที


            เพียงชั่วครู่พวกเขาก็สามารถสัมผัสได้ถึงกระแสพลังปราณที่เข้มข้น  มันแตกต่างจากพลังปราณที่พวกเขาดูดซับจากโอสถเสริมพลังปราณที่มีความบริสุทธิ์น้อยกว่าอย่างมาก  ซ้ำยังต่างจากพลังปราณที่พวกเขาดูดซับจากรอบตัวอีกด้วย  พูดได้ว่าพลังปราณจากโอสถที่พวกเขาดื่มนี้มีความสะอาดกว่า  พวกเขาสัมผัสได้ถึงพลังปราณที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด


            “น...นะ...นี่มันสุดยอด”

            “ดีจริง ๆ ที่ได้มาวันนี้”


            “ความรู้สึกต่างกันมาก  โอสถที่พวกเราใช้กันมันขยะดี ๆ นี่เอง”


            ขณะที่ผู้ประมูลบนอัฒจันทร์กำลังทึ่งกับความสามารถของโอสถเสริมพลังปราณ  ด้านบนเองก็เป็นแบบเดียวกัน


            ในการเดินทางมาครั้งนี้ของตำหนักเทพและ 7 เสาหลักแห่งยุทธภพ  พวกเขาได้นำผู้อาวุโสหอโอสถของพวกเขามาด้วย  เพื่อตรวจสอบคุณภาพของโอสถด้วยสายตา  แต่ใครจะไปคิดว่าทางสมาคมการค้าตะวันจันทราจะเตรียมสินค้าตัวอย่างเอาไว้ให้แบบนี้


            “ผู้อาวุโส เป็นยังไงบ้าง” หลงสุ่ยถามขึ้น  เขาไม่ได้ดื่ม และสั่งไม่ให้คนอื่นดื่ม  นอกจากผู้อาวุโสหอโอสถ


            “มันยอดเยี่ยมมาก  ท่านประมุข  โอสถนี้ช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก  มันมีพลังปราณที่บริสุทธิ์มาก  ทำให้ผมได้เห็นว่าปราณในตัวของผมมีการปนเปื้อนมากขนาดไหน  ซึ่งนี่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ท่านกับประมุขท่านอื่นไม่สามารถก้าวข้ามปราณชั้นจักรพรรดิไปได้” ผู้อาวุโสหอโอสถกล่าว


            “ปราณปนเปื้อน  มันหมายความว่ายังไงกัน  ท่านลองอธิบายมาซิ” หลงสุ่ยกล่าว


            “ปราณที่ได้จากโอสถเสริมปราณนี้  มีความบริสุทธิ์มาก  ก่อนหน้านี้ที่ผมไม่เคยได้สังเกตเพราะผมไม่รู้ว่าปราณที่ไม่มีการปนเปื้อนเป็นอย่างไร  ท่านประมุขโปรดดูนี่” ผู้อาวุโสหอโอสถ ได้สร้างปราณออกมาเป็นเหมือนลูกบอลทรงกลม  ที่มือข้างขวาของเขา  พลังปราณมีสีเทาขุ่นมัว  อีกด้านพลังปราณมีลักษณะเกือบจะโปร่งแสง  แต่ก็ยังเห็นการเคลื่อนที่หมุนวนของพลังปราณอยู่


            “นี่คือ” หลงเทียนหมิงถาม


            “ข้างขวาคือพลังปราณของผม  อีกข้างเป็นพลังปราณที่ได้จากโอสถเสริมพลังปราณที่ผมดื่มเข้าไป  ขอท่านประมุขกับนายน้อยลองใช้พลังปราณสัมผัสความแตกต่างของพลังดู  แล้วพวกท่านจะยิ่งเห็นความแตกต่างมากขึ้น” ผู้อาวุโสหอโอสถกล่าว


            ทั้งหลงสุ่ย กับหลงเทียนหมิง และผู้อาวุโสที่เหลือ  ต่างทำการสัมผัสปราณในมือทั้ง 2 ของผู้อาวุโสหอโอสถ  พวกเขาพบว่าพลังปราณในมือขวาที่มีสีเทาขุ่นมัวนั้น มีพลังด้อยกว่าพลังปราณที่มีลักษณะเกือบโปร่งใส  ซึ่งมากกว่าครึ่งหนึ่งเสียด้วยซ้ำ  หรือว่าที่พวกเขาไม่สามารถทะลวงผ่านระดับจักรพรรดิไปได้จะมีสาเหตุมาจากเรื่องนี้


            ไม่เพียงแค่คนจากตำหนักเทพแต่ละตำหนักเท่านั้น  แม้แต่ 7 เสาหลักของยุทธภพเองก็เช่นกัน  พวกเขาต่างอยากครอบครองวิธีการปรุงโอสถนี้  คาดว่าหลังจากนี้คงต้องจ่ายเงินจำนวนหนึ่งเพื่อให้ผู้อาวุโสสมาคมการค้าตะวันจันทราเป็นธุระนัดพบคนที่นำโอสถมาขายให้เสียหน่อย  เพื่อให้พวกเขาได้พูดคุยและทำข้อตกลงบางอย่างกัน


            “เป็นยังไงกันบ้างคะ  ถูกใจกับตัวอย่างสินค้าที่เราให้ทดลองใช้บ้างไหมเอ่ย” พิธีกรสาวกล่าว  จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงชื่นชมถึงความยอดเยี่ยมของโอสถเสริมพลังปราณที่นำมาประมูล


            “ถ้าอย่างนั้น จะขอเริ่มการประมูลโอสถเสริมลมปราณ ณ บัดนี้  ราคาเริ่มต้นอยู่ที่เม็ดละ 1 แสนหยวน  การเสนอราคานั้นจะต้องเสนอสูงขึ้นอย่างน้อย 1 หมื่นหยวนต่อครั้งนะคะ” พิธีกรสาวกล่าว


            “โอ้” เหล่าผู้ร่วมประมูลกำลังคึกเต็มที่  ใน 10 เม็ดที่นำมาประมูลวันนี้  ขอเพียงแค่ราคาไม่สูงเกินไป  พวกเขาก็อยากจะครอบครองมัน


            “2 แสนหยวน”


            “4 แสนหยวน”

            “5 แสนหยวน”


            การประมูลเป็นไปอย่างดุเดือด  แต่ไม่มากนัก สุดท้ายโอสถเสริมลมปราณก็ถูกประมูลไปในราคา 5-9 แสนหยวน  ต่อ 1 เม็ด  ทำให้ไป่ฉีได้รับเงินจากการประมูลโอสถ 5 เม็ดแรกไปเกือบ 4 ล้านหยวน

    _______________________________

    ไป่ฉีของเรากำลังจะรวยแล้ว =w=

    คล้ายกับเรื่องจอมยุทธ์ซุปตาร์ ที่คุณอ่าน