สิ่งที่ไป่ฉีทำไปเมื่อครู่ ทำให้เขาสูญเสียพลังปราณที่กักเก็บไว้ในในจิตวิญญาณจำนวนหนึ่ง แต่ก็ไม่กระทบอะไรมากนัก เขาจะชดเชยด้วยโอสถที่เขาปลูกไว้ในถ้ำที่เขาใช้บ่มเพาะพลังคราวก่อน
วิธีของไป่ฉีคือ ใช้วิชาที่เขาเรียนมาจาก 1 ในอาจารย์ของเขา เทพลมปราณ ชิงอวี้หมิง โดยการแบ่งพลังปราณของเขาสร้างเป็นร่างเสมือนขึ้นมา และใช้อาคมเชื่อมจิตวิญญาณของเขาเข้ากับร่างเสมือน โดยร่างนี้สามารถเปลี่ยนเป็นกายเนื้อชั่วคราวได้ หากผู้ใช้มีความชำนาญในธาตุทั้ง 5 คือ ดิน น้ำ ไฟ ไม้ ทอง
ร่างนี้สามารถทะลุสิ่งของต่าง ๆ ได้ แต่ก็สามารถทำให้มันสามารถจับหรือสัมผัสได้เช่นกัน ในตอนที่อู่กุยหลงจินนั้นโจมตีเข้ามา เขาได้ปลดปล่อยพลังปราณในจิตวิญญาณของเขาออกมานิดหน่อย เพื่อตอบโต้การกระทำที่ไร้มารยาทเช่นนี้
“อย่างน้อยเจ้าเด็กนั่นคงกระดูกหักไปหลายส่วน ฮึ่ย ข้าต้องมานั่งฟื้นฟูปราณในจิตวิญญาณจนได้ น่ารำคาญจริง ๆ” ไป่ฉีพึมพำออกมา
ข้างล่างจี๋หลินเวิ่นเทียน ได้เรียกผู้อาวุโสหอโอสถของตำหนักิทพมังกรครามมา เขาได้บอกให้ผู้อาวุโสนำโอสถรักษาอาการบาดเจ็บภายในออกมา จากนั้นเขาก็ตบหน้าอู่กุยหลงจินเบา ๆ
“ตาเฒ่าอู่ถ้าไม่ตายก็ฟื้นมาซะ เขาจะได้ดำเนินงานประมูลต่อ” จี๋หลินเวิ่นเทียนกล่าว สักพักอู่กุยหลงจินก็รู้สึกตัว
“ที่นี่ที่ไหนเนี่ย โอ๊ย” อู่กุยหลงจินลืมตาขึ้น เขาพยายามจะยันตัวลุกขึ้น หากแต่เขารู้สึกเจ็บ คาดว่ากระดูกคงหักหลายส่วนแน่ ๆ
“ตอนนี้อยู่ในโรงประมูล กินโอสถนี่ซะ แล้วโคจรลมปราณรักษา เพื่อสมานกระดูกที่หักก่อน จะได้พอลุกเดินเองได้บ้าง” จี๋หลินเวิ่นเทียนยื่นโอสถที่รับมาจากผู้อาวุโสหอโอสถตำหนักเทพมังกรครามให้
“น้องอู่ หาเรื่องใส่ตัวแท้ ๆ” หู่หยุนส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ
“จำได้รึเปล่าว่าโดนอะไรเข้าไปน่ะ” หลงสุ่ยถาม
อู่กุยหลงจินนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ ก่อนจะหน้าซีดลง หลังประมวลสิ่งที่ตนเองโดนเข้าไปจ
“เป็นพลังปราณระดับราชันย์ทรราชแน่นอน แต่บอกขั้นไม่ได้” อู่กุยหลงจินกล่าว ก่อนจะหันไปมองห้อง VIP ตอนนี้เขาพบว่าอวี้กงกำลังยืนมองพวกเขาอยู่
“เจ้าหนูนั่น ไม่สิ ชายคนนั้นอาจจะมีอายุมากกว่าที่พวกเราเห็นก็ได้” อู่กุยหลงจินกล่าว
“อย่ามาล้อเล่นน่า หากเขาอายุมากกว่าพวกเรา ไม่มีทางที่จะดูหนุ่มขนาดนั้นได้หรอก” เฟิงหลงกล่าว
“แต่ถ้าสำเร็จพลังปราณระดับนั้นตั้งแต่อายุยังน้อยมันก็อีกเรื่องหนึ่งละนะ” จี๋หลินเวิ่นเทียนกล่าว
ขณะที่พวกประมุขตำหนักเทพคุยกัน พวกนายน้อยและนายหญิงน้อยต่างก็ไม่ได้สนใจอะไร พวกเขายังคงดูสินค้าที่ถูกนำมาประมูลวันนี้
หลงเทียนหมิงนั้นสนใจในโอสถเสริมลมปราณมาก ส่วนกระบี่ในสายตาเขามันไม่มีค่าอะไร เพราะเขามีกระบี่ระดับนภาที่มีธาตุน้ำสถิตอยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นจะต้องหาของที่ระดับต่ำกว่ามาใช้
ส่วนอู่กุยเหวินป๋อนั้นเขาเองก็สนใจโอสถเสริมลมปราณเช่นกัน ตำหนักเทพเต่ามังกรนั้นมีวิชาหมัดกับวิชาที่ใช้แทบทุกส่วนของร่างกายเป็นอาวุธ ดังนั้นพวกอาวุธนั้นเขาไม่สนใจ เขาสนใจแต่โอสถกับชุดป้องกันที่ทำจากวัสดุพิเศษเท่านั้น
ทางด้านหู่จิ้งกับหู๋เสี่ยวปิงนั้น สนใจสนับมือที่ติดใบมีดไว้ 3 ใบ ลักษณะคล้ายกรงเล็บ มันทำมาจากเหล็กลมปราณขั้นต้น เหมือนมันจะประยุกต์มาจากอาวุธที่ชื่อกาตาร์ (Katar)
ส่วนจี๋หลินเส้าเทียนตอนนี้กลับไปนั่งกินขนมอยู่ในห้อง VIP เรียบร้อยแล้ว เขาไม่มีความสนใจในงานประมูลนี้ตั้งแต่แรก แม้แต่อวี้กง เขาก็ไม่สนใจ ในสายตาของเขาทั้งพ่อและพวกตาแก่ที่อยู่ข้างล่าง เป็นพวกหัวโบราณ บ้าอำนาจ ชอบบังคับให้เด็กรุ่นเขาทำตามที่ตัวเองต้องการ (วัยต่อต้าน)
เวลาผ่านไปจนครบกำหนด พิธีกรสาวได้เดินขึ้นมาบนเวที และเชิญเหล่าผู้ร่วมประมูลลงจากเวทีจัดแสดงสินค้า เพราะเธอจะเริ่มการเปิดประมูลแล้ว
“เอาล่ะค่ะทุกท่าน สินค้าของทางเราในการประมูลครั้งนี้ถูกใจกันรึเปล่าคะ” พิธีกรสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงชวนฟัง
เหล่าผู้ร่วมประมูลต่างตะโกนออกมา พวกเขาพอใจและต้องการจะได้ของที่หมายตาเอาไว้ โดยเฉพาะพวกอุปกรณ์ที่ทำจากเหล็กลมปราณขั้นต้น และเหล็กลมปราณขั้นต้น
“งั้นตอนนี้เรามาเริ่มด้วยการประมูลแจกันโบราณชิ้นนี้ก่อนเลยนะคะ แจกันโบราณชิ้นนี้ถูกพบที่ภูเขาแห่งหนึ่งทางเหนือของประเทศมังกรทอง โดยค้นพบในเรืออัปปาง คาดว่าอายุน่าจะราว ๆ สัก 1,200-1,300 ปี ทางผู้อาวุโสของเราได้ทำการตรวจสอบเรื่องอายุของวัตถุแล้ว โดยเราจะเริ่มประมูลกันที่ราคา 1 แสนหยวนค่ะ โดยการยกป้ายแต่ละครั้งจะต้องเพิ่มจำนวนเงินขั้นต่ำ 1 พันหยวนนะคะ” พิธีกรสาวกล่าว
หลังจากนั้นก็มีคนเสนอราคามาเรื่อย ๆ หากแต่มีเพียง 2 คนเท่านั้น และยอดที่เสนอเพิ่มมันก็ไม่มากนัก ซึ่งทางผู้อาวุโสเองก็มีท่าทีผิดหวัง เขาคิดว่าวัตถุโบราณนี้ หากตีมูลค่าทางประวัติศาสตร์กับคุณค่าทางศิลปะแล้วน่าจะมีคนเสนอราคาสูงกว่านี้ แต่สุดท้ายแจกันนี้ก็ถูกประมูลไปในราคาเพียงแค่ 110,000 หยวนเท่านั้น นับว่ากำไรน้อยสุด ๆ
“สินค้าต่อไปเป็นกาตาร์ที่ทำขึ้นมาด้วยเหล็กลมปราณขั้นต้น มันเป็นอาวุธระดับจิต เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้วิชาหมัดเป็นอย่างยิ่ง ดูกรงเล็บนี่สิ มันสามารถใช้ในการฟัน การแทงศัตรูได้ง่ายดาย ขอเชิญชมวิดีโอการทดสอบที่ทางเราได้ถ่ายทำเอาไว้ให้ทุกท่านได้ชมค่ะ” พิธีกรสาวกล่าวจบก็มีวิดีโอการทดสอบกาตาร์กรงเล็บนี้ให้ชม ตอนนี้ผู้คนเริ่มที่จะพูดคุยกันบ้างแล้ว
“เป็นยังไงกันบ้างคะ หลังจากได้ชมการทดสอบไป สำหรับราคากาตาร์นี้จะเริ่มต้นที่ 7 แสนหยวน โดยครั้งหนึ่งจะต้องเสนอราคาเพิ่มจากเดิมขั้นต่ำ 1 หมื่นหยวนนะคะ” พิธีกรสาวกล่าว
“1 ล้านหยวน” ที่ห้อง VIP มีการเสนอราคาออกมาแบบก้าวกระโดด
“โอ้ นายน้อยหู่จิ้ง เป็นผู้เสนอราคาคนแรกที่ 1 ล้านหยวน มีใครจะสู้ราคาไหมคะ” พิธีกรสาวกล่าว
“1 ล้าน 1 หมื่นหยวน” หญิงสาวใส่เสื้อคลุมสีดำ ปกปิดใบหน้าด้วยผ้าปิดปากแบบนักฆ่าเสนอราคาขึ้น
“1 ล้าน 1 แสนหยวน” หู่จิ้งเสนอราคาอีกครั้ง
“1,150,000 หยวน” หญิงสาวเสื้อคลุมดำยังคงสู้ราคาต่อ
“1,200,000 หยวน” หู่จิ้งเสนอราคาขึ้นไปอีกครั้ง
“1,500,000 หยวน” หญิงสาวเสื้อคลุมดำเสนอราคานี้ออกมา หู่จิ้งยิ้มทันที หู่จิ้งเงียบลงไม่แข่งราคาต่อ
“นายน้องหู่จะสู้ราคาต่อไหมค่ะ” พิธีกรสาวถามขึ้น
“ให้คุณสุภาพสตรีท่านนั้นไปก็แล้วกัน สำหรับของที่สามารถผลิตได้ แถมยังเป็นแค่อาวุธระดับจิต ของแบบนี้ที่ตระกูลมีอยู่เยอะแยะ” หู่จิ้งกล่าว ทำให้หญิงสาวเสื้อคลุมดำรู้สึกตัวสักทีว่าตนถูกหู่จิ้งปั่นหัวเสียแล้ว
“นายน้อย ท่านเล่นวิธีสกปรกแบบนี้ด้วยเหรอ” หญิงสาวชุดคลุมดำถามขึ้น
“แหม ถ้าให้ประมูลตามปกติมันก็น่าเบื่อล่ะนะ สู้ปั่นราคาของให้สูง ๆ ให้คนที่อยากได้ของชิ้นนั้นต้องจ่ายแพงกว่าปกติมันสนุกดีออก” หู่จิ้งเหยียดยิ้มขึ้น
“ท่าน....” หญิงสาวชุดคลุมดำกำลังจะด่าออกไป แต่ก็ต้องหยุดไว้ เธอไม่อยากสร้างบัญหาในงานประมูล เธอไม่ได้มีอำนาจเหมือนอู่กุยหลงจิน ที่สามารถทำตามใจได้โดยที่ผู้อาวุโสสมาคมการค้าไม่เข้ามาห้าม
“ค่ะ และกาตาร์นี้ก็ตกเป็นคนคุณแล้วค่ะ” พิธีกรสาวกล่าว
“น่าเบื่อเสียจริง อยากรู้จริง ๆ ว่าโอสถเสริมลมปราณของข้าจะขายได้เท่าไหร่กัน” ไป่ฉีพึมพำออกมา
สินค้าชิ้นต่อมา พิธีกรสาวได้นำโอสถเสริมลมปราณความบริสุทธิ์ 10 ส่วนออกมาประมูลก่อน 5 เม็ด ทำให้บรรยากาศในงานประมูลร้อนระอุขึ้นอีกครั้ง
“สำหรับโอสถเสริมพลังปราณ ความบริสุทธิ์ 10 ส่วนนี้ เป็นของที่ปรุงขึ้นมาใหม่ ไม่ใช่ของจากโบราณสถาน ทางผู้อาวุโสได้ยืนยันด้วยการทดลองใช้ด้วยตัวเองแล้ว และด้วยเหตุที่ว่ามันเป็นสินค้าที่ใหม่สำหรับเรา ทางเราได้รับโอสถจำนวนหนึ่งซึ่งถูกแปลงเป็นของเหลว เราได้เตรียมไว้ให้ทุกท่านใต้เก้าอี้แล้ว ขอให้ทุกท่านลองดื่มและโคจรลมปราณเพื่อดูประสิทธิภาพของมันได้เลยค่ะ” พิธีกรสาวกล่าว ทำให้ทุกคนรีบก้มมองดูใต้เก้าอี้ ไม่เว้นแม้แต่ในห้อง VIP ซึ่งขวดโอสถแบบน้ำนี้เป็นขวดพลาสติก ขนาดความจุแค่ 30 ml. เท่านั้น ทุกคนต่างยกขึ้นมาดื่มโดยไม่ลังเล พร้อมกับเริ่มโคจรลมปราณกันทันที
เพียงชั่วครู่พวกเขาก็สามารถสัมผัสได้ถึงกระแสพลังปราณที่เข้มข้น มันแตกต่างจากพลังปราณที่พวกเขาดูดซับจากโอสถเสริมพลังปราณที่มีความบริสุทธิ์น้อยกว่าอย่างมาก ซ้ำยังต่างจากพลังปราณที่พวกเขาดูดซับจากรอบตัวอีกด้วย พูดได้ว่าพลังปราณจากโอสถที่พวกเขาดื่มนี้มีความสะอาดกว่า พวกเขาสัมผัสได้ถึงพลังปราณที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“น...นะ...นี่มันสุดยอด”
“ดีจริง ๆ ที่ได้มาวันนี้”
“ความรู้สึกต่างกันมาก โอสถที่พวกเราใช้กันมันขยะดี ๆ นี่เอง”
ขณะที่ผู้ประมูลบนอัฒจันทร์กำลังทึ่งกับความสามารถของโอสถเสริมพลังปราณ ด้านบนเองก็เป็นแบบเดียวกัน
ในการเดินทางมาครั้งนี้ของตำหนักเทพและ 7 เสาหลักแห่งยุทธภพ พวกเขาได้นำผู้อาวุโสหอโอสถของพวกเขามาด้วย เพื่อตรวจสอบคุณภาพของโอสถด้วยสายตา แต่ใครจะไปคิดว่าทางสมาคมการค้าตะวันจันทราจะเตรียมสินค้าตัวอย่างเอาไว้ให้แบบนี้
“ผู้อาวุโส เป็นยังไงบ้าง” หลงสุ่ยถามขึ้น เขาไม่ได้ดื่ม และสั่งไม่ให้คนอื่นดื่ม นอกจากผู้อาวุโสหอโอสถ
“มันยอดเยี่ยมมาก ท่านประมุข โอสถนี้ช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก มันมีพลังปราณที่บริสุทธิ์มาก ทำให้ผมได้เห็นว่าปราณในตัวของผมมีการปนเปื้อนมากขนาดไหน ซึ่งนี่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ท่านกับประมุขท่านอื่นไม่สามารถก้าวข้ามปราณชั้นจักรพรรดิไปได้” ผู้อาวุโสหอโอสถกล่าว
“ปราณปนเปื้อน มันหมายความว่ายังไงกัน ท่านลองอธิบายมาซิ” หลงสุ่ยกล่าว
“ปราณที่ได้จากโอสถเสริมปราณนี้ มีความบริสุทธิ์มาก ก่อนหน้านี้ที่ผมไม่เคยได้สังเกตเพราะผมไม่รู้ว่าปราณที่ไม่มีการปนเปื้อนเป็นอย่างไร ท่านประมุขโปรดดูนี่” ผู้อาวุโสหอโอสถ ได้สร้างปราณออกมาเป็นเหมือนลูกบอลทรงกลม ที่มือข้างขวาของเขา พลังปราณมีสีเทาขุ่นมัว อีกด้านพลังปราณมีลักษณะเกือบจะโปร่งแสง แต่ก็ยังเห็นการเคลื่อนที่หมุนวนของพลังปราณอยู่
“นี่คือ” หลงเทียนหมิงถาม
“ข้างขวาคือพลังปราณของผม อีกข้างเป็นพลังปราณที่ได้จากโอสถเสริมพลังปราณที่ผมดื่มเข้าไป ขอท่านประมุขกับนายน้อยลองใช้พลังปราณสัมผัสความแตกต่างของพลังดู แล้วพวกท่านจะยิ่งเห็นความแตกต่างมากขึ้น” ผู้อาวุโสหอโอสถกล่าว
ทั้งหลงสุ่ย กับหลงเทียนหมิง และผู้อาวุโสที่เหลือ ต่างทำการสัมผัสปราณในมือทั้ง 2 ของผู้อาวุโสหอโอสถ พวกเขาพบว่าพลังปราณในมือขวาที่มีสีเทาขุ่นมัวนั้น มีพลังด้อยกว่าพลังปราณที่มีลักษณะเกือบโปร่งใส ซึ่งมากกว่าครึ่งหนึ่งเสียด้วยซ้ำ หรือว่าที่พวกเขาไม่สามารถทะลวงผ่านระดับจักรพรรดิไปได้จะมีสาเหตุมาจากเรื่องนี้
ไม่เพียงแค่คนจากตำหนักเทพแต่ละตำหนักเท่านั้น แม้แต่ 7 เสาหลักของยุทธภพเองก็เช่นกัน พวกเขาต่างอยากครอบครองวิธีการปรุงโอสถนี้ คาดว่าหลังจากนี้คงต้องจ่ายเงินจำนวนหนึ่งเพื่อให้ผู้อาวุโสสมาคมการค้าตะวันจันทราเป็นธุระนัดพบคนที่นำโอสถมาขายให้เสียหน่อย เพื่อให้พวกเขาได้พูดคุยและทำข้อตกลงบางอย่างกัน
“เป็นยังไงกันบ้างคะ ถูกใจกับตัวอย่างสินค้าที่เราให้ทดลองใช้บ้างไหมเอ่ย” พิธีกรสาวกล่าว จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงชื่นชมถึงความยอดเยี่ยมของโอสถเสริมพลังปราณที่นำมาประมูล
“ถ้าอย่างนั้น จะขอเริ่มการประมูลโอสถเสริมลมปราณ ณ บัดนี้ ราคาเริ่มต้นอยู่ที่เม็ดละ 1 แสนหยวน การเสนอราคานั้นจะต้องเสนอสูงขึ้นอย่างน้อย 1 หมื่นหยวนต่อครั้งนะคะ” พิธีกรสาวกล่าว
“โอ้” เหล่าผู้ร่วมประมูลกำลังคึกเต็มที่ ใน 10 เม็ดที่นำมาประมูลวันนี้ ขอเพียงแค่ราคาไม่สูงเกินไป พวกเขาก็อยากจะครอบครองมัน
“2 แสนหยวน”
“4 แสนหยวน”
“5 แสนหยวน”
การประมูลเป็นไปอย่างดุเดือด แต่ไม่มากนัก สุดท้ายโอสถเสริมลมปราณก็ถูกประมูลไปในราคา 5-9 แสนหยวน ต่อ 1 เม็ด ทำให้ไป่ฉีได้รับเงินจากการประมูลโอสถ 5 เม็ดแรกไปเกือบ 4 ล้านหยวน
_______________________________
ไป่ฉีของเรากำลังจะรวยแล้ว =w=