หนูน้อยสกุลถัง(ลงใหม่)

    ตอนที่47 หมูกรอบแสนอร่อย


     ​



     


    เด็กตัวกลมรีบวิ่งเข้าบ้านไปขอแบ่งกระดาษกับท่านอาของนาง พอได้กระดาษแล้วก็วิ่งฉิวเข้าไปหยิบเศษถ่านที่ห้องครัว เมื่อได้ของครบแล้วจึงเข้าไปหมกตัวอยู่ในห้องของตัวเอง


    เสี่ยวหลินนั่งครุ่นคิดว่านางจะทำร้านแบบไหนดี ความรู้ก็น้อยนิด หัวคิดก็น้อยนัก ความคิดสร้างสรรค์ก็ติดลบ ได้แต่ถอนหายใจกับความสมองกลวงของตน


    "ทำเหมือนร้านหมูกระทะดีไหมนะ มีที่นั่งโต๊ะละสี่ที่ แล้วก็ทำครัวด้านหลัง ทำอาคารชั้นเดียวพอ ที่ว่างด้านข้างก็ทำเป็นที่จอดเกวียนกับรถม้า อื้อๆ เอาแบบนี้แหละ!"


    มีป้อมหยิบถ่านมาขีดเขียนลงบนกระดาษ เริ่มแรกนางวาดรูปร้านด้านหน้าคร่าวๆ ส่วนรูปที่สองวาดแบบแปลน ส่วนขนาดเท่าไหร่นั้นค่อยไปปรึกษาช่างอีกที


    ส่วนของที่นั่งเปิดประตูโล่งเพื่อให้อากาศถ่ายเท ด้านหลังทำเป็นครัวมิดชิด ทำห้องเก็บของและเก็บวัตถุดิบ ทำโรงเก็บฟืนและถ่าน นอกจากนี้ยังทำห้องส้วมเอาไว้ด้านหลังลานจอดรถม้าด้วย


    ส่วนของตลาดนั้นนางจะทำเป็นอาคารแบบโล่งมีแค่เสาและหลังคาสูงเพื่อให้มีอากาศปลอดโปร่งไม่มีกลิ่นอับ หรือกลิ่นเหม็นจากของสด นางยังต้องไปสั่งทำโต๊ะสำหรับวางของขายด้วย


    "จริงสิ หม้อไฟต้องมีเตากับหม้อด้วยนี่นา หรือจะทำเป็นกระทะก้นลึกดีนะ จะได้กว้างๆ งืมๆ"


    เด็กอ้วนก้มมองกระดาษอีกรอบก่อนจะรวบแล้ววิ่งพุงกระเพื่อมออกจากห้อง ตอนนี้บิดาของนางกำลังยืนคุมชาวบ้านที่กำลังขุดดินทำแปลงผักให้นาง พื้นที่ตรงนี้กว้างพอสมควรน่าจะได้แปลงผักเกือบสิบแปลงเลยทีเดียว


    "ท่านพ่อ!" ร่างกลมๆ วิ่งไปหาบิดาที่ยืนอยู่แล้วยื่นกระดาษในมือให้


    "อะไรหรือลูก" เทียนหรงรับกระดาษจากในมือของบุตรสาวมากางดู


    "แบบร้านกับตลาดของเสี่ยวหลินเจ้าค่ะ"


    เทียนหรงมองภาพยึกยือในกระดาษก็รู้สึกปวดหัวตุบๆ เขายืนมองอยู่นานจนหวนต้านเดินมาพบเข้า


    "ทำอะไรกันอยู่หรือ" ชายหนุ่มเดินเข้ามาถาม เขาก้มลงมองเจ้าเด็กตัวกลมที่ขยับตัวยุกยิกอย่างไม่เข้าใจ


    "อ๋อ เสี่ยวหลินวาดแบบร้านมาให้น่ะขอรับ" เทียนหรงยื่นกระดาษให้หวนต้านดู


    หวนต้านรับกระดาษมาดูก็ยืนเงียบ เขาเอ่ยขอตัวกับเทียนหรงก่อนจะหิ้วเจ้าเด็กอ้วนกลับเข้าไปยังบ้านหลังน้อย ชายหนุ่มยืนสูดหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่แล้วจะเอ่ยออกมา


    "นี่แบบร้านหรือ" เขากางกระดาษให้เด็กตรงหน้าดู


    เสี่ยวหลินเห็นแล้วก็หัวเราะแห้งๆ เอ่ยเสียงเบาว่าให้เขาช่วยวาดให้หน่อย หวนต้านถอนหายใจออกมาก่อนจะให้นางไปเอากระดาษแผ่นใหม่


    เด็กอ้วนวิ่งดุ๊กๆ เข้าห้องของตนแล้วแอบฉกกระดาษออกมาขณะที่ท่านอาของนางนอนหลับอยู่ เพราะต้องแบ่งห้องให้คนบ้านหวนเขาจึงมานอนกับหลานสาว แต่บางครั้งเสี่ยวหลินก็ไปนอนกับบิดามารดา


    "อยากได้ร้านแบบไหน" คนโตกว่ารับกระดาษกับถ่านมาแล้วเอ่ยถาม


    "อยากได้เหมือนร้านหมูกระทะเจ้าค่ะ ด้านหน้าเปิดโล่ง ด้านหลังเป็นครัว มีห้องเก็บของ ห้องเก็บฟืนด้วย"


    หวนต้านได้ฟังก็ลงมือวาด เขาไม่ได้มีฝีมือดีอะไรนักแต่ก็มั่นใจว่าตนสามารถวาดออกมาได้เห็นภาพกว่าเจ้ากล่องสี่เหลี่ยมยึกยือก่อนหน้านี้แน่นอน


    เสี่ยวหลินนั่งจุมปุ๊ก มองดูคนตัวโตกว่าวาดรูปอย่างสนใจ ปากน้อยๆ ส่งเสียงอู้อ้าออกมาเป็นระยะ เพราะภาพวาดนั้นสวยงามมาก


    "จะทำโล่งเหมือนร้านหมูกระทะเลยหรือ"


    "อืมม อยากให้หน้าร้านเปิดโล่งแต่ก็ยังสามารถปิดได้เจ้าค่ะ ทำเป็นประตูบานพับเหมือนบ้านเก่าในยุคเราก็ได้นะ"


    หวนต้านพยักหน้ารับเพราะพอจะนึกออก ส่วนใหญ่ร้านค้าเก่าๆ ในยุคที่จากมาจะเป็นร้านที่เปิดประตูกว้าง บางร้านก็ใช้ประตูเหล็ก แต่บางร้านที่เป็นร้านเก่าก็เป็นประตูไม้แบบพับได้


    "เสร็จแล้ว"


    "ว้าวว" เด็กอ้วนมองภาพทำตาโต เขาวาดร้านอาหารแล้วเป็นร้านอาหารจริงๆ ไม่ใช่วาดแล้วเป็นกล่องเหมือนที่นางวาด


    "แล้วนี่อะไร" หวนต้านชี้ไปยังภาพอีกภาพหนึ่ง


    "ตลาดเจ้าค่ะ"


    "ตลาดหรือ?"


    "อื้อๆ คล้ายตลาดสดที่เป็นโดม มีแค่เสากับหลังคา ทำสูงหน่อยจะได้ไม่มีกลิ่นเหม็น"


    "เข้าใจแล้ว"


    หวนต้านก้มลงวาดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะส่งกระดาษให้เจ้าเด็กตัวกลม เสี่ยวหลินดีใจแล้วบอกว่าวันนี้นางจะทำหมูกรอบ พูดจบก็วิ่งพุงส่ายออกไปหาบิดา ทิ้งให้หวนต้านนั่งกลืนน้ำลายอยู่ในบ้านคนเดียว


    "ท่านพ่อออ"


    เทียนหรงหันไปมองก้อนขาวๆ ที่กำลังกลิ้งเข้ามา ไม่สิ วิ่งเข้ามาพร้อมกับชูกระดาษมาด้านหน้า เขารับเอากระดาษนั้นมาคลี่ดูอีกรอบก่อนจะเบิกตามอง


    "นี่ใครวาดหรือ"


    "ท่านลุงต้านเจ้าค่ะ"


    "ดีมากเลย แล้วลูกจะเริ่มทำร้านเลยหรือไม่ พ่อจะได้ไปคุยกับช่าง"


    "เจ้าค่ะ ร้านนี้ทำให้เพียงพอสำหรับสิบโต๊ะนะเจ้าคะ ใช้ที่ดินฝั่งที่ซื้อสองหมู่ แบ่งใช้ร้านละหมู่เจ้าค่ะ ส่วนตลาดทำฝั่งตรงข้ามนะเจ้าคะ"


    "รับทราบขอรับ เดี๋ยวพ่อจะทำให้นะ" เทียนหรงก้มลงหอมแก้มบุตรสาวฟอดใหญ่ก่อนจะเดินเอาแบบร้านเข้าไปเก็บ


    เสี่ยวหลินเดินฉีกยิ้มเข้าห้องครัวไป นางพบกับท่านยายและท่านป้าหวนชิงชิงที่นั่งพูดคุยกันอยู่หลังบ้านจึงขอแรงทั้งสองมาช่วยต้มหนังหมูสามชั้นให้


    "ต้มหมูทำอะไรเยอะแยะลูก" จางรั่วถามหลานสาวที่ให้นางต้มหมูชิ้นใหญ่ถึงสองชิ้น


    "ทำหมูทอดแสนอร่อยเจ้าค่ะ"


    พอหมูได้ที่แล้วร่างกลมๆ ก็นั่งสั่งการจางรั่วและหวนชิงชิงให้ใช้ไม้แหลมจิ้มหนังหมูให้ทั่ว จากนั้นก็บั้งหมูเสร็จแล้วก็แช่น้ำส้มสายชูไว้สักครึ่งเค่อ


    "ทำไมต้องตากด้วยล่ะจ๊ะ" หวนชิงชิงเอ่ยถามเด็กตัวกลมด้านข้าง ตอนนี้นางถือหมูสองชิ้นออกมาวางใส่กระด้งเพื่อตากแดด


    "เพื่อให้หมูแห้งสักหน่อยเจ้าค่ะ ถ้าเอาไปทอดทั้งที่เปียกน้ำ น้ำมันจะกระเด็นใส่ทำให้บาดเจ็บได้เจ้าค่ะ"


    "อย่างนี้นี่เอง เสี่ยวหลินของป้าช่างฉลาดเฉลียวนัก"


    "ฮี่ฮี่"


    ขณะที่รอหมูแห้ง เด็กตัวกลมก็มาขนดิน ผสมน้ำสักหน่อยแล้วปั้นเป็นก้อนกลม โดยมีสองแฝดมานั่งปั้นดินด้วย เพราะว่างงาน ตามมาด้วยเจ้าวัวขนฟู ที่เดินวนไปมาบางครั้งยังกระโดดเล่นอย่างร่าเริง จนเผลอเตะดินปั้นของเสี่ยวหลินอยู่หลายครั้ง


    "เสี่ยวจง! อีกแล้วนะ เตะดินของเสี่ยวหลินไปหลายก้อนแล้วนะ" ร่างกลมๆ เอ่ยดุเจ้าวัวอ้วน มือสองข้างเท้าสะเอวเอาไว้ ใบหน้ากลมบึ้งตึงแก้มพองลมจนกลัวว่าจะแตก


    "อย่าดุมันเลย มันแค่อยากเล่นน่ะ เดี๋ยวพี่ชายช่วยปั้นให้เองนะ" ชิงหลงเอ่ยบอกน้องสาวตัวน้อย


    "เสี่ยวจงอยากเล่นก็ต้องรอก่อนสิ แบบนี้ไม่น่ารักเลย"


    เสี่ยวจงเมื่อถูกเสี่ยวหลินดุมันก็เดินห่างออกไปเล็กน้อยก่อนจะทิ้งตัวนอนลงเอาหน้าซุกพื้นหญ้าหลังบ้านอย่างเสียใจ


    เสี่ยวหลินเห็นแล้วก็ถอนหายใจออกมา นางเดินเข้าไปกอดเจ้าวัวอ้วนขี้น้อยใจแล้วเอ่ยขอโทษมัน


    "เสี่ยวจง เสี่ยวหลินขอโทษนะ เสี่ยวหลินขอทำงานก่อนแล้วจะไปเล่นด้วย เสี่ยวจงหายโกรธนะ"


    ฟืด!


    เจ้าวัวขี้น้อยใจสะบัดหน้าหนี แต่เจ้าของตัวกลมก็เอ่ยขอโทษเสียงอ่อนเสียงหวาด ทั้งยังสัญญาว่าจะพามันไปอาบน้ำที่ลำธารให้สบายตัว เพราะมันไม่ได้อาบน้ำหลายเดือนแล้ว


    "นะ เสี่ยวจงผู้หล่อเหลารูปงามที่สุดในปฐพี"


    เสี่ยวจงหันมามองใบหน้ากลมๆ ของเจ้านายน้อยของมันก่อนจะเลียหน้าขาวๆ ไปหลายครั้ง เสี่ยวหลินหัวเราะแล้วดันหน้าของเจ้าวัวออก


    มออ~


    "อย่าเลียสิ เปียกหมดแล้ว เสี่ยวจงนอนรอก่อนนะ เดี๋ยวพาไปอาบน้ำ" นางกอดมันแน่นๆ อีกครั้งก่อนจะลุกไปปั้นดินต่อ


    เจ้าดินก้อนกลมถูกยัดไส้ด้วยเมล็ดพริกเผ็ดได้มาราวๆ ยี่สิบลูก หลังจากนั้นก็โรยดินร่วนลงไปบนก้อนกลมๆ ตามด้วยรดน้ำให้ความชุ่มชื่น


    "ทำไมไม่เอาไปปลูกลงดินเลยเล่า" ชิงหลางเอ่ยถามขึ้นมา เขาไม่เคยเห็นวิธีปลูกผักเช่นนี้มาก่อน


    "การปั้นดินเป็นก้อนแบบนี้จะทำให้เรารู้ว่าต้นไหนที่งอกและไม่งอกเจ้าค่ะ พอมันงอกแล้วค่อยเอาไปลงดิน จะได้ไม่เปลืองพื้นที่ด้วย"


    ชิงหลางพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ เขาคิดเอาไว้ว่ากลับบ้านไปเขาจะลองทำดูบ้าง


    เด็กทั้งสามกับเจ้าวัวอ้วนหนึ่งตัวพากันเดินไปยังลำธารหลังบ้าน ช่วงนี้อากาศอุ่นขึ้นมากแล้ว จึงสามารถลงเล่นน้ำได้ เสี่ยวจงเห็นน้ำในลำธารตื้นๆ ก็รีบวิ่งลงไปอย่างร่าเริง


    "เบาๆ สิเสี่ยวจง" เสี่ยวหลินเอ่ยบอกเจ้าวัวพร้อมกับก้มลงถอดรองเท้า


    สองแฝดมองดูน้องสาวตัวน้อยกับเจ้าวัวตาปริบๆ


    "เสี่ยวจงนอนลงเร็ว เดี๋ยวจะอาบน้ำให้"


    เสี่ยวจงได้ยินก็ทิ้งตัวลงนอน น้ำในลำธารลึกไม่ถึงหัวเข่ามันจึงสามารถนอนได้ เด็กตัวกลมขัดถูพร้อมกับขยี้ขนยาวๆ ของเสี่ยวจงราวกับกำลังซักผ้า


    "น้องสาวอาบน้ำให้เสี่ยวจงหรือ" ชิงหลงเอ่ยถามอย่างตื่นเต้น


    "ใช่เจ้าค่ะ เสี่ยวจงไม่ได้อาบน้ำนานแล้ว" ปากเอ่ยตอบมือก็ขัดถูไม่หยุด


    "ใช้ไอ้นั่นด้วยสิ!" ชิงหลงพูดขึ้นก่อนจะวิ่งกลับไปที่บ้าน


    เสี่ยวหลินมองตามอย่างงุนงง ใช้ไอ้นั่นอะไรของเขากัน เจ้าตัวกลมส่ายหัวแล้วหันกลับมาอาบน้ำให้เสี่ยวจงต่อ


    ชิงหลางมองดูร่างกลมๆ ก่อนจะถอดรองเท้า พับขากางเกงและแขนเสื้อแล้วเดินลงน้ำไปลงมือช่วยอาบน้ำให้เสี่ยวจงด้วย


    ไม่นานชิงหลงก็วิ่งกลับมาพร้อมกับก้อนสบู่เล็กๆ ที่เขาตัดแบ่งมาจากสบู่ของมารดา จัดการถอดรองเท้าพับชุดแล้วตามพี่ชายกับน้องสาวตัวน้อยลงน้ำไป เขาใช้ก้อนสบู่เล็กๆ ถูไปบนตัวของเสี่ยวจง มันเกิดฟองน้อยนิดแต่ก็ยังสามารถช่วยทำความสะอาดได้


    "นั่นสบู่หรือเจ้าคะ"


    "ใช่แล้วล่ะ เจ้าบอกให้เสี่ยวจงลุกขึ้นสิ จะได้ขัดถูตัวถนัดหน่อย"


    "เสี่ยวจงลุกเร็ว"


    เจ้าวัวอ้วนลุกขึ้นตามคำสั่ง เด็กทั้งสามจึงช่วยกันซักฟอกราวกับมันเป็นผ้าขี้ริ้วที่เปื้อนมานานปี ซ้กล้างกันอยู่นานจนสะอาดเอียมก็พากันขึ้นมา


    เสี่ยวหลินเข้าไปหยิบเศษผ้าเก่าๆ ที่เก็บไว้ในหีบมาเช็ดขนให้เสี่ยวจง เจ้าวัวอ้วนผู้ถูกปรนนิบัติราวกับราชาวัวยืนเชิดหน้าหลับตาพริ้มให้ชิงหลงเกาคางให้อย่างสบายอารมณ์


    "ข้าฝากเช็ดตัวให้เสี่ยวจงด้วยนะเจ้าคะ ข้ามีสิ่งที่ต้องทำต่อ" นางยัดผ้าในมือให้ชิงหลางก่อนจะวิ่งฉิวออกไป


    ชิงหลางมองผ้าที่เปียกหมาดในมือก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองตามร่างกลมๆ ที่หายลับเข้าบ้านไป


    เสี่ยวหลินล้างไม้ล้างมือให้สะอาด ร้องเรียกจางรั่วเสียงดังจนนางต้องเดินหน้าตาตื่นออกมา


    "มีอะไรลูก"


    "แหะๆ เสี่ยวหลินอยากให้ท่านยายช่วยทอดหมูเจ้าค่ะ"


    "จริงๆ เลย เจ้าเด็กคนนี้"


    จางรั่วติดไฟใส่น้ำมันรอจนร้อนจึงนำหมูที่ตากเอาไว้มาลงทอดในกระทะโดยวางด้านหนังหมูลงไปก่อน เสี่ยวหลินยืนสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ เพราะกลัวน้ำมันกระเด็น นางเองก็ยังไม่เคยทำหมูกรอบ แค่รู้วิธีคร่าวๆ เท่านั้น หวังว่ามันจะกรอบให้นางนะ


    หมูชิ้นแรกถูกทอดจนเหลืองกรอบ ก่อนที่เสี่ยวหลินจะบอกให้ท่านยายของนางเร่งไฟแล้วตักน้ำมันร้อนๆ ราดลงบนหนังหมูจนมันเริ่มพองฟูขึ้น เด็กอ้วนยิ้มกว้างอย่างดีใจ


    "แบบนี้เสร็จแล้วหรือ"


    "ใช่เจ้าค่ะ อีกชิ้นก็ทำแบบนี้นะเจ้าคะ เอาฟืนออกทอดไฟไม่แรงมาก พอสุกแล้วค่อยเร่งไฟตักน้ำมันราดหนังหมูเจ้าค่ะ"


    จางรั่วพยักหน้ารับ นางวางหมูทอดชิ้นใหญ่ลงบนเขียง ใช้มีดหั่นตามรอยบั้งโดยมีหลานสาวคอยบอกอยู่ไม่ไกล เสียงสับชิ้นหมูกับกลิ่นหอมๆ เรียกซอมบี้ผู้หิวโหยให้ออกมาจากห้องนอนเกาะขอบประตูมองดูสองยายหลาน


    "เสี่ยวหลินทำของอร่อยอีกแล้วหรือ" เทียนเฉินมองหมูทอดสีสวยตาวาว


    "ท่านอา ตกใจหมดเลยเจ้าค่ะ มาลองชิมสิเจ้าคะ" มือน้อยหยิบหมูที่หั่นใส่จานไว้แล้วมาเข้าปาก


    กร๊วบๆ


    เสียงกรุบกรอบกับความฉ่ำของเนื้อหมูทำให้เด็กอ้วนเบิกตากว้าง ไหนจะกลิ่นหอมๆ นี่อีก เสียดายที่นางลืมหมักเกลือมันเลยจืดไปหน่อย แต่ค่อยทำน้ำจิ้มแจ่วทีหลังก็ได้


    "อาหย่อยย"


    "อากินด้วย!" เทียนเฉินรับเข้ามาหยิบหมูเข้าปาก เขาเบิกตากว้างมองดูหลานสาวตัวกลมที่ยืนลุ้นอยู่ด้านข้าง


    "อร่อยมาก! ทำเยอะๆ ได้หรือไม่"


    "เสี่ยวหลินทำตั้งสองชิ้นใหญ่เลยนะเจ้าคะ"


    "จะไปพอกินได้อย่างไร บ้านเรามีคนตั้งหลายคน"


    "ท่านอาตะกละ"


    "ยอมรับก็ได้" เทียนเฉินไม่สนใจหยิบหมูมากินอย่างเอร็ดอร่อย


    เสี่ยวหลินเห็นอย่างนั้นก็ไล่ให้เขาไปเอาหมูมาต้มเพิ่ม เด็กอ้วนลงมือทำน้ำจิ้มแจ่ว คราวนี้ไม่ได้ใส่ปลาร้าเพราะทำเผื่อคนอื่นด้วย ข้าวคั่วยังมีเหลืออยู่นิดหน่อยเพราะเมื่อวานนางไม่ได้ใส่จนหมด ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลเล็กน้อย ปิดท้ายด้วยมะนาว


    "แจ๊บๆ อยากกินคะน้าหมูกรอบจัง กว่าผักคะน้าจะโต เฮ้อออ"


    เด็กอ้วนหยิบหมูเข้าปากด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย จางรั่วเห็นอย่างนั้นก็ส่ายหัวอย่างขำๆ สองอาหลานคิดหาแต่เรื่องกินจนตัวอวบอ้วนหมดแล้ว


    "จริงสิ! ผัดผักบุ้งก็ได้นี่นา!"


    เด็กอ้วนยิ้มกว้างรีบหยิบกระจาดเข้าไปเก็บผักบุ้งมาจนเต็มกระจาดนำไปล้างให้เรียบร้อย พอกลับมาถึงห้องครัวก็เห็นเทียนหรงกำลังตั้งเตาเล็กต้มน้ำสำหรับต้มหนังหมู


    "เสี่ยวหลินเก็บผักมาทำไมหรือ" เด็กหนุ่มที่นั่งอยู่บนท่อนไม้เอ่ยถามหลานสาว


    "เสี่ยวหลินจะเอามาผัดใส่หมูกรอบเจ้าค่ะ"


    "หมูกรอบหรือ อืม มันกรอบจริงๆ นั่นแหละ ว่าแต่ น่าอร่อยดีนะ"


    "ต้องอร่อยมากๆ แน่นอนเจ้าค่ะ เสี่ยวหลินฟันธง!"


    "จะฟันธงทำไมเล่า ที่บ้านเราไม่มีธงสักหน่อย"


    เสี่ยวหลินได้ยินอย่างนั้นก็ถอนหายใจเฮือกแล้วเดินออกจากห้องครัวไป ปล่อยให้เทียนเฉินมองตามหลานสาวพร้อมกับเกาหัวอย่างไม่เข้าใจ


    เด็กอ้วนเดินออกไปหลังบ้านเก็บต้นหอมป่ามาหนึ่งกำแล้วเดินกลับ ระหว่างทางก็พบเห็นบิดาเข้าพอดีจึงเอ่ยขอให้เขาทำความสะอาดปลาตัวอ้วนที่ขังไว้ในถังให้สักสองตัว


    "ลูกจะทำน้ำแกงปลาหรือ"


    "ไม่เจ้าค่ะ เสี่ยวหลินจะทำอาหารที่อร่อยที่สุดในแคว้นเลยเจ้าค่ะ!"


    "อย่างนั้นหรือ" เทียนหรงมองท่าทางชูสองแขนขึ้นฟ้าพร้อมกับเชิดหน้าขึ้นอย่างตลกขบขัน


    "เจ้าค่ะ แค่ควักไส้แล้วก็บั้งสักหน่อยก็พอแล้วเจ้าค่ะ"


    "ได้ เดี๋ยวพ่อทำให้"


    เสี่ยวหลินตักน้ำมาล้างต้นหอมป่า ล้างเสร็จก็ยืนพูดคุยกับบิดาอยู่นานก่อนจะเดินกลับเข้าครัวไป ท่านอาของนางต้มหมูได้ที่แล้วพร้อมกับบั้งและกำลังแช่น้ำส้มสายชู เสี่ยวหลินจึงให้เขาเอากระทะไปล้างเพราะนางจะทอดปลา


    มือน้อยหยิบมะขามออกมาสองฝักแกะเปลือกแกะเมล็ดออกแล้วนำมาบี้กับน้ำเพื่อให้ได้น้ำมะขามเปียก นอกจากนี้ยังตำพริกกระเทียมเอาไว้ด้วย เพราะนางจะทำปลาราดพริกล่ะ!


    "ได้แล้วเสี่ยวหลิน" เทียนเฉินเดินถือกระทะเข้ามา


    "ตั้งเตาเอาไว้ให้สะเด็ดน้ำแล้วเติมน้ำมันเยอะๆ เลยเจ้าค่ะ"


    เทียนเฉินยังไม่เข้าใจแต่ก็ทำตามที่หลานสาวบอก


    เมื่อวานได้หมูมาสามตัว จางรั่วเอามันหมูมาเจียวน้ำมันไว้ได้ไหใหญ่ จึงสามารถนำเอามาทอดหมูและปลาได้อย่างเต็มที่


    มือเตรียมของไปปากก็กลืนน้ำลายไป แบ่งพริกกระเทียมไปใส่ในจานผักบุ้ง ตามด้วยตักน้ำปรุงรสหอย น้ำตาล ซีอิ๊วลงไปเตรียมนำลงไปผัดให้สุกก็พอไม่ต้องเสียเวลาปรุงตอนผัด


    พอน้ำมันร้อนได้ที่เสี่ยวหลินก็ให้เทียนเฉินนำปลาที่บิดาเอามาวางไว้ให้ก่อนหน้านี้ลงไปทอดทีละตัว สองอาหลานกระโดดหนีน้ำมันกันจ้าละหวั่น กว่าจะได้ปลาทอดเหลืองกรอบมาก็ทำเอาเหงื่อตก


    เสี่ยวหลินให้เทียนเฉินเทน้ำมันออกเหลือไว้เพียงน้อยนิด นำพริกกระเทียมลงไปผัดจนหอม เทน้ำมะขามเปียกลงไป ปรุงรสด้วยน้ำตาลและน้ำปลาเล็กน้อย ชิมรสดูหวานๆ เปรี้ยวๆ เผ็ดนิดหน่อยก็ตักมาราดปลาอ้วนๆ สองตัวที่วางอยู่บนถาด เพราะมันตัวใหญ่กว่าจานเลยใส่ถาดแทน โรยปิดท้ายด้วยต้นหอมป่าซอย


    เมื่อได้ปลาราดพริกมาแล้วจานต่อไปก็เป็นผัดผักบุ้งใส่หมูกรอบ เสี่ยวหลินปรุงรสไว้เรียบร้อยแล้ว เพียงนำลงไปผัดให้สุกและเติมหมูกรอบลงไปก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย


    "ฮี่ฮี่ หวานหมูล่ะ!"


     


    ##############################################




     



    ​


    คล้ายกับเรื่องหนูน้อยสกุลถัง(ลงใหม่) ที่คุณอ่าน