บทที่ 118: แรงกดดันจากเจ้าสำนัก
บรรยากาศรื่นเริงในท้องพระโรงดำเนินไปได้เพียงครู่เดียว ทันใดนั้น อากาศภายในห้องโถงขนาดมหึมาก็พลันหนักอึ้งขึ้นอย่างกะทันหัน เปลวเทียนนับพันเล่มวูบไหวพร้อมกันราวกับกำลังหวาดกลัวต่อบางสิ่ง
เสียงพูดคุยเงียบลง ผู้ฝึกยุทธ์ทุกคนต่างสัมผัสได้ถึง "บางสิ่ง" ที่กำลังคืบคลานเข้ามา... มันคือความคมกล้าที่บาดลึกไปถึงจิตวิญญาณ
"เจ้าสำนักกระบี่คราม... มาถึงแล้ว!"
เสียงประกาศของทหารหน้าประตูสั่นเครือด้วยความหวาดหวั่น
ร่างของชายวัยกลางคนผู้หนึ่งเดินก้าวเข้ามาในท้องพระโรง เขาสวมชุดคลุมยาวสีครามปักลายเมฆา ผมยาวสีดำสนิทถูกรวบไว้อย่างเรียบร้อย ใบหน้าหล่อเหลาแต่เรียบเฉยไร้อารมณ์ ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับส่องประกายเจิดจ้าราวกับมีกระบี่นับพันเล่มซ่อนอยู่ภายใน
เขาคือ "กู่เทียนฉิง" เจ้าสำนักกระบี่คราม ยอดฝีมืออันดับหนึ่งของแคว้น ผู้มีพลังอยู่ในขอบเขต "กึ่งวิญญาณแรกเริ่ม"!
แม้แต่จักรพรรดิเมฆาครามที่นั่งอยู่บนบัลลังก์มังกร ยังต้องหรี่ตาลงเล็กน้อยเมื่อเผชิญหน้ากับกลิ่นอายของชายผู้นี้
กู่เทียนฉิงเดินตรงเข้ามากลางห้องโถง เขาไม่ได้ทำความเคารพจักรพรรดิอย่างนอบน้อมเหมือนขุนนางทั่วไป เพียงแค่ประสานมือเล็กน้อยอย่างไว้ท่า
"ขออภัยฝ่าบาทที่มาช้า พอดีข้าต้องจัดการ 'เรื่องยุ่งยาก' ในนิกายเล็กน้อย" กู่เทียนฉิงกล่าวเสียงเรียบ แต่ทุกคนรู้ดีว่า "เรื่องยุ่งยาก" นั้นหมายถึงการหายตัวไปของศิษย์นิกาย
จากนั้น สายตาของเขาก็กวาดมองไปรอบๆ ท้องพระโรง มองดูเหล่าอัจฉริยะรุ่นเยาว์ที่มารวมตัวกัน
"ปีนี้มีต้นกล้าที่ดีมารวมตัวกันไม่น้อย..." มุมปากของกู่เทียนฉิงยกขึ้นเล็กน้อย "แต่ข้าอยากรู้เหลือเกินว่า... จะมีสักกี่คนที่คู่ควรจะยืนอยู่ต่อหน้าข้า"
ตูม!
สิ้นเสียง แรงกดดันทางวิญญาณอันมหาศาลก็ระเบิดออกจากร่างของกู่เทียนฉิง!
มันไม่ใช่การโจมตีด้วยพลังปราณ แต่เป็น "เจตจำนงแห่งราชันย์กระบี่" ที่กดทับลงมาใส่ทุกคนในห้องโถงโดยตรง!
"อึก!"
ผู้เข้าแข่งขันที่มีจิตใจอ่อนแอหน้าซีดเผือดและทรุดลงกับพื้นทันที บางคนถึงกับกระอักเลือดออกมา แก้วเหล้าบนโต๊ะแตกร้าวด้วยแรงสั่นสะเทือนที่มองไม่เห็น
แม้แต่ "4 มังกรแห่งเมืองหลวง" ก็ยังได้รับผลกระทบ
องค์ชายรองกัดฟันแน่น พยายามฝืนยืนหยัดเพื่อรักษาหน้าตาของราชวงศ์
เถี่ยซาน เกร็งกล้ามเนื้อทั่วร่าง เหงื่อกาฬไหลอาบหน้า
ธิดาอัคคี เฟิงหลิง หน้าซีดลงเล็กน้อยแต่ยังประคองสติไว้ได้
มีเพียง "เจี้ยนเฉิน" ศิษย์เอกของนิกายกระบี่ครามเท่านั้นที่ยืนยิ้มอย่างภาคภูมิใจ ราวกับคุ้นเคยกับแรงกดดันนี้ดี
กู่เทียนฉิงกวาดสายตามองดูผลงานของตนด้วยความพึงพอใจ จนกระทั่งสายตาของเขาไปสะดุดอยู่ที่มุมหนึ่งของห้องโถง...
ที่นั่น... เด็กหนุ่มผมเงินในชุดสีดำกำลังนั่งจิบสุราอย่างสบายอารมณ์
หลิงเซียวไม่ได้แสดงอาการเจ็บปวด ไม่ได้ตัวสั่น และไม่ได้พยายามฝืนต้านทาน เขาเพียงแค่นั่งอยู่ตรงนั้นอย่างสงบ ราวกับแรงกดดันระดับกึ่งวิญญาณแรกเริ่มเป็นเพียงสายลมที่พัดผ่าน
[เพลงกระบี่จักรพรรดิไร้ใจ] ในกายของหลิงเซียวทำงานโดยอัตโนมัติ สร้างเกราะป้องกันทางจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า จิตใจของเขาเปรียบเสมือนบ่อน้ำลึกที่ไม่อาจหยั่งถึง แรงกดดันของกู่เทียนฉิงไม่อาจสั่นคลอนเขาได้แม้แต่น้อย
"หืม?" กู่เทียนฉิงเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ เขาเพิ่มแรงกดดันไปที่หลิงเซียวโดยเฉพาะ!
วิ้ง!
อากาศรอบตัวหลิงเซียวบิดเบี้ยวเล็กน้อย แต่เขาก็ยังคงวางจอกสุราลงบนโต๊ะอย่างนุ่มนวล ไม่มีน้ำกระฉอกออกมาแม้แต่หยดเดียว
หลิงเซียวเงยหน้าขึ้นสบตากับกู่เทียนฉิงโดยตรง ดวงตาสีม่วงของเขาสงบนิ่งและเย็นชา ไม่มีความหวาดกลัว มีแต่ความท้าทายที่ซ่อนเร้น
"น่าสนใจ..." กู่เทียนฉิงพึมพำเบาๆ ก่อนจะสลายแรงกดดันทั้งหมดไปในพริบตา
บรรยากาศในท้องพระโรงกลับมาเป็นปกติ ผู้คนต่างหอบหายใจอย่างหนักหน่วง
กู่เทียนฉิงเดินไปนั่งที่ของตน แต่สายตาของเขายังคงชำเลืองมองมาที่หลิงเซียวเป็นระยะ
ในใจของเจ้าสำนักผู้ยิ่งใหญ่ เกิดความสงสัยขึ้นมาเป็นครั้งแรก... เด็กหนุ่มผู้นี้เป็นใคร? และทำไมถึงสามารถต้านทานพลังของเขาได้?
ส่วนหลิงเซียว... เขารู้ดีว่าการแสดงออกเมื่อครู่ทำให้เขาตกเป็นเป้าสายตาของศัตรูตัวฉกาจแล้ว
แต่เขาก็ไม่สน
"กึ่งวิญญาณแรกเริ่ม..." หลิงเซียวคิดในใจ "แข็งแกร่ง... แต่ก็ใช่ว่าจะฆ่าไม่ได้"