หลังจากที่ออกมาจากอาณาเขตของมนุษย์ อินทรีทองคำขนเพชรกำลังกระพือปีกอันใหญ่โต ทะยานผ่านท้องฟ้าด้วยความเร็วอันมหาศาล
ขณะที่กรงเล็บอีกข้างนึงก็ถูกกางออก ปิดบังบริเวณร่างกายของทันย่าที่กำลังหมดสติ เพราะรู้ดีว่ามนุษย์ผู้นี้เป็เพียงแค่คนธรรมดาผู้หนึ่งเท่านั้น ถ้าเกิดตัวมันบินด้วยความเร็วระดับนี้ และปล่อยให้มนุษย์ต้องปะทะกับแรงลม แน่นอนว่าร่างกายย่อมต้องทนรับแรงกดดันนี้ไม่ไหว
“เขาเป็แค่มนุษย์ธรรมดา ข้าพาเขามายังอีกฟากนึงมันจะเป็อะไรไหม?”
ร่างขนาดใหญ่ครุ่นคิดในหัวสมองของตน ถึงจะไม่อาจสื่อสารเป็ภาษาของมนุษย์ได้ แต่มันก็เข้าใจถึงการกระทำต่างๆได้เป็อย่างดี
เมื่อมองลงไปยังด้านล่างที่เต็มไปด้วยผืนป่ากลายพันธุ์และเศษซากเมืองที่พังทลาย สถานที่แห่งนี้ไม่ต่างไปจาก์ของมอนเตอร์ ขอเพียงแค่มนุษย์ไม่รุกล้ำออกมาจากกำแพงป้องกันที่ทอดยาวไปทั่วทั้งทวีป พวกมันเหล่ามอนเตอร์กลายพันธุ์ก็ย่อมมีอิสระ ไร้ซึ่งพันธนาการใดๆทั้งสิ้น
“ชั่งเถอะ ข้าััได้ถึงความปรารถนาที่อยากมีชีวิตอยู่ของเขา ทั้งยังมีความเกลียดชังต่อเหล่ามนุษย์ที่แรงกล้าอีกด้วย”
“หมายความว่าตัวของเขาไม่ต่างไปจากคนไร้ค่าในเผ่าพันธุ์ของตน ที่สำคัญพลังจิตของคนผู้นี้ก็ร้ายกาจเป็อย่างมาก มันสามารถสื่อสารส่งสัญญาณกับอินทรีเช่นข้าได้ หมายความว่าเขาเป็คนที่พิเศษ พากลับไปยังรังของข้าก่อนละกัน ส่วนที่ว่าเขาจะทำยังไงก็ค่อยตัดสินใจใหม่”
เมื่อตัดสินใจอย่างจริงจัง มอนเตอร์ระดับ 8 ที่มีสติปัญญาชั้นสูงก็ได้เดินทางกลับไปยังรังที่พักอาศัยของตนเอง
ทันย่าผู้นี้อาจเป็คนแรกที่ได้ถูกยอมรับโดยมอนเตอร์ชั้นสูง ไม่รู้ว่านี่เป็โชคชะตาหรืออะไรดลใจให้มอนเตอร์ตนนี้เข้าทำการช่วยเหลือ ทว่าสิ่งที่มันได้กระทำการลงไปในตอนนี้ มันจะสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของทันย่าไปได้อย่างตลอดกาล
ไม่รู้ว่าเวลาได้ล่วงเลยผ่านไปเท่าไหร่ ภายในขุนเขาแห่งนึงที่ด้านในเป็เหมือนโพรงขนาดใหญ่
ทันย่าถูกพามายังที่พักอาศัยของอินทรีทองคำขนเพรช เขาถูกวางเอาไว้บนพืชพันธุ์ที่ดูนุ่มนิ่มและไม่ต่างไปจากเตียงนอนอันหรูหรา
พอเห็นว่าปลอดภัยดีแล้ว ร่างเงาขนาดใหญ่ก็หันหลัง ก้าวเดินออกมาจากส่วนลึกของถ้ำ และทะยานออกไปจากถ้ำในทันที
เพราะมันรู้ดีว่ามนุษย์ธรรมดานั้นต้องกินอาหาร และการที่ตัวของมันออกไปในรอบนี้ ก็เพื่อที่จะมองหาอาหารให้กับมนุษย์คนนี้นั้นเอง
ขณะที่ร่างเงาขนาดใหญ่ได้หายไป ร่างกายที่หมดสติของทันย่าก็ลุกพรวดขึ้นอย่างฉับพลัน ใบหน้าที่งดงามของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัว หน้าผากเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ ราวกับพบเจอฝันร้ายที่แท้จริง
“อะ..อินทรีทองคำขนเพรช มอนเตอร์วิวัฒนาการระดับ 8”
“ลักษณะรูปร่างเหมือนกับในหนังสือรวบรวมมอนเตอร์เลย!”
ทันย่านั้นตื่นขึ้นมาสักพักนึงแล้ว ทว่าเขาไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง เขารู้ดีว่าสถานการณ์ในเวลานี้ร้ายแรงมากเพียงใด ถ้าเกิดว่าเขาตื่นขึ้นมาในจังหวะเวลาที่เลวร้ายมากที่สุด ชายหนุ่มอาจถูกมอนเตอร์ที่แข็งแกร่งระดับนี้จับกิน ยังดีที่มันไม่ได้ทำอะไรตนและออกไปจากรังแล้ว
“ทำไมฉันถึงซวยเช่นนี้ ทำไมฉันถึงต้องมาอยู่ในที่แห่งนี้ด้วย!”
“ต้องหนี! ฉันต้องหนีออกไปในตอนนี้! ถ้าอยู่ต่อต้องตายแน่ๆ!”
ความหวาดกลัวได้เข้าครอบงำสติสัมปชัญญะของทันย่าทั้งหมด เขาทั้งร้อนรนและพยายามจะมองหาเส้นทางในการหลบหนี ตอนนี้ไม่อาจออกไปจากถ้ำแห่งนี้ได้ เพราะดูเหมือนความสูงของมันจะมากเกินไป ทันย่าจึงจำเป็ต้องหาเส้นทางอื่นเพื่อเอาไว้ใช้ในการหลบหนี
“ก็ขอบคุณที่ช่วยเหลือฉันจากไอ้บ้ากามนั่น แต่ตอนนี้ฉันไม่รู้ว่ามอนเตอร์แบบแก้าอะไร”
ในตอนนี้ทันย่ารีบหาเส้นทางในการหลบหนีของตน เขาอยากจะออกไปจากรังของมอนเตอร์ระดับ 8 เต็มแก่ กระทั่งในที่สุดชายหนุ่มหน้าสวยก็ได้เห็นถึงช่องทางที่มีขนาดประมาณเท่าตัวคน ความกว้างและความสูงประมาณสองเมตร เหมือนเป็ช่องว่างของหินที่ถูกกัดกร่อนและพุพัง
“นั่นยังไงละ เส้นทางในการหลบหนีของฉัน”
ด้วยร่างกายของเขาย่อมสามารถเดินเข้าไปในนั้นได้อย่างแน่นอน จากนั้นก็จะสามารถหลบหนีออกจากสถานที่บ้าๆแห่งนี้ได้
“ตายเป็ตาย! ยังไงก็ต้องตายอยู่แล้ว! ฉันขอไปตายเอาดาบหน้าละกัน ยังไงชีวิตของฉันก็เลวร้ายมามากพอแล้ว!”
ทันย่าครุ่นคิดจบก็ตัดสินใจที่จะเข้าไปยังซอกหินดังกล่าว สีหน้าและแววตาที่งดงามดูมุ่งมั่นเป็อย่างมาก
ไม่นาน ร่างกายที่ผอมบางของเขาก็ได้หายวับเข้าไปในช่องว่างที่ดูมืดมิดนั้น ชายหนุ่มเดินเข้าไปลึกมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าเส้นทางนี้จะทำให้ตนเองไปโผล่ยังบริเวณแห่งไหน แต่เขาก็ต้องก้าวเดินต่อไป ใช้มือทั้งสองข้างคลำผนังหินไปมา พยายามจะเดินก้าวไปเรื่อยๆอย่างไม่รู้จบ
เวลาผ่านไป ในที่สุดอินทรีทองคำขนเพรชก็ได้กลับมายังรังของตน โดยที่ในจงอกปากอันแหลมคมก็มีมอนเตอร์กลายพันธุ์ตัวเล็กขนาดไม่กี่เมตร แต่เมื่อมาถึง ั์ตาอันเรียวเล็กของมันก็พลันประหลาดใจ มนุษย์ที่นอนหลับไม่ได้สติอยู่ตอนนี้หายออกไปจากรังของตนแล้ว
“หรือว่าเขาจะกลัวข้าจึงได้หลบหนีออกไปแล้ว?”
ด้วยสติปัญญาอันฉานฉลาด มีหรือที่ร่างขนาดใหญ่จะไม่รู้ถึงสถานการณ์ดังกล่าว
“ชั่งเถอะ หลังจากนี้คงไม่ได้พบเจอกันอีกแล้ว”
อินทรีตัวใหญ่วางเหยื่อของตนลงกับพื้นดิน จากนั้นใบหน้าของมันก็เหมือนกำลังถอนหายใจออกมา ท่าทางไม่ต่างไปจากมนุษย์เลยก็ว่าได้
ขณะที่อีกด้านนึง ทันย่าก้าวเดินอยู่ในความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุด และเข้าไปลึกอยู่เรื่อยๆ
ภายในนี้มีอากาศเบาบาง ทั้งยังร้อนอบอ้าวซะจนทำให้เสื้อผ้าเปียกโชกไปด้วยหยาดเหงื่อ เขาไม่รู้เลยว่าตอนนี้ตนเองได้เดินมาเป็เวลากี่นาทีหรือกี่ชั่วโมงแล้ว ทั้งร่างกายและจิตใจของเขาก็อยู่ในสภาพย่ำแย่ เขารู้ดีว่าถ้าเป็แบบนี้ต่อไป ไม่นานตนเองจะต้องตายลงอย่างแน่นอน
ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะก้าวเดินต่อไป อยู่ดีๆฝ่าเท้าของตนก็ไม่อาจััได้ถึงพื้นดินเบื้องล่าง เหมือนเขากำลังเหยียบย่ำอยู่ในอากาศ
“กะ..เกิดอะไร...?!!”
ยังไม่ทันที่ทันย่าจะได้สติ
วินาทีนั้นร่างกายของเขาก็เหมือนกำลังล่วงหล่นลงไปอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความมืดมิดที่สายตาของมนุษย์ไม่อาจมองเห็น ได้มีหยาดน้ำตาแห่งความโศกเศร้ากำลังไหลริน ทันย่าทราบถึงชะตากรรมที่เลวร้ายของตนเอง
ในที่สุด ชีวิตของเขาก็ได้มาถึงจุดสิ้นสุด แต่มันก็ดีแล้ว ตอนนี้เขาจะได้ปลดเปลื้องทุกสิ่งทุกอย่าง ถึงจะไม่อาจแก้แค้นพวกมนุษย์ได้ แต่ขอแค่ให้เขาได้ตายอย่างสงบสุขก็เพียงพอแล้ว ไม่มีใครรับรู้ ไม่มีใครสนใจ ตายไปอย่างเงียบๆเหมือนชีวิตอันไร้ค่าของมดปลวกตัวนึง
“ปัง!”
ทันใดนั้นเสียงกระทบเหมือนสิ่งของตกจากพื้นดินก็ได้ดังสนั่น เพียงชั่วพริบตาสติของเขาก็ดับวูบไปในทันที
ขณะที่ทันย่ากำลังนอนหายใจรวยรินและกำลังจะตายอยู่นั้น ประกายแสงอันเรืองรองก็ได้ผุดขึ้นจากความมืดมิด ลักษณะคล้ายคลึงกับดวงตาของสิ่งมีชีวิต ตัวตนลึกลับได้จ้องมองสะท้อนภาพการเคลื่อนไหว และตรวจสอบการประเมินของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์
[าแภายนอกเต็มไปด้วยิัที่ฉีกขาด คงเป็ผลกระทบจากการถูกกระแทกด้วยความรุนแรง]
[ส่วนาแภายในดูสาหัสยิ่งกว่า สมองบวมกระทบกระเทือน ซี่โครงหัก กระดูกทั่วร่างแตก ปอดฉีกขาด กระดูกสันหลังหัก]
[คาดการณ์จากกระแสแห่งพลังชีวิตตอนนี้.. มนุษย์ที่น่าสงสารผู้นี้จะมีชีวิตอยู่ได้อีกเพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้น]
การประเมินเริ่มต้นขึ้นอย่างรวดเร็ว จากนั้นดวงตาเรืองแสงที่ลึกลับก็เริ่มแสดงความประหลาดใจออกมา
[ไม่น่าเชื่อจริงๆ ไม่ได้เป็นักสู้ดวงดาว แต่กลับสามารถมีชีวิตอยู่ได้ในสภาพที่เลวร้ายเช่นนี้]
[หรือว่านี่จะเป็สิ่งที่เ้านายเคยบอกเอาไว้ สัญชาตญาณและความปรารถนาที่อยากมีชีวิตอยู่?]
....
เอาเว้ยยยยยยยยยย!