กล่องวางอยู่บนโต๊ะทำงานของวินั้แ่เก้าโมงเช้า
ผูกโบสีเงิน ไม่มีการ์ด มีแค่ใบที่ระบุชื่อผู้ส่งว่า นิชา วรโชติธนัชชนันท์ ชัยวางมันลงแล้วออกไปโดยไม่พูดอะไร เพราะรู้ว่าคำถามไม่ใช่สิ่งที่เ้านายของเขา้าในตอนนี้
วินนั่งมองกล่องนั้นอยู่สักครู่ก่อนจะหยิบคัตเตอร์มากรีดริบบิ้นออกช้าๆ
ข้างในไม่ใช่ของมีค่าตามวิสัยไฮโซสาว มันคือภาพถ่ายโพลารอยด์ของสร้อยข้อมือเงินโบราณฉลุลายดอกไม้ สภาพเก่า มีรอยขีดข่วน และมีคราบสีน้ำตาลจางๆ
วินจำได้ทันทีว่ามันคืออะไร จนนิ่งไปครู่หนึ่ง
สร้อยเส้นนี้ควรอยู่ก้นแม่น้ำเ้าพระยา คืนนั้นเขาโยนมันลงไปเองพร้อมกับสัมภาระชิ้นอื่น เขาจำได้ชัดว่าเสียงกระเซ็นของน้ำในตอนนั้นเป็อย่างไร จำได้ว่าแม่น้ำมืดมากแค่ไหน และจำได้ว่าเขาขับรถกลับบ้านด้วยความรู้สึกสงบเพียงใด
…แต่งั้น สร้อยเส้นนี้ตกไปอยู่ในมือของนิชาได้อย่างไรกัน
โทรศัพท์มือถือดังขึ้น
“ชอบของขวัญที่นิชาส่งไปให้ไหมคะ”
วินหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้งก่อนตอบ “คุณนิชา สร้อยเส้นนี้…”
“บังเอิญเดินเจอที่ตลาดนอกเมืองค่ะ เขาบอกว่าเก็บได้จากก้นแม่น้ำเ้าพระยา คิดว่าคุณกวินทร์คงอยากเก็บมันไว้เป็ที่ระลึกน่ะคะ” นิชาพูดเสียงราบเรียบ
“คุณ้าอะไรกันแน่” วินถามเสียงแข็ง
“เย็นพรุ่งนี้ นิชาจะไปดูนิทรรศการที่หอศิลป์แห่งชาติค่ะ หวังว่าจะได้เจอคุณที่นั่น ถ้าคุณไม่มา นิชาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสร้อยเส้นนี้ควรจะอยู่ในมือใคร อาจจะในมือผู้กองรันต์ก็ได้นะคะ”
นิชาวางสายทันทีหลังพูดจบ
วินวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะช้าๆ มองภาพสร้อยข้อมือในกล่อง แล้วหยิบมันขึ้นมา ก่อนจะขยำแล้วสะบัดแขนเขวี้ยงทิ้งไป
เขารู้สึกหงุดหงิดอย่างไม่ค่อยเคยเป็มาก่อน และไม่ชอบความรู้สึกเสียเปรียบใคร
วินทิ้งตัวลงเก้าอี้ พร้อมคิดวางแผนสำหรับการนัดเจอในวันรุ่งขึ้นกับนิชา แล้วหยิบมือถือมาโทรหาชัย
“เย็นพรุ่งนี้ไปกับฉันที่หอศิลป์ สืบรายการคนที่เข้าชมในวันนั้น ถ้ามีชื่อใครที่ไม่ควรอยู่ที่นั่น แจ้งฉันทันที”
รินวางโทรศัพท์ลงแล้วนั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง
“วินจะเชื่อคำโกหกนั่นไหมนะ…” รินพึมพำเบาๆ กับตัวเอง
หลายวันก่อน รินไปเดินในซอยแถวท่าน้ำที่เธอมักจะไปกับนัทบ่อยๆ แล้วพบเข้ากับสร้อยข้อมือแบบที่นัทเคยสวมอยู่ตลอด วางขายอยู่ในร้านข้างทาง
เธอจำมันได้ทันที สร้อยข้อมือลายดอกไม้ที่นัทเคยบอกว่าซื้อจากตลาดนัด 40 บาท แต่ชอบมากเพราะมันดูแพงกว่านั้นเยอะ
รินซื้อมันทันที แล้วลังเลอยู่หลายวันก่อนตัดสินใจว่าจะทำอะไรกับมันดี
เธอเอาไปขูด คลุกฝุ่นดิน ให้ดูเหมือนใช้มานาน ก่อนจะถ่ายภาพส่งไปให้วิน
เพื่อดูว่าเขาจะทำอะไรเมื่อรู้สึกว่ากำลังถูกไล่ต้อน คนที่ตื่นตระหนกมักจะพลาด และริน้าเช่นนั้น
หอศิลป์แห่งชาติในวันธรรมดา่เย็นเงียบกว่าที่รินคาด
เธอยืนอยู่หน้าภาพวาดแอ็บสแตรกต์ขนาดใหญ่ ภาพสีน้ำเงินเข้มและดำสลับกัน คล้ายมิติที่เธอลอยอยู่ก่อนจะมาเป็นิชา
เสียงรองเท้าหนังดังใกล้เข้ามา
วินมาคนเดียว แต่ชัยอาจจะเฝ้ามองอยู่ที่ไหนสักแห่งก็ได้
ใบหน้าของเขาซีดกว่าที่เธอจำได้ รอยคล้ำใต้ตาบอกว่าเขาไม่ได้นอนหลับสนิทมาหลายวัน แต่ท่าทางยังสุขุม สูทเรียบไร้รอยยับ ผมใส่เจลจัดทรงมาอย่างดี
เขาไม่มีทางยอมให้หน้ากากแตกร้าวก่อนที่เขาจะควบคุมสถานการณ์ได้
“คุณมาจริงๆ” รินพูดโดยไม่หันไปมอง
“เลิกเล่นเกมนี้ได้แล้วนิชา คุณได้สร้อยข้อมือเส้นนั้นมาจากไหน”
“บอกแล้วไงคะว่าจากร้านขายของเก่าค่ะ แต่เื่ที่คุณกวินทร์อยากรู้จริงๆ มันคือว่านิชารู้มากแค่ไหนต่างหากล่ะใช่ไหมคะ” รินหันมาสบตาเขาครั้งแรก
วินไม่ตอบ แต่กรามเกร็งแน่น
“คุณโยนมันลงแม่น้ำพร้อมกับสัมภาระของนัท แต่น้ำพัดมันเข้าฝั่ง มันผ่านมือคนหลายคนก่อนจะมาถึงร้านที่นิชาเดินผ่าน” รินพูดช้าๆ น้ำเสียงมั่นคงราวกับรู้ทุกอย่าง
รินลองเสี่ยงกระตุ้นวินเช่นนั้น เพราะจำได้ว่าพิกัดจีพีเอสจุดหนึ่งในเอกสารที่รันต์มีอยู่นั้นตรงกับริมแม่น้ำเ้าพระยาในคืนที่นัทหายตัวไป แม้จะเป็แค่การเดาที่คำนวณมาอย่างดี แต่ตอนนี้สีหน้าของวินก็บอกแล้วเธอว่าเดาถูก
วินขยับเข้ามาใกล้ “คุณเพ้ออะไรของคุณครับ คุณนิชา ดื่มมาหนักเหรอครับ”
รินแสยะยิ้มแล้วพูดต่อ “ถ้าไม่จริง คุณจะเดือดร้อนทำไมล่ะคะ คุณกวินทร์”
“คุณ้าอะไร เงินเหรอ” ความสุภาพหายไปจากน้ำเสียงของวินเล็กน้อย
“นิชาไม่้าอะไรจากคุณค่ะ แค่อยากให้คุณรู้ว่า มีคนรู้สิ่งที่คุณทำ และสิ่งที่คุณซุกซ่อนไว้… แบกไว้คนเดียวมันไม่หนักไปเหรอคะ” รินตอบขณะหันกลับไปมองภาพ
วินนิ่งไปสักครู่ คำถามนั้นไม่ใช่สิ่งที่เขาคาดว่าจะได้ยิน เขาคาดว่าจะได้ยินการขู่กรรโชก การต่อรอง หรือการขอเงิน ไม่ใช่คำถามที่ฟังดูเหมือนความเป็ห่วงจากคนรู้จัก
รินหันมองเขาอีกครั้ง “คุณกวินทร์บอกว่าตัวเองทำเพราะรัก ถ้ามันเป็ความรักจริงๆ ทำไมต้องซ่อนมันไว้ใต้ดิน ทำไมคนที่คุณรักต้องอยู่ในที่มืด”
วินหยุดชะงักด้วยความใ เหมือนคนที่เพิ่งได้ยินอะไรจากปากของคนที่ไม่ควรรู้
“ผมไม่เคยพูดคำนั้นกับใครแบบนั้นมาก่อน อย่างน้อยก็ไม่ใช่กับคุณ คุณเอาคำนี้มาจากไหน”
รินรู้ตัวดีว่าเธอพูดสิ่งที่มีแต่คนที่อยู่ในห้องใต้ดินคืนนั้นเท่านั้นที่จะรู้ได้ มันเสี่ยงเกินไปสำหรับไฮโซสาวที่เพิ่งรู้จักวินได้ไม่กี่สัปดาห์
แต่เธอ้าเห็นปฏิกิริยานั้น ้ารู้ว่าวินจะสั่นคลอนแค่ไหนเมื่อได้ยินคำพูดของตัวเองสะท้อนกลับมา
“คุณกำลังเล่นเกมอะไรกันแน่ ถ้าคิดว่าผมทำอะไรผิด ก็ไปแจ้งตำรวจสิครับ”
“นิชาแค่อยากรู้ว่า มันจะมีวันที่คุณสำนึก แล้วไปสารภาพความผิดเองรึเปล่าน่ะค่ะ”
วินมองเธออีกครั้ง สายตาของเขาเปลี่ยนจากความระแวงเป็อะไรบางอย่างที่รินอ่านไม่ออก และไม่ชอบที่อ่านไม่ออก
“เวลาของคุณมีจำกัดนะคะ” พูดจบ เธอก็หันหลังก้าวเดินห่างจากภาพศิลป์ทันที
หลังจากเดินพ้นสายตาของวิน เธอก็ยืนพิงกำแพงอยู่ที่มุมหนึ่งของหอศิลป์
ใจของเธอเต้นระรัวไม่เป็จังหวะ มันมาจากทั้งความตื่นเต้นและความกลัวที่ต้องเผชิญหน้ากับคนผู้ที่เคยเป็ทั้งคนรักและฆาตกรที่สังหารเธออย่างเืเย็น
สมองของเธอปรากฎภาพชายที่เธออยากจะโทรหา อยากจะพึ่งพิงในเวลาแบบนี้
รันต์…
แต่เธอก็สะบัดหัวไล่ความคิดนั้นออกไป ก่อนจะรวบรวมกำลังขาเพื่อก้าวเดินต่อไป
เหลืออีก 81 วัน