ตอนที่ 177 ออกจากอบิส
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
เฟิร์สมองการแสดงของเดม่อนตนนี้ออกได้อย่างรวดเร็ว แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังอดที่จะรู้สึกโล่งใจไม่ได้ที่คำลวงของเขานั้นได้ผล
แน่นอนว่าเขารู้ว่าการเปิดประตูในครั้งนี้จะเป็นการสูญเสียของเดม่อนตนนี้เป็นอย่างมาก เมื่อพลังสปีริตถูกใช้ออกไป ไม่เพียงมอนสเตอร์ข้างในนี้จะอ่อนแอลงจากอบิสระดับสูงลดลงเหลือระดับต่ำ หรืออาจจะต้องเริ่มต้นใหม่มอนสเตอร์ถูกทำลายสิ้น
หากเขาเป็นเดม่อนตนนี้ นี่ก็ไม่ใช่อะไรที่จะรับได้
แต่โชคดีที่เดม่อนตนนี้ยังเกรงกลัวต่อคำกล่าวอ้างของเขา เฟิร์สจึงชักจูงได้สำเร็จรีบบอกให้เขาสร้างประตูขึ้นมาโดยเร็ว
“เช่นนั้นท่านก็ลงมือเถิด” เฟิร์สกล่าวด้วยท่าทีที่สงบนิ่ง แต่ภายในใจกลับรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
ด้านเดม่อนเบรกอร์เองก็ไม่ต้องการที่จะอยู่ใกล้ตัวอันตรายเช่นนี้อีกต่อไปเช่นกัน ภายในใจนั้นอยากจะไล่สิ่งมีชีวิตตรงหน้านี้ออกไปให้ไกลโดยเร็วด้วยซ้ำ เขาจึงรีบตอบรับทันที
“เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นข้าจะสร้างประตูให้เจ้าก่อนแล้วค่อยไปจัดการเจ้าปรสิตนั่นทีหลัง” เบรกอร์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทรงอำนาจ
แล้วร่างอันใหญ่ยักษ์นั้นก็ชูมือขึ้นเหนือศีรษะ ภายในดวงจิตกำลังร่ายคาถาบางอย่างออกมา
ต่อหน้าผู้ใช้อักขระอย่างเฟิร์สแล้ว เขาย่อมสามารถมองการกระทำนี้ได้ออก
อักขระนั้นมีอยู่ทุกที่และปรากฏได้หลากหลายรูปแบบ ซึ่งการร่ายคาถาก็เป็นหนึ่งในนั้น แม้ภาษานั้นจะโบราณเท่าใด แต่เมื่อแปรเป็นอักขระล้วนเป็นสิ่งที่สากลทั้งสิ้น
เฟิร์สมองอักขระเหล่านั้นอย่างไม่คลาดสายตาแล้วเก็บมันไว้ในโลกเพลิงสีเงินอย่างรวดเร็ว
‘หากจมจ่อมศึกษามันสักหน่อย ไม่แน่ว่าสักวันฉันอาจได้ใช้อักขระรูปแบบเหล่านี้’
ภายในโลกเพลิงสีเงินเขาสามารถควบคุมเวลาและจำลองสิ่งต่างๆ ขึ้นมาจากที่นั่นได้ ไม่แน่ว่าบางทีเขาอาจจะสามารถสร้างประตูอบิสขึ้นมาได้ แม้ว่าเขาจะนำสิ่งที่สร้างขึ้นจากที่นั่นออกมาข้างนอกไม่ได้ แต่มันก็ยังเป็นองค์ความรู้ที่เขาสามารถใช้มันในวันข้างหน้าได้
ตอนนั้นเองพลังสปีริตมหาศาลก็ค่อยๆ ไหลเวียนเข้ามาอยู่ในมือของเบรกอร์ ท้องฟ้าส่งเสียงดังสนั่นสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น
ร่างใหญ่ยักษ์ของเบรกอร์ชี้นิ้วออกไป
ตอนนั้นเองพลังสปีริตที่รวมกันก็พุ่งออกไปจากปลายนิ้วแล้วปะทะเข้ากับความว่างเปล่าจนส่งเสียงดังตึงตัง
อักขระสปีริตก่อตัวขึ้นอย่างเลือนลาง มันค่อยๆ หมุนวนเร็วมากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับดูดพลังสปีริตมหาศาลเพื่อก่อรูปร่างขึ้นมา
ครืน ... ครืน ... ครืน ...
เฟิร์สรู้สึกถึงพลังสปีริตภายในอากาศที่ลดฮวบ เหล่ามอนสเตอร์ส่งเสียงกรีดร้องพลังภายในกายลดลงอย่างมหาศาล บางตัวกระทั่งตายตกไปกับเหตุการณ์นี้ก็มี ส่วนตัวที่เหลือรอดขั้นพลังรบของมันต่างลดลงอย่างน่าตกใจ ผลกระทบนี้เกิดขึ้นทั่วทั้งประตูอบิส
เบรกอร์มองภาพนี้ด้วยหัวใจที่เจ็บปวด เขาต้องเฉือนเนื้อตัวเองเพื่อที่จะขับไล่เฟิร์สออกไป
เขาคิดอย่างรอบคอบแล้วว่านี่คือทางออกที่สูญเสียน้อยที่สุด แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็อดไม่ได้ที่จะเสียดายอยู่ดี
การสูญเสียพลังสปีริตในครั้งนี้ อบิสของเขาคงจะต้องใช้เวลาสั่งสมไปอีกนาน หรือหากจะซื้อหามาเปลี่ยนถ่ายก็ต้องจ่ายในราคาที่มีมูลค่าไม่น้อยอยู่ดี
ความจริงแล้วอบิสแห่งนี้ก็เหมือนสมบัติบ่มเพาะของเผ่าเดม่อน เป้าหมายของมันคือเหยื่อล่อวิญญาณคุณภาพดีที่ต้องแลกกับพลังสปีริตที่เป็นของล่อลวง
ไม่ใช่เดม่อนทุกตนจะมีอบิสไว้ครอบครอง แม้จะมีการซื้อขายกันอย่างแพร่หลาย แต่มันก็ต้องจ่ายเป็นจำนวนมากที่จะได้มันมาอยู่ดี หากโชคดีหน่อยก็สืบเสาะค้นพบด้วยตัวเอง
ในหมู่เดม่อน ธุรกิจซื้อขายเกี่ยวกับอบิสนับว่าเป็นที่ล่ำซำเป็นอย่างมาก
หากมองในฝั่งของเดม่อนอบิสก็แค่วัตถุที่ใช้บ่มเพาะชิ้นหนึ่งเท่านั้น แต่สำหรับมนุษย์โลกแล้ว มันคือภัยอันตรายอันใหญ่หลวง ว่ากันว่าในทุกๆ ปีมีผู้เสียชีวิตอย่างมากมาย ยิ่งเป็นพื้นที่ที่มีอบิสแตกด้วยแล้ว ผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนต่างล้มตายเพราะเหตุนี้
มันน่าเศร้าที่มนุษย์ต้องมาเผชิญชะตากรรมแบบนี้ แต่อย่างไรซะนี่ก็เป็นกฏแห่งป่า เพราะมนุษย์อ่อนแอจึงถูกรุกราน
อย่างที่เบรกอร์ได้พูดไว้ หากมนุษย์มีผู้แข็งแกร่งผงาดขึ้นมา พวกเขาก็จะสามารถปิดจุดอ่อนแล้วป้องกันการรุกรานนี้ได้
โครม!
เสียงของประตูอบิสที่เปิดออกดังขึ้นอย่างกึกก้อง
เฟิร์สพบว่าพลังสปีริตในมิติอบิสนี้ลดลงถึงสองส่วนเลยทีเดียว บวกกับพลังสปีริตที่เขาดูดกลืนไปก่อนหน้านี้แล้ว มิติอบิสแห่งนี้เหลือพลังสปีริตน้อยกว่าครึ่งเสียด้วยซ้ำ
บนใบหน้าของเบรกอร์ปรากฏความเจ็บปวด เขารีบเอ่ยออกมาว่า
“ยังจะชักช้าอยู่อีกรีบออกไปจากที่นี่ซะที”
เฟิร์สยิ้มอย่างแหย่ๆ ก่อนจะเอ่ย “ขอบคุณท่านมาก”
เขาไม่กล้าที่จะรอช้า เพราะชะนักติดหลังที่เรื่องเขาแอบอ้างชื่อของสิ่งมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่ที่อยู่เบื้องหลัง
ร่างของเด็กหนุ่มพุ่งทะยานเข้าสู่ประตูอบิสอย่างรวดเร็ว ราวกับว่าร่างของเขาเป็นภาพติดตา
พรึบ!
ทันทีที่ร่างของเด็กหนุ่มลับหายไป เบรกอร์ก็ไม่รอช้าที่จะปิดประตูอบิสแห่งนี้ทันที
“ออกไปจากที่นี่ได้เสียที เจ้าตัวซวยนี่ขออย่าให้ได้พบกันอีกเลย” ร่างอันมหึมากล่าวออกมาอย่างโล่งใจ
ในที่สุดเขาก็ขับไล่ตัวปัญหานี้ออกไปได้แล้ว
“ยังมีเจ้าพวกปรสิตอีกที่ยังไม่จัดการ ครั้งนี้ถือว่าพวกเจ้าโชคร้าย มาเป็นเครื่องระบายโทสะของข้าเสียเถิด” ร่างมหึมากระทืบลงไปยังพื้นดิน จนทำให้แผ่นดินใต้เท้าต้องแหลกลานเผยให้เห็นถึงบ่อลาวาอันไร้ก้นบึ้ง
แล้วเบรกอร์ก็ไม่รอช้ารีบทะยานจมดิ่งเข้าไปในลาวาตามคำบอกเล่าของเฟิร์สทันที
…………
อีกฟากหนึ่งของประตูมิติอบิส บนดาวเคราะห์ที่มีชื่อว่าโลก
เด็กหนุ่มในชุดเสื้อฮาวายกางเกงขาสั้นสีขาวโผล่ออกมาจากประตูอบิสระดับสีแดงที่เปิดขึ้นแล้วหายไปในพริบตาหลังจากที่เขาออกมา
สถานที่ที่เขาปรากฏตัวคือกลางป่าใหญ่ เมื่อสังเกตจากสภาพของป่าก็เป็นป่าเบญจพรรณซึ่งเป็นป่าที่พบได้ในภาคเหนือของประเทศไทย
เฟิร์สจึงแน่ใจแล้วว่าเขาได้กลับมาที่ดาวเคราะห์โลกแล้วจริงๆ
เมื่อกวาดสัมผัสรับรู้ออกไป สัมผัสนี้ขยายออกไปนับร้อยไมล์ แล้วเขาก็ได้รู้ว่าสถานที่ที่เขาอยู่ในตอนนี้อยู่ไม่ห่างไปจากที่ตั้งเดิมของประตูอบิสก่อนหน้านี้มากนัก
“ในที่สุดฉันก็กลับมาถึงบ้านเสียที”
เฟิร์สถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เขาไม่คิดเลยว่าการลงเทรดอบิสในครั้งนั้นจะทำให้เขาติดอยู่ในอบิสเป็นเวลานานขนาดนี้
“ผ่านไปเกือบเจ็ดปีแล้วไม่รู้ว่าพ่อจะเป็นยังไงบ้าง?” เฟิร์สรู้สึกผิดต่อบิดาของเขาขึ้นมา การหายตัวไปของเขาจะต้องทำให้ผู้เป็นพ่อเป็นห่วงอย่างแน่นอน
“หากพวกเขาจะคิดว่าฉันตายไปแล้ว นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่เกินคาดคิดนัก ไม่รู้ว่าพ่อจะอยู่บ้านหลังนั้นต่อหรือเปล่า?”
เฟิร์สเริ่มเป็นห่วงพ่อของเขาขึ้นมา เนื่องจากเขานั้นรู้นิสัยของพ่อดีว่าเขาเป็นคนที่สมถะเป็นอย่างมาก
เกรงว่าคฤหาสน์ที่เขาซื้อในตอนนั้นพ่อของเขาจะไม่อยู่ แม้ว่าเขาจะทิ้งสมบัติไว้มากมายแต่การใช้ชีวิตอย่างคนมีเงินก็ไม่ใช่นิสัยของพ่อเลย ยิ่งไม่มีเขาอยู่ที่นั่นด้วยแล้ว พ่อคงจะไม่ต้องการอยู่ที่นั่น
เฟิร์สถอนหายใจออกมาไม่รู้กี่ครั้ง ก่อนที่จะตัดสินใจเดินทางกลับบ้าน
ร่างผอมบางก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างก็กระพริบดุจเปลวไฟแล้วหายวับไปจากที่นั่นอย่างรวดเร็ว
แน่นอนว่าเป้าหมายของเขาคือบ้านที่เขาซื้อไว้ก่อนหน้านี้
เฟิร์สในตอนนี้บ่มเพาะมาถึงขั้นดาราน้ำเงินสองแฉกแล้ว พลังสปีริตของเขาในตอนนี้มีเหลือเฟือที่จะใช้ท่าทางละอองแสงจันทร์ เพียงการก้าวแค่ก้าวเดียวร่างก็ปรากฏตัวหลายไมล์แล้ว
เขาก้าวเหยียบย่ำลงบนอากาศทีละก้าวๆ อย่างเป็นธรรมชาติ ร่างกายเคลื่อนไหวรวดเร็วดุจภูติผี ทำให้ผู้คนทั่วไปนั้นยากที่จะมองตามได้ทัน