มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย

    ตอนที่ 114 ดูสิ ถ้านายไม่เชื่อ

    เหลียวชาชา ตลอดอายุ 17 ปีของเธอ เธอไม่เคยเห็นใครที่จะเหมือนชายคนนี้มาก่อน ขณะที่เผชิญกับเหล่าร้ายกว่า 100 คน จากเริ่มต้นจนถึงตอนนี้ หน้าของเขายังไม่เปลี่ยน กลับกันเขากับปลอบโยนเธอ


    เขาเหมือนกับเทพปีศาจที่ทรงอำนาจที่ทำให้ใครก็ตามที่เข้ามาใกล้เธอ นอนจมลงไปในกองเลือด


    เหล่าตัวร้ายที่เหลือ ผู้ที่ขว้างห่ามีดเข้ามา ตอนนี้ตกอยู่ในความตระหนก พื้นที่รัศมี 10 เมตรจากตัวฉินเฉาว่างเปล่า ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ ต่อหน้ารัศมี 10 เมตรนี้ กลุ่มคนที่ชั่วร้ายกลุ่มนี้ ที่ล้อมเขาไว้เป็นวงกลม กำลังจ้องมาที่เขาอย่างขลาดกลัว


    ชายคนนี้ แม้ว่าบางครั้งจะทำให้เธอเกลียดจนต้องกัดฟัน บางคราก็คล้ายกับ...หมาป่า แต่เขากลับเป็นคนที่เชื่อใจได้ และเธอมักจะคิดเรื่องนั้นเสมอว่า แม้ว่าฟ้าจะถล่ม เธอก็คงไม่ต้องกลัวอีกต่อไป


    ภายใต้อ้อมแขนของฉินเฉา เหลียวชาชาไม่แม้แต่จะรู้สึกถึงสายตาโลภมากของเหล่าศัตรูที่รายล้อมเธอ กลับกัน เธอกลับรู้สึกอบอุ่น เธอเกาะติดฉินเฉาแน่น เหมือนกับว่าต้องการจะหลอมตัวเองเข้าไปในอ้อมแขนของชายคนนี้


    ที่เหลียวชาชาไม่ชอบออกจากบ้าน เพราะว่าเธอกลัว ตั้งแต่บอดี้การ์ดคนก่อน อาหลี่ ตายจมกองเลือดต่อหน้า เธอก็กลัวจนถึงก้นบึ้งของหัวใจ


    ถ้าชายคนนี้อยู่ข้างเธอตลอดไปล่ะก็ แม้แต่นรก เธอก็กล้าที่จะไป


    “เจ้าเบื้อก...อย่าทิ้งฉันไปนะ...” เมื่อคิดกับเรื่องนี้ เหลียวชาชากระชับอ้อมกอดแน่น


    “รับประกันเลย แม้ว่าหน้าอกเธอจะเล็ก แต่ฉันไม่ทิ้งเธอให้อยู่คนเดียวแน่นอน” แม้แต่ในสถานการณ์แบบนี้ ฉินเฉาก็ยังพูดแบบนี้ออกมาอย่างง่ายๆ พร้อมรอยยิ้ม “แต่เธอไม่ต้องกอดแน่นขนาดนี้ก็ได้ ไม่อย่างนั้น ก่อนที่พวกเขาจะฟันฉันจนตาย ฉันคงขาดอากาศหายใจตายก่อน”


    หน้าของเหลียวชาชาแดง เธอลดแรงที่แขนลง


    แต่ฉินเฉาไม่รู้สิ่งที่อยู่ในใจสาวน้อย เขายืนอยู่ที่นั่น มองไปรอบๆ เหล่าวายร้าย ที่มุมปากของเขาแขวนไว้ด้วยรอยยิ้มแสยะ


    แชะ! เขาดึงเอาแม่น้ำแดงออกมาด้วยมือเดียว คาบไว้ในปาก และจากนั้นก็ควักไฟแช็กมาจุดอย่างนุ่มนวล


    เมื่อมองดูเสื้อผ้าของเขา ที่ตอนนี้ถูกมีดตัดเป็นรอยหลายรอย แม้ว่าเขาจะฝึกพระสูตรหัวใจเพชร จนทำให้ร่างกายของเขาแข็งเหมือนเหล็ก แต่เสื้อผ้าของเขาไม่ได้ฝึกพระสูตรที่อัศจรรย์นี้ โค้ตสีดำที่ดูดี ตอนนี้ขาดรุ่งริ่งไปหมดแล้ว


    เมื่อเห็นว่าฉินเฉาจุดบุหรี่อย่างเกียจคร้าน เหล่าตัวร้ายที่ล้อมอยู่พากันหงุดหงิด พวกเขาคิด ‘ชายคนนี้ มันเป็นใครวะ แม้แต่มีดก็ฟันไม่เข้า เหลียวตงไค เจ้านั่นไปหาบอดี้การ์ดแบบนี้มาจากไหน!’


    ทันใดนั้น สถานการณ์ก็เริ่มก่อตัว เมื่อฉินเฉาขยับ เหล่าตัวร้ายก็ขยับตาม พร้อมทั้งรักษาระยะห่างกับชายคนนี้


    “ใครก็ตามที่ไม่หลีกทาง ตาย!” เมื่อสูบบุหรี่เสร็จ ฉินเฉาในที่สุดก็หมดความอดทนที่จะอยู่คุมเชิงที่นี่กับคนเหล่านี้ เขาบี้ก้นบุหรี่ และทิ้งลงพื้น พร้อมกับเผยรอยยิ้มชั่วร้ายตรงหน้าชายพวกนี้


    จิตสังหารทันใดนั้นก็พุ่งออกมา ทำให้เหล่าร้ายพวกนี้เข้าใจ ชายตรงหน้าพวกเขานี้ พวกเขาต้องตายแน่ถ้าขัดขืนเขา


    มีแค่คนที่เคยฆ่าคนมาก่อนเท่านั้น ถึงจะมีจิตสังหารแบบนี้ได้!


    ขาของเหล่าวายร้ายบางคนอ่อน บางคนไม่สามารถถือมาเชเต้ของพวกเขาได้ พร้อมกับปล่อยตกลงพื้นแล้วส่งเสียงออกมา หัวใจของพวกเขาเหมือนกับกำลังถูกม้าลากดึง เต้นอย่างเร็วพร้อมเสียงตึกตัก ทำให้พวกเขากลัวจนอยากจะอาเจียนออกมา


    ในที่สุด เหล่าคนพวกนี้ก็ล่าถอย ยอมคลายวงล้อม เมื่อมีคนหนึ่งขยับ ก็ต้องมีคนที่สอง ที่สามตามมา ทำให้คนที่ล้อมพวกเขาอยู่ลดลง จาก 2-3 ร้อยคน ตอนนี้เหลือไม่ถึง 100


    “เวรเอ๊ย พวกขี้ขลาด!” วายร้ายคนหนึ่งพูดออกมาอย่างเดือดดาล “เราต้องการแค่จับตัวเหลียวชาชา!”


    “จับตัว!? พูดก็ง่ายสิ นายรู้มั้ยว่าจะจับเธอยังไง!?” บางคนยื่นปัญหาร้ายแรงนี้ขึ้นมา


    “ฉันไม่เชื่อว่ามันจะหยุดกระสุนได้!” ในที่สุด วายร้ายก็ไม่สามารถทนได้อีกต่อไป เขายืนขึ้น และดึงเอาปืนพกออกมาจากเอว


    ปืนพกกระบอกนี้แน่นอนว่าคุณภาพต่างจากปกติ นี่เป็นของที่ทำขึ้นในฮัวหลง ควบคุมคุณภาพไม่ได้ ซึ่งทำให้คุณภาพไม่ได้มาตรฐาน บางครั้งก็ยิงไม่ออก บางทีระเบิดก็มี


    ยังไงก็ตาม มันยังคงเป็นปืน ราคาตลาดปัจจุบันของปืนกระบอกนี้สูงถึง 10,000 หยวน


    เมื่อฉินเฉาเห็นคนดึงปืนออกมา ทันใดนั้นเขาก็ขมวดคิ้ว แม้ว่าเขาจะฝึกพระสูตรหัวใจเพชร และแม้กระทั่งประสบความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ แต่เขาก็ยังไม่มีความคิดที่จะเอาหัวรับกระสุน ดังนั้น ในสถานการณ์นี้ เขาจึงไม่ทนอีกต่อไป ความทรงจำของเขายังคงชัดเจน


    ดังนั้น เมื่อชายคนนั้นยกปืนขึ้น ทันใดนั้นฉินเฉาก็กระโจนออกไป รวดเร็วราวกับสายลม เขากระโดดสูงสองเมตร และลอยข้ามระยะ 10 เมตร จากนั้นก็เหยียบเข้าที่หัวของบางคน


    “โอ๊ย!” โดยไม่สนว่าเหล่าวายร้ายจะเป็นใคร คนที่ถูกฉินเฉาเหยียบใส่ ทันใดนั้นก็ทรุดลงกับพื้น ขณะที่ฉินเฉาทำแบบนี้ ยิ่งทำให้เขาลอยไปได้อีกนับ 5 เมตร และหลุดออกจากวงล้อมอย่างไม่คาดคิด


    “ไม่ดีแล้ว! มันจะหนี!”


    วายร้ายคนนั้นไม่มีเวลายิง เขาสะดุ้ง ในสายตาตอนนี้ ทุกทางถูกเพื่อนของเขาปิดทางไว้หมด


    “หลีกไป! ให้พ่อเอ็งคนนี้ฆ่ามัน!” ทันใดนั้นความรู้สึกของเหยื่อก็หายไปจากระยะปืนของเขา มันทำให้เขาโมโหจนต้องคำรามออกมา


    เหล่าคนเลวเหล่านี้ ทันใดนั้นก็พากันกระจายออกจากระยะปืน ฉินเฉาใช้โอกาสนี้วิ่งไปที่อีกฝั่งของถนน ยืนอยู่ในซอยระหว่างตึกสูงสองตึก


    “มันถึงจุดจบแล้ว กันมันไว้!”


    เหล่าวายร้ายพากันแยกเป็นสองกลุ่ม ปิดทางหนีของฉินเฉา วายร้ายที่ถือปืนเดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่ชั่วร้าย


    “วิ่งสิ ฉันอยากจะเห็นเหมือนกันว่าแกจะวิ่งไปไหนได้!”


    ทันใดนั้นฉินเฉาก็หัวเราะออกมา และชี้ขึ้นข้างบน เมื่อกลุ่มคนมองตามนิ้วของเขาไป ทันใดนั้นฉินเฉาก็เคลื่อนไหว


    เขาย่อเข่าและกระโดดขึ้นไป การกระโดดนี้สูงถึง 3 เมตร ถ้าเขาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาล่ะก็ เขาจะต้องชนะรางวัลไปอย่างง่ายดายแน่ๆ


    ฉินเฉากระโดดไปด้านหนึ่งของกำแพง และเหยียบลงบนนั้น เพื่อยืมมันเป็นฐานเพื่อกระโดดอีกครั้ง การกระโดดครั้งนี้ทำให้เขาลอยไปฝั่งตรงข้ามของตึกที่ห่างกัน 5 เมตร และสูงขึ้นไปอีก 2 เมตร ปล่อยให้ตัวเขาตกลงบนกำแพงของอีกด้าน


    ราวกับตั๊กแตน ฉินเฉากระโดดไปมาระหว่างตึกทั้งสอง ยิ่งมายิ่งสูง ไม่นาน เขาก็คงไปถึงด้านบนของตึก


    “บัดซบเอ๊ย!” วายร้ายคนนั้นสบถออกมาเสียงดัง และทันใดนั้นก็ยกปืนของเขาเล็งไปที่หลังของฉินเฉาที่กำลังกระโดดอยู่


    “งั้น ฉันจะส่งแกไปนรกเอง!” ฉินเฉาเร็วกว่าเขา เมื่อเขาอยู่กลางอากาศ เขาเรียกปืนพกออกมาจากแหวนเก็บของของเขาและถือมันไว้ในมือ


    เขาย่อขาลง เพื่อที่จะกระโดดไปที่ดาดฟ้าของอีกตึก ขณะเดียวกัน มือหนึ่งเขาก็กอดเหลียวชาชาไว้ ขณะที่อีกมือยกปืนขึ้นมา เล็งไปที่วายร้ายที่กำลังตามมา


    หลังจากที่ฝึกฝนเป็นผู้ฝึกตน ร่างกายของฉินเฉาก็เปลี่ยนไป สัมผัสและความสมดุลของเขาได้พุ่งสู่จุดสูงสุดของมนุษย์ที่พึงมี ฉะนั้น แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะไม่เคยใช้ปืนมาก่อน แต่การเล็งของเขาแม่นยำ ในความรู้สึกของเขา เขารู้ว่าจะต้องเล็งปืนไปที่ไหน


    ปัง ปัง ปัง! แต่ฉินเฉาไม่ออมมือ ดังนั้นเขาจึงยิงออกไป 3 นัดในครั้งเดียว กระสุนสีเหลือง 3 นัดนั้น คำรามออกจากปากกระบอกปืน วายร้ายก็กำลังจะลั่นไก แต่กระสุน 3 นัดนี้ได้เจาะเข้าไปที่หว่างคิ้วของเขาแล้ว


    เฮดช็อต!


    ร่างของฉินเฉาร่อนลงที่ดาดฟ้า ขณะที่สายตาของวายร้ายยังคงจ้องมองมา ไม่ยอมรับชะตาของเขา


    “เจ้าหนูนั่นมีปืนอยู่ในมือ!”


    “เวรเอ๊ย! เหลียวตงไคไปหามือโปรแบบนี้มาจากไหนวะ!” เหล่าวายร้ายแทบบ้า กลุ่มคน 300 คน ล้อมคน 2 คนไว้ แต่พวกเขาไม่สามารถแม้แต่จะแตะเส้นผมของเป้าหมายได้ ขณะที่พวกเขาเอง กลับนอนเจ็บอยู่บนพื้น บางคนวิ่งหนีด้วยความหวาดกลัว และอีก 3 คนไปพบยมบาลแล้ว


    “มันวิ่งขึ้นไปที่ด้านบนของตึกแล้ว ตอนนี้ทำไงกันดี!?”


    “เราแบ่งกันไป กลุ่มหนึ่งตามมันขึ้นบันไดไป และอีกกลุ่มหนึ่งรออยู่ด้านล่าง!”


    คนที่ฉลาดบางคนทันใดนั้นก็พูดออกมา “ฉันไม่เชื่อว่ามันจะไม่ลงมา!”


    “จะเป็นยังไงต่อ?” เมื่อได้ยินเสียงด่าว่าข้างล่างลดลง เหลียวชาชาก็โผล่หัวออกมาจากอกของฉินเฉา มองมา และถาม


    “วางใจได้ เราจะปลอดภัยชั่วขณะหนึ่ง”


    ฉินเฉาเก็บปืนของเขา เหลียวชาชามองไปรอบๆ ร่างของเธอเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง แต่ก็แทบจะถูไปกับอ้อมอกของฉินเฉา


    ฉินเฉารีบยื่นมือออกไป และยกบั้นท้ายที่นุ่มนิ่มของสาวน้อยขึ้น


    ด้วยท่าทางแบบนี้ของพวกเขา ทำให้มันดูคลุมเครือ ฉินเฉากำลังกุมบั้นท้ายที่นุ่มนิ่มของเหลียวชาชา ขณะที่ขาของเหลียวชาชาเกี่ยวเอวฉินเฉาไว้ นั่งอยู่ในท่านี้พร้อมกับมือของเธอกอดคอฉินเฉา


    ท่าแบบนี้ทำให้ชวนเข้าใจผิด ทำให้หน้าของเหลียวชาชาแดงขึ้นมาอีกครั้ง


    โดยเฉพาะฉินเฉาที่รู้สึกถึงความนุ่มนิ่มของร่างกายสาวน้อย รวมกับขาทั้งสองข้างของเธอที่เกี่ยวเอวเขาไว้ ดังนั้นมันจึงทำให้เขานึกถึงเรื่องเมื่อเย็นวานที่เขากุ๊กกิ๊กกับหยูลู่ ในตอนนั้น พวกเขาก็เล่นกันท่านี้บนเก้าอี้ มันทำให้เขามีอารมณ์มากจริงๆ


    ความรู้สึกสบาย คล้ายกับจะชาหนึบจากกระแสไฟฟ้า แพร่ไปทั่วร่างของทั้งสองคน


    ไม่นาน เหลียวชาชาก็รู้สึกถึงอะไรแข็งๆ ข้างใต้เธอ หน้าของเธอเห่อร้อนขึ้น และพร้อมกับลมหายใจหอบถี่ เธอกระซิบ


    “มะ มือถือของนายมันโดนฉันอีกแล้ว....”


    ฉินเฉายังถูกแรงผลักดันทำให้หลงใหล ในตอนนี้ความปรารถนาของเขาได้แล่นขึ้นสมอง และเขาอดไม่ได้ที่จะกล่าวล้อเล่นออกไป


    “มือถือ? มันใหญ่มั้ย?”


    ทันใดนั้นเหลียวชาชาก็หน้าแดงอีกครั้ง และอดที่จะเอียงตัวเข้าไป และเปิดปากของเธอกัดเข้าที่ไหล่ฉินเฉา


    ฉินเฉาช่วยไม่ได้ จึงพูดขึ้นมาว่า “เปลี่ยนที่กัดบ้างได้มั้ย? เธอรู้มั้ยว่าพี่ใหญ่มีไหล่อีกที่หนึ่ง!”


    “นาย นายไปแกล้งคนอื่นแทนฉันได้มั้ย!”


    เหลียวชาชาพูดพร้อมกับกัดฟัน แต่ไม่สามารถยับยั้งความรู้สึกดีที่กำลังวิ่งผ่านร่างกายของเธอได้ และอดสั่นออกมาไม่ได้ นอนอยู่ในอ้อมแขนของฉินเฉา


    “ฉัน ฉันเป็นเด็กไม่ดีใช่มั้ย?”


    “ไม่ ชาชาน้อยเป็นเด็กดี” ฉินเฉาพยายามกดความปรารถนาของเขา เหลียวชาชาแค่อายุ 17 ปีเท่านั้นเอง เขานี่มันก็เกินไป


    นี่ไม่ใช่วิธีสอนโลลิน้อย


    “เธอก็ดี แต่เพียงแค่หน้าอกเล็กไปหน่อย”


    “ฉันไม่เล็กนะ!” เมื่อพูดเรื่องจุดด้อยของเธอ เหลียวชาชาทันใดนั้นก็ตะโกนออกไป จับมือข้างหนึ่งของฉินเฉา ปล่อยให้มืออีกข้างกุมบั้นท้ายทรงเสน่ห์ของเธอไว้ และเอามืออีกข้างของเขาวางบนหน้าอกของเธอ “ถ้านายไม่เชื่อ ก็ดูเอาเองสิ!”


    ราวกับมีระเบิดสีชมพูระเบิดพุ่งออกมาจากร่างกายของพวกเขา ทันใดนั้นเหลียวชาชาก็สังเกตสิ่งที่เธอทำไป และรู้สึกอายเกินกว่าจะปิดรอยรั่วได้


    ฉินเฉาก็อายเช่นกัน ความรู้สึกนุ่มนิ่มในมือกระตุ้นเขา ทำให้เขาไม่อาจละมือออกไปได้


    “นาย นายแกล้งฉัน!” เหลียวชาชาไม่มีแรงที่จะหนีจากเงื้อมมือที่ชั่วร้ายนี้ และทำได้เพียงเอ่ยออกมาเสียงเบา


    “เป็นเธอชัดๆ ที่ให้ฉันจับมัน....”


    “เหลวไหล นายแกล้งฉัน! ฉันจะตีนาย!”


    จบตอน