เมื่อหวูกงกงเริ่มหมุนเครื่องผลิตไฟฟ้า พัดลมไฟฟ้าที่ทำจากไม้ของหลี่เฉิงเฟิงก็เริ่มหมุนขึ้นมาจริง ๆ
ยิ่งหวูกงกงเพิ่มความเร็วมากขึ้นเท่าไหร่ รอบหมุนของพัดลมก็จะยิ่งสูงตามไปด้วย เมื่อความเร็วมากพอ ลมเย็น ๆ ที่เกิดจากพัดลมก็ได้พัดไปยังเหล่าขุนนางที่อยู่ทางด้านข้าง
“หา? สิ่งนั้นคืออะไรกัน? เหตุใดจึงสร้างลมเย็นเช่นนี้ออกมาได้?”
“เป็นของดีเลยนี่! ต้องใช้เงินเท่าใดจึงจะซื้อมันได้? ในฤดูร้อนที่อากาศอบอ้าวเช่นนี้ ถ้าข้ามีพัดลมไฟฟ้าเอาไว้สักตัวคงจะช่วยคลายร้อนได้มากทีเดียว!”
“นอกจากจะช่วยคลายร้อนแล้ว ของสิ่งนี้ยังช่วยไล่ยุงได้ด้วย!”
“แต่ข้าได้ยินมาว่า สิ่งที่เรียกว่า ‘พัดลมไฟฟ้า’ เป็นสิ่งที่องค์ชายแปดประดิษฐ์ขึ้นเอง ในเมืองฉางอันไม่มีของสิ่งนี้ขายหรอกนะ!”
“เฮ้อ! องค์ชายแปดเป็นอัจฉริยะ เราจะเทียบท่านได้อย่างไร ต่อให้ไหลกว๋อกงแพ้ครั้งนี้ก็ไม่น่าอับอายแม้แต่น้อย!”
ขุนนางทั้งฝ่ายทหารและพลเรือน เหมือนจะเริ่มเปลี่ยนฝ่ายมาอยู่ข้างหลี่เฉิงเฟิงมากขึ้น
“น่ะ น่ะ นี่...”
ในทางกลับกัน ตู้หรูฮุ่ยนั้นตกใจจนพูดไม่ออก
หลี่เฉิงเฟิงถาม “ไหลกว๋อกง โปรดตอบคำถามของเรามาด้วย! คำถามคือ พัดลมไฟฟ้าเครื่องนี้หมุนได้ด้วยหลักการใด?”
“หา? คะ คะ คือว่า!”
ตู้หรูฮุ่ยขมวดคิ้วแน่น เขาคิดแล้วคิดอีก สุดท้ายก็ให้คำตอบเป็นการชี้นิ้วไปทางหวูกงกง “กระหม่อมทราบแล้วพ่ะย่ะค่ะ! สิ่งที่ทำให้พัดลมหมุนได้นั่นก็คือ... หวูกงกง!”
หลี่เฉิงเฟิงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งจนต้องเอามือกุมท้อง
ขุนนางน้อยใหญ่ที่นั่งชมการประลองก็อดหัวเราะกับคำตอบของไหลกว๋อกงไม่ได้เช่นเดียวกัน
ตู้หรูฮุ่ยหน้าเครียด เขากล่าวว่า “องค์ชายแปด หากไม่ใช่เพราะหวูกงกงคอยหมุนกล่องใบนั้นอยู่ พัดลมไฟฟ้าขอองค์ชายจะหมุนได้อย่างไร กระหม่อมตอบผิดไปตรงไหนพ่ะย่ะค่ะ?”
“ก็ใช่ ที่ท่านตอบนั้นไม่ผิดเสียทีเดียว! แต่มันไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องของคำถาม คำตอบของท่านไร้สาระสิ้นดี!”
“หา? เช่นนั้นองค์ชายรีบอธิบายเถิด พัดลมไฟฟ้าขององค์ชายหมุนได้ด้วยหลักการใด? ถ้าองค์ชายให้คำตอบกระหม่อมได้ กระหม่อมจะยอมรับความพ่ายแพ้!”
ตู้หรูฮุ่ยได้แต่ทำหน้าสิ้นหวัง เขามองไปทางหลี่ซื่อหมินด้วยสายตาอมทุกข์ราวกับจะบอกหลี่ซื่อหมินว่า : ฝ่าบาท คำถามนี้กระหม่อมคิดหาคำตอบไม่ได้จริง ๆ พ่ะย่ะค่ะ!
หลี่เฉิงเฟิงยังคงปวดท้องเพราะเมื่อครู่เอาแต่หัวเราะ
เมื่อสงบอารมณ์ได้แล้วหลี่เฉิงเฟิงจึงอธิบายว่า “หลักการที่ทำให้พัดลมไฟฟ้าหมุนได้นั้นง่ายนิดเดียว! ขั้นแรกต้องเตรียมเครื่องปั่นไฟฟ้าเสียก่อน ให้เครื่องปั่นไฟฟ้าผลิตไฟฟ้าออกมา จากนั้นไฟฟ้าจะหมุนแกนหมุนของพัดลม เมื่อแกนหมุนเริ่มหมุน ใบพัดของพัดลมก็จะทำงาน และสร้างลมเย็นออกมาอย่างไรเล่า! นี่มันง่ายมาก ๆ คำถามข้อต่อไป!”
“ชะ ช้าก่อน! องค์ชายแปดหยุดก่อน เมื่อครู่องค์ชายแปดกำลังกล่าวถึงสิ่งใด ‘เครื่องปั่นไฟฟ้า’ ‘พลังไฟฟ้า’ สิ่งเหล่านี้คืออะไรกัน เกิดมากระหม่อมไม่เคยได้ยิน? ดังนั้นองค์ชายแปดต้องอธิบายให้กระหม่อมฟังเสียก่อน เครื่องปั่นไฟฟ้าคือสิ่งใดพ่ะย่ะค่ะ?”
หลี่เฉิงเฟิงชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้า “ไม่เคยเห็นเครื่องผลิตไฟฟ้า อย่างน้อยต้องเคยเห็นฟ้าผ่าเวลาฝนตกใช่ไหม? ของที่เราประดิษฐ์ คือเครื่องที่ใช้สร้างสายฟ้าได้ แม้มันจะไม่ใช่สายฟ้าที่ใหญ่ แต่ก็มีพลังมากพอจะทำให้พัดลมหมุนได้!”
“อะไรนะ? สร้างสายฟ้า!?”
“ติ๊ง! เนื่องจากตู้หรูฮุ่ยตกตะลึง ค่าความซุกซน +10!”
“ติ๊ง! เนื่องจากหลี่ซื่อหมินตกตะลึง ค่าความซุกซน +10!”
คำพูดของหลี่เฉิงเฟิงทำให้ขุนนางทั้งสองฝ่ายต้องอ้าปากค้าง แม้กระทั่งอดีตฮ่องเต้หลี่ยวนยังต้องหรี่ตาลงเพราะความไม่เชื่อ
ขณะที่มองบุตรชาย หนวดเคราของฮ่องเต้หลี่ซื่อหมินยังสั่นริก ๆ “เฟิงเอ๋อร์ เมื่อครู่เจ้าบอกว่า เจ้าสามารถสร้างสายฟ้าได้อย่างนั้นหรือ? มันเป็นไปได้อย่างไร?”
“เสด็จพ่อ สิ่งที่ลูกสร้างขึ้นคือไฟฟ้ามิใช่สายฟ้าพ่ะย่ะค่ะ!”
“เฟิงเอ๋อร์! อย่าพูดโป้ปด! เจ้าเป็นเพียงคนธรรมดา เจ้าจะสร้างของอย่างสายฟ้าออกมาได้อย่างไร พ่อไม่เชื่อ!”
พระพักตร์ของหลี่ซื่อหมินเปลี่ยนสี พระองค์ทำหน้าดุเพราะคิดว่าบุตรชายกำลังโกหกอยู่
เพราะอย่างนั้นหลี่เฉิงเฟิงจึงได้ถอดสายไฟออกจากแกนหมุน เขายิ้มเจ้าเล่ห์และพูดว่า “เช่นนั้นเสด็จพ่อไม่มาลองดูพ่ะย่ะค่ะ?”
“หา!?”
หลี่ซื่อหมินตกตะลึง
เจ้าเด็กเหลือขอคนนี้ กล้าดีอย่างไรจะใช้สายฟ้าผ่าใส่พ่อตัวเอง?
อย่างไรก็ตาม เส้นลวดทองแดงที่หลี่เฉิงเฟิงยื่นมามันดูไม่ออกเลยสักนิด ว่ามีอะไรแปลก ๆ อยู่ในนั้นหรือไม่ เป็นไปได้หรือว่าเขาสามารถสร้างสายฟ้าได้จริง ๆ?
“เจ้าเด็กเหลือขอ! กล้าดีอย่างไรจะใช้ฟ้าผ่าใส่พ่อ?”
หลี่ซื่อหมินถลึงตาใส่หลี่เฉิงเฟิงด้วยความโกรธ
หลี่เฉิงเฟิงยังคงยิ้มเริงร่า “ที่ไหนกันเสด็จพ่อ ไฟเท่านี้ดูดคนไม่ตาย เสด็จพ่อไม่ต้องกังวลพระทัยเลยพ่ะย่ะค่ะ!”
“ฮึ่ม! พ่อจะไม่ยอมให้เจ้าหลอกอย่างเด็ดขาด!”
“ก็ได้! เมื่อเสด็จพ่อไม่กล้าจับ เช่นนั้นขอเชิญขุนนางสักท่านที่อยู่ด้านล่างขึ้นมาจับมันดู ลองทดสอบว่ามันมีไฟฟ้าอยู่จริงหรือไม่! ขุนนางท่านใดจะเป็นผู้ขึ้นมาพิสูจน์ในครั้งนี้?”
หลี่ซื่อหมินไม่กล้าจับ หลี่เฉิงเฟิงจึงเบนความสนใจไปยังขุนนางที่อยู่ทางด้านข้างแทน
ขุนนางทั้งหลายได้แต่มองกันไปกันมา ใบหน้าของพวกเขามีแต่ความหวาดกลัว ไม่มีเลยสักคนที่จะกล้าเสนอตัว
ถ้ามีสายฟ้าจริง ๆ แล้วถูกสายฟ้าผ่าตายขึ้นมาพวกเขาจะทำอย่างไร?
“ไม่มีทาง! กระหม่อมไม่เชื่อเด็ดขาดว่าองค์ชายแปดจะมีพลังสร้างได้แม้กระทั่งสายฟ้า! กระหม่อมจะขอทดสอบมันด้วยตัวของกระหม่อมเอง!”
สุดท้ายตู้หรูฮุ่ยก็เป็นผู้เสนอตัวและยืนขึ้นจากที่นั่ง
เนื่องจากตู้หรูฮุ่ยไม่เชื่อว่าองค์ชายแปดจะสามารถสร้างสายฟ้าขึ้นมาได้จริง ๆ
หากองค์ชายแปดทำได้อย่างปากว่า เรื่องครั้งนี้จะกลายเป็นข้อพิสูจน์ว่า องค์ชายแปดคือเด็กชายที่ถูกส่งมาจากทวยเทพบนสรวงสวรรค์
ด้วยเหตุนี้ ตู้หรูฮุ่ยก้าวขึ้นไปข้างหน้า เขารับสายทองแดงสองเส้นมาไว้ในมือ
“อืม? ไม่เห็นเป็นอะไร? ฮ่า ๆ ๆ กระหม่อมว่าแล้ว องค์ชายแปดจะสร้างสายฟ้าขึ้นมาได้อย่างไร? ทุกท่านดูสิ ข้าจับมันได้สบาย ๆ เห็นไหม? ไม่รู้สึกถึงพลังของสายฟ้าเลยแม้แต่น้อย!”
ตู้หรูฮุ่ยหัวเราะอย่างมีความสุข
อย่างไรก็ตาม หลี่เฉิงเฟิงได้หันหน้าไปหาหวูกงกงและสั่งเสียงดังว่า “หวูกงกง หมุนเครื่อง!”
“พ่ะย่ะค่ะองค์ชายแปด!”
“เอี๊ยด เอี๊ยด เอี๊ยด...”
ทันใดนั้น พลังไฟฟ้าบาง ๆ ได้ไหลผ่านลวดทองแดงเข้าสู่ฝ่ามือของตู้หรูฮุ่ย
“เอ๊ะ! รู้สึกชา ๆ ขึ้นมาแล้ว แต่มันไม่นับว่าเป็นสายฟ้าหรอกกระมัง?”
เอ๋!? เหมือนบางอย่างจะแปลกไป เหตุใดข้าจึงรู้สึกเจ็บที่ฝ่ามือล่ะ เหตุใดร่างกายของข้าจึงได้สั่นเช่นนี้?
“อ๊ากกก!”
เมื่อพลังไฟฟ้าสูงถึงระดับของมัน ตู้หรูฮุ่ยจึงกรีดร้องขึ้นมาเพราะความเจ็บปวด หลังจากนั้นร่างของเขาก็กระทบพื้นดัง ‘ตุ๊บ’ และหมดสติไปในที่สุด!
“ไหลกว๋อกง ไหลกว๋อกงงง!”
หลี่ซื่อหมินกระเด้งขึ้นมาจากบัลลังก์แทบไม่ทัน พระองค์รุดไปตรวจสอบความปลอดภัยของตู้หรูฮุ่ยในทันที
ขุนนางทั้งหลายที่นั่งชุมนุมอยู่ด้วยกันถึงกับหน้าซีด
สิ่งที่ฮ่องเต้หลี่ซื่อหมินเห็นก็คือ ตู้หรูฮุ่ยน้ำลายฟูมปาก ตาเหลือกจนเห็นแต่ตาขาว เห็นภาพเช่นนี้พระองค์แทบจะใจขาด
จบสิ้นแล้ว! ไหลกว๋อกงถูกองค์ชายแปดใช้สายฟ้าฟาด!?
“เจ้าเด็กเหลือขอ เจ้าเด็กเหลือขอ!”
หลี่ซื่อหมินหันไปถลีงตาใส่หลี่เฉิงเฟิงด้วยความโกรธ “เจ้าเด็กเหลือขอหลี่เฉิงเฟิง เจ้ากล้าดีอย่างไรจึงใช้สายฟ้าฟาดใส่ไหลกว๋อกงของเรา!? ครั้งนี้เจ้าทำผิดมหันต์!”
“ลูกทำผิดเรื่องใดกัน? เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าไหลกว่อกงไม่เชื่อคำพูดของลูก มิหนำซ้ำเขายังพูดเองว่าต้องการทดสอบไฟฟ้า! ลูกไม่ได้บังคับให้เขาทำ เสด็จพ่อจะโทษลูกได้อย่างไร!?”
“กล้าดีอย่างไรมาเถียงเรา!? เจ้าเด็กเหลือขอ! ถ้าเมื่อครู่เรารับลวดทองแดงมาถือไว้ เจ้าก็จะใช้สายฟ้าฟาดใส่เราจนตายด้วยใช่หรือไม่?”
“มิใช่! ไฟฟ้าเหล่านี้ดูดไม่ถึงตาย! แต่ถ้าเสด็จพ่อกล้าจับ เราก็กล้าใช้ไฟดูดเสด็จพ่อเช่นเดียวกัน!”
“อะไรนะ!? เจ้าเด็กเหลือขอ เด็กเหลือขอ! เราหลี่ซื่อหมินไปทำบาปกรรมอะไรเอาไว้นะ? เหตุใดจึงให้กำเนิดเด็กเหลือขอเช่นนี้ออกมาได้? ชั่วช้าจริง ๆ กล้าแม้กระทั่งจะฆ่าเราอย่างนั้นรึ!?”
“ชิชะ! หลี่ซื่อหมิน อย่ามาพล่ามไปเรื่อยหน่อยเลย! ข้าไปพูดตอนไหนว่าจะใช้ไฟฟ้าดูดท่านตาย? ท่านไม่เชื่อในสิ่งประดิษฐ์ของเราเอง ว่ามันสร้างไฟฟ้าได้ มิหนำซ้ำยังขอทดสอบมันด้วยตนเอง! ก็พูดเองว่าอยากลอง ข้าก็ปล่อยให้พวกท่านลองแล้วนี่ไง! พอไหลกว๋อกงพิสูจน์มันแล้วหมดสติ ก็มาเรียกข้าว่าเด็กเหลือขอ? หลี่ซื่อหมิน... เจ้าคนหน้าไม่อาย!”
“อะไรนะ!? เจ้าเรียกเราว่าอะไรนะ? กล้าดีอย่างไรมาเรียกเราด้วยชื่อเช่นนั้น? เจ้าเด็กเหลือขอ...”
หลี่ซื่อหมินเกิดโทสะราวกับมีไฟสุมอก