เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 6 บทที่ 164 วางหมากการสังหาร

            นัยน์ตาภายใต้หน้ากากของหลินเฟิงยังคงสงบนิ่งเช่นเดียวกับป้าเตามันทั้งเยือกเย็นและไม่มีความลังเลเลยสักนิด

            ขณะนั้นมุมปากของหลินเฟิงได้ขยับ กล่าวว่า “เจ้าอยากเป็นอิสระหรือไม่?”

            คิ้วของป้าเตาขยับเล็กน้อย ตัวอักษร ‘ป้า’ ที่นาบอยู่บนใบหน้าทำให้เขาดูเยือกเย็น

            ป้าเตายังไร้คำพูด แต่ในความนิ่งเงียบของเขาก็ยังมีการแสดงความคิดเห็นแน่นอนว่าเขาต้องการเป็นอิสระ ใครอยากจะเป็นทาสของผู้อื่นกันล่ะ

            “นาบตราของเจ้าไม่ใช่สิ่งที่ข้าทำ และข้าก็ไม่เคยทำให้ใครต้องกลายเป็นทาส”หลินเฟิงมองป้าเตาที่นิ่งเงียบและค่อยๆ กล่าวขึ้นว่า “หากเจ้าต้องการจะไป ตอนนี้เจ้าสามารถหันหลังและไปได้ ข้าจะไม่ขัดขวางเจ้าหากเจ้าต้องการติดตามข้าก็จงพยักหน้า แล้วตามข้ามา”

            คำพูดของหลินเฟิงทำให้อีเสวี่ยที่อยู่ข้างๆ ประหลาดใจและมองหลินเฟิงอย่างสงสัย คาดไม่ถึงว่าเขาจะปล่อยป้าเตาไป แต่เขาได้จ่ายไป 5,000หินหยวนระดับกลางเพื่อประมูลป้าเตามา ด้วย 5,000 หินหยวนระดับกลางนั้นแน่นอนว่าเป็นจำนวนที่มากโขอยู่มันมากเพียงพอที่จะซื้อทาสผู้ฝึกยุทธ์ที่แข็งแกร่งได้หลายคนเลยทีเดียว

            ขณะนั้นแววตาของป้าเตาหวั่นไหวเล็กน้อย และนัยน์ตาที่อึมครึมคู่นั้นได้จ้องมองหลินเฟิงและเขาก็ได้แสดงสีหน้าครุ่นคิดอยู่

            “ข้าจะให้โอกาสเจ้าเลือกอีกครั้ง อยากไปตอนนี้หรือจะตามข้าแต่ต้องไม่มีการทรยศใดๆ ทั้งสิ้น”

            หลินเฟิงเปิดปากพูดอีกครั้ง และให้โอกาสกับป้าเตาในการเลือก

            การตัดสินใจของป้าเตาในตอนนี้ มันจะมีผลต่อโชคชะตาเขาในอนาคต

            แววตาของป้าเตาค่อยๆ กลายเป็นก้าวร้าวและแหลมคมราวกับคมมีดจ้องเขม็งไปที่หลินเฟิงผ่านหน้ากากสีเงินนั่น แต่ทว่านัยน์ตาของหลินเฟิงยังคงเฉยเมย

            เหมือนกับว่าหลินเฟิงได้โยน 5,000 หินหยวนระดับกลางนั้นทิ้งไปและปล่อยป้าเตาเป็นอิสระ แต่ถ้าหากป้าเตาเลือกติดตามเขา ก็จะไม่มีสิทธิกลับคำได้อีก

            ในชีวิตของใครหลายๆ คนมักตัดสินใจเลือกในโชคชะตา ถ้าหากหลินเฟิงไม่ได้ประมูลป้าเตามาบางทีอนาคตของป้าเตาก็ยังคงเป็นทาสเช่นนั้น ทว่าหลินเฟิงได้ให้ทางเลือกแก่ป้าเตาแล้วยังให้ความเมตตาและรักษาคำพูดจนถึงที่สุดอีกทั้งหลินเฟิงก็สามารถจากไปโดยไม่ต้องคำนึกถึงป้าเตาก็ย่อมได้ แต่เขาเลือกที่จะเก็บป้าเตาไว้ถ้าป้าเตาเลือกอยู่กับหลินเฟิงก็จะต้องไม่มีการทรยศใดๆ ทั้งสิ้นและหลินเฟิงไม่อาจเสียหินหยวนจำนวนมากไปอย่างเปล่าประโชยน์เช่นนี้ได้แต่หลินเฟิงก็ยังให้โอกาสในการตัดสินใจอีกครั้ง เขาช่างใจดีเกินไปแล้ว

            หลินเฟิงกำลังสบตากับป้าเตาราวกับสายน้ำและอากาศมารวมกัน ทั้งคู่มีแววตาที่แหลมคมและบ้าคลั่งเช่นเดียวกันพลันบรรยากาศรอบๆ เต็มไปด้วยกลิ่นอายอันเยือกเย็น ทำให้อีเสวี่ยรู้สึกสั่นสะท้านไปด้วยความหนาวเหน็บ

            ช่างหนาวอะไรขนาดนี้ ไม่เพียงร่างกายที่เย็น แต่มันหนาวเหน็บไปถึงกระดูกและจิตวิญญาณ

            “ข้าจะติดตามท่านไป” หลังจากนิ่งเงียบไปชั่วครู่แววตาของที่แหลมคมของป้าเตาได้แพร่กระจายกลิ่นอายออกมา แล้วกล่าวด้วยเสียงต่ำและพยักหน้าให้หลินเฟิงเล็กน้อย

            “เยี่ยม” ใบหน้าของหลินเฟิงพลันปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาการประมูลทาสผู้ฝึกยุทธ์ด้วยราคา 5,000 หินหยวนระดับกลางมาถ้าหากปล่อยให้ป้าเตาเป็นอิสระ คงเป็นไปไม่ได้ที่หลินเฟิงจะไม่ปวดใจแต่ทว่าป้าเตากลับยินยอมที่จะติดตามเขา แน่นอนว่านี่เป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

            “จงจำไว้ ข้าได้ให้โอกาสเจ้าในการเลือกแล้ว เจ้าสามารถจากไปได้แต่เจ้าเลือกไม่ไปและเลือกที่จะติดตามข้า ในเมื่อเป็นเช่นนี้ถ้าหากในภายภาคหน้าเจ้าทรยศข้าข้าจะทำให้เจ้าไร้ค่ายิ่งกว่าตอนนี้หลายเท่า”

            หลินเฟิงเตือนด้วยน้ำเสียงเย็นชา ขณะนั้นบรรยากาศที่หนาวเหน็บก็ยิ่งเย็นขึ้นเรื่อยๆ

            ป้าเตานิ่งเงียบและพยักหน้า เขาเข้าใจความหมายของหลินเฟิงที่ได้ให้ทางเลือกแก่เขาดี

            ในวันนี้ถ้าไม่มีหลินเฟิง เขาคงถูกคนอื่นประมูลไปในเมื่อกล้าที่จะต้องการเขา แน่นอนว่าพวกเขาต้องมีวิธีการควบคุมทาส และเขาอาจเป็นทาสตลอดไปแต่เพราะหลินเฟิงได้ประมูลเขามาและยอมปล่อยเขาเป็นอิสระ ซึ่งเมื่อดูอะไรหลายๆอย่างแล้ว หลินเฟิงจะไม่ปฏิบัติต่อเขาเยี่ยงทาสฉะนั้นแล้วหลินเฟิงจึงมีบุญคุณต่อเขามาก

            นอกจากนี้ป้าเตาเป็นเพียงทาสและมีนาบตราคำว่า ‘ทาส’อยู่บนใบหน้า ถ้าหากเขาเลือกทิ้งหลินเฟิง เขาก็ยังคงเป็นทาสอยู่อย่างนั้นบางทีอาจมีคนจับตัวเขาไปอีกครั้ง ถึงตอนนั้นเขาคงไม่อาจหนีจากโชคชะตาที่เลวร้ายได้และตั้งแต่เขาได้รับอิสรภาพมา เขาจึงไม่อาจแสดงสีหน้าที่แท้จริงได้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่

            แต่ทว่าหลินเฟิงได้ให้ทางเลือกแก่เขา คือเลือกที่จะเป็นอิสระแล้วออกไปเสี่ยงด้วยตัวเองหรือจะติดตามหลินเฟิงโดยเขาจะไม่ปฏิบัติต่อเขาเยี่ยงทาส

            และป้าเตาเลือกอย่างหลัง ในเมื่อเลือกทางนี้เขาย่อมไม่อาจเสียใจในภายหลังได้และต้องไม่ทรยศหลินเฟิงซึ่งนี่คือทางที่ตัวเขาเลือกเอง และหลินเฟิงไม่ได้บังคับเขาในการเลือกครั้งนี้ด้วย

            “ไปกันเถอะ” จากนั้นหลินเฟิงก้าวเดินออกไปและอีเสวี่ยกับป้าเตาก็เดินตามหลังหลินเฟิงไป

            ในขณะนั้นฝีเท้าของป้าเตาเริ่มเร่งความเร็วขึ้นจากนั้นเดินไปข้างหลังหลินเฟิง และกล่าวว่า “มีใครบางคนตามพวกเราอยู่”

            “ข้ารู้” หลินเฟิงไม่ได้พยักหน้าแต่ตอบกลับเสียงเรียบจึงทำให้ป้าเตาประหลาดใจ

            ในใจของอีเสวี่ยเต้นระรัว นางอดไม่ได้ที่จะชำเลืองมองไปรอบๆ

            เมื่อเห็นว่าห่างจากพวกเขาไปประมาณ 100 เมตร มีร่างหนึ่งได้ตามพวกเขามาคนผู้นั้นทำตามอำเภอใจโดยไม่เกรงกลัวใครและไม่ได้หลบเลี่ยง ราวกับว่าอีกฝ่ายไม่สนใจสิ่งใด

            “นั่นเขา” ดวงตาคู่งามของอีเสวี่ยแข็งทื่อผู้ที่ตามพวกเขามาคือชายหนุ่มชุดเทาที่อยู่ข้างๆ เหมิงชง

            “ไม่ต้องสนใจ” หลินเฟิงกล่าวอย่างเฉยเมยอีเสวี่ยหันไปถามแต่หลินเฟิงกลับนิ่งสงบ ทำให้นางรู้สึกอึดอัด

            “ความแข็งแกร่งของเขาทรงพลังมาก และยังอยู่ขอบเขตแห่งจิตวิญญาณขั้นที่ 7 เขาแผ่กลิ่นอายออกมาตลอดและชีพจรยังแข็งแกร่งอีกด้วย ตัวเขาเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายชั่วร้ายจากการสังหารผู้คนไปนับไม่ถ้วนยากที่จะรับมือ แต่ข้าสามารถประมือได้ ทว่าหากเป็นการต่อสู้ที่ยาวนานข้าอาจพ่ายแพ้”ป้าเตากล่าวด้วยโทนเสียงต่ำ คาดไม่ถึงว่าจะบอกลักษณะความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายได้ชัดเจนเช่นนี้จึงทำให้หลินเฟิงนิ่งอึ้งและเผยความแปลกใจในแววตาของเขาเล็กน้อย

            “แล้วเจ้ารู้ถึงความแข็งแกร่งของข้าหรือไม่?” หลินเฟิงกล่าวถาม

            “ขอบเขตจิตวิญญาณขั้นที่ 5 ไม่เพียงมีกลิ่นอายที่แพร่ออกมาตลอดเท่านั้นแต่ชีพจรยังสมบูรณ์แบบมาก ที่สำคัญลมปราณยังผสานได้สมบูรณ์แบบอย่างน่าอัศจรรย์ถ้าข้าคิดไม่ผิด ท่านรู้แจ้งในอำนาจดาบได้ทั้งหมด และผู้ที่อยู่ขอบเขตแห่งจิตวิญญาณขั้นที่6 ทั่วๆ ไปล้วนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของท่านถึงเป็นข้าก็ยังไม่มั่นใจว่าจะสามารถชนะท่านได้”

            ป้าเตากล่าวด้วยท่าทีสงบนิ่งทำให้หลินเฟิงประหลาดใจเล็กน้อยดูเหมือนว่าป้าเตาจะรู้ความถึงแข็งแกร่งของชายชุดเทาได้แต่เขาจะสามารถคาดเดาความแข็งแกร่งของมนุษย์ได้อย่างไรกันและนอกจากนี้เขายังคาดเดาได้ถูกต้องอีกด้วย

            อีเสวี่ยมองหลินเฟิงอย่างแปลกใจ เขาอยู่ในขอบเขตแห่งจิตวิญญาณขั้นที่ 5คาดไม่ถึงว่าเขากล้าเก็บป้าเตาที่อยู่ขอบเขตแห่งจิตวิญญาณขั้นที่ 6เอาไว้ นอกจากนี้เขายังดูมั่นใจในตัวเองมาก

            “ข้าจะจัดการเอง”

            นอกจากประโยคสั้นๆ แค่นั้นแล้ว หลินเฟิงก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก เขาเริ่มเร่งฝีเท้าก้าวไปข้างหน้า

            ชายชุดเทาประหลาดใจขณะมองแผ่นหลังของทั้งสามคน จากนั้นแสยะยิ้มแล้วกล่าวว่า“ในเมื่อรู้ว่ามีคนตามมา แต่ยังคิดหนีงั้นหรือ!”

            ป้าเตาเป็นทาสผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่ขอบเขตแห่งจิตวิญญาณขั้นที่ 6 และหลินเฟิงยังมี 10,000 หินหยวนระดับกลางไว้ในครอบครองช่างน่าสนใจนัก

            เมื่อเท้าสัมผัสดิน การเคลื่อนไหวของชายชุดเทากลายเป็นว่องไวราวกับสายลม จากนั้นเขาเริ่มเข้าประชิดหลินเฟิงและคนอื่นๆมากขึ้น

            ทว่าในขณะนั้นหลินเฟิงและอีกสองคนกลับเปลี่ยนทิศทาง เข้าไปข้างในภัตตาคารด้านข้าง

            ชายชุดเทาขมวดคิ้ว จากนั้นเร่งฝีเท้าจนมาถึงภัตตาคารแล้วเข้าไปด้านใน แต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของหลินเฟิงและอีกสองคน

            “ชั้นสอง!”

            ชายชุดเทาเงยหน้ามองไปที่บันได และเห็นชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาค่อยๆเดินลงบันไดมาด้วยแววตาอบอุ่นและอ่อนโยน

            “ไปให้พ้น”

            จากนั้นชายชุดเทาเร่งฝีเท้าไปยังบันได และผ่านชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาไป

            ขณะที่ชายชุดเทากำลังจะขึ้นไปข้างบน ได้มีร่างเงาหนึ่งยืนขวางบนบันไดทางเข้าของชั้นสองในมือของผู้นี้ถือมีดยาวและยังมีกลิ่นอายที่แข็งแกร่งพอๆ กับขอบเขตดาบจากนั้นลมปราณที่ปลดปล่อยออกมาพลันส่งผลให้บรรยากาศแปรเปลี่ยน จึงทำให้ม่านตาของผู้คนหดลง

            “ช่างเป็นลมปราณมีดที่แข็งแกร่งยิ่งนัก ไม่สิ นี่คืออำนาจมีด!”

            ชายชุดเทามองป้าเตาและกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ป้าเตาจงติดตามนายน้อยเหมิงซะ นายน้อยเหมิงจะต้องปฏิบัติต่อเจ้าอย่างดีแน่นอนทำไมต้องทำลายตัวเอง...”

            ป้าเตาไม่สนใจคำพูดของชายชุดเทา มีดยาวที่อยู่ในมือค่อยๆ ยกขึ้นและอำนาจมีดก็เพิ่มขึ้นจนทะลักออกมาทำให้บรรยากาศแปรปรวน

            “ครืน!!!”

            ป้าเตากระโดดขึ้นไปในอากาศ ทันใดนั้นมีดยาวเปล่งประกายแสงสีขาว พลันบรรยากาศขณะนั้นราวกับถูกแบ่งออกจากกันและมีร่องรอยการตัดอย่างไม่คาดคิด

            เกิดเสียงดังก้องออกมา จากนั้นบันไดได้แตกออกเป็นเสี่ยงๆเพราะถูกลมปราณมีดอันแข็งแกร่งถล่ม ทว่าสีหน้าของชายชุดเทากลับเยือกเย็นจากนั้นก็ตะโกนว่า “ไปตายซะ! ”

            เมื่อสิ้นสุดเสียง ฝ่ามือของชายชุดเทาสั่นแรงและปล่อยหมัดที่บ้าคลั่งออกไปจากนั้นหมัดได้ปะทะกับคมมีด ท้ายที่สุดร่างของเขาก็ร่วงลงมาอย่างรวดเร็ว

            กำปั้นของชายชุดเทาสั่นสะท้านและเตรียมโจมตี ทว่าในขณะนั้นเขารู้สึกได้ถึงอันตรายจากด้านหลังที่กำลังมา!

            หัวใจของเขาเต้นรัวขึ้น ทันใดนั้นชายชุดเทาก็รู้สึกว่าเมื่อครู่นี้เขาไม่ได้สนใจในสิ่งที่เกิดขึ้นมันทำให้เขาเกือบตาย

            เขาหันไปมองรอบๆ จากนั้นเห็นชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาเมื่อครู่นี้ที่เขาเพิกเฉยแต่ตอนนี้ม่านตาของชายหนุ่มกลับดูเยือกเย็นไร้อารมณ์ความรู้สึกมันเต็มไปด้วยจิตสังหารอันแรงกล้า!

            หัวใจของเขาเริ่มเต้นรัวมากขึ้นอีกครั้ง!!!

    คล้ายกับเรื่องเทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.58M 3380
    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    864K 380
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    มหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน

    มหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.40M 2022
    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    3.06M 3586
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    364K 318