บนยอดเขาสูงเสียดเมฆราวกับมันมีไว้ค้ำยันแผ่นฟ้า ้าสุดมีเเท่นสีดำสนิทห้าเหลี่ยมสร้างยื่นออกนอกขอบผา เเต่ละเหลี่ยมมุมมีสำริดสัตว์แปลกประหลาดยุคาเฝ้าประจำอยู่ ทุกตัวบนหน้าผากมีสัญลักษณ์ห้าธาตุกำเนิดฟ้าดินกำกับเอาไว้ กลางเเท่นสลักลวดลายเส้นสายคลับคล้ายค่ายกลซับซ้อนเลือนรางราวกับผ่านกาลเวลายาวนาน บนเเท่นสำริดโบราณปรากฏชายร่างใหญ่กลิ่นอายเย็นเยียบอหังการในชุดคลุมดำ
" หืม "
ดวงตาเเข็งกร้าวราวกับพญาอินทรีย์ เปี่ยมอำนาจบารมีจับจ้องหุบเหวดำมืดเบื้องล่างที่มีบางสิ่งใหญ่ั์นอนนิ่งสงบอยู่ เเต่เมื่อมันถูกเเววตาอำมหิตรบกวนจับจ้อง ความไม่สบายตัว อึดอัด กระสับกระส่าย จนมันต้องพลิกขยับร่างกายส่อเค้าปรากฏขึ้น เเต่ในยามนี้คิ้วหนาเรียวยาวบนดวงตาคู่นั้นขมวดกระตุกจนต้องหรี่ลงครุ่นคิดดั่งมีบางสิ่งปะทุขึ้นในสำนึก
" กิวมาโด้ "
ด้านหลังชายในชุดคลุมดำปรากฏลำเเสงสีขาวหมุนวนขึ้นมารวมตัวกันจากความว่างเปล่า ก่อนละอองอณูเ่าั้จะรวมร่างเป็ชายหนุ่มคนหนึ่ง
" กิวมาโด้ อยู่นี่ขอรับท่านขุนพล "
บุรุษหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาสุภาพสง่างามในชุดเกราะนักรบสีมรกตเเวววาว ด้านหลังติดตั้งผ้าคลุมสีดำสนิทยาวเรียดพื้นเอ่ยขึ้น
" จงไปที่ ' ดินเเดนสมรภูมิ ' สืบหามาว่าใครเป็ผู้สังหารเ้า ' เเกรนดิวัล ' ตัดหัวมันมาให้ข้าและนำ ' ตรากระโหลกร้อยโซ่ ' คืนมา "
น้ำเสียงสงบนิ่งดั่งผืนทะเลสาบยามพลบค่ำเเต่เปี่ยมไปด้วยพลังเเห่งอำนาจกดข่มเร่งสั่งการ
" บังอาจ! ไอ้พวก ' ผู้ถูกเลือก ' กล้าสังหารร่างเเยกของ ' นายน้อย ' เเล้วชิงตราศักดิ์สิทธิ์ไป ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงล้วนสมควรตาย "
ชายหนุ่มรูปงามก้มหน้าตอบรับอย่างไม่ลังเลเเต่ในใจมีชุดความคิดพุ่งชนประมวลผลกันมากมาย
" ทั้งใช่เเละไม่ใช่... ความคิดเ้าอาจจะถูกต้อง เเต่จงอย่าลืมว่าในดินเเดนนั้น ย่อมมีตัวเเปรที่คาดไม่ถึงคอยสุมไฟเร่งเวลาให้าศักดิ์สิทธิ์ครั้งใหม่ใกล้ปะทุ "
" หรือว่าท่านขุนพลหมายถึงไอ้พวกสารเลว ' แปรพักตร์ ' ชอบฉกฉวยโอกาสน่าตายนั่น "
" เ้าจงนำ ' เรดาร์ ' ไปด้วย สายสัมพันธ์ระหว่างโลหิตสีเงินศักดิ์สิทธิ์อาจช่วยร่นเวลาได้ เเล้วเื่นั้น... "
" เรียนท่านขุนพล มหาปุโรหิต ' ยักกะไซปา ' เเละเหล่าผู้พยากรณ์ดั้งเดิมขั้นห้าครบทั้งสิบสองนักษัตรได้ใช้พิธีกรรม ' เงาโลหิตสะท้อนจันทรา ' เพื่อค้นหาทำนาย ทุกท่านทั้งหมดมีความคิดเห็นสอดคล้องต้องกัน ในอีกยี่สิบสามปีข้างหน้ามหาปราสาทไร้ผู้สืบทอดของบุคคลลึกลับผู้นั้นจะปรากฏขึ้นอีกครั้ง เเต่กลับมีบางสิ่งผิดเเปลกเหนือคาดเดาชักนำให้ครั้งนี้ไปปรากฏขึ้นในดินเเดนสมรภูมิ บนพื้นที่ดึกดำบรรพ์ทางทิศ ' อีสาน ' ในมหาผืนป่า ' เเลลับกลืนิญญา ' รอยต่อที่ตั้งของ ' ตำหนักนาคา ' เเละ ' นิกายปักษา ' สองขั้วอำนาจยิ่งใหญ่สูงสุดในเเดนดิน "
" ดีดีดี ฝูงนกกระจอกงอกง่อยกับเหล่าไส้เดือนเชื้อร้าย "
ชายชุดคลุมสูงศักดิ์เหม่อมองขึ้นไปเบื้องบนแผ่นฟ้าที่ถูกปกคลุมด้วยปุยเมฆสีมืดมีเส้นสายฟ้าฟาดลงมาไม่ขาดสาย แววตาอำมหิตมีประกายคาดหวังรอคอย
ทันใดนั้นเบื้องบนราวกับมีเเรงกดดันหนักหน่วง กลางอากาศปรากฏเงากรงเล็บดำทมิฬขนาดมหึมาสมจริงฉีกกระชากผืนฟ้าราวกับกระดาษแผ่นบาง
ท้องฟ้าในดินเเดนรกร้างเมื่อต้องพลังนั้นย่อมกระจายเเบ่งเเยกออก พื้นหลังของอีกฟากฝั่งเป็ทะเลหมู่ดาวนับล้านกระจ่างฟ้าบนพิภพจักรวาลเวิ้งว้างกว้างไกล ทั้งอาทิตย์ ดวงจันทร์ ต่างอยู่ในวงวิถีโคจรสมบูรณ์ เเต่ภายในนั้นมียังมีดวงดาวสุกสว่างแปดดวงโคจรอย่างเเปลกประหลาด พวกมันเรียงกันเป็เส้นตรงเหลือเพียงดวงสุดท้ายสีฟ้าหม่นที่อยู่หลังสุดลำดับที่เก้าเท่านั้นที่เเตกเเถวบิดเบี้ยว...
ร่างเล็กในชุดหลวมโพรกปรี่เข้าหาชายหนุ่มหญิงสาวที่มือของทั้งคู่เกี่ยวกุมกันอยู่ ชายหนุ่มหน้าคมจมูกโด่งคล้ายคลึงเขาประมาณหกส่วน หญิงสาวเเรกเเย้มอายุไล่เลี่ยกันผิวพรรณขาวเนียนสดใสหน้าตาจิ้มลิ้มสะสวยเชื้อจีนดั่ง ' แป๊ะใช้ ' ราวกับถอดเเบบกันมา
" พ่อครับ คุณลุง "
" ชิงชิงลูกพ่อ... "
" อะ... อะไรกัน "
ปากของเ้าเฉียบอ้าค้างราวกับยัดไข่ไก่เบอร์ศูนย์เข้าไปได้ทีเดียวสามลูก เพราะแทนที่คุณพ่อบังเกิดเกล้าจะเข้ามาถามไถ่ห่วงใยมันที่เป็ลูกชายคนโต เเต่กลับจงใจมองผ่านข้ามหัวเข้าไปปลอบประโลมหญิงสาวที่นั่งสั่นเทาดั่งโดนเเรงอาฆาตจากที่เกิดเหตุกดดันเล่นงาน กระแสกลิ่นคาวเือ่อน ๆ โชยตามเเรงลมพัดเอื่อยพาให้ใบหน้าน้อยนั้นหมองคล้ำลงทันตา ถึงเเม้เ้าหน้าที่กู้ชีพนำศพผู้เสียชีวิตรวมทั้งผู้าเ็ทุกรายส่งต่อถึงมือเเพทย์ในโรงพยาบาลใกล้เคียงเพื่อเร่งรักษาในขั้นตอนต่อไปเรียบร้อยเเล้ว เเต่ร่องรอยคราบเืเเดงฉานรวมทั้งทุกสิ่งที่คว่ำล้มระเนระนาดในที่เกิดเหตุยังคงบอกเล่าถึงความรุนเเรงที่เพิ่งจบสิ้นลงได้เป็อย่างดี
" แป๊ะใช้ของหนูกับหม่ามี๊เหมยหลินทั้งคู่ปลอดภัยอยู่ที่โรงพยาบาล ตอนนี้เฝ้าดูอาการของ ' น้าทัม ' อยู่ เดี๋ยวหนูไปด้วยกันกับพ่อเลยจะได้เจอทุกคนพร้อมหน้าไม่ต้องกังวลนะลูก "
" ลุงเทียบชิงชิงไม่เป็อะไรค่ะ เเค่รู้สึกสงสารคนที่เสียชีวิตเท่านั้นเอง บางคนเสียใจร้องไห้ไม่หยุด "
" ดีเเล้วลูกที่หนูมีจิตใจเช่นนี้ เเต่หนูต้องจำไว้ว่ามนุษย์ทุกคนล้วนเท่าเทียมเกิดเเก่เจ็บตายกันทุกวันเป็เื่ชาชินธรรมดา หนึ่งในสัจธรรมคำสอนใหญ่ยิ่งเเห่งชีวิตที่ทุกคนต้องเรียนรู้ประสบพบเจอขึ้นอยู่ที่ว่าของใครจะมาเร็วถึงช้ากว่าใครเท่านั้น เมื่อคิดได้ดังนี้ตัวเราจะก้าวผ่านความเศร้าโศกเพื่อเข้มเเข็งลุกขึ้นยืนได้ใหม่ "
เเววตาอาทรอ่อนโยนเฝ้าประคับประคองความรู้สึกของลูกสาวในนามไม่วางตา เขาใช้ฝ่ามือหยาบกร้านเข้าปลอบประโลมตีเป็จังหวะเเผ่วเบาบนเเผ่นหลังน้อยนั้นที่สั่นสะท้าน
" พ่อจับคนร้ายได้มั้ย? "
ใบหน้าคมเข้มส่ายไหว แววตาสีสนิมทอดมองใกลยังขอบฟ้ามืดราวกับเห็นสีหน้าถากถางของเ้าจอมปีศาจหัวเราะวนเวียน ในสำนึกปรากฏถ้อยคำประโยคกำกวมนั้นดังก้องขึ้นอีกครั้ง
" พ่อ ตอนที่เฉียบขี่รถมากับชิง เกิดไฟไหม้ไร่ข้าวโพดข้างบ้านของตาเเว่ว ลมกลางคืนโหมเเรงไฟเกือบกินถึงตัวบ้าน เฉียบไม่รู้จะทำยังไงจะเข้าไปช่วยก็ไม่กล้า เพราะทางเเยกเส้นเล็กตรงเข้าบ้านทั้งสองฝั่งไฟลุกไหม้ะโข้ามถนนจนไม่เหลือทางเดิน เราเลยรีบบึ่งมาในงานเพื่อเเจ้งบอกทุกคนเเต่สภาพที่เห็นกลับ... เลวร้ายกว่า "
" ลุงเเว่ว! ไอ้เฉียบเเล้วเเกได้บอก... "
" เรียบร้อยจ่ะ เ้าหน้าที่ประสานกู้ภัยเเละหน่วยดับเพลิงแบ่งกลุ่มเเยกไปเเล้ว เฉียบว่าจะตามไปเเต่น้าคนขายน้ำตาลปั้นเตือนให้เรารออยู่นี่ก่อน ถึงไปคงช่วยอะไรไม่ได้ดีเเต่จะกีดขวางการทำงานของเ้าหน้าที่เท่านั้น "
เเคร่ก เเค่รก
เปรี๊ยะ!
ครืน! ครืน!
ไม้ตะเคียนโบราณที่ประทับประจำในศาล ' เ้าเเม่สะใบทอง ' ส่งสัญญาณเเตกร้าวรุนเเรง ก่อนที่ผิวของไม้ศักดิ์สิทธิ์จะปริเเตกผ่ากลางเป็สองซีกใหญ่ราวกับโดนคมขวานขนาดั์จามตอก ซีกหนึ่งกลิ้งตกลงมากวาดกระถางธูป ซุ้มดอกไม้ ตู้โชว์ชุดไทยหลากสีสันด้านหน้าที่ผู้คนนำมาถวายจนล้มคว่ำกระจกเเตกร้าวข้าวของเสียหาย อีกอันกลิ้งไปอีกด้านกระเเทกกับต้นเสาศาลาที่ประทับจนเสาปูนหล่อเกิดรอยเเตกร้าวงอตัวยุบลงมา โชคยังดีที่โครงสร้างค้ำยันยังเเข็งเเรงหลังคาไม่ได้ถล่มลงมาด้วย
เทียบถึงกับคิ้วกระตุกมองไปยังศาลข้างประตูวัดที่ส่งเสียงอึกทึกครึกโครม จิติญญาเเห่งไฟรู้สึกร้อนรนราวกับเกิดสังหรณ์ร้าย ตั้งเเต่ตัวเข้าได้หลอมรวมกับเศษเสี้ยวมหาเพลิงกาฬน้อยนักที่จะมีสิ่งใดสร้างเเรงกดดันหวาดหวั่นให้ได้ เเต่ที่เพิ่งเกิดขึ้นนี้กลับประหลาดผิดเเปลกในความรู้สึก ไม่รู้ว่าเื่นี้กับเหตุการณ์ก่อนหน้านั้นเกี่ยวข้องกันหรือไม่ เพราะทั้งหมดที่ได้เผชิญผ่านมามันบ่อนทำลายกรอบความคิดของเขาลง ในที่สุดทุกอย่างต้องปรับเปลี่ยนแผน
" เ้าหรั่ง พาพวกเด็กขึ้นรถไปสมทบกับเเม่พรที่โรงพยาบาล จากนั้นพาเเป๊ะใช้กับทุกคนทั้งหมดรับส่งให้ถึงหน้าบ้าน "
" ได้นาย "
" เฉียบ พ่อต้องพึ่งเเกเเล้วดูเเลทุกคนเเทนที "
" ไม่ต้องห่วงครับพ่อ "
เเต่ก่อนที่เทียบจะก้าวขาขึ้นคร่อมเ้าฮอนดะหน้าหมูสีเเดง เขาหันไปส่งสายตาขอบใจให้เ้าคงเดชพ่อค้าขนมน้ำตาลปั้นมากฝีมือที่ช่วยพูดดึงรั้งหนุ่มสาวเืเนื้อเชื้อไขของเขากับเพื่อนรักให้ทั้งคู่รออยู่ที่นี่เพื่อความปลอดภัย ยิ่งมองยิ่งเห็นถึงความสามารถโดดเด่นในการปลอมเเปลงของมันที่แยบยลถึงขีดสุด
" ขอบใจมากพ่อค้า ที่ช่วยดูแลลูกหลานแทนพี่ "
" ไม่เป็ไร... ครับผม! "
' ไอ้เวรคงเดช! มึงนี่มันล้นเกินไปจริง ๆ เกือบจะเนียนอยู่เเล้วเชียว '
ดาบเทียบส่ายหน้าเซ็งจิตสายตาเข้มงวดมองตำหนิเ้าหน้าที่หนุ่มนอกเครื่องเเบบที่หลงลืมตัวปล่อยบรรพบุรุษไก่โต้งตัวใหญ่จนมันยิ้มเเหยหน้าเเห้ง พ่อคนเเสนซื่อดันเเอ่นอกยืดตัวตรงเเล้วยกฝ่ามือขึ้นมา ' ตะเบ๊ะ ' ขอบคุณทำความเคารพตัวเขา ดีที่เวลานี้รอบข้างเเทบไม่มีผู้คนหลงเหลือเพราะความสนใจทั้งหมดหักเหย้ายไปยังบ้านไม้ของเฒ่าเเว่วเเทน
เ้าหมูเพลิงควบทะยานฝ่าความมืดในทิศทางตรงกันข้ามกับที่ตั้งของวัดหนองน้ำเเห้ง เเต่สิ่งที่เห็นรำไรกลับทำให้สีหน้าดาบหนุ่มต้องเเข็งค้าง เพราะแผ่นฟ้าดำมืดเบื้องหน้าได้เจือสีเเดงผืนหนึ่งราง ๆ ลุกลามกว้างใกล้ประชิดถึงเชิงเขา...