หลังจากตื่นจากฝันสุดฟิน ลี่อินก็รวบรวมสติลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว และออกจากห้องในตอนสายด้วยใบหน้าเก็บอาการสุดฤทธิ์
อากาศวันนี้สดใส แดดอ่อนพาดผ่านใบชาในไร่ สายลมเย็น ๆ พัดผ่านทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นอย่างแปลกประหลาด
เมื่อเดินลงมาถึงลานบ้าน เธอก็เจอ **อี้** กำลังยืนจัดอุปกรณ์เก็บชาอยู่ เขาเงยหน้าขึ้นมาทักพร้อมรอยยิ้มเจ้าเสน่ห์ประจำตัว
“อรุณสวัสดิ์แม่สาวเมืองไกล มาช้าแบบนี้แสดงว่าฝันดีแน่เลยนะ” เขาหัวเราะในลำคอ
ลี่อินสะดุ้งในใจเล็กน้อย ‘เขารู้เหรอ?! ไม่หรอก…เขาแค่พูดเล่นแน่ ๆ’ เธอยิ้มกลบเกลื่อนแล้วตอบ “อรุณสวัสดิ์ค่ะ พอดีเมื่อคืน...อ่านหนังสือดึกหน่อย”
“งั้นวันนี้จะได้ทดสอบว่าหนังสือที่อ่านจะช่วยเจ้าในไร่ได้แค่ไหน” อี้ยื่นตะกร้าให้ “มา เก็บชาไปกับข้า จะได้รู้ว่ายุคนี้เขาทำอะไรกัน”
ทั้งสองเดินไปยังแปลงชา อี้อธิบายไปเรื่อย ๆ อย่างอารมณ์ดี
“ยอดชาที่ดีต้องเป็นยอดที่เพิ่งแทงออก ไม่แก่เกินไป ไม่อ่อนเกินไป…เหมือนคนเลยนะ ต้องพอดีถึงจะมีคุณค่า”
ลี่อินยิ้ม “พูดแบบนี้บ่อยหรือเปล่า?”
“ข้าแค่พูดให้คนฟังเข้าใจง่าย จำได้นาน และเผลอยิ้มกลับให้ข้า” อี้ขยิบตา
ระหว่างเก็บใบชา เธอสังเกตวิธีการจัดการไร่ของที่นี่อย่างละเอียด การใช้แรงงานคน แบ่งหน้าที่ตามความถนัด ไม่มีเครื่องจักรหรือเทคโนโลยีใด ๆ ทั้งสิ้น
เธอลองแนะนำเล็กน้อย “ถ้าใช้ผ้าฝ้ายปูพื้นแปลงตอนช่วงฝน จะช่วยรักษาความชื้นได้ดีขึ้นนะคะ ที่โลกของข้าเขาใช้กัน”
อี้หันมาสนใจทันที “เจ้ามีไอเดียแบบนี้อีกเยอะไหม?”
“ถ้าให้ข้านึก ข้าคงช่วยออกแบบระบบจัดการน้ำในไร่ให้ไหลลงตามระดับได้ดีขึ้น ไม่ต้องตักน้ำด้วยแรงคนทุกครั้ง” เธอเริ่มร่ายยาว
“แบบนี้ต้องให้เจ้าช่วยเขียนแปลนไว้แล้วล่ะ” เขาหัวเราะ “แต่อย่าลืมพักกินข้าวด้วยล่ะ ขืนคิดเพลินจนหิว เดี๋ยวข้าต้องทำโจ๊กให้เจ้าอีกแน่”
บรรยากาศระหว่างทั้งคู่เป็นไปอย่างสบาย ๆ ลี่อินได้เรียนรู้วิถีชีวิตของชาวไร่ ได้รู้จักระบบการทำงานแบบยุคโบราณ และในขณะเดียวกัน เธอก็ได้เริ่ม ‘แทรกโลกเดิม’ ของเธอเข้ามาทีละนิด อย่างแนบเนียน