บทที่ ๑๙ : ทวงสัญญา
“เอาล่ะมาเข้าเื่กันต่อ” หยูเหมาขยับผ้าปิดตาแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ประชุมอีกครั้งหลังจากที่หายตัวไปพักใหญ่ สีหน้าของเขาดูแช่มชื่นขึ้นเล็กน้อยขณะที่จักรพรรดิเว่ยและมู่ที่นั่งอยู่ด้านข้างเอามือปัดอากาศไปมา เหมือนกำลังไล่กลิ่นสาปสางอะไรบางอย่าง“เ้าได้ล้างมาหรือไม่” ชายหนุ่มหน้ามลแห่งมู่ผู้หล่อเหลาทำหน้าตาเหยเกบอกบุญไม่รับขณะที่จักรพรรดิเว่ยเอามืออุดรูจมูกของตัวเองเหมือนกลั้นหายใจ
“เมื่อโอรส์คนที่แปดบังเกิดตามคำบัญชาแห่งทวยเทพหรานหนานเมื่อนั้นภัยพิบัติจักบังเกิด” หยูเหมาทำหน้าตาจริงจังขึ้นอีกครั้งเฟยลงขมวดคิ้วตั้งใจฟัง “ซึ่งพวกเราก็ไม่รู้ว่าภัยพิบัติที่ว่า...หมายถึงอะไร?” ทุกคนผงกหัวตามแบบเห็นด้วย
“พระนางฟางเซียนตำแหน่งโอรส์มิใช่ว่าใครก็เป็ได้ แน่นอนว่ามันมีหน้าที่ที่พึงกระทำอยู่”จักรพรรดิหยูอธิบาย ขณะที่เฟยหลงเอื้อนเอ่ยแทรก “ปกครองบ้านเมือง? ดูแลประชาชนในอาณาจักรให้อยู่ดีกินดี?”
“นั่นก็ส่วนหนึ่งมันเป็หน้าที่ของประมุขอาณาจักรพึงกระทำอยู่ก่อนแล้ว แต่นอกจากเื่ที่ว่าพวกเรายังมีหน้าที่นำทัพยับยั้งเผ่าปีศาจนอกทวีปอีกด้วย” ชายผู้ปิดตาด้วยผ้าสีดำทำเสียงขรึมเขากลืนน้ำลายอึกใหญ่แล้วพูดต่อ “ท่านที่อยู่ภาคกลางมีอาณาจักรน้อยใหญ่โอบล้อมคงไม่เคยเห็นปีศาจตัวเป็ๆกระมัง”
เฟยหลงพยักหน้าั์ตาเบิกกว้าง เพราะคาดไม่ถึงมาก่อนว่ามิติของฟางเซียนจะมีอะไรเหนือจินตนาการแบบนี้อยู่ด้วย
“พวกปีศาจไม่เคยเจรจาไม่เคยพูดคุย พวกมันมีแต่การทำลายล้าง เวลาที่มันเคลื่อนพลหนึ่งครั้ง ๑ มณฑลเลือนหายไปเสียดื้อๆ”หลี่เหวิ่นเทียนเอ่ยสำทับ ขณะที่เหล่าข้าราชบริพารแห่งอาณาจักรอี้นำอาหารมาเสิร์ฟบนโต๊ะ
จักรพรรดิเด็กเฉินม่อเอื้อมมือหยิบส้มลูกหนึ่งเข้าปากโดยมิได้ปอกเปลือกธิดาเทพที่อยู่ด้านข้างจึงตีมือติเตียน...
“เอ่อ...”เงียบกันไปครู่หนึ่ง หยูเหมาจึงเอ่ยแทรกขึ้นว่า “อย่างที่รู้ พวกปีศาจมันไม่เคยปราณี ที่สำคัญมันมีพลังชีวิตเหนือกว่าสิ่งมีชีวิตทั่วไปหากไม่ตัดศีรษะให้ขาดโดยตรง พวกมันก็ยังคงมีฤทธิ์ฆ่าฟันอยู่ดี”
“แล้วพวกท่านสู้พวกมันได้ใช่ไหม?”เฟยหลงตั้งคำถาม หัวสมองกำลังครุ่นคิดตามถึงปัญหาใหม่
“พวกตัวเล็กตัวน้อยก็มิเท่าไหร่หรอกแน่ล่ะ!โอรส์ทุกคนมีปราณบ่มเพาะระดับเทวะชีวิตที่สามขึ้นไปกันทั้งนั้นยกเว้นพระนางที่ยังมีปราณขั้นบริสุทธิ์อยู่ ถูกไหม?”จักรพรรดิหยูทำหน้าทำตาเหมือนใช้ััที่หก เขาตรวจจับออร่าปราณของฟางเซียนที่เก็บซ่อนเอาไว้ได้อย่างง่ายดาย
“แต่มันก็มีตัวที่พวกเราต้องร่วมมือกันสู้อยู่ดีปีศาจบางตัวต้องใช้โอรส์ถึงสองคนรุม บางตัวอาจมากกว่านั้น” จักรพรรดิเว่ยเสริม ั์ตาจ้องมองมาที่เฟยหลงไม่กะพริบ “อาณาจักรเว่ยของข้านี่แหละ ที่โดนโจมตีจากเผ่าปีศาจบ่อยที่สุด”
“แต่ถ้าเรามีทรัพยากรอาหารมันก็อีกเื่หนึ่งพวกเ้าว่าไหม? บ่อยครั้งที่พวกปีศาจบุกทำลายหมู่บ้าน พื้นที่ทางการเกษตรทำให้ข้าวยากหมากแพงไปทั่วทวีป เกิดความเดิอดร้อน...แต่ถ้ามีพระนางอยู่ล่ะก็ผู้ที่ปลูกอะไรก็งอกงามได้ในคืนเดียว ก็น่าจะเป็ไพ่ตายสำหรับพวกเรา” หลี่เหวิ่นเทียนพูดเสียงหล่อ “และข้าก็ยังอยากได้เ้าเป็ฮองเฮาของข้าอยู่นะ”
“แต่...การทหารก็สำคัญ! พวกปีศาจใช่ว่าจะปรากฏตัวแบบสันโดษเสียหน่อยทุกครั้งที่มันมาเยือน กองทัพพวกมันมีเรือนหมื่นเสมอ ไม่เคยต่ำกว่านั้นเลยสักนิด และทหารที่มีปราณต่ำกว่าระดับัก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกมันเลยแถมอาณาจักรอี้ยังพึ่งก่อตั้ง... เหล่าทหารของพระนางไม่ได้อยู่ในระดับที่จะหยุดพวกปีศาจได้เลยสักตัวเดียว...ข้าจึงขอเสนอให้พระนางเน้นสร้างผลผลิตทางการเกษตรจะดีกว่าส่วนเื่กองทัพปราบปีศาจ อาณาจักรต่างๆ จะคอยส่งมาสนับสนุนพระนางเองเมื่อมีภัย” จักรพรรดิเว่ยสาธยายยาวยืด เฟยหลงจับใจความได้และคิดว่าสิ่งที่อีกฝ่ายเสนอเขาพอทำให้ได้...โดยไม่มีปัญหาแต่อย่างใด
“ได้! เื่อาหารพืชผัก อาณาจักรข้าจะจัดการให้เอง” หญิงสาวร่างระหงลุกขึ้นยืนชูกำปั้นแบบมั่นใจ
“ถ้าท่านรับปากเฉกเช่นนี้พวกเราก็เบาใจ” จักรพรรดิมู่ปรบมือแสดงความยินดีขณะที่คนอื่นๆ บนโต๊ะลงมือตักอาหารกินบ้างแล้ว
“เอาล่ะจบเื่เครียด พวกเรามาฉลองที่วันนี้มีสมาชิกใหม่กันเถอะ” หลี่เหวิ่นเทียนชูจอกเหล้าขึ้นหราทุกคนยกจอกเหล้าชูขึ้นตาม ก่อนจะกระดกเหล้าเข้าปากยกเว้นเฉินม่อที่ถูกสั่งห้ามโดยธิดาเทพ “มิควรกินสุรานะเพคะ”เด็กน้อยเบ้ปากน้ำตาคลอเบ้า
ยามเย็นแสนสุขสันต์ผ่านไปราวกับโกหกโอรส์ทั้งหกนอนเมาสุรากองอยู่กับโต๊ะอาหารไม่ไปไหน หากแต่ว่าบุตรี์คนที่เจ็ดกลับมิอาจข่มตาให้หลับได้ร่างระหงพร้อมองครักษ์แห่งดวงดาวทั้งสี่ สาวเท้าลงสู่ชั้นใต้ดินอันมีคุกแห่งท้องพระโรง
“สกุลอี้ทุกคนปลอดภัยดีใช่หรือไม่?”ริมฝีปากแดงโดยธรรมชาติเอื้อนเอ่ยถามข้ารับใช้ ขณะที่ลั่วลั่วรีบเข้าถวายรายงานเอื้อนเอ่ยตอบ“ทุกทุกคนปลอดภัยดีเพคะ ท่านเกาเทียนกลับจวนแล้วบางคนมีแผลถลอกบ้างนิดหน่อย เพียงแต่เป็ส่วนเล็กน้อยเท่านั้น”
“ดี...ข่าวดี” เฟยหลงพึมพำในลำคอเบาๆสองขายังคงก้าวย่างผ่านประตูคุกที่คุมขังนักโทษในแผ่นดินไปเรื่อยๆด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะมาหยุดยืนที่หน้าประตูคุกของฉีคัง อดีตฮ่องเต้แห่งต้าฉี
ชายหนุ่มใบหน้าเกลี้ยงเกลาโผกอดซี่ลูกกรงประตูเหล็กเมื่อเห็นฟางเซียนมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าห้องขังชองตัวเอง
“องค์ฮองเฮาเ้าจะมาปล่อยข้าใช่หรือไม่ สายสัมพันธ์ของเรายังไม่ขาดใช่ไหม? อย่างน้อยๆข้าฉีคังกลับตัวกลับใจแล้ว ได้โปรด...มอบโอกาสให้ข้าได้แก้ตัว ข้าสัญญา ข้าจักเป็สามีที่ดีจะรักเ้า เอ็นดูเ้า ไม่ทอดทิ้งเ้าอีก”
“สัญญารึ?พรุ่งนี้ เ้าจะโดนปะา และเอาหัวไปเสียบประจาน”เฟยหลงแสยะยิ้มะเื ฉีคังถึงกับสะดุ้งโหยงหน้าซีด
“ยังคงจำคำทำนายของข้าได้หรือไม่...หากจำคืนนั้นมิได้ ก็อย่าหวังว่าเ้าจะหลุดออกจากที่นี่ไปแบบมีชีวิตเพราะนี่คือสิ่งเดียวที่ข้าให้โอกาสแก่เ้าแล้ว” เฟยหลงสบถตะคอกอีกฝ่ายฉีคังน้ำตาไหลนองหน้า เป้ากางเกงมีน้ำซึมออกมาอย่างเห็นได้ชัด
ครู่หนึ่งดวงตาของฉีคังก็เบิกกว้างพลันเขย่าประตูลูกกรงดีใจยกใหญ่ “ข้าจำได้ข้าจำคำทำนายของเ้าได้”
“ดี...ดี ว่ามา” ร่างระหงทำไม้ทำมือบอกอีกฝ่ายให้รีบพูด ขณะที่องครักษ์สาวทั้งสี่กำลังตั้งท่าเหมือนจะลงทัณฑ์ฉีคัง
“กษัตริย์์บุตรัจะต้องก้มลงกราบแนบเท้าสตรีแห่งดวงดาวเพื่อทวงคืนบัลลังก์แต่ไม่ว่าจะกราบแนบเท้าจนหลั่งน้ำตาไหลเป็สายเืสตรีแห่งดวงดาวก็มิอาจให้อภัยได้ จักต้องกราบถึงสามครั้ง พระนางถึงจะยอมช่วยเหลือ”อดีตฮ่องเต้เอื้อนเอ่ยเสียงเครือ ขณะที่เฟยหลงฉีกยิ้มมุมปากสะใจ
“จำได้ก็ดีคงรู้สินะว่าจักต้องทำเยี่ยงไร” จักรพรรดินีแห่งอี้พยักพเยิดให้อีกฝ่ายลงมือฉีคังคุกเข่าลงเบื้องหน้าร่างระหงและค่อยๆ หมอบกราบแนบเท้า
“เ้ากระทำการเหมือนไม่ค่อยเต็มใจสักเท่าไหร่คงอยากศีรษะหลุดจากบ่ามากกระมัง” หญิงสาวเดินวนหน้าห้องขังแบบยียวนฉีคังลุกขึ้นนั่งคุกเข่าอีกครั้ง พลันก้มหมอบกราบหัวโขกพื้นสุดแรง “ขออภัยพระนางฟางเซียนขอรับ”
โป้ก!
เืสีแดงไหลซึมเต็มหน้าผากอดีตฮ่องเต้เฟยหลงฉีกยิ้มพึงพอใจแบบตัวร้ายจากละครดัง
“เอ๊ะ!คำทำนายบอกว่ากี่ครั้งกันนะ รู้สึกจะสามครั้งมิใช่หรือ?” น้ำเสียงสูงเอื้อนเอ่ย อีกฝ่ายกัดฟันอดทนความเ็ป พร้อมก้มลงกราบหัวโขกพื้นสองครั้ง
โป้ก โป้ก!
หน้าผากฉีคังปรากฏแผลเหวอะฉีกเป็วงกว้างเืแดงฉานไหลนองเต็มใบหน้า
“เอาล่ะข้าจะไว้ชีวิตเ้า เ้าบอกอยากกลับตัว ข้าก็จะมอบโอกาสให้” เฟยหลงยื่นข้อเสนอฉีคังเริ่มกลับมายิ้มได้
“ให้อภัยข้าแล้วหรือองค์ฮองเฮาจักให้ข้าขึ้นเป็จักรพรรดิคอยเคียงข้างเ้าใช่หรือไม่?”
เฟยหลงส่ายศีรษะไปมาั์ตาหรี่ลงแบบดูแคลน “เ้านี่ช่างมักใหญ่ใฝ่สูงเสมอข้าบอกที่ไหนกันว่าจักให้เ้ากลับมาเป็พระสวามี เ้าฝันไปรึ? เพราะที่ข้าจักให้เ้าเลือกมีแค่เป็หัวหน้าชาวนาในอาณาจักรของข้า หรือไม่ก็เป็ขันทีภายในวังหลวง”
ฉีคังหน้าซีดเผือดลงอีกครั้งก่อนจะก้มมองดูจุดยุทธศาสตร์ของตัวเอง
“ข้าไม่เป็ขันทีข้าไม่เป็แน่แท้ อ้อ...ใช่ๆ ข้าจะไปเป็หัวหน้าชาวนาเชิญใช้งานข้าได้ตามที่พระนางสั่ง เอ่อ... กระหม่อม รับพระบัญชา ขอเป็ชาวนาพ่ะย่ะค่ะ”อดีตฮ่องเต้พูดจาลนลาน ใบหน้าไม่เหลือเค้าโครงความหล่อเหลาอีกต่อไป
“ก็ถือว่าเ้าเลือกได้ดีเพราะข้า้าแรงงานที่มีความรู้สักหน่อย เพราะอาณาจักรของเราจักต้องเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรเป็จำนวนมากหวังว่าความรู้ความสามารถของเ้าจักเป็ประโยชน์ในกาลหน้า อ้อ! ถ้าคิดหนี ขอบอกเ้าตรงนี้เลย เ้าหนีไม่พ้นข้าหรอก” ใบหน้าสะสวยแสยะยิ้มมุมปากพลางทำไม้ทำมือสั่งทหารยามให้ปล่อยตัวฉีคังออกมา “นำตัวไปที่กระท่อมในเขตชนบทสักที่และจับตาดูไว้อย่าให้หลบหนี หากชายคนนี้หลบหนีได้เมื่อไหร่? ข้าจักปะาเก้าชั่วโคตรกับทหารทุกคนที่คอยจับตาดูฉีคัง!เข้าใจหรือไม่?”
“น้อมรับพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะฝ่าา” กองทหารยามนับสิบเปิดประตูคุกลากอดีตฮ่องเต้ถูไปกับพื้นแบบไม่สนใจไยดีขณะที่ร่างระหงเดินนำหน้าองครักษ์ทั้งสี่ไปยังประตูคุกเหล็กบานต่อไป
“ตงอ้ายเหริน” เฟยหลงก้มตัวมองสภาพหญิงสาวสวยในชุดนักโทษ “ไหนลองบอกมาซิ ว่าเ้าว่าใครเป็ได้แค่นางบำเรอของยาจก?”
สาวสวยผู้อยู่ในคุกปากคอสั่นเทาหน้าตาตื่นตระหนกศีรษะส่ายไปมาไม่กล้าปริปากตอบโต้สิ่งใด...
“โอ้ววว!ติดคุกไม่กี่ชั่วยามถึงกับเป็ใบ้เลยกระนั้นรึ?ไหนว่าของของข้ากลายเป็ของของเ้าเสียหมดแล้ว ในเวลานี้น่ะหรือแม้แต่แผ่นดินที่เ้าเหยียบ ก็ยังเป็ของของข้า...” จักรพรรดินีฟางเซียนทำหน้าทำตาอวดเบ่งหยิ่งยโสจนแลดูเหมือนอ้ายเหรินกลับกลายเป็นางเอกไปเสียนี่
“ข้าข้า ข้ามิกล้า” หญิงสาวรูปงามคุกเข่าลงหมอบกราบน้ำตาไหลนองเพราะไม่รู้จะกระทำการสิ่งใดได้อีก ในเวลานี้...เหมือนโลกทั้งใบของนางได้พังทลายลงไปหมดแล้ว
“หน้าตาของเ้าช่างงดงามแต่ใจกลับสกปรกเสียจริงอ้ายเหริน ข้าล่ะเสียดายความงามของเ้านะ จึงตัดสินใจไม่บั่นคอของเ้าทิ้ง...อืม... แต่ข้าจะมอบทางเลือกให้กับเ้าก็แล้วกัน... ดีไหม?”เฟยหลงเอื้อนเอ่ยยื่นข้อเสนอ ขณะที่ร่างขาวผู้อยู่ในคุกพยักหน้าตกลงแบบมีความหวัง
“ลองเลือกสิระหว่างเป็ นางโลมในหอโคมแดง... อย่างเ้าต้องขายดีแน่ๆ ราคาสูงก็คงมีคนยอมจ่ายหลายตำลึงทองต่อครั้ง?”ฟางเซียนเดินวนไปวนมาหน้าลูกกรงเหล็กเหมือนครุ่นคิด ก่อนเอ่ยเสริมต่อ“กับอีกทางเลือกก็คือ...เป็สายลับคอยสืบกลุ่มฏแห่งฉีที่อาจยังหลงเหลืออยู่ในอาณาจักรข้าแน่ล่ะ! ข้ามาสถาปนาทับอาณาจักรฉีของเ้าย่อมต้องมีผู้เสียผลประโยชน์และไม่พอใจข้าอยู่แน่นอน ซึ่งอาจจะมีคนลอบวางยาพิษสร้างเื่ราวใส่ร้าย แต่หากเ้ายอมเป็สายสืบให้กับข้าล่ะก็ข้าสัญญาว่าจะไว้ชีวิตของเ้า... อา... แต่งานมันเหนื่อยมากกว่าข้อแรกหลายเท่านะคิดดีๆ ล่ะ”
อ้ายเหรินเหงื่อกาฬไหลรินทั่วร่าง ขณะที่ฟางเซียนยื่นหน้าเข้าจ้องตาสาวงามในระยะประชิด
“หากเ้าคิดคดทรยศข้าเมื่อใดสกุลตงของเ้าจะหายไปจากแผ่นดินต้าอี้ของข้าอย่างแน่นอน”
โปรดติดตามตอนต่อไป