ณ ป่าทางเหนือของเมืองชีโรฮุย…
ัอัสนีตัวน้อยทั้งหลายที่ถูกแช่แข็งเอาไว้ได้ทำลายน้ำแข็งออกมา แต่หลังจากที่ออกมาได้แล้วพวกมันก็สลายหายไปโดยทันที…
หลังจากนั้น ซูมะอุสึคุที่หมดสติและนอนอยู่บนพื้นหญ้าก็ได้สติกลับคืนมา
และคนอื่นๆทั้งหมดก็เริ่มได้สติคืนมาเช่นกัน…
''ดูเหมือนน้องสาวหน้ากากดำคนนั้นจะจากไปแล้วสินะ ?''
ซูมะอุสึคุพึมพัมออกมาเบาๆ
''โอคินะวามุ... เ้าพอจะมีข้อมูลของสาวน้อยหน้ากากดำคนนั้นไหม ? เหตุใดนางถึงได้ทรงพลังมากมายขนาดนี้กัน ทั้งๆที่อายุของนางยังไม่น่าจะถึงสิบปีเต็มเลยด้วยซ้ำ…''
ฮาวาอินเอ่ยถาม…
โอคินะวามุหลังจากที่ได้ยินคำถามนี้เขาก็ได้แต่ส่ายหัวเบาๆและกล่าวออกมา
''ข้าเอง… ก็อยากจะรู้เช่นกันว่าเด็กน้อยที่ทรงพลังปานนั้นเป็ใครกัน…''
''งั้นทำไมเราไม่ไปถามเ้าชุดดำพูดน้อยนั่นดูล่ะ เขาเป็พี่ชายของนางไม่ใช่รึไง ?''
ชิโนะซึเมะกล่าวแนะนำพร้อมหันหน้าไปทางชินที่ภายนอกของเขาก็ยังคงเ็าอยู่…
แต่ภายในใจของเขานั้นกำลังสับสนเป็อย่างมาก
เขาได้คิดในใจ…
(เ้าลูกแก้วสีแดงเล็กๆที่อยู่ภายในมือของข้า… มันคืออะไรกัน ? ทำไมมันถึงได้คล้ายคลึงลูกแก้วโลหิตนั่นนัก…
ลูกแก้วโลหิตเองก็หายไปแล้วด้วย… หรือว่าเ้าลูกแก้วเล็กๆสีแดงนี่จะเป็ลูกแก้วโลหิต ?
ถ้าใช่… เ้าพวกห้าปีศาจพวกนั้นจะมารุมโจมตีข้าเพื่อลูกแก้วโลหิตนี้หรือไม่ ?
เื่นี้ข้าไม่แน่ใจเท่าไหร่นัก... คงได้แต่ต้องซ่อนลูกแก้วนี่เอาไว้ก่อน
ส่วนทำไมมันถึงได้มาอยู่ในมือข้านั้น...
ก็คงไม่พ้นฝีมือของสาวน้อยหน้ากากดำนั่นที่มาก่อปัญหาไว้แล้วก็จากไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นคนนั้นแน่ๆ)
และเวลานี้เองคำพูดของชิโนะซึเมะก็ได้ดังมาเข้าหูของชิน เขาคิดว่าปัญหากำลังจะเกิดขึ้นแล้วอย่างแน่นอน
ห้าปีศาจทุกคนล้วนจ้องมองมาทางชิน…
แม้พวกเขาจะไม่แผ่อำนาจหรือพลังอะไรออกมาก็ตาม แต่มันก็ทำให้ชินในตอนนี้ก็รู้สึกกดดันเป็อย่างมาก…
''พวกเ้าอยากรู้อะไรเกี่ยวกับน้องสาวผู้น่ารักของข้ากัน ?''
ชินกล่าวถามออกมาด้วยใบหน้าเ็า พร้อมปลดปล่อยไอความมืดออกมารอบๆตัว…
แต่เวลานี้เองซูมะอุสึคุก็ได้กล่าวคำพูดบางอย่างขึ้นมาเสียก่อน…
''ที่พวกเ้าอยากรู้เื่ของน้องสาวหน้ากากดำคนนั้นของข้า…
พวกเ้าถามเ้าเด็กน้อยชุดดำนั่นไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอก…
เพราะเ้าเด็กน้อยชุดดำนั่นไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับน้องสาวหน้ากากดำของข้า
อย่างเช่นพี่ชายน้องสาวอะไรนั่น…
และที่ข้าสามารถแน่ใจในตอนนี้ได้เลยก็คือ เ้าเด็กชุดดำนั่นดูเหมือนจะไม่รู้จักสาวน้อยหน้ากากดำของข้า…
แต่นางจะต้องรู้จักเ้าเด็กน้อยชุดดำนั่นอย่างแน่นอน…
ไม่งั้นนางคงไม่พยายามที่จะช่วยให้เ้าเด็กนั่นได้ลูกแก้วโลหิตนั่นหรอก…
และเวลานี้ลูกแก้วโลหิตก็คงอยู่ภายในมือของเ้าเด็กน้อยชุดดำนั่นแล้วแน่ๆ''
สิ่งที่ซูมะอุสึคุได้กล่าวออกมานั้น แทบจะไม่ผิดเพี้ยนเลยแม้แต่น้อย
ทำเอาชินลอบก่นด่านางอยู่ภายในใจ…
(แม่สาวน้อยผู้นี้นางนี่ชักจะรู้มากจนเกินไปแล้ว… และตัวเ้านั้นอย่างมากก็คงอายุได้แค่สิบสองปี… กล้าดียังไงมาเรียกข้าว่าเด็กน้อย… หากมีโอกาส ข้าชิน ขอสาบานเลยว่าข้าจะจับเด็กน้อยปากมากนี่มาตีก้นให้จงได้!! )
คนอื่นๆนั้นหลังจากได้ยินคำบอกเล่าของซูมะอุสึคุก็พากันใด้วยกันทั้งหมด
ชินไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับสาวน้อยหน้ากากดำดั่งพี่ชายน้องสาวที่พวกเขาได้แสดงออกมาก่อนหน้านี้
และลูกแก้วโลหิตก็ดูเหมือนจะอยู่ในมือของชินแล้ว… นี่ต่างหากจึงจะเป็เื่สำคัญ !!!
เวลานี้เองซูลิมก็ได้พุ่งออกไปยืนอยู่ข้างๆ ชิน
''พี่น้องทั้งหลาย ตอนนี้ลูกแก้วโลหิตได้ตกอยู่ในมือของคนจากกองกำลังของข้าแล้ว เพราะงั้นตามกฏของศึกแย่งชิงนี้ถือว่าพวกเราได้ชนะแล้วเป็ที่เรียบร้อย ไม่มีใครมีสิทธิที่จะมาแย่งชิงมันไปได้อีก''
หลังจากที่ทุกคนได้ยินสิ่งที่ซุลิมกล่าว ก็ดูเหมือนพึ่งจะคิดกันได้ว่าหนึ่งในกฏของศึกแย่งชิงนี้ ผู้ที่สามารถถือครองของชิ้นนั้นๆที่ปรากฏออกมาในศึกแย่งชิงได้เป็เวลาห้านาทีติดต่อกันได้ ของชิ้นนั้นก็จะตกเป็ของกองกำลังที่คนผู้นั้นอยู่โดยทันที
ซูลิมนั้นทันทีที่นางได้ยินเื่ที่ซูมะอุสึคุเล่า นางก็คิดได้ถึงเื่นี้โดยทันที
เวลานี้นางจึงพยายามเรียกร้องสิทธิของตนอย่างเต็มที่
ส่วนคนอื่นๆนั้นแม้จะไม่เต็มใจ แต่พวกเขาก็ทำอะไรกันไม่ได้ เพราะนี่เป็กฏที่ห้าราชวงศ์เป็คนออกไว้ เพราะงั้นแล้วเวลานี้กองกำลังของห้าปีศาจทุกคนจึงได้เดินทางกลับกันโดยทันที…
ฮาวาอิน ชิโนะซึเมะ และโอคินะวามุ
หลังจากจ้องมองชินด้วยสายตาประหลาด… พวกเขาก็ได้เดินทางกลับโดยทันทีเช่นกัน…
ส่วนซูมะอุสึคุนั้นจ้องชินเขม็ง
และนางได้กล่าวออกมา…
''สาวน้อยคนนั้น… เป็ของข้า !!
หากเ้ากล้ามายุ่งกับนางแม้เพียงเล็กน้อย ข้าซูมะอุสึคุจะไปกำจัดเ้าทิ้งโดยทันทีอย่างแน่นอน"
หลังจากกล่าวคำข่มขู่เสร็จ ซูมะอุสึคุก็ได้พุ่งขึ้นท้องฟ้าและบินหายไปในทันที
ส่วนทางชินนั้น…
ตอนนี้เขาได้ถูกกองกำลังของซูลิมล้อมเอาไว้…
''เ้าคงจะมีนามว่า ''ชิน'' สินะ ? ข้าคุชิคินต้องขออภัยเ้าอีกครั้งที่ได้เอ่ยดูถูกเ้าไปคราวนั้น ข้าไม่คิดเลยจริงๆว่าเ้าทั้งๆที่อยู่ระดับผู้เริ่มต้นแท้ๆ แต่กลับมีความสามารถอยู่มากมายถึงขนาดนั้น''
คุชิคินเอ่ยยกย่องชินออกมาจากใจจริง…
ส่วนคนอื่นๆเองก็ได้พูดทำนองเดียวกันนี้เช่นเดียวกัน…
แต่ไม่มีใครถามถึงเื่สาวน้อยหน้ากากดำเลยแม้แต่คนเดียว พวกเขารู้ดีว่าอะไรควรพูดและไม่ควรพูด…
''แล้วเ้าจะเอายังไงต่อรึ… ถ้าเ้าไม่มีที่ไป เ้าจะกลับไปพร้อมกันกับพวกเราก็ได้นะ''
ซูลิมกล่าวเชิญชวนโดยที่ไม่ได้คิดอะไรมาก ตอนนี้คนอื่นๆล้วนเงียบหูรอฟังคำตอบจากชินกันทุกคน พวกเขาไม่มีใครถามถึงลูกแก้วโลหิตเลยแม้แต่คนเดียว เพราะพวกเขารู้ดีว่ามันควรจะเป็ของชินเท่านั้น
เวลานี้เองชินก็ได้พยักหน้าอย่างไร้อารมณ์…
ทำให้ทุกคนปิติยินดีเป็อย่างมาก
เพราะกองกำลังของพวกเขานั้นได้ผู้ที่แข็งแกร่งเป็อย่างมากมาเข้าร่วมกองกำลังเพิ่มอีกคนแล้ว
ซูลิมเห็นเช่นนี้จึงพยักหน้าและยิ้มรับชิน
จากนั้นนางจึงได้พาทุกคนเดินทางกลับสู่เมืองชีโรฮุยโดยทันที…
เวลาเดียวกันนี้…
ณ ูเาขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง…
ูเาแห่งนี้ได้มีดาบสีขาวขนาดั์ ปักอยู่ใจกลาง…
และูเาที่มีดาบสีขาวขนาดั์ปักอยู่ใจกลางนี้ก็คือที่ตั้งของราชวงศ์ดาบสีขาวนั่นเอง…
''ที่เ้าพูดมาทั้งหมดนั้น… มันเป็เื่จริงงั้นรึ ?''
ชายที่เอ่ยคำถามขึ้นมาได้นั่งอยู่ภายในบัลลังก์สีขาวที่งดงามเป็อย่างยิ่ง เขามีเส้นผมสีขาว ดวงตาสีขาว แม้แต่ชุดของเขาก็ยังเป็สีขาว
คนๆนี้ดูมีอายุราวๆสี่สิบถึงห้าสิบปี
รูปลักษณ์ของเขานั้นให้ความรู้สึกที่แปลกตาเป็อย่างมาก… ชายผมขาวผู้นี้ดูเหมือนจะเป็าาของอาณาจักรดาบสีขาว
ชายที่ยืนอยู่หน้าบัลลังก์พยักหน้ารับ
''ระดับผู้เริ่มต้น... แต่กลับสามารถอัญเชิญอสูรออกมาได้ถึงสิบห้าตัว และเด็กสาวที่อายุดูเหมือนจะไม่ถึงสิบปีเต็ม แต่สามารถแช่แข็งทุกคนรวมทั้งเ้าได้อย่างนั้นรึ ?
เื่ที่เ้าเล่ามาทั้งหมดนั้น หากไม่ได้เ้าเล่าให้ข้าฟังเองล่ะก็ แม้แต่ตัวข้าเองก็คงไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน…
ยังมีอะไรอีกไหม ?"
''ยังมีอีกเื่คือ… สาวน้อยคนนั้นได้บอกว่าตนเป็น้องสาวของชายผู้นั้น
แต่หลังจากนั้นซูมะอุสึคุก็ได้ออกมาเปิดเผยว่าชายผู้นั้นและสาวน้อยหน้ากากดำไม่ได้เป็พี่น้องกันจริงๆ สาวน้อยหน้ากากดำรู้จักชายผู้นั้น แต่ชายผู้นั้นไม่รู้จักนาง และดูเหมือนเด็กสาวผู้นั้นจะทำการมอบลูกแก้วโลหิตไปให้แก่ชายคนนั้นไป...''
"แล้วชายผู้นั้นมีชื่อว่าอะไร !!''
มีเสียงชราเก่าแก่ดังขึ้นมาจากความว่างเปล่า…
จากนั้นความว่างเปล่านั้นก็ได้บิดเบี้ยวจนปรากฏร่างของชายชราผู้หนึ่งขึ้นมา
ชายชราผู้นี้ดูแล้วมีอายุราวๆเจ็ดสิบถึงแปดสิบปี เขาสวมชุดคลุมสีดำปกปิดร่างกายเอาไว้แทบจะทุกส่วน ไอธาตุความมืดหนาแน่นบินวนอยู่รอบๆ ตัวของเขา…
ชายหนุ่มที่เอ่ยได้ไม่จบประโยคผู้นั้น ได้ตัวสั่นและเผยความหวาดกลัวออกมา…
''โอ้ าาจันทราทมิฬ... ท่านถึงกับมาที่นี่ด้วยตัวเองเลยงั้นรึ ?''
ชายชราผู้นั้นดูเหมือนจะไม่สนใจาาดาบสีขาวเลยแม้แต่น้อย
เขาเพียงจ้องไปที่ชายหนุ่มคนนั้นตาไม่กระพริบ…
ชายหนุ่มผู้นั้นเป็ถึงองค์ชายรองของอาณาจักรดาบสีขาวและมีฝีมือเทียบเท่าห้าปีศาจ
แต่จะอย่างไรผู้ที่จ้องมองเขาอยู่นั้นก็เป็ถึงาาแห่งอาณาจักรจันทราทมิฬ
องค์ชายรองฝืนตัวเองเอ่ยคำพูดออกมาอย่างยากลำบาก…
''ชิน… ชายผู้นั้นถูกเรียกว่าชิน''
หลังจากที่ชายชราได้ยินคำตอบ…
ใบหน้าของเขานั้นมองออกได้อย่างชัดเจนถึงความปิติยินดีที่หาได้ยากเป็อย่างยิ่ง!!
ความว่างเปล่าได้บิดเบี้ยวอีกครั้งและชายชราก็ได้หายตัวไปโดยทันที…
''ดูเหมือนจะใช่สินะ ? เห้อ... แต่ถึงแม้จะใช่แต่ข้าจะเอากำลังที่ไหนไปบีบเค้นเอาลูกแก้วโลหิตนั่นจากชายชราผู้บ้าคลั่งคนนั้นได้กัน... สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ได้ถือกำเนิดขึ้นในรอบพันปีที่อณาจักรของข้า แต่สิ่งตกทอดของมันกลับไปอยู่ในมือของอาณาจักรจันทราทมิฬเสียได้''
กล่าวจบาาดาบสีขาวก็สั่งให้องค์ชายรองออกไปทันที…
''แต่สาวน้อยหน้ากากดำนั่น…
ข้าคงต้องไปหาข้อมูลเกี่ยวกับนางสักหน่อยแล้วล่ะ เช่นนั้นพรุ่งข้าก็คงต้องไปเยี่ยมเยือนตระกูลซูมะสักหน่อยแล้ว''
ณ เมืองราคุชิน
มันเป็สถานที่ตั้งของหนึ่งในห้าตระกูลใหญ่อย่างตระกูลซูมะ
''อุสึคุที่เ้าว่ามามันเป็เื่จริงสินะ ?
เห้อข้าก็คิดว่าชีวิตนี้ของเ้าคงจะไม่มีเื่แบบนี้แล้วเสียอีก…
แล้วชายผู้โชคดีผู้นั้นคือใครกันล่ะ ? สามารถได้รับความรักจากลูกสาวข้านั้น…
นับเป็โชคสูงสุดในชีวิตของเขาแล้วล่ะนะฮ่าๆๆ''
ผู้ที่หัวเราะออกมาอย่างมีความสุขนี้ก็คือ
ซูมะฮิรุย ผู้นำตระกูลซุมะ และเป็พ่อแท้ๆของซูมะอุสึคุนั่นเอง
การที่เขาหัวเราะออกมาอย่างมีความสุขนั้นก็เพราะลูกสาวของเขานางไม่เคยสนใจในเื่เกี่ยวกับความรักเลยแม้แต่น้อย…
ด้วยใบหน้าที่งดงามของซูมะอุสึคุจึงทำให้มีชายหนุ่มผู้มีฐานะมากมายพยายามมาขอที่จะตบแต่งกับนาง… แต่พวกเขาทั้งหมดก็ถูกนางไล่ตะเพิดกลับไปทุกคน…
เื่นี้จึงทำให้ซูมะฮิรุยผู้เป็พ่อรู้สึกทุกข์ใจเป็อย่างมาก…
เขากลัวว่าชั่วชีวิตนี้ของนางจะไม่มีคนรักมาคอยอยู่เคียงข้างกับนางเสียแล้ว…
แต่ในวันนี้นางกลับบอกแก่เขาว่าได้พบคนที่ตนหลงรักเข้าให้แล้ว นี่จึงทำให้เขาปิติยินดีเป็อย่างยิ่ง…
''ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันท่านพ่อ…
ที่รู้ก็มีแค่เขาใส่หน้ากากสีดำและมีอายุน้อยกว่าข้า และเขาก็แข็งแกร่งกว่าข้าด้วย...''
ซูมะอุสึคุกล่าวออกมาพร้อมลอบยิ้มอย่างเ้าเลห์…
''ไม่ว่าเ้าหมอนั่นจะเป็ใครก็ตาม พ่อก็จะตามหาเขาให้เจอให้ได้ และพ่อจะนำเ้าหมอนั่นกลับมาตบแต่งกับลูกให้จงได้ !!''
ซูมะฮิรุยกล่าวออกมาอย่างมั่นอกมั่นใจ
ส่วนซูมะอุสึคุนั้นก็ได้หัวเราะคิกคักออกมาด้วยใบหน้าที่งดงาม
และกล่าวออกมาว่า
''ท่านพ่อ… ท่านสัญญาแล้วนะ!!''
ซูมะฮิรุยเห็นเช่นนั้นก็ยิ่งมีความสุข
และเขาก็กล่าวออกมาอีกครั้ง
''ข้าขอสัญญาด้วยนามแห่งผู้นำตระกูลซูมะว่า… ข้าจะต้องตามหาเ้าหนุ่มคนนั้นให้จงได้ !!
เ้าวางใจเถอะลูกรัก''
ซูมะอุสึคุเห็นเช่นนั้น
นางก็ยิ้มออกมาด้วยใบหน้างดงามโดยทันทีมันช่างเป็ลอยยิ้มที่น่าหลงใหลยิ่งนัก !!
จากนั้นซูมะฮิรุยได้ออกคำสั่งแก่ผู้คนภายในตระกูลของเขาให้ออกตามหาข้อมูลเกี่ยวกับชายสวมหน้ากากสีดำที่มีอายุน้อยกว่าซูมะอุสึคุโดยทันที