เมื่อพักกันระยะหนึ่งแล้วทั้งกลุ่มก็เดินทางต่อทันทีผ่านประตูที่จางเฉินได้ทำลายไว้ก่อนหน้านี้เดินทางไม่นานก็ถึงห้องโถงอีกแห่งหนึ่ง มีโลงศพตั้งอยู่และมีแท่นบูชาสีดำเหมือนกับที่จางเฉินเจอกับเผ่าปีศาจและคิเมร่า
“เจ้าลองไปตรวจสอบโลงศพ”องค์ชายสิบสั่งนักรบปราณคนหนึ่ง
จางเฉินรู้สึกไม่ดีอย่างมากกับแท่นบูชานี้เขาสำรวจโดยรอบพบร่องรอยของเลือดจากห้องก่อนหน้าไหลเวียนเข้ามาสู่แท่นบูชาคล้ายกับที่เกิดขึ้นเมื่อเผ่าปีศาจจะตื่นขึ้นแท่นบูชาและเสาโดยรอบก็สลักด้วยอักษรรูนและโครงข่ายการก่อตัวอาเรย์แบบเดียวกัน
“โลกศพว่างเปล่าแต่มีร่องรอยเหมือนกับมีบางสิ่งออกไปเมื่อไม่นานมานี้”
“มีรองรอยอื่นหรือไม่”องค์ชายสิบมองไปรอบๆ เพื่อหาคำตอบ
“ข้าคิดว่าตัวที่อยู่ในโลงศพอาจจะเป็นร่างของเผ่าปีศาจ ทำไมคนโบราณต้องเก็บร่างมันไว้แล้วทำไมต้องผนึกวิญญาณพวกมันไว้ พวกเขาน่าจะฆ่ามันได้” จางเฉินพูดด้วยความสงสัยอย่างมาก
จางเฉินใช้พลังวิญญาณสำรวจพื้นที่รอบๆจนทั่ว จึงเอาดาบออกมาฟันไปที่กำแพงด้านหนึ่ง
บูมมม
ห้องโถงมีการสั่นสะเทือนส่วนที่จางเฉินโจมตีนั้นกลายเป็นอุโมงค์ขนาดใหญ่ทุกคนต่างตกใจกับการกระทำของจางเฉิน แล้วหันไปมองที่ด้านข้างกำแพงมีแท่นบูชาอีกอันหนึ่งอยู่ข้างในกำแพงและด้านหน้าแท่นบูชานั่งไว้ด้วยโครงกระดูกคล้ายมนุษย์สีขาว มีเนื้อเป็นสีแดงเข้มมีเลือดติดอยู่กระจายทั่วร่างกายบนโครงกระดูก ดวงตานั้นเป็นสีแดงลำตัวนั้นสูงกว่าสี่เมตร
เมื่อหมอกควัญจางไปโครงกระดูกนั้นมองหน้าผู้คนทั่วห้องโถง ทุกคนต่างรู้สึกเหมือนเจอกับผีโครงกระดูกที่น่ากลัวมากต่างรู้สึกขนลุกไปทั้งตัวทั้งพลังอะไรบางอย่างจากโครงกระดูกนั้นก็ทำให้รู้สึกกดดันอย่างมาก
“นี่เป็นพลังวิญญาณที่น่ากลัวมากไม่สามารถเห็นระดับได้เหมือนผู้ฝึกตนปกติ”
ทุกคนต่างหยิบอาวุธตนเองเตรียมความพร้อม เผื่อมีการต่อสู้พวกเขาไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน จึงไม่สามารถประเมินความสามารถของมันได้แต่ถ้าช่วยกันก็น่าจะสามารถเอาชนะได้
“ข้าไม่คาดว่าพวกกลุ่มมดอย่างเจ้ากลับสามารถผ่านอาเรย์ลวงตามาถึงตรงนี้ได้”
ดวงตาสีแดงพูดขึ้นมาโดยไม่รู้สึกถึงการใช้ปากพูดใดๆ เป็นพลังเสียงจากวิญญาณโดยตรง มันลุกขึ้นยืนแล้วปรากฏแส้สีดำในมือแล้วร่างกายก็มีสีดำคลุมทั้งตัว ยกเว้นดวงตาที่ยังเป็นสีแดงอยู่
วูมมมมม
ปีศาจนั้นฟาดแส้ออกมาอย่างรุนแรง ปรากฏเป็นลูกไฟสีดำเข้าโจมตีทุกทิศทางห้องโถงนั้นสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
ตูม ตูม ตูม
แส้ยาวนั้นเมื่อปลดปล่อยพลังสีดำออกมาอย่างต่อเนื่องก็เห็นเป็นแส้ทำด้วยกระดูกชิ้นหนึ่งสักพักหนึ่งพลังงานสีดำนั้นก็หลั่งไหลที่ที่แส้อีกครั้งคล้ายกับเปลวไฟลุกท้วมแต่เป็นสีดำ
จางเฉินนั้นหลบหลีกลูกไฟสีดำอย่างง่ายดาย แต่หลายคนต่างกรีดร้องคล้ายกับถูกเผาไหม้ด้วยเปรวไฟจริงๆ จางเฉินจึงทดลองใช้เวทย์เคลื่อนย้ายไปที่ด้านหลังของโครงกระดูกแล้วฟันเข้าบริเวณส่วนลำคอ
แป๊งงงงง
เสียงดาบกระทบกับกระดูกคล้ายกับกระทบกับแท่งเหล็ก จางเฉินรีบถอยห่างออกมา
โครงกระดูกดึงแส้กลับมาอีกครั้งแล้วร่ายรำคล้ายจะเป็นกระปวนท่ามีลักษณะเป็นงูสีดำมากมายไหลออกมาตามส่วนต่างๆ เข้าโจมตีจางเฉิน จางเฉินนั้นหลบหลีกออกมาได้แต่ผู้คนมากมายที่อยู่ใกล้ๆ ต่างถูกฆ่าตายกันจำนวนมาก
ร่างกายของโครงกระดูกค่อยๆ ดูดซับเลือด ร่างกาย และวิญญาณของเหล่าคนตายเข้าไปเหมือนมันกำลังเติมเต็มร่างกาย จากเดิมที่มีเพียงกระดูกตอนนี้เนื้อของมันเริ่มมีการเติมเต็มมากยิ่งขึ้น
“เราต้องรีบฆ่ามันมันกำลังแข็งเกร่งมากยิ่งขึ้น”
จางเฉินนั้นรีบเรียกสติของทุกคนเพื่อให้โจมตีร่วมกันเขาเอาหม้อเก้ามังกรออกมาแล้วส่งไฟสุริยะเข้ารวมกับหม้อเก้ามังกรกลายเป็นหม้อมังกรที่เพิ่มพลังโจมตีของไฟสวรรค์เข้าไปอีก แล้วโยนเข้าใส่โครงกระดูกนั้นคนอื่นๆ ก็ปลดปล่อยกระบวนท่าต่างรุมโจมตีกันอย่างพร้อมเพรียง
บูม บูม บูม
โครงกระดูกขนาดใหญ่เอาแส้กระดูกนั้นต้านรับทุกทิศทางจากนั้นก็ปลิวไปชนกับแท่นบูชาด้านหลังมันจนพังทลายแล้วชนกับกำแพงหินในถ้ำของมันนั้นถ้ามันกลับสู่จุดสูงสุดแต่เดิม สำหรับพวกมดเหล่านี้คงไม่สามารถทำให้มันรู้สึกอะไรได้แต่ตอนนี้มันยังไม่ฟื้นตัวมันรู้สึกถึงวิกฤติถ้าหากว่ามันยังคงจะสู้ต่อไป
จางเฉินเรียกหม้อเก้ามังกรกลับมาแล้วเป็นเป็นดาบรวมกับพลังสวรรค์แล้ววิ่งเข้าโจมตีระยะประชิดเขาหวังว่าไฟสวรรค์จะสามารถเผาปีศาจตัวนี้เหมือนกับที่จัดกับกับเผ่าปีศาจก่อนหน้า
“เก้ามังกรสยบแปดทิศ”
จางเฉินปลดปล่อยกระบวนท่าเก้ามังกรสยบแปดทิศเกิดเป็นกรงไฟที่สร้างด้วยมังกรเก้าตัวล้อมรอบตัวเองแล้วย้ายไปโจมตีโครงกระดูกนั้น
บูมมมม
โครงกระดูกนั้นโดนแรงกระแทกจากกระบวนท่าอีกครั้ง ร่างกายที่ปกคลุมด้วยควันสีดำนั้นสลายไปเหลือเพียงโครงกระดูกสีขาว และร่างเนื้อก่อนหน้านี้ถูกเผาไหม้มีกลิ่นเนื้อย้างเหม็นคลุ้งไปทั่วบางส่วนก็มีเลือดไหลออกมาเนื่องจากบาดแผล
จางเฉินรีบถอยห่างออกมาเพื่อพักฟื้นพลัง เขาโยนโอสถฟื้นฟูลมปราณจำนวนสี่ห้าเม็ดเข้าปากทันทีระหว่างนั้นนักรบปราณแต่ละคนก็ต่างโจมตีกระดูกนี้อย่างรุนแรง
ตูม ตูม
โชคดีที่โครงกระดูกนี้ยังไม่ออกจากถ้ำจึงเป็นเป้าโจมตีที่ค่อนข้างสะดวกสำหรับทุกคนทุกคนนั้นต่างซาบซึ้งกับความเสียสละของจางเฉินมากถ้าไม่ได้จางเฉินพวกเขาก็ไม่รู้ว่าจะต้องเจอกับอะไรถ้าไม่พบโครงกระดูกที่ซ่อนอยู่นี้ก่อนแต่สิ่งต่างๆ นั้นไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิดมีแต่ไฟสวรรค์เท่านั้นที่ทำร้ายโครงกระดูกได้ คนอื่นๆ โจมตีนั้นได้เพียงแต่สะกิดร่างกายของมันเบาๆไม่นานมันก็เริ่มฟื้นตัวกลับมาเป็นร่างควันดำเช่นเดิม
“มันทรงพลังเกินไป”
จางเฉินไม่คิดเลยว่ามันจะสามารถฟื้นตัวได้เร็วขนาดนี้เขาใช้พลังวิญญาณและพลังปราณไปอย่างมาก แต่ทำได้แค่หยุดมันชั่วคราวเท่านั้น
บูมมมม
แส้สีดำนั้นถูกกวาดอีกครั้งมีคนตายอีกกว่าสิบคนโครงกระดูกนั้นเริ่มซ่อมแซมร่างกายแล้วมองที่จางเฉินอย่างโกรธแค้นการโจมตีของจางเฉินนั้นทำให้มันได้รับความเสียหายอย่างมาก
“เจ้าพวกมดปลวก โฮ๊กกกกก”
โครงกระดูกกรีดร้องร่างกายนั้นเต็มไปด้วยหมอกดำที่หนาแน่นมากขึ้น และดูดซับเลือดและวิญญาณคนตายเข้าไปเติมเต็มแล้วกระโดดออกจากรูมาที่ห้องโถง
ตูมมมม
แรงกระแทกจากการกระโดดนั้นทำให้เกิดลมแรงพัดเอานักรบปราณหลายคนปลิวกระเด็นจางต้าไห่ได้โอกาสจึงเอาหม้อหมื่นอสูรขยายขนาดแล้วทุบไปที่หัวของโครงกระดูกนั้นอย่างแรง
แคร๊งงง
หม้อเก้ามังกรที่เป็นอาวุธวิญญาณนั้นทำร้ายโครงกระดูกได้เพียงทิ้งร่องรอยเล็กน้อยต้าไห่พบว่าแส้สีดำนั้นเลื้อยเหมือนงูพุ่งเข้ามาหาตัวเองทันทีเขารีบเอาหม้อหมื่นอสูรตั้งรับ
บูมมม
ต้าไห่ปลิวกระเด็นไปไกลกระดูกนั้นหันหน้ามองที่ต้าไห่ แล้วสะบัดแส้กระดูกเพื่อโจมตีฟู่เฉิงและต้วนเฉินจึงรีบเข้าช่วยป้องกันการโจมตีนี้
“อย่าต่อต้าน รีบหลบหลีก”จางเฉินบอกฟู่เฉิงและต้วนเฉินให้ช่วยเหลือต้าไห่หลบหลีกการตั้งรับนั้นมีแต่จะเสียหายมากเขารีบรวบรวมลมปราณผสานดาบและไฟสวรรค์อีกครั้ง