เกิดใหม่เป็นตัวประกอบนิยายโอโตเมะจีน

    ตอนที่สี่สิบสอง มองแผ่นดิน

    ตอนที่สี่สิบสอง มองแผ่นดิน

     

    แม้จะมี”ความฉลาด”มากขึ้นแล้วก็ยังต้องเดินทางต่อไป

    ผมมองอี้จิงที่กำลังเดินลมปราณ เพื่อฝึกวิชาผ้าคลุมปราณนั้นเป็นสีน้ำเงินเข้มสีฟ้า แต่มีความเยือกเย็นอยู่ในนั้นและจากการสัมผัสนั้นมีคุณสมบัติในการดูดซับแรงกระแทกและการโจมตี เป็นแนวทางหยินอ่อนหยุ่นสุดขั้วที่แสดงออกมาในรูปแบบของอาภรณ์ปราณ

    ผมให้อี้จิงเดินหลังอาภรณ์ปราณและให้ผมใช้นภาไร้ขอบเขตของผม วิเคราะห์เก็บข้อมูล

    แผนการของผมคือ หาทางให้อี้จิงพัฒนาฝีมือไปเรื่อยๆนั่นล่ะ

    “หยิน อ่อนหยุ่น เยือกเย็น เคลื่อนไหวตามสำนึก น้องมีพรสวรรค์มากอี้จิง”

    ผมเอ่ยชมจากใจจริง

    นี่คือความแกต่างระหว่างซากุระ ที่ต้องใช้เทคนิค ความรู้และการคุมจักรระดับมืออาชีพ ในการรักษาคน

    กับ นารุโตะ ที่ใช้พลังเซียนหกวิถีสร้างอวัยวะใหม่ขึ้นมาเลยโดยไม่ต้องใช้ความรู้ทางด้านการแพทย์ใดใดทั้งสิ้น

    ควบคุมอาภรณ์ปราณด้วยสำนึกอย่างเดียวในการต่อสู้ทำให้เคลื่อนไหวได้เร็วกว่าผม

    แต่ผมไม่เคยคิดจะแข่งกับอัจฉริยะในสนามที่พวกเขาถนัดอยู่แล้ว

    แต่ผมศึกษาไว้เพื่อเรียนรู้และใช้งานอี้จิงในการผลักดันสามัญสำนึก ของสิ่งที่ทำได้และทำไม่ได้ในวิชาปราณยุทธต่างๆออกไป

    นภาไร้ขอบเขตของผม

    เปลี่ยนสีเป็นแบบน้ำเงิน อ่อนหยุ่นแบบอี้จิง แต่ต้องใช้พลังมากกว่าและการควบคุมที่มากกว่า

    แต่อี้จิงสามารถหลับตาสามารถเดินพลังได้อย่างสบายไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ต่างกับผมที่ต้องตั้งสมาธิไว้ตลอดเวลาในการเลียนแบบอาภรณ์ปราณที่อ่อนหยุ่นของอี้จิง

    เสียใจที่มีพรสวรรค์ด้อยกว่า?

    ก็เสียใจอยู่ แต่ผมดีใจมากกว่าที่ค้นพบข้อจำกัดและจุดอ่อนของเคล็ดวิชาก่อนหน้าที่จะไปต่อสู้จริงๆกับใคร

    ยิ่งพบจุดอ่อนและข้อผิดพลาด error มากเท่าไรในตอนฝึกซ้อมก็ยิ่งดีสำหรับผมเท่านั้น

    ในหัวของผมเหมือนกับเห็นหน้ากิลกาเมธพูดว่า

    “หึ ของปลอมอย่างเจ้าจะมาสู้กับของต้นฉบับอย่างนั้นหรือ?”

    นั่นผมเอาไว้เตือนใจผมอยู่เสมอนั่นล่ะ

    ขณะนั้นผมก็ได้รู้สึกถึงฝีเท้าที่มาบริเวณใกล้เคียง

    อี้จิงก็รู้สึกเช่นกันผมสังเกตได้เจากปราณของพวกเรา

    ฝีเท้านี่ของหวังม่อนั่นเอง

    พวกเรารู้ได้ในทันที

    สักพักจากตอนเดิน หวังม่อก็จงใจทำเสียงเพื่อให้พวกเรารู้ตัวว่าเขาเข้มาใกล้แล้ว

    แต่แน่นอนพวกเรารู้ตัวก่อนหน้านั้นแล้ว แต่นี่ก็แสดงถึงความเก่งกาจในการเชีลียร์เจ้านายของหวังม่อ

    “เรียนนายน้อย ข้าได้จัดการรวบรวมข้อมูลข่าวคาวในยุทธภพตามที่ท่านสั่งแล้ว”

    ผมรับเอามาเปิดดูผ่านๆในพริบตาเดียวด้วยนภาไร้ขอบเขตของผมในการเก็บข้อมูลภาพและความทรงจำ

    นี่คือการที่ทำให้ผมสามารถใช้ความสามารถขี้โกง”อ่านผ่านตาครั้งเดียวไม่ลืมเลือน”ได้

    หวังม่อมองผมอย่างทึ่งและได้จังหวะเยินยออีกครั้ง

    “นายน้อยช่างฉลาดเปี่ยมความสามารถ อ่านเพียงพริบตาเดียวกับรับรู้ทั้งหมด”

    ผมตบบ่าหวังม่อ

    “เจ้าทำตามที่ข้าบอกได้ดีมาก แบ่งแยกระดับความน่าเชื่อถือของข่าวและความน่าเชื่อถือของผู้ให้ข่าวตามที่ข้าต้องการ”

    ผมทำตามระบบของข่าวกรอง

    ความน่าเชื่อถือของข่าว ต่างจากความน่าเชือ่ถือของผู้ให้ข่าว

    เพราะคนที่น่าเชื่อถือก็อาจจะโดนหลอกและปล่อยข่าวปลอมได้เช่นกัน

    บทเรียนจากหนังสือการข่าวช่วงสงครามเย็น ที่เป็นเอกสารชั้นความลับ แต่ได้มีการขายตามตลาดนัดมือสองก็นับว่าเปิดหูเปิดตาจริงๆ

    “นั่นเป็นเพราะนายน้อยสายตากว้างไกล จัดระเบียบการข่าว แนวทางของนายน้อยทำให้ข้าได้เปิดหูเปิดตา ข้าเป็นเพียงแค่ผู้ต่ำต้อยมีหน้าที่แค่ทำไปตามที่นายน้อยวางแผนการใหญ่ด้วยสายตาอันยาวไกลไว้เท่านั้น”

    โอ้โห หมอนี่

    ด้วยความสามารถในการเชลียร์ระดับนี้หากไปอยู่ในโลกปัจจุบันได้ตำแหน่งสูงๆแน่นอน

    แต่หมอนี่ก็ตำแหน่งสูงอยู่แล้วล่ะนะตามเนื้อเรื่อง

    และจากการทำงาน หมอนี่ก็มีความสามารถจริงๆนั่นล่ะ แต่อย่างที่บอกออกแนว

    “นายท่านข้าคิดแผนการได้แล้วเอียงหูมา” และก็เป็นฉากเนื้อเรื่องของแผนการต่างๆที่เอามาเล่นงานนางเอก..หรือหมอนี่จริงๆแล้วเป็นระดับยอดกุนซือของแผ่นดินหากวัดตามสเกลพลังแล้ว?

    “..ประดุจดั่งอินทรีย์ใหญ่บินเหนือนภา ข้าเป็นเพียงนกกระจิบบินตามทางและได้อาศัยร่มเงา..”

    ยัง ยังไม่หยุด

    ผมเบรกหวังม่อด้วยการตบบ่าเขาอีกครั้ง

    “อย่าได้ดูถูกตนเองไปหวังม่อ เอ๋ย ข้าหวังไว้กับเจ้ามากและมองเห็นความสามารถที่ซ่อนอยู่ในตัวเจ้า เจ้ามีความสามารถที่จะเป็นบัณฑิตที่ทำให้คนทั้งใต้หล้านับถือได้อยู่ในตัวเจ้า ขอเพียงเจ้ามีความมั่นใจและแสดงมันออกมาเท่านั้น”

    ผมพูดจากใจจริง

    อาชญากรนักต้มตุ๋น หลายคนเป็นคนที่มีความสามารถทางวาทศิลป์ดีมาก แต่กลับใช้ไปในแนวทางของอาชญากรรม

    หวังม่อตามต้นฉบับ อาจจะไม่นับว่าเป็นอาชญากรแต่เพราะต้องทำงานรับใช้เจ้านายจึงต้องทำเรื่องชั่วช้าเลวทรามต่างๆ แน่นอน นั่นอาจจะเพราะความทะเยอทะยานส่วนตัวด้วยที่ต้องการอำนาจ จึงต้องทำให้เจ้านายถูกใจ

    แต่หากมีทางคนฉลาดจริงๆอาจจะมองทางอื่นออกนอกจากทางที่เป็นสุนัขรับใช้ทำเรื่องชั่วๆให้เจ้านายก็ได้

    แต่ยิ่งเป็นคนฉลาด เลยรู้นั่นล่ะ หากไม่มีอำนาจ ไม่ยอมเป็นที่ปรึกษาคนมีอำนาจ อุดมการณ์ความคิดของเขาก็ไม่สามารถแสดงออกได้

    แต่เพราะใฝ่หาอำนาจ จึงมุ่งเข็มไปที่การแสวงหาอำนาจ แทนที่จะช่วยเหลือราษฎรด้วยความรู้ของตนเองจริงๆ

    จะไล่ล่าหาชื่อเสียงด้วยความรู้ทางวิชาการ การประดิษฐ์คิดค้นต่างๆ แนวทางของแคว้นเม่ยกั๋ว(อเมริกา) ไม่เคยเกรงกลัวการมุ่งไปทางนั้นอยู่แล้ว

    แต่โลกนี้หากไม่มีอำนาจ คนเราก็จะถูกฆ่าตายราวกับก้อนเนื้อไร้ค่า

    หวังม่อที่ผมสังเกตมีสติปัญญา ทำงานรอบคอบ

    ข้อมูลมีรายละเอียดสูงอธิบายแนวทางเล็กน้อย หมอนี่ก็สามารถต่อเติมได้ดีมากกว่าที่ผมให้แนวทางไปเสียอีก

    ไม่แปลกที่จะกลายเป็นที่ปรึกษาข้ารับใช้ที่ก่อให้เกิดปัญหาต่อนางเอกตามเนื้อเรื่อง

    “หวังม่อเอ๋ย เพื่อให้พวกเราเข้าใจตรงกัน ข้าขอถามเจ้าหน่อย? เจ้าคิดว่าใต้หล้านี้เป็นอย่างไร?ฒ เจ้าต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงใดเกิดขึ้นในใต้หล้า”

    หวังม่อถึงกับหน้าซีดเมื่อผมถามเช่นนั้น แปลกจริงๆแฮะ

    “หวังม่อ เอ๋ยหวังม่อ ข้ามองเห็นความสามารถของเจ้า ในเรื่องน้อยๆเจ้าทำงานได้เก่ง แต่เมื่อเก่งในเรื่องเล็กน้อย ไยไม่เก่งในเรื่องใหญ่ๆไปเลยเล่า? เมื่อคิดจะทำสิ่งใด คิดทำใหญ่เข้าไว้”

    ตามแนวทางของแคว้นเม่ยกั๋ว

    คิดทำเรื่องใหญ่ ต่อให้ล้มเหลวในการไปดวงจันทร์ เราก็สามารถตั้งบริษัทเทสล่า ขายรถยนต์ไฟฟ้าและพยายามอีกจนสามารถปล่อยจรวดขึ้นไปบนอวกาศได้สำเร็จ

    ผมชี้นิ้วไปที่ทางตัวเมือง

    “มีคนผ่านไปมา เจ้าคิดว่าต้องทำอย่างไรจึงจะสามารถพัฒนาเมืองให้คนสัญจรปลอดภัย ประชาชนเชื่อฟังกฎหมาย รักและเข้าใจผู้รักษากฎหมาย อยู่กันอย่างสันติสุขได้

    ข้ามีแนวคิดที่จะขุดลอกคูคลอง ทำความสะอาดถนน สร้างสถานรักษาคนป่วย  อบรมความรู้ให้กับราษฎร ให้คนอาศัยอยู่อย่างสุขสบายมากขึ้น ”

    ผมพูดเรื่องกิจการบำเพ็ญประโยชน์สาธารณะของลูกเสือ เอ๊ย ขบวนการบุตรพยัคฆ์สร้างชื่อเสียงที่ดีในการทำกิจกรรมต่าง ผมน่าจะค่อยๆรวบรวมคนที่เชี่ยวชาญเรื่องการเดินเรือและคงงานในการต่อเรือได้มากขึ้นในอนาคต

    ในโลกนี้คนทั่วไปมองว่าคนที่ออกเรือเป็นพ่อค้า โจรสลัด บุตรหลานละทิ้งบ้านอกตัญญูกันไปนั่น

    ผมต้องรวบรวมลูกเรือแบบลูฟี่ ที่อาจจะต้องเป็นคนที่หนีรัฐบาลโลก เอ๊ย คนที่ไม่มีภาระผูกพันกับทางบ้านนั่นเอง

    ผมต้องซ่อนเป้าประสงค์ที่แท้จริง ทำในสิ่งที่พวกบัณฑิตยอมรับได้อย่างให้การศึกษาแก่ประชาชนหรือประกอบคุณงามความดีก่อน

    หวังม่อทำหน้าลังเลเล็กน้อยและทำหน้าราวกับตัดสินใจบางอย่าง

    “นายน้อยคำพูดของท่านดั่งแสงสว่างส่องทางให้แก่ข้า ข้าจะเดินตามท่านไม่ลังเลอีกในการคิดเรื่องใหญ่ๆ”

    “ดีมากความผาสุกของแผ่นดิน อยู่ที่เจ้าแล้ว เจ้าน่าจะเป็นคนที่สามารถบริหารบ้านเมืองได้ดีได้”

    ทันใดนั้นหวังม่อก็คุกเข่าลงอีกครั้ง

    ”ขอบคุณนายน้อยที่เมตตา ข้าจะทำหน้าที่ได้รับมอบหมายไม่ทำให้ท่านผิดหวัง”

    เอ่อ แค่งานออกแบบการกุศลและการบริหารต้องคิดมากขนาดนี้เชียวเรอะ?

    คนในโลกนี้นี่แปลกจริงๆ

    ..

    หวังม่อ

     

    หวังม่อแทบไม่เชื่อหูตนเองว่านายน้อยจะไว้ใจตนเองขนาดพูดเรื่องใหญ่เช่นนี้กับตนเองได้

    แต่หวังม่อรู้ดีการพูดเรื่องใหญ่เช่นนี้แสดงว่านายน้อยไว้ใจให้เขากลายเป็นคนสนิทแล้ว

    ที่เขาทำมาได้รับการตอบรับที่ดี

    “ปกครองแผ่นดินให้ดี ประชากรเคารพกฎหมาย”

    มันคือหนทางของราชันย์ที่มีแต่ฮ่องเต้เท่านั้นที่คิดได้ นายน้อยมองการณ์ไกล

    แต่เขาในฐานะที่ปรึกษาก็ต้องรอบคอบเข้าไว้ อุดรูรั่วเสียก่อนที่ฝนจะตก เดินทางไกลพันลี้ไม่ผิดพลาดถ้าเตรียมการไว้ก่อน

    เราเลี้ยงทหารไว้พันวันเพื่อใช้การในวันเดียว

    องค์กรบุตรพยัคฆ์ก็ได้เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จากการแบ่งสายงานและการปกครองของนายน้อยหวังลี่

    ที่ให้ความรู้ในการส่งข่าว อ่านแผนที่ ดูดาว คำนวณตำแหน่งแห่งที่***

    วางระเบียบโครงสร้างใหม่ แผ่นดินใหม่ ราชวงศ์ใหม่...

    หวังม่อ สูดลมหายใจอีกครั้ง อันตรายเหลือเกินในอนาคตภายภาคหน้า

    แต่เขาอาจจะได้เป็นเสนาบดีคู่แผ่นดิน ตามแบบในตำนานโบราณจริงๆก็ได้หากติดตามนายน้อยต่อไปและทำการณ์สำเร็จ

    แต่อุปสรรคมากมี เขาต้องรอบคอบเข้าไว้

    นายน้อยให้เขาคิดแผนการบริหารราชการแผ่นดินเขาก็จะคิดออกมาให้เอง

    หวังม่อเต็มไปด้วยแรงใจที่มุ่งมั่น ไปศึกษาตำราโบราณและจดบันทึกอีกครั้งและร่างแนวทางการปกครองแผ่นดิน..

     

    *** กิจกรรมลูกเสือ ดูดาว อ่านแผนที่ เดินทางไกล ประกอบอาหาร จุดไฟ...มีคนแซวว่าใส่ปืนให้ก็กลายเป็นหลักสูตรทหารพรานแล้ว

    ลูกเสือของอเมริกาจะได้แต้มพิเศษหากเข้ากองทัพสหรัฐฯนั้นมีเหตุผลอยู่***

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่เป็นตัวประกอบนิยายโอโตเมะจีน ที่คุณอ่าน