อสูรข้ามฟ้า

    ตอนที่ 72 ศิลาทดสอบ

    ตอนที่ 72


    “อะไรนะ?! เข้าทดสอบมา 2 ปี กว่า 245 ครั้งเนี่ยนะ!!”

     

    ซุน ได้ยินเช่นนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะตกใจเพราะรัศมีลมปราณที่ชายหนุ่มซูบผอมแผ่ล้นออกมานั้น เป็นถึงชนชั้นลมปราณสีน้ำเงินขั้นที่1 ซึ่งพื้นฐานลมปราณระดับนี้ ถือว่าผ่านเงื่อนไขการเป็นศิษย์สายในได้ด้วยซ้ำไม่น่าเชื่อเลยที่คนผู้นี้กลับไม่เคยสอบผ่านแม้แต่บททดสอบของศิษย์สายนอก...

     

    สำคัญกว่านั้น เมื่อ ซุน พิจารณาอย่างละเอียดชายผู้นี้ถึงจะดูผอมแห้งขี้โรค แต่กลับแต่งกายด้วยอาภรณ์ที่ค่อนข้างหรูหรา สวมแหวนมิติห้อยป้ายเหล็กไว้ข้างเอว แน่นอนว่าป้ายเหล็กนั้น ถือเป็นสถานะตระกูลที่ส่งมากเป็นรองเพียงแค่ป้ายชนชั้นพิเศษอยู่ในระดับเดียวกับ ตระกูลซ่ง ตระกูลหาน และตระกูลเกา

     

    ส่งผลให้หว่างคิ้วของ ซุน ย่นยับด้วยความฉงน...

    “เหตุใดจึงพี่ชายถึงสอบไม่ผ่าน?! อีกทั้งด้วยเส้นสายของตระกูลป้ายเหล็กท่านคงสามารถเข้าพรรคราชสีห์สวรรค์ ที่แข็งแกร่งพอ ๆ กับสำนักสายลมประจิม ได้อย่างง่ายดายเลยมิใช่หรือ?!”

     

    ชายซูบผอม ถอนหายใจพลางส่ายหน้าเบา ๆ

    “ข้านั้นไร้พรสวรรค์ในการฝึกยุทธ แม้แต่เคล็ดวิชากระบวนท่าง่าย ๆข้าก็คงฝึกไม่สำเร็จเลย ดังนั้นการทดสอบที่เป็นการแสดงวรยุทธเช่นนี้ ถือเป็นจุดอ่อนที่สุดของข้า...”

     

    “บรรลุชนชั้นลมปราณสีน้ำเงินได้ก่อนอายุ 20 ปีจะเรียกไร้พรสวรรค์ได้อย่างไร” ซุน ถามย้ำ

     

    ชายผู้นั้นปริยิ้มเจือจาง...

    “ข้ามีความสามารถอย่างหนึ่ง ที่เหนือกว่าผู้อื่น...”

     

    ไม่บ่อยครั้งนักที่ ซุน จะรู้สึกตื่นเต้น เมื่อได้ยินคำตอบคลุมเครือเช่นนั้น...

    “ความสามารถอะไรงั้นหรือ?!”

     

    ชายซูบผอม เปิดแหวนมิติของตนก่อนจะแสดงเม็ดยาบ่มเพาะระดับสูงมากมายภายในมือทั้งสองข้าง เสมือนเป็นคำตอบว่าที่ชายผู้นี้บรรลุระดับลมปราณที่สูงส่งมิใช่เพราะมีพรสวรรค์แต่เพราะมีเม็ดยาระดับสูงให้กลืนกินตั้งแต่เยาว์วัยอย่างไร้ขีดจำกัด...

     

    “บ้านข้ารวย... นั่นแหละคือความสามารถของข้า...”

     

    “!!!!!!!!!!” ซุน ถึงกับผงะ ใช้ความพยายามอย่างมากในการกลั้นเสียงหัวเราะ!!

     

    ก่อนที่ชายซูบผอมจะเริ่มพรรนา ว่าตนมีนามว่า ตันเหมา มาจากตระกูลตันซึ่งเป็น 1 ใน 10 ตระกูลใหญ่ภายในเมืองหลวง ทั้งยังเป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดจากทั้งสิบตระกูลใหญ่เปิดกิจการหอนางโลมมากกว่าร้อยแห่งทั่วทวีปพยัคฆ์ขาว เงินทองมิเคยขาดมือในการจับจ่ายกว้านซื้อโอสถระดับสูงมาช่วยในการบ่มเพาะทดแทนพรสวรรค์ที่ตนขาดหายไป และด้วยความที่ลมปราณแข็งแกร่งเกินกว่าร่างกาย ทั้งยังถูกผลข้างเคียงจากเม็ดยาจำนวนมากจึงดูซูบผอมราวกับคนขี้โรคเช่นนี้

     

    “ที่ข้าไม่ยอมเข้า พรรคราชสีห์สวรรค์ ทั้งที่มีเส้นสายมากมายก็เพราะเป้าหมายของข้ามีเพียงสำนักสายลมประจิมเท่านั้น!! เจ้าลองมองไปรอบ ๆ ตัวเจ้าเวลานี้สิเห็นหรือไม่ว่าทั้งหมดล้วนเป็นบุรุษเพศ...

     

    นั่นก็เพราะ สำนักสายลมประจิม รับแค่ศิษย์ที่เป็นบุรุษเพศ... ส่วนสำนักบุปผาประจิมซึ่งเป็นสำนักที่มีความสัมพันธ์แนบแน่นกับสำนักสายลมประจิม จะรับแค่ศิษย์ที่เป็นสตรีเพศเท่านั้นทั้งที่นั่นยังเต็มไปด้วยบุปผางามมิต่างชื่อสำนัก... ซึ่งระหว่างสองสำนักนี้จะมีการฝึกฝนและทำภารกิจร่วมกันอยู่บ่อยครั้ง สำนักสายลมประจิมจึงเป็นที่เฝ้าฝันของบุรุษผู้เยาว์มากมายอย่างไร...

     

    ข้าเองก็มีหญิงสาวที่หมายปองมาตั้งแต่เล็ก และนางก็เข้าเป็นศิษย์สำนักบุปผาประจิมไปแล้วตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อนดังนั้นหนทางเดียวที่ข้าจะเข้าใกล้นางได้ คือข้าต้องเป็นศิษย์สำนักสายลมประจิม!!” น้ำเสียงของ ตันเหมา แน่นหนักไม่สมร่างผอมกะหร่อง

     

    อีกครั้งที่ ซุน มือกุมท้องตัวสั่นเพื่อกลั้นขำเมื่อได้รู้ว่าคุณชายร่ำรวยที่ตระกูลเปิดกิจการหอนางโลมนับร้อยแห่ง กลับหมายปองหญิงสาวผู้หนึ่งจนยอมลำบากตรากตรำอยู่หลายปี แม้จะมองว่าเป็นความรักอันแสนงดงามที่ชายหนุ่มมีให้กับหญิงสาวแต่ ซุน ก็ยังอดที่จะมองว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระอย่างหาที่สุดมิได้!!

     

    ใช้เวลาอยู่หลายอึดใจกว่าที่ ซุน จะสูดลมหายใจลึกได้อีกครั้งกลับสู่ความสงบเกือบจะต้องสูญเสียรูปแบบการแปลงโฉม เพียงเพราะเรื่องอันไร้สาระนี้เสียแล้ว... ซุนตบไปที่ไหล่ของ ตันเหมา เบา ๆ ทั้งรอยยิ้ม...

     

    “ถือเป็นวาสนาที่เราได้พบพาน ข้าไม่เคยเห็นบุรุษใดมีความพยายามเยี่ยงท่านมาก่อนเอาเช่นนี้ดีหรือไม่... พอดีว่าข้าเป็นคนต่างถิ่นนอกจากจะไม่มีญาติพี่น้องใดในเมืองหลวงแล้วยังไร้ซึ่งมิตรสหายที่คอยชี้แนะเรื่องราวต่าง ๆ หากข้าสามารถช่วยให้ท่านผ่านการทดสอบนี้ได้พวกเรามาเป็นสหายกัน!!” ซุน กล่าวพลางยิ้มเลศนัย

     

    แน่นอนว่าสิ่งที่ทำให้ ซุน รู้สึกสนใจในตัวของ ตันเหมาคือความรู้แจ้งเรื่องราวต่าง ๆ ภายในสำนัก ที่ ซุน ไม่ต้องลำบากไปค้นหาข้อมูลด้วยตนเองทั้งยังเป็นคุณชายมือเติบ เงินหนา มีอิทธิพลไม่น้อยในเมืองหลวง ถึงเด็กหนุ่มจะไม่ได้คิดชั่วร้ายถึงขั้นหลอกลวงไว้ใช้งานแต่ก็ไม่เสียหายที่จะคบหากัน...

     

    ดวงตาของ ตันเหมา พลันเบิกโพลง...

    “ช่วยให้ข้าผ่านการทดสอบ?!จะเป็นไปได้เยี่ยงไรที่จะคดโกงการทดสอบที่เข้มงวดเช่นนี้!!”

     

    ซุน หัวเราะ หึหึ ในลำคอ...

    “ข้ามีวิธีของข้าก็แล้วกันว่าแต่ท่านเถอะยังสนใจเรื่องที่ข้าบอกกล่าวหรือไม่เล่า?!”

     

    “แน่นอน!! หากข้าสามารถผ่านการทดสอบในวันนี้ อย่าว่าแต่เป็นมิตรสหายเลยให้ข้าเรียกเจ้าว่า ลูกพี่ ก็ยังได้!! ข้านั้นพยายามมาเนิ่นนานแต่ก็ยังไม่เห็นความหวังแม้แต่น้อย... สำนักสายลมประจิม มีระเบียบเข้มงวดที่แม้เงินทองมากมายก็มิอาจซื้อตำแหน่งได้...” ตันเหมา จิตใจสั่นระรัว

     

    ซุน ยกมุมปากแสยะฟันเขี้ยวมีประกาย...

    “เช่นนั้นจงทำตามแผนที่ข้าจะบอกให้ดี...”

     

    ......................................................

     

    จำนวนผู้เข้าทดสอบผ่านเลยไปอย่างต่อเนื่อง... แต่ถึงแม้จะผ่านไปกว่าร้อยคนแล้วเหล่าอาจารย์ผู้ตัดสิน ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะให้ผู้ใดในวันนี้สอบผ่านแม้แต่คนเดียว!! ส่วนหนึ่งเพราะการทดสอบมีมาตรฐานที่เข้มงวด ใช่ว่าคนที่ทำได้ดีที่สุด 3คนในแต่ละวันจะสามารถผ่านเข้าไปได้เสมอ... หากในบางวันไม่มีผู้เยาว์คนใดแสดงความสามารถได้ตามเกณฑ์ของสำนักก็อาจไม่มีผู้สอบผ่านเลยแม้แต่คนเดียวในวันนั้น...

     

    จวบจนกระทั่ง หวนมาถึงลำดับการทดสอบของ ซุน...

     

    “หมายเลยทดสอบ 144”

     

    ซุน ก้าวเดินขึ้นหน้าออกไปด้วยท่าทีสง่า ใบหน้าที่จินตนาการนี้เต็มไปด้วยความใสซื่อดูไร้พิษภัยกับผู้ใดอีกทั้งปานแดงรูปดาวห้าแฉกที่ใต้หางตา ก็ทำให้ดูน่าสนใจขึ้นไปอีกขั้น... สิ่งแรกที่เด็กหนุ่มต้องกระทำคือการทาบมือลงบนแผ่นศิลาอักขระตรวจสอบ

     

    ปรากฏอายุ 17 ปี 18 วัน ขึ้นมาอย่างแม่นยำ...

    ทั้งยังปรากฏพื้นฐานลมปราณสีน้ำเงินขั้นที่ 2

     

    แน่นอนว่ามันได้สร้างความตกตะลึงให้กับเหล่าผู้เยาว์คนอื่น ๆอยู่ไม่น้อย ทั้งเหล่าอาจารย์ทั้งสาม ก็ยังเผยรอยยิ้มพึงพอใจ หากเทียบกับอายุโดยเฉลี่ยแล้วนับว่าเป็นอัจฉริยะผู้หนึ่ง...

     

    “พื้นฐานยอดเยี่ยมมาก... หากแต่ผลการทดสอบจะชี้วัดที่วรยุทธ จงใช้กระบวนที่ภาคภูมิใจที่สุดของเจ้าโจมตีใส่ศิลาทดสอบ เพื่อให้พวกเราเหล่าอาจารย์ได้พิจารณา...” อาจารย์เจียง ผู้เข้มงวดยอมออกปากด้วยตนเอง

     

    ซุน ประสานมือโค้งตัวอย่างสุภาพนอบน้อม...

    ก่อนจะเพ่งมองไปยัง ศิลาทดสอบ...

     

    แน่นอนว่าเหล่าผู้เยาว์นับร้อยคนก่อนหน้านี้ ได้ผลัดเปลี่ยนกันโจมตีเข้าใส่ศิลาเพื่อแสดงความสามารถบางคนหยิบเอาศาสตราที่ชำนาญออกมาฟาดฟันเสียด้วยซ้ำ จากแต่สุดท้ายแล้วก็ไม่มีใครทำให้ศิลาทดสอบก้อนนี้สั่นคลอนหรือสึกหลอได้เลย เพราะมันถูกสร้างมาเป็นพิเศษจนแข็งแกร่งมาก กว่า 99 ใน 100 ของผู้ทดสอบมีพื้นฐานเพียงชนชั้นลมปราณสีครามจึงไม่มีทางทำลายมันได้แน่นอน...

     

    ซุน พิจารณาอยู่ชั่วครู่ใหญ่ ก่อนรีดเค้นลมปราณมหาศาลออกมาจากร่างในฉับพลันตั้งกระบวนฝ่ามือขึ้นยกสูง ก่อเกิดเงาขวานในชั่วพริบตา...

    “กระบวนท่าไร้ขวาน... บดทำลาย!!”

     

    ตูม!!

     

    เสียงปะทะก้องกังวานรุนแรง!!

    ศิลาทดสอบสั่นโคลงเป็นครั้งแรก!!

     

    เหล่าผู้เยาว์ตนอื่น ๆ ที่เห็นล้วนแล้วแต่อ้าปากค้างไปตาม ๆ กันบ้างก็ถูฝ่ามือไปมาด้วยใบหน้าอัปลักษณ์ เพียงแค่มองยังรู้สึกเจ็บมือแทนเด็กหนุ่ม...เหล่าอาจารย์ทั้งสามถึงกับนั่งไม่ติดเก้าอี้ สูดหายใจลึกและกลั้นค้างไว้เช่นนั้นด้วยความตื่นเต้นเพียงแค่เห็นกระบวนท่ายังบ่งบอกถึงความสามารถอันน่าสะพรึง...

     

    “หมายเลข 144 เจ้ามีนามว่าอะไร?” อาจารย์เจียงเอ่ยทักขึ้นทันที

     

    ซุน ประสานมือสุภาพอีกครั้ง พร้อมยิ้มอ่อนประดับ...

    “ผู้เยาว์มีนามว่า... เหยาซาน”

     

    อาจารย์เจียง แย้มยิ้มพร้อมพยักหน้า...

    “ขอใช้สิทธิ์ผู้ตัดสิน... ให้ เหยาซาน ผ่านการทดสอบคนแรกของวันนี้!!”

     

    เหล่าผู้ที่ชมดูไม่มีใครกล้าเคลือบแคลงใจในคำตัดสิน เห็นได้ชัดว่าเด็กหนุ่มนั้นมีความสามารถที่น่ากลัวจริงๆ ทางด้าน ซุน ก้าวเดินลงออกมาจากลานทดสอบด้วยท่าทีสงบ พร้อมกับเดินเฉียดเข้ามาใกล้ตันเหมา เล็กน้อย กระซิบแผ่วเบายามเดินสวนกัน...

    “สังเกตจุดแดงที่ข้าใช้โลหิตป้ายทำตำหนิเอาไว้...ชกไปที่จุดนั้นให้สุดกำลัง...”

     

    ตันเหมา ได้ยินเช่นนั้นพลันสูดหายใจลึกตื่นเต้นขึ้น...

     

    “หมายเลขทดสอบ 145”

     

    สิ้นเสียงเรียก ตันเหมา เดินเข้าไปในลานทดสอบด้วยเงอะงะเล็กน้อยทั้งยังสะดุดขาตนเองคราหนึ่งจนเกือบจะล้มลงขายหน้า... เหล่าผู้เข้าทดสอบที่เห็นว่าหมายเลข145 คือ ตันเหมา ก็ล้วนมองด้วยสายตาที่ดูแคลน เพราะทุกคนที่มาประจำล้วนทราบดีว่าคนผู้นี้พื้นฐานสูงส่งแต่ไร้ความสามารถ หากมิใช่เพราะเป็นคนจากตระกูลใหญ่โตคงถูกผู้คนกลั่นแกล้งหัวเราะเยาะไปนานแล้ว...

     

    กระทั่งเหล่าอาจารย์ทั้ง 3 คน ยังทอดถอนหายใจเนื่องด้วยทุกคนต่างรู้จักเด็กหนุ่มผู้มาทำการทดสอบแทบทุกวันผู้นี้เป็นอย่างดี กระทั่งเมื่อวานมันก็ยังมาและก็จบลงที่ความน่าสมเพชจนไม่อยากมีผู้ใดจดจำ แต่กฎย่อมเป็นกฎ เมื่อมาขอเข้าทดสอบย่อมได้รับโอกาสทดสอบ...

     

    แผ่นศิลาอักขระเปิดเผยอายุ 19 ปี 325 วัน

    พื้นฐานลมปราณสีน้ำเงินขั้นที่ 1

     

    แม้จะถือว่าสูงมาก แต่กลับไม่มีผู้ใดแสดงท่าทีตื่นเต้นออกจะดูแคลนยิ่งขึ้นเสียด้วยซ้ำ...

    “เจ้านี่อีกแล้ว... ไม่รู้ว่ามันจะมาทดสอบทำไมทุกวี่วันช่างเสียเวลาผู้ทดสอบคนอื่นยิ่งนัก”

    “นั่นสิ!! ไร้พรสวรรค์ แต่อาศัยเม็ดยาบ่มเพาะลมปราณมันคดโกงผู้อื่นชัด ๆ”

    “เจ้านี่คือจุดด่างพร้อยของตระกูลตันโดยแท้...”

     

    เสียงที่แว่วลอยมา ไม่มีความชื่นชมยินดีแม้แต่เสียงเดียว... ตันเหมาคุ้นชินกับบรรยากาศเช่นนี้มาเนิ่นนานแล้ว แต่ชายหนุ่มก็ยังเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นไม่ยอมแพ้...เมื่อหันมองกลับไปยังเหล่าคนดู มีเพียงสายตาคู่หนึ่ง ที่แสดงถึงความเชื่อมั่นให้กับตันเหมา นั่นคือสายตาของ ซุน!!

     

    “แสดงให้เจ้าพวกนี้มันได้เห็นเลย!!” ซุน แผดเสียงแหลมแทรกแซงทุกคำพูดหมิ่น!!

     

    ตันเหมา ได้ยินเช่นนั้นก็เต็มไปด้วยความฮึกเหิม!!

     

    “เริ่มการทดสอบได้แล้ว... คงไม่ต้องอธิบายวิธีแล้วกระมัง...” หนึ่งในอาจารย์ตัดสินกล่าวขึ้นน้ำเสียงดูหน่ายใจ

     

    ตันเหมา ประสานมือน้อมรับ ก่อนจะหันมองเพ่งพินิจไปที่ ศิลาทดสอบ...ทันใดนั้นดวงตาของ ตันเหมา ก็เบิกโพลงขึ้น มันมองเห็นจุดตำหนิสีแดงขนาดเล็กที่ศิลาทดสอบอยู่จริงๆ ดังที่เด็กหนุ่มก่อนหน้านี้ได้ว่าไว้...

     

    ไม่มีความจำเป็นที่ต้องลังเลใด ๆ อีก ตันเหมา รีดเค้นพลังทั้งหมดเท่าที่ร่างกายซูบผอมนี้จะสามารถทำได้ภาพความพ่ายแพ้ในการทดสอบตลอด 245 ครั้งผุดขึ้นมาในหัวไม่หยุดหย่อนถึงกระนั่นก็ยังไม่อาจทำลายความมุ่งมั่น!!

     

    ตันเหมา ปล่อยหมัดออกไปสุดกำลัง!!

     

    ตูม!!

     

    เสียงที่ผิดแผกไปจากทุก ๆ ครั้งก้องดังขึ้น พร้อมบังเกิดความตกตะลึงงันให้กับทุกคนที่เฝ้าดูเมื่อก้อนศิลาทดสอบ แหลกละเอียดกลายเป็นเศษศิลาที่ป่นปี้!!

     

    ....................................................

    คล้ายกับเรื่องอสูรข้ามฟ้า ที่คุณอ่าน