ตอนที่45 สร้อยนี้ห้อยหยกที่ฉันเพิ่งได้มา
“หาต่อไปค้นหาจนกว่าจะเจอว่าเขาเป็นใคร ฉันจ่ายไม่อั้น หน้าตาเขาเหมือนคนเอเชียเขาก็ต้องเป็นคนเอเชียนี่แหละ”
สุพิชชากำชับลูกน้องเสียงเข้มอย่างไม่พอใจพลางคาดเดาว่าชายหนุ่มปริศนาอาจเป็นคนเอเชียโดยเธอจ้องมองภาพของเขาอยู่นานสองนานซึ่งเชื่อมั่นว่าตนคู่ควรกับเขามากที่สุดส่วนน้ำหนักของธีรภาพในใจเธอนั้นเริ่มลดน้อยลงไปเรื่อยๆ
“เข้าใจแล้วครับ”สุนทรตอบรับคำสั่งของสุพิชชาด้วยความโลภต่อเงินค่าจ้างจำนวนมาก
“ไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหนฉันต้องหาเขาเจอให้ได้ เขาคู่ควรกับฉันมากที่สุด ยิ่งดูเทียบกับพี่แทนยังไงพี่แทนก็ด้อยกว่าหลายอย่าง”
สุพิชชาก้มหน้ามองภาพชายหนุ่มปริศนาอย่างหลงใหลเธอไม่คิดว่าจะมีผู้ชายที่หล่อเหลาและสมบูรณ์แบบมากกว่าแฟนหนุ่มของตนซึ่งเธอคิดแม้แต่ที่จะนอกใจเขาเพื่อเลือกสิ่งที่ดีกว่าสำหรับตนเอง
..........
รุ่งเช้าณิชาตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่นถึงแม้ว่าเมื่อวานนี้กว่าที่เธอจะเก็บของใช้ใส่กระเป๋าเสร็จเรียบร้อยก็ปาเข้าไปดึกมากแล้วก็ตามสาเหตุเพราะเธอใช้เวลาอยู่บริษัทร่วมกับสองพี่น้องต้านานเกินไป ด้วยกังวลว่าอาจไม่สะดวกในการให้คำ
ปรึกษากับพวกเขาในภายหลัง
อย่างไรก็ตามการทุ่มเทสอนเทคนิคและความรู้ให้กับสองพี่น้องนั้นบังเกิดผลดีในกาลต่อไปเพราะทั้งสองคนสามารถสร้างโปรแกรมที่มีประสิทธิภาพจนสามารถขายให้กับองค์กรและหน่วยงานรัฐซึ่งสร้างผลกำไรมหาศาลในอนาคต
ณิชาเดินถือกระเป๋าลงมาจากชั้นสองพร้อมกับนำกุญแจห้องมามอบให้วั่นจวนตามการตกลงก่อนหน้าโดยวั่นจวนรับปาก
เธออย่างมั่นเหมาะว่า
“เหยาเหยาไม่ต้องเป็นห่วงห้องพักหรอกนะฉันจะให้คนไปทำความสะอาดห้องทุกอาทิตย์รับรองถ้าเหยาเหยากลับมาจะมีห้องพักสะอาดเรียบร้อยไว้ต้อนรับเรื่องข้าวของและความปลอดภัยไม่ต้องกังวล ฉันจะรับผิดชอบให้เอง”
“ขอบคุณมากค่ะพี่สาวจวนฉันเชื่อใจพี่”ณิชายิ้มรับอย่างยินดีที่อีกฝ่ายมีน้ำใจต่อตนซึ่งช่วยให้ไม่ต้องกังวลกับที่พักในอนาคต
ในความเป็นจริงสองพี่น้องต้าซื้อคอนโดหรูพร้อมตกแต่งไว้รอเธอแล้วทว่าเธอยังถือเป็นพนักงานของร้านจินหลงแอนทีคอยู่ฉะนั้นการใช้สิทธิอยู่ในหอพักนี้จึงไม่ถือว่าลำบากเธอเกินไป
ทันใดนั้นมีรถตู้เคลื่อนมาจอดหน้าหอพักพร้อมกับคนขับรถลงมาเชื้อเชิญณิชาอย่างสุภาพว่า
“สวัสดีครับคุณเทียนอู๋เหยาใช่ไหม? เชิญขึ้นรถเลยครับ ผมจะได้ไปรับคนอื่นแล้วพาไปส่งสนามบิน”
“ใช่ค่ะขอบคุณมาก ไปก่อนนะคะพี่สาวจวน”
ณิชาพยักหน้ารับคำเชิญจากคนขับรถก่อนที่จะหันหน้ามาล่ำลาวั่นจวนแล้วเดินขึ้นรถตู้ไป โดยเธอเหลือบมองเห็นคนนั่งอยู่ในรถก่อนแล้วสองคนนั่นคือเจียงเฉินและชออี้ ส่วนชายหนุ่มและหญิงวัยกลางคนเธอไม่เคยพบหน้ามาก่อนจึงทักทายคนทั้งหมดอย่างมีมารยาทว่า
“สวัสดีค่ะผู้จัดการเจียงพี่ชายอี้ พี่ชายและคุณน้า”
“สวัสดีเหยาเหยา”เจียงเฉินเหลือบมองณิชาแวบหนึ่งก่อนทักทายอย่างมีเมตตา
“สวัสดีเหยาเหยา”ชออี้ยิ้มกว้างพลางทักทายกลับอย่างคุ้นเคย
“สวัสดีค่ะ/ครับ”ชายหนุ่มและหญิงวัยกลางคนทักทายณิชาตอบกลับอย่างเป็นมิตร
เจียงเฉินพบว่าณิชายังไม่รู้จักพนักงานใหม่จากร้านยู่หลงจึงแนะนำทั้งสองฝ่ายให้รู้จักกันเพราะคนทั้งหมดจะต้องร่วมเดินทางไปด้วยกันอีกนานเป็นเดือน
“อ้อ!เหยาเหยา นี่คือไป๋มี่เป็นแม่ครัวของเรา ส่วนนั่นจงลู่จิวเป็นลูกชายของไป๋มี่เขาทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยแม่ครัว ส่วนนี่คือเหยาเหยานักประเมินจากร้านจินหลงแอนทีค”
“สวัสดีค่ะคุณเหยาเหยาคุณสวยน่ารักจังเลยนะคะ ได้ข่าวว่าตั้งท้องอยู่ใช่ไหม ฉันจะปรุงอาหารอย่างดีให้คุณกินค่ะรับรองว่าตากู้จะไม่กล้าบ่นให้ฉันแน่ๆ”
ไป๋มี่ทักทายณิชาอย่างเอ็นดูพลางพูดถึงการปรุงอาหารดูแลครรภ์ซึ่งแม่ครัวพร้อมที่จะปรุงอาหารดูแลหญิงสาวอย่างมีเต็มใจ
“ดีจังเลยนะครับมีคนท้องไปด้วย เขาว่าพวกเราจะพบแต่โชคลาภครับ” จงลู่จิวพูดเสริมแม่อย่างยินดี
เขารู้สึกชื่นชอบณิชาที่มีท่าทางไม่เรื่องมากเหมือนอย่างที่คิดไว้จึงเปิดใจยอมรับเธออย่างไม่มีเงื่อนไขกอปรกับท่าทางการมีอัธยาศัยดีของหญิงสาวที่ส่งผลให้เขารู้สึกสบายใจในการร่วมเดินทางกับเธอ
“ขอบคุณมากค่ะยังไงก็คงได้ฝากท้องกับคุณน้าไป๋ และพี่ชายจงด้วยนะคะ” ณิชากล่าวขอบคุณและตอบกลับอย่างมีมารยาท
“เรียกฉันว่าน้ามี่ก็ได้ส่วนเสี่ยวจิวก็เรียกว่าพี่ชายจิว ลูกคงอายุมากกว่าเหยาเหยากระมัง”
ไป๋มี่รู้สึกถูกชะตาณิชาที่ทำตัวเป็นกันเองโดยไม่มีท่าทางเย่อหยิ่งเหมือนนักประเมินทั่วไป จึงให้ความสนิทสนมและเป็นกันเองพร้อมกับแนะนำนามเรียกขานให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น พลางถามลูกชายตนอย่างไม่แน่ใจ
“ฉันอายุยี่สิบสองปีค่ะ”ณิชาบอกอายุตนเองให้อีกฝ่ายรับรู้ตามจริง
“อ้อ!เสี่ยวจิวอายุจะยี่สิบห้าแล้ว ยังหาลูกสะใภ้ให้ฉันไม่ได้เลย”ไป๋มี่พยักหน้าเข้าใจพลางบ่นให้ลูกชายอย่างไม่จริงจัง
จากนั้นทุกคนในรถตู้ต่างพูดคุยอย่างเป็นกันเองระหว่างที่รถขับไปรับชายชรากู้เป็นคนสุดท้ายก่อนที่รถตู้จะพาทุกคนไปส่งที่สนามบินเมืองซีอานเพื่อเดินทางต่อไปยังพื้นที่เขตแดนทะเลทรายทากลามากัน
……….
เมื่อรถตู้มาส่งทุกคนที่สนามบินนานาชาติเมืองซีอานแล้วณิชาพบกับชายหนุ่มรูปงามถึงสี่คนที่หล่อเหลาแตกต่างกันโดยแต่ละคนล้วนมีเอกลักษ์เฉพาะตัวซึ่งเธอได้รับการแนะนำตัวจากเจียงเว่ยถิงต่อทุกคนในทีมให้รู้จักกันทั้งหมดที่มีอยู่สิบคนในตอนนี้ว่า
“สวัสดีครับผมจะแนะนำทุกคนให้รู้จักกัน เพราะพวกเราต้องเดินทางร่วมกันตลอดซึ่งนานแค่ไหนนั้นไม่มีใครบอกได้”
“ฝั่งพวกผมมีอยู่สี่คนมาจากทีมเสือขาวนี่คือหัวหน้ากวางคุนที่จะทำหน้าที่เป็นหัวหน้ากลุ่มขอให้ทุกคนปฏิบัติตามคำแนะนำของเขาอย่างเข้มงวดด้วยนะครับ”
เจียงเว่ยถิงพูดเสียงเข้มจริงจังเนื่องด้วยภารกิจครั้งนี้อันตรายและมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด
“สวัสดีครับผมไม่จำกัดการปฏิบัติตัวของทุกคน แต่ถ้าอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย จำเป็นที่จะต้องฟังและปฏิบัติตามคำสั่งผมนะครับ”
กวางคุนกวาดสายตามองทุกคนที่มีทั้งคนชราหญิงวัยกลางคน ชายหนุ่มและหญิงสาว ทำให้เขาต้องพูดชี้แจงอย่างชัดเจน
“เข้าใจแล้ว”แต่ละคนต่างขานรับคำแนะนำจากกวางคุนอย่างเข้าใจ
“ส่วนนี่คือโหวเส้าเฟิงเยียนตัน และผมชื่อเจียงเว่ยถิง จะเรียกว่าพี่ชายถิงหรือเสี่ยวถิงก็ได้ผมไม่ถือครับ”
เจียงเว่ยถิงกล่าวแนะนำตัวคนที่เหลือพร้อมกับตัวเองอย่างผ่อนคลายท่าทางที่ดูขี้เล่นของเขาช่วยให้บรรยากาศลดความตึงเครียดลงได้มาก
จากนั้นเจียงเฉินทำหน้าที่เป็นตัวแทนแนะนำผู้คนจากร้านขายโบราณวัตถุกับชายหนุ่มทั้งสี่คนว่า
“นี่คือผู้จัดการร้านจินหลงแอนทีคชื่อกู้เลี่ยงหวงเรียกปู่กู้ก็ได้ ส่วนฉันเป็นผู้จัดการร้านเฉียนหลงแอนทีคชื่อเจียงเฉินเรียกปู่เจียงได้เช่นกัน”
“น้องสาวไป๋มี่และหลานชายจงลู่จิวเป็นแม่ครัวส่วนลูกชายเป็นผู้ช่วย รับประกันเรื่องฝีมือการปรุงอาหารที่อร่อยเด็ดสุด”
เจียงเฉินแนะนำกู้เลี่ยงหวงและตัวเองจากนั้นตามด้วยคู่สองแม่ลูกทำหน้าที่เป็นแม่ครัวของคณะโดยมีอีกหนึ่งทักษะที่สำคัญนั่นคือการพยากรณ์ภัยธรรมชาติในทะเลทรายเพราะสองแม่ลูกเคยอยู่อาศัยในพื้นที่ทะเลทรายมาตั้งแต่เกิดฉะนั้นสัตว์มีพิษหรือภัยอันตรายทางธรรมชาติในทะเลทรายล้วนคุ้นเคยเป็นอย่างดี
“สวัสดีครับ”สี่หนุ่มเสือขาวพยักหน้ารับและทักทายอีกฝ่ายอย่างรู้งาน
“ส่วนเจ้าหนุ่มนี่เป็นนักประเมินในร้านฉันเองชื่อชออี้หรือจะเรียกว่าเสี่ยวอี้ก็ได้ ส่วนแม่หนูคนสวยหนึ่งเดียวของเราชื่อเทียนอู๋เหยาเรียกว่าเหยาเหยาได้เหมือนกัน”
เจียงเฉินทำหน้าที่แนะนำคนที่เหลือซึ่งรวมณิชาเข้าไว้ด้วยเป็นกลุ่มสุดท้ายต่อชายหนุ่มทีมเสือขาว
“สวัสดีครับคุณคงกำลังตั้งครรภ์อยู่ใช่ไหม?”
กวางคุนตั้งใจทักทายณิชาโดยตรงเนื่องจากเขารับคำสั่งมาจากเจ้านายในการปกป้องและดูแลความปลอดภัยของเธอเป็นพิเศษ
“ใช่ค่ะ”ณิชาตอบกลับอย่างผ่อนคลาย
“งั้นให้ทุกคนสวมสร้อยนี้ติดตัวไว้ตลอดเวลานะครับคุณมีสร้อยที่ห้อยอยู่แล้วใช่ไหม? จำเป็นที่จะต้องถอดมันออกก่อนนะครับ”
กวางคุนเหลือบมองเจียงเว่ยถิงเป็นการส่งสัญญาณโดยเขาแจ้งให้ทุกคนสวมสร้อยระบุพิกัดและสัญญาณชีพซึ่งได้มาจากเจ้านายอย่างเร่งด่วนเมื่อคืนนี้ทั้งนี้เขาจำเป็นต้องเห็นหญิงสาวสวมสร้อยนี้ต่อหน้าตนเอง
ณิชาขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจที่ชายหนุ่มตรงหน้ากำชับเธอเสียงเข้มทว่าเธอไม่สามารถปลดสร้อยที่ห้อยเหรียญหยกของจงหยูชุนอยู่ได้ จึงต่อรองอย่างคาดหวังว่า
“ฉันสวมทับสร้อยคู่กันไม่ได้หรือคะ?สร้อยนี้ห้อยหยกที่ฉันเพิ่งได้มา ฉันรักมันมากและกลัวมันหายด้วย”
ณิชาลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกเพราะเธอเปลี่ยนที่ซ่อนเหรียญหยกของแม่ไปไว้ในยกทรงแทนหากเธอยังห้อยหยกของแม่อยู่แล้วหยิบออกมา ย่อมเกิดเรื่องไม่คาดฝันแน่นอนเพราะเธอไม่ต้องการให้ใครแย่งชิงเหรียญหยกของแม่ไป
กวางคุนเข้าใจดีถึงบางสิ่งที่หญิงสาวรู้สึกรักและผูกพันจึงเลือกที่จะประนีประนอมกับเธอว่า
“ถ้างั้นหยิบหยกที่คุณรักออกมาให้ดูหน่อยสิครับหากมันไม่เกะกะในการสวมสร้อยที่ผมให้ไป ก็สวมไว้คู่กันได้ว่าแต่คุณจะไม่รำคาญหรือครับที่มีสร้อยหลายเส้นแบบนี้?”
“ไม่เป็นไรค่ะฉันไม่รำคาญ นี่ไงคะหยกที่ฉันรักมันมาก” ณิชาหยิบสร้อยห้อยหยกของเธอออกมาแสดงต่อสายตาทุกคน
“เอ๊!เหมือนหยกที่เจ้านายให้ตามหาอยู่เลย แค่เหมือนแต่ไม่ใช่”
เจียงเฉินอุทานด้วยความแปลกใจก่อนพิจารณาอย่างละเอียดแล้วพบว่าไม่ใช่จึงไม่ได้ให้ความสนใจหยกของณิชาอีก
“ฉันเพิ่งได้เห็นเหมือนกันขนาดน่าจะใกล้เคียงกัน แต่ลวดลายเป็นคนละแบบเลย อันนี้ลวดลายเยอะไป”
กู้เลี่ยงหวงพูดสนับสนุนความคิดเห็นของเพื่อนตามจริงซึ่งเขาเคยรับรู้มาจากพนักงานในร้านก่อนแล้วทว่ายังไม่เคยขอดูเหรียญหยกที่ณิชาซื้อจากลูกค้าครั้นได้เห็นของจริงแล้วพบว่าไม่ใช่หยกที่เจ้านายให้ตามหาจึงไม่ได้สนใจอีก
กวางคุนเห็นว่าเป็นเหรียญหยกธรรมดาที่น่าจะมีคุณค่าทางจิตใจสำหรับหญิงสาวเขาจึงแนะนำเธออย่างใจเย็นว่า
“ถ้าเช่นนั้นคุณเหยาช่วยสวมสร้อยเส้นนี้ทับด้วยแล้วผมจะลองให้ทีมทดสอบดู ถ้าผ่านก็แสดงว่าสวมคู่กันได้ครับ”
“ได้ค่ะ”ณิชาตอบกลับอย่างยินดีที่เธอไม่ต้องถอดสร้อยหยกแล้วหาที่เก็บซ่อนให้วุ่นวายอีก
เมื่อณิชาสวมสร้อยที่รับมาจากกวางคุนโดยเป็นสร้อยที่ถูกออกแบบให้ดูสวยงามเป็นอย่างดีทับเข้ากับสร้อยหยกเดิมปรากฏว่าสร้อยจากกวางคุนมีขนาดยาวกว่าเล็กน้อยซึ่งตรงกับหว่างอกและอยู่ในระดับเดียวกับตำแหน่งหัวใจพอดีทำให้เธอรับรู้ทันทีว่าสร้อยนี้มีความสำคัญเช่นไรเพราะสัมผัสเอสเปอร์อย่างเธอสามารถตรวจพบการทำงานของกลไกลับในจี้อย่างง่ายดาย
‘อ้อ! ที่แท้พวกเขาเตรียมอุปกรณ์สำหรับตรวจสอบพิกัดแต่ละคน ก็ดีเหมือนกันอย่างน้อยหากเกิดเหตุร้ายขึ้น พวกเขาจะได้ส่งคนมาช่วยเหลือทันกาล’
ณิชาคิดอย่างพึงพอใจในการเตรียมการของทีมเสือขาวและเจ้านายใหญ่ที่หาทางป้องกันเหตุร้ายรวมทั้งความช่วยเหลือระยะไกลจากอีกฝ่ายซึ่งสร้างความเชื่อมั่นให้ทุกคนในทีมเป็นอย่างมาก