***ขุนพลไร้พ่าย [ฮอร์เนส]
เปลวไฟนรกได้ปะทุขึ้นที่เหนือปราสาทของพวกเรา
ยอดปราสาทถูกเปลวไฟแห่งพระสุริยะหลอมละลายจนกลายเป็นลาวาที่ร้อนระอุ
แต่สัญญาณสมองจากองค์ราชินีทั้งห้ายังคงมีอยู่ภายในสนามรบแห่งนี้
อยู่ตรงฐานข้างล่างของปราสาทตรงนั้น
พวกเธอคงรีบกระโดดหนีลงมาจากยอดปราสาทสินะ
แต่คงบาดเจ็บสาหัสอยู่ เลยไม่สามารถส่งข้อความหรือแม้แต่จะออกเสียงทางคลื่นสมองแจ้งพวกเรากลับมาได้
“ท่านราชินี!? ”
“ท่านราชินีบาดเจ็บหนัก แย่แล้ว! ”
พวกลูกน้องต่างตื่นตระหนก
ไอพวกไม่ได้เรื่อง
“ทุกคนจงฟัง! นับแต่นี้ไป ข้า ขุนพลไร้พ่าย [ฮอร์เนส] จะเป็นผู้สั่งการแนวรบทางเหนือแทนองค์ราชินีโอเปอร์เอง! ”
ข้าคำรามลั่นไปทั่วสนามรบ
ง้าวขนาดยักษ์ได้ถูกชูสูงขึ้นท้องฟ้า
ชุดเกราะสีส้มได้ทอประกายแสงอย่างงดงามแลดูน่าเกรงขาม
ความตื่นตระหนกของทหารได้มลายหายไปจนหมดสิ้น
“ทุกหน่วยประจำสถานีรบ ศัตรูกำลังจะเข้าสู่ระยะโจมตีแล้ว! ”
คูน้ำที่กว้างสองกิโลเมตรตรงหน้าได้ถูกถมเต็มไปด้วยกองทัพของปีศาจยักษ์
ชุดเกราะเกล็ดสัตว์ยักษ์ที่ดูน่าเกรงขามได้ทอประกายบนผืนน้ำที่กว้างใหญ่
แพไม้จำนวนมากได้ถูกนำมาวางเรียงต่อกัน จนเป็นสะพานเชื่อมระหว่างสองฟาก
สัตว์สงครามหลากชนิดทั้งที่คุ้นตา และไม่คุ้นตาได้ถูกนำมาวางเป็นทัพหน้า
ระยะหว่างเหลืออีกเพียงสี่ร้อยเมตร พวกมันก็จะเชื่อมสะพานมาถึงฝั่งนี้ได้สำเร็จ
จุดเชื่อมต่อของศัตรูนั้นกระจายด้วยกันถึงสามจุด
ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ทิศเหนือ และทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
สะพานแต่ละจุดโจมตีจะมีสะพานเชื่อมมากกว่าสิบแห่ง และแต่ละแห่งมีความกว้างถึงห้าเมตร
ส่วนกองทัพสัตว์ยักษ์บินได้นั้น พวกมันกำลังบินดูท่าทีอยู่ที่อีกฟากของแม่น้ำ
จำนวนของพวกมันลดน้อยลงไปจากเมื่อสองวันก่อนเป็นอย่างมาก
บางทีคงหวาดกลัวหญ้าเมาของพวกเรา เลยไม่กล้าบุกเข้ามาในตอนนี้
“เตรียมยิงหน้าไม้ยักษ์! ”
ระยะโจมตีหวังผลของหน้าไม้ทดแรงขนาดยักษ์คือสี่ร้อยเมตร ส่วนหน้าไม้ทดแรงทั่วไปคือสองร้อยเมตร
และด้วยการยิงจากที่สูง ทำให้สามารถยิงได้ไกลขึ้นไปอีก
แน่นอนว่ามันสามารถยิงได้ไกลกว่าสองกิโลเมตร แต่นั่นจะเป็นการยิงที่ไม่หวังผลลัพธ์
ยิ่งระยะไกล โอกาสที่ลูกธนูจะถูกกระแสลมเบี่ยงก็ยิ่งมีมาก
และถ้าเป็นการยิงขึ้นท้องฟ้า อย่างมากก็อยู่แค่ช่วงสองถึงสามร้อยเมตรเท่านั้น
ดังนั้นระยะยิงหวังผลสุดท้ายที่สรุปได้ จึงอยู่ที่ช่วงสี่ร้อยเมตรจากยอดกำแพงเนินดิน
กองทัพสีส้มต่างยกหน้าไม้ขึ้นเป็นทิวแถว
ขึ้นหน้าลูกดอก ดึงจนสายรั้งตึงเครียด
นำหัวธนูพันด้วยผ้าชุบน้ำมัน แล้วจุดไฟจนลุกโชน
พร้อมที่จะยิงหนามแหลมทิ่มแทงแผดเผาอริศัตรู
และในตอนที่เข้าสู่ระยะสี่ร้อยเมตร---
“เล็งไปที่สะพานของศัตรู โจมตี! ”
“##$$&! ”
ทั้งสองฝ่ายต่างคำรามเสียงแห่งสงครามออกมาพร้อมกัน
ลูกธนูสองแสนดอกได้พุ่งตรงไป ในขณะที่สัตว์ร้ายหางยาวจับสัตว์ร้ายทรงกลมโยนสวนกลับมา
ลูกธนูติดไฟของพวกเราบางส่วนจมลงคูน้ำ บางส่วนปักลงบนร่างของสัตว์ร้ายที่ถูกขว้างมา และบางส่วนก็ปักลงบนตัวสะพาน
สะพานของพวกปีศาจยักษ์เริ่มลุกโชนเป็นทะเลเพลิงบนผิวน้ำ
สะพานบางเส้นได้ถูกเผาวอดวายจมน้ำหายไปครึ่งหนึ่ง แต่บางสะพานกลับถูกทหารของพวกมันเข้ามาดับไฟไปได้เสียก่อน
“... พวกมันพ่นไฟได้”
สัตว์ร้ายที่ถูกลูกธนูนั้น ได้พ่นเปลวเพลิงขนาดย่อมออกมาจากผิวของมันเอง
จำนวนของมันมีราวหนึ่งหมื่นสองพันห้าร้อยตัวได้
สัตว์สงครามเหล่านี้มีลักษณะทรงกลม ไร้แขนขา และมีเพียงดวงตากับปากอันใหญ่โตบนผิวไร้ขนสีน้ำตาลที่หยาบหนา
ดวงตาของมันมีสีแดงก่ำดูดุร้าย และสามารถแผ่ไอความร้อนออกมารอบตัวได้ประมาณหนึ่งเมตร
ลูกธนูที่ปักลงไปบนผิวหนังที่หยาบกร้านนั้น ได้ถูกเปลวไฟซึ่งแผ่ออกมาจากผิวของมันกลืนกินลงไป
“อันตราย…”
ข้าสัมผัสได้ถึงอันตรายจากพวกมัน
“ลองยิงธนูฆ่าพวกมันสักตัวดูซิ? ”
“ไม่ได้ผลครับ พวกมันเผาลูกธนูทิ้งก่อนถึงตัวพวกมันไปหมดเลย”
“อย่างงั้นหรือ…”
ข้าหันไปมองดูเป้าหมาย
พวกมันใช้เปลวไฟที่แผ่ออกมาเป็นโล่ป้องกันลูกธนูไม้ของพวกเรา
และดูเหมือนว่าจะเห็นพวกเราเป็นศัตรูไปแล้ว เลยกำลังบินตรงขึ้นมาหากองทัพของข้าบนยอดเนินกำแพงแห่งนี้
ไม่มีขาและแขน แล้วใช้วิธีบินในการเคลื่อนไหวแทนเช่นนั้นหรือ…
*บรึ้ม! *
ในตอนนั้นเองที่เกิดเปลวไฟจำนวนมากเกิดขึ้นบนยอดเนินกำแพงของพวกเรา
พวกปีศาจยักษ์ได้ยิงท่อนเหล็กยาวสามเมตรสวนกลับขึ้นมา
เมื่อท่อนโลหะดำนั้นกระแทกเป้าหมาย มันจะระเบิดกระจายตัวออกเป็นกองเพลิงขนาดย่อม
กองทัพสีส้มของข้าบางส่วนได้จมอยู่ในกองเพลิง ส่วนกลุ่มที่ไม่กลายเป็นเหยื่อ ต่างเร่งรีบขึ้นหน้าไม้ชุดใหม่เพื่อยิงสวนกลับไป
เป็นการยิงแลกต่อสู้ที่ดุเดือด ศัตรูไม่ยอมถอย ส่วนพวกเราเองก็มิหวาดเกรงกลัวกองเพลิงที่ลุกโชนบนยอดกำแพงแห่งนี้
“พวกเจ้ายิงธนูสกัดพวกปีศาจยักษ์ต่อไป เดียวข้าจะลงไปจัดการพวกสัตว์ร้ายเหล่านั้นเอง”
“ต้องการหน่วยรบไหมครับ? ”
“ไม่ต้อง ข้าคนเดียวพอ”
งานสนุกแบบนี้จะมอบให้คนอื่นทำได้ยังไงกันละ?
ข้ากระโดดลงจากยอดเนินกำแพง แล้ววิ่งถลาลงไปตามทางลาดกำแพงเนินดิน
“ฮึ? พ่นลูกไฟออกมาได้อย่างงั้นหรือ? ”
เจ้าสัตว์สงครามตัวหนึ่งพ่นบอลไฟขนาดเล็กมาตรงหน้าข้า
ข้าใช้ง้าวยักษ์ปัดใส่อย่างรุนแรง
สิ่งที่มันพ่นออกมาจากปากนั้น คือก้อนเหลวหนืดน่าเกลียดบางอย่างที่ติดไฟได้
เมื่อสิ่งนั้นถูกง้าวข้าปัดอย่างรุนแรง มันก็แตกกระจายออกจนเชื้อไฟหมดและดับมอดลง
“กี๊ส!? ”
เจ้าสัตว์สงครามแสดงความแปลกใจออกมา แต่ข้าไม่สน
“ลองเจอนี่หน่อย”
ข้าขว้างมีดสั้นใส่ลูกตาของมัน แล้วใช้ง้าวฟันเข้ากลางลำตัวของมันเต็มแรง
ผิวหนังที่หนาได้ฉีกแยกออกพร้อมกับของเหลวจำนวนมากที่ปริแตกออกมา
ข้ารู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาในทันที
“แย่แล้ว! ”
ข้ารีบยกง้าวขนาดยักษ์ขึ้นมาบังส่วนใบหน้าเอาไว้
ทันทีที่สารเหลวภายในร่างมันสัมผัสกับอากาศ สิ่งนั้นก็ลุกเป็นไฟ
มันปะทุอย่างรุนแรงแล้วกลายเป็นแรงระเบิดสนั่นหวั่นไหว
ร่างของข้ากระเด็นออกมาพร้อมกับง้าวของตน
โชคดีที่ไม่ได้รุนแรงมาก
ชุดเกราะเหล็กระดับสูงกับง้าวเหล็กยักษ์ได้ช่วยปกป้องข้าเอาไว้
“พวกมันระเบิดตัวเองได้…”
ข้าไม่เคยเห็นของแบบนี้มาก่อน
น่าสนุก
สัตว์สงครามทรงกลมพวกนี้มีประมาณหนึ่งหมื่นสองพันห้าร้อยตัว
นั่นแปลว่าข้าสามารถสนุกกับพวกมันได้ถึงหนึ่งหมื่นสองพันห้าร้อยครั้ง
ดีละ เข้ามาเลยไอพวกลูกหมา!
***ยักษาแห่งปฐพี [บานา]
ข้าจำวิธีต่อสู้ด้วยง้าวและมีดของเจ้านั้นได้
ไม่ผิดแน่ มันคือศัตรูผู้แข็งแกร่งคนนั้น
ศัตรูที่ต้องใช้แม่ทัพถึงห้าคนในการรุมเอาชนะ
“กองทัพยักษาแห่งปฐพี จงคุ้มกันสะพานนี้ด้วยชีวิต! ”
“โอ้ว! ”
“กองทัพอสูร สนับสนุนกองทัพของบานาซะ! ”
“รับทราบค่ะ! ”
ข้ากับแครอทต่างเดินทัพคู่กันมา
แนวบุกทิศเหนือใกล้จะเข้าถึงอีกฟากของคูน้ำแล้ว
แต่การยิงต่อต้านของศัตรูนั้นรุนแรงมาก ไม่มีทางที่จะเข้าไปใกล้ได้มากกว่านี้เลย
ทั้งที่เหลืออีกเพียงหนึ่งร้อยเมตรเท่านั้น
พวกเราพยายามยิงโต้กลับ แต่ศัตรูที่อยู่สูงกว่า ย่อมมีอำนาจการยิงได้เปรียบกว่าอยู่แล้ว
แถมด้วยสะพานที่กว้างไม่มากพอ เลยทำให้พวกเราไม่สามารถใช้ประสิทธิภาพด้านจำนวนได้อย่างเต็มที่เท่าไหรนัก
แถมอสูรบอมที่ส่งไปสร้างความปั่นป่วน กลับโดนคนที่น่าจะเป็นแม่ทัพศัตรูขวางเอาไว้เสียอีก
ไม่สิ ฝีมือระดับนั้นคงเป็นแม่ทัพตัวจริงนั่นละ
มันสูงสองเมตร สวมเกราะสีส้มทั้งตัว และใช้แขนทั้งสี่ถือง้าวพร้อมกับมีด เข้ากวาดล้างอสูรบอม
วิ่งอย่างรวดเร็ว แทงลงอย่างมิหวาดกลัวเปลวไฟที่แผ่พุ่งเข้าทำร้าย
แถมยังใช้การระเบิดตัวเองของพวกอสูรบอม ในการเป็นแรงพลักพุ่งตัวเข้าหาศัตรูรายถัดไป
สังหารอสูรอย่างต่อเนื่อง ราวกับ [อสูรร้ายแห่งการกลืนกิน] ในตำนานของพวกเรา
“ไม่เป็นไรหรอกบานา พวกเราทำภารกิจนี้สำเร็จแน่นอน”
แครอทเข้ามาตบหัวไหลของข้าด้วยรอยยิ้ม
“เพราะว่า? ”
“เพราะว่านั่นยังไงละ”
เธอชี้ไปตรงหน้า
ที่ริมฝั่งของศัตรูนั้น มีบางอย่างกำลังผุดขึ้นมาจากผิวน้ำ
มันคืออสูรวัว สิ่งมีชีวิตที่ไม่มีอยู่ในโลกเดิมของพวกเรา
ถึงจะไม่รู้จัก แต่การฝึกใช้งานหาใช่ปัญหาไม่
พวกมันเป็นอสูรที่ร้ายกาจ อีกทั้งยังทรงพลังไม่แพ้พวกอสูรปีกเลยทีเดียว
ไม่สิ บางทีอาจร้ายกาจกว่าพวกอสูรปีกด้วยซ้ำ
และตัวตนที่ว่านั้นจำนวนสองหมื่นห้าพันตัว ก็กำลังปีนขึ้นจากน้ำเพื่อบุกไปที่แนวรบของศัตรูแล้ว
***ขุนพลไร้พ่าย [ฮอร์เนส]
สัตว์ก็คือสัตว์วันยังค่ำ
พวกสัตว์สงครามของศัตรูต่างเริ่มหวาดกลัวข้า แล้วพากันวิ่งหนีไปที่คูน้ำ
ช่างน่าเบื่อจริง
“... สัตว์สงครามหน้าใหม่หรือ? ”
ในตอนนั้นเองที่ผิวน้ำตรงหน้าเริ่มกระเพือมอย่างต่อเนื่อง
สิ่งมีชีวิตคล้ายวัวขนาดใหญ่ได้ปรากฏขึ้นมาจากผิวน้ำ
พวกมันมีเขาที่ใหญ่โต ตัวสูงสิบเมตร มีกรงเล็บแหลมคมยาว ผิวหยาบกร้านสีม่วง และมีใบหน้าที่ดุร้าย
ดวงตาสีแดงก่ำได้จับจ้องมาหาศัตรูตรงหน้า
หรือก็คือตัวข้านั่นเอง
“ขอดูความสามารถหน่อยซิ? ”
ข้าวิ่งเข้าไปพร้อมกับง้างง้าวขึ้นมา
“โอ๊ว!? ”
สัตว์ร้ายตอบสนองด้วยการเหวี่ยงกรงเล็บอันใหญ่โตเข้าใส่
ขนาดฝ่ามือของมันกว้างกว่าหนึ่งเมตร หากโดนเข้าคงได้ตายคาที่ในทันที
ข้าก้มตัวลงต่ำ แล้วมุดลอดช่องว่างใต้รอยแยกของกรงเล็บเข้าไป
ง้าวในมือได้ถูกเหวี่ยงฟันอย่างรุนแรงไปที่แขนของมันจากด้านข้าง
“หืม? ผิวแข็งมาก… ”
แต่ง้าวของข้ากลับไม่อาจระคายผิวมันได้
“กร๊อก! ”
สัตว์สงครามสีม่วงคำรามด้วยโทสะ
มันใช้หางที่ยาวเรียวแหลม อีกทั้งยังหยาบกร้านราวกับใบเลื่อย ฟาดมันเข้าใส่ข้า
ข้ากระโดดหลบพร้อมกับใช้มือทั้งสามที่ว่างอยู่ ปามีดสวนกลับไป
มีดสองเล่มที่ปาใส่หน้าท้องกับระหว่างขาของมัน ได้ถูกดีดกระเด็ดกลับออกมา
ไข่แม่งแข็งเวอร์…
มีเพียงแค่มีดซึ่งปาใส่ลูกตาเท่านั้น ที่สามารถปักทะลุลงไปได้
“โกร๊วววว! ”
เลือดสีม่วงได้ไหลออกมาจากเป้าตาของมัน
มันคำรามด้วยโทสะอีกครั้ง พร้อมกับแสงที่สุกสว่างออกมาจากเขาของมัน
ลูกบอลเพลิงขนาดย่อมได้ปรากฏขึ้นจากอากาศที่ว่างเปล่า
เปลวไฟได้วิ่งวนรอบตัว หมุนวนราวพายุ และหลอมเข้าด้วยกันเป็นลูกบอลสีแดงฉาน
มันไม่ใช่ลูกบอลเพลิงที่ลุกไหม้ แต่เหมือนกับก้อนพระอาทิตย์ที่ถูกอัดแน่นเอาไว้
“โกร๊ว! ”
เจ้าสิ่งที่ดูอันตรายได้ถูกปล่อยออกมา
เกิดแรงลมตีกระจายออกไปโดยรอบพร้อมกับการพุ่งตัวที่บ้าคลั่ง
ข้ารีบเบี่ยงตัวหลบเส้นทางการวิ่งของพระอาทิตย์จิ๋วนั้น
พื้นดินโดยรอบถูกเจ้าสิ่งนี้แผดเผาทำลาย จนเป็นเส้นทางขนาดหนึ่งเมตรที่ลากยาวขึ้นไปบนเนินกำแพง
*บรึ๊ม! *
ก่อนจะระเบิดออกอย่างรุนแรงบนยอดเนินดิน
ลูกพระอาทิตย์ขนาดจิ๋วได้ขยายตัวออกจนใหญ่โตกว่าสิบเมตร
ขยายตัวและกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างที่มันสัมผัส
พื้นที่โดยรอบสิบเมตรได้กลายเป็นหลุมกว้างขนาดใหญ่
ทุกสิ่งทุกอย่างได้หายจากไปไม่เหลือ
ทั้งลูกน้อง ทั้งอาวุธ ทั้งชุดเกราะ ทุกอย่างถูกความร้อนเหลือจินตนาการแผดเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่าน
ชุดเกราะดินกับเกราะเหล็กกล้า ล้วนแต่ถูกหลอมจนกลายเป็นวัตถุเหลวที่ไม่ต่างกัน
ไม่เหลือสิ่งใดทิ้งเอาไว้จากการพองโตของพระอาทิตย์ขนาดจิ๋วเหล่านั้น
“... ทุกหน่วย ทิ้งหินยักษ์ลงมาได้”
“แต่ท่านขุนพล---”
“ไม่ต้องห่วง ตัวข้าหลบได้อยู่แล้ว”
ลูกเหล็กทรงกลมขนาดใหญ่สองถึงสามเมตรเริ่มถูกกลิ้งลงมาจากเนินกำแพง
โลหะที่อาบไปด้วยเปลวเพลิงได้กลิ้งทิ้งตัวเข้าใส่ฝูงของสัตว์สงคราม
แต่ต่อหน้าสัตว์สงครามสีม่วงสูงสิบเมตรตัวนี้ มันก็เป็นได้แค่เพียงของเล่นเท่านั้น
ลูกเหล็กกลมต่างถูกกรงเล็บอันทรงพลังของพวกมันตบฉีกทำลาย
แต่นี่ละคือโอกาส
ข้าใช้จังหวะที่พวกมันสนใจลูกเหล็ก ปามีดสวนเข้าใส่ดวงตาของพวกมัน
หลังจากปิดตาจนมืดบอด ข้าก็กระโดดปีนร่างของมัน แล้วใช้ง้าวแทงทะลุเพดานปากจากข้างในสู่ข้างนอก
บางทีถึงผิวนอกจะแข็งแกร่ง แต่ผิวหนังภายในน่าจะอ่อนนุ่มเหมือนสัตว์ทั่วไป
ข้าคิดเช่นนั้น และได้เดิมพันโจมตีเข้าไปในปากของมัน
คมง้าวของข้าได้เสียบทะลุไปจนถึงสมองของมันจนสิ้นชีพลง
“หนึ่งตัว…”
ข้าถีบใบหน้าของมันเพื่อส่งตัวเองไปหาสัตว์สงครามตัวที่สอง
แทงง้าวลงไปที่ดวงตาสีแดงก่ำ แล้ววาดลวดลายเพื่อแทงทำลายจากภายในช่องปาก
“ตัวที่สอง…”
แล้วก็ตัวที่สาม
ข้าต้องใช้สมาธิสูงมาก กับการหลบกรงเล็บที่โจมตีสวนกลับมา
มันไม่ใช่ง่ายเลยที่จะแทงลงไปอย่างแม่นยำที่กระพุงแก้มของพวกมันจากข้างใน
ไม่ใช่ง่ายเลยที่จะล่อให้พวกมันอ้าปากกว้างออกมา
แถมหากพลาดโดนกรงเล็บอันใหญ่โตนั้นเพียงทีเดียว ข้าคงได้ถูกส่งกลับไปเกิดใหม่แน่
แต่ข้ายังสู้ได้
สนุก ช่างเป็นสัตว์สงครามที่ต่อสู้ด้วยแล้วให้ความรู้สึกสนุกยิ่งนัก
ข้าฉีกหน้ายิ้มขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวภายใต้เกราะหมวกสีส้ม
พวกสัตว์สงครามที่สัมผัสจิตสังหารของข้าได้นั้น ต่างสะดุ้งตัวแล้วถ่อยร่นทิ้งระยะออกไปเป็นทิวแถว
อะไร? หมดไฟสู้แล้วหรือ?
“ไม่เข้ามา ข้าเข้าไปเองนะเฟ้ย”
ข้าถีบพื้นพุ่งเข้าใส่พวกมันอีกครั้ง
สัตว์สรงครามตรงหน้าคงรู้ตัวว่าไม่อาจหลีกหนีได้ จึงคำรามก้องแล้วพุ่งเข้าใส่
ฝูงสัตว์ยักษ์สีม่วงได้ถาโถมเข้าใส่จุดสีส้มที่เป็นร่างของข้า
ประหนึ่งก้อนหินขนาดเล็กที่โยนลงไปในมหาสมุทร
แต่อย่าได้ดูถูกหินก้อนเล็กเชียว
เพราะไม่ว่าผืนน้ำจะใหญ่เพียงใด ก้อนหินเพียงชิ้นเดียวก็สามารถทำให้ผิวน้ำแตกกระเพื่อมได้แล้ว
และข้าก็คือก้อนหินชนิดที่ว่านั้น
ร่างของสัตว์สงครามผิวม่วงได้ถูกฆ่าเพิ่มอีกหนึ่ง
ควันฝุ่นลอยคลุ้งทำให้กลิ่นของข้าถูกกลบจนมิด
ฝูงสัตว์ที่เข้าโจมตีอย่างบ้าคลั่ง ทำให้โจมตีถูกพวกเดียวกันเอง
โจมตีได้อย่างป่าเถือน ดุดันสมดั่งสัตว์ป่า
และเพราะเป็นเช่นนั้น ข้าจึงใช้ประโยชน์จากความบ้าคลั่งของพวกมันเอาในการเอาชนะ
ข้าฆ่า ฆ่า ฆ่า และฆ่าพวกมันจนลืมที่จะนับไปแล้ว
ร่างกายสีม่วงขนาดยักษ์ได้นอนเรียงรายไปทั่ว
ถมสูงจนกลายเป็นภูเขาที่ส่งกลิ่นเหม็นเน่าอันรุนแรง
เลือดสีม่วงได้สาดกระเซ็นจนย้อมชุดเกราะของข้าเป็นสีม่วง
ไอสังหารทำให้สัตว์สงครามเริ่มลังเลที่จะเข้ามาโจมตีต่อ
พวกมันแตกฮือและวิ่งหนีไปจากข้า
ช่างดูน่าขันยิ่งนัก ที่สัตว์ยักษ์สูงสิบเมตรจะมาหวาดกลัวสิ่งมีชีวิตตัวเล็กสูงสองเมตรอย่างข้าเนี่ย
สุดท้ายสัตว์ก็ยังเป็นสัตว์วันยังค่ำ
“อ๊า… พวกมันข้ามฝั่งมาได้แล้ว”
ในตอนนั้นเองที่ความสนุกชุดใหม่ได้ยังเกิดขึ้นตรงหน้าข้า
สะพานของพวกปีศาจยักษ์ได้ทอดยาวฟาดสู่พื้นดินฝั่งนี้แล้ว
ส่วนกองทัพของข้าที่ต่อต้านด้วยธนูจากยอดกำแพงนั้น มีจำนวนลดลงจนเหลือแค่ห้าหมืนนายเท่านั้น
ในขณะที่กองทัพของศัตรูยังมีเพิ่มเรื่อย ๆ ราวกับเป็นอนันต์
…ฮึ ฮึ ฮึ แพ้ด้วยจำนวนอย่างช่วยไม่ได้เลยสินะ?
แต่ท่ามกลางความตายตรงหน้า ข้ากลับรู้สึกสนุกมาก
สนุกจริง ๆ
หัวใจเต้นแรง เลือดภายในร่างสูบฉีดอย่างรุนแรง สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ข้าต้องการและโหยหายิ่งนัก
เอาอีก ขอคู่ต่อสู้ที่โหดดินมากกว่านี้อีก!
หึ หึ หึ… ฮะ ฮะ ฮะ! สงครามครั้งนี้มันสนุกจริง ๆ ให้ตายสิ!