บทที่ 35 งานเลี้ยงก่อนออกเดินทาง
ชิว หลิงซีตอนนี้นางได้กลับไปหาเสด็จพ่อของนาง นั่นก็คือ ชิว ซานเฟิง นั่นเอง
“เสด็จพ่อลูกคิดถึงเสด็จพ่อเหลือเกิน ข้าต้องทนทุกข์ทรมาน อยู่คนเดียวมาตลอด2ปีครึ่งที่ผ่านมาตอนนี้ข้าอยากที่จะอยู่กับเสด็จพ่อ”
ในตอนนี้ ชิว หลิงซี ก็ได้มีน้ำตาไหลออกมาและเข้าไปสวมกอดกับเสด็จพ่อของนางเอาไว้แน่น
ชิว ซานฟู่ ก็ได้แต่ลูบหัวนางเบาๆ และกล่าวออกมา“หลิงซี พ่อว่าเจ้านั้นยังไม่พร้อมที่จะออกเดินทางหรอกนะเพียงแค่ห่างกันไป30วัน เจ้ากลับคิดว่ามันคือ 2ปีครึ่งเชียวหรือนี่...”
ชิว ซานฟู่ ก็ได้เงียบไปพักนึงแล้วก็กล่าวดังขึ้นมาอีกว่า “ถ้าลูกอยากที่จะแข็งแกร่งเหมือนอย่างเจี้ยนน้อยแล้วหละก็ลูกจะต้องฝึกฝนการอยู่คนเดียวให้มากขึ้นกว่านี้ เพราะในอนาคตจะไม่มีใครมาดูแลลูกได้!”
ชิว หลิงซี ที่ได้ฟังดังนั้น นางก็หยุดร้องไห้และทำความเคารพเสด็จพ่อหนึ่งรอบ“ขอบคุณมากเพคะเสด็จพ่อ ตอนนี้ลูกสบายใจขึ้นมามากแล้วถ้าอย่างนั้นลูกขอไปเตรียมตัวออกเดินทางก่อนนะเพคะ”
ชิว ซานฟู่ ที่เห็นนางจากไปแล้วก็ได้ทำสีหน้าโศกเศร้า และคิดในใจว่า ‘หลิงซีเจ้าจะไปเป็นตัวถ่วงพวกเขาหรือเปล่านะ พ่อได้แต่ขอว่าอย่าเกิดอะไรที่ไม่ดีขึ้นกับเจ้าเลยเฮ้ออ...’
ในขณะนี้ทุกคนก็ได้เตรียมสิ่งของกันครบหมดแล้ว
ชิว เหวินเจี้ยน ได้หันมองไปทางกลุ่มของ หลิว เฟ่ยหงส์ และ 2พี่น้องหุ่ย แล้วเขาก็กล่าวออกมาว่า “พวกเจ้าจงนำสิ่งของที่เก็บสะสมมาได้จากการฝึกฝนออกมาให้ข้าทีข้าจะจัดงานเลี้ยงขึ้น ที่นี่ ตอนนี้เลย”
พวกเขาจึงนำสิ่งของออกมาให้ ชิวเหวินเจี้ยน อย่างไม่ต้องคิดเลย เพราะว่า ถึงจะให้พวกเขาเก็บของพวกนั้นเอาไว้ก็ไม่สามารถนำมาสร้างสิ่งของที่ มหัศจรรย์เช่น ชิว เหวินเจี้ยน ได้
ชิว เหวินเจี้ยน ที่ได้วัตถุดิบในการทำสิ่งของแล้วเขาก็เริ่มลงมือในทันที
ชิว เหวินเจี้ยน ได้เริ่มจากการสร้าง อาหารสวรรค์ขึ้นมาพร้อมกัน1000ชุดในคราวเดียวเพื่อที่จะให้ทุกคนในตระกูลชิว ได้ลองชิม
และต่อมา ชิว เหวินเจี้ยนก็ได้นำจิตวิญญาณอสูรระดับต่ำออกมาเพื่อ สร้างเป็นอาวุธระดับพิเศษแต่ละชนิดขึ้นมา
แต่ทว่าจิตวิญญาณอสูรนั้นมีไม่พอจำนวนคนของตระกูลชิว ชิว เหวินเจี้ยน จึงได้บอกกับ ชิวซานเฟิง เอาไว้ว่า “ให้จัดการประลองขึ้นทุกๆปีถ้าเกิดใครเป็นผู้ชนะเลิศ ก็จะได้รับสมบัติพิเศษเป็นรางวัล”
ชิว เหวินเจี้ยน ได้วางแผนที่จะให้คนในตระกูลชิวเติบโตขึ้น เพื่อจะได้ไม่ต้องเป็นเบี้ยล่างของดินแดนอื่นๆอีก
และแล้ว เวลางานเลี้ยงก็ได้มาถึง
ชิว เหวินเจี้ยน ได้ตะโกนประกาศออกไปว่า “ขอเชิญพี่น้องตระกูลชิวทุกท่านมาร่วมฉลองงานเลี้ยงกับพวกเรา ก่อนที่จะเริ่มเดินทางกันเถิด”
ชิว เหวินเจี้ยน ได้สั่งให้เหล่าลูกศิษย์ ไปจัดเรียงอาหารเอาไว้เป็นที่เรียบร้อยหมดแล้วเขาจึงไม่ค่อยเหลืองานอะไรให้ทำมากมายนัก จะเหลือก็เพียงแต่ ชิว หลิงซีที่ไม่ยอมมาเข้าร่วมงานเลี้ยงของเขานั่นเอง
งานเลี้ยงก็ได้เริ่มต้นขึ้น
เสียงของทุกคนดูมีความสุขเป็นอย่างมาก ไม่เว้นแม้แต่ กลุ่มของ หลิวเฟ่ยหงส์ เองก็เช่นกัน
ทุกคนที่อยู่ในตระกูลชิวตอนนี้ได้สนุกกับการได้ลิ้มรสชาติของอาหารสวรรค์ โดยไม่มีใครได้สังเกตเลยสักคนว่าพลังของพวกเขานั้นกำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่ทันได้รู้สึกตัว
เสียงของ หลิว เฟ่ยหงส์ ตะโกนออกมา “ท่านอาจารย์ นี่มันอาหารชั้นเลิศที่สุดเท่าที่ข้าเคยชิมเลยก็ว่าได้ข้าพึ่งเคยได้รับประทานอาหารเช่นนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตนี้เลย”
หลิว เฟ่ยหงส์ ที่กำลังมีความสุขอยู่นั่นเอง จู่ๆภาพก็ตัดไป
หลิว เฟ่ยหงส์ เมื่อได้เริ่มรู้สึกตัวขึ้นมา ก็ได้คิดทบทวนว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง‘ข้ากำลังฉลองงานเลี้ยงของท่านอาจารย์อยู่แล้วข้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน ทำไมถึงจำอะไรไม่ได้เลย’
แต่สักพัก ก็ได้มีเสียงหญิงสาวดังขึ้นมา “เจ้าไม่จำเป็นต้องตกใจไปข้าเพียงแค่จะมาสอบปากคำสักปะเดี๋ยวเท่านั้นเอง” ใช่แล้ว เป็น ชิว หลิงซี นั่นเอง ที่ลอบลักพาตัว หลิว เฟ่ยหงส์ มา
นางก็ได้กล่าวต่ออีกว่า “เจ้าเคยได้ยินเรื่องที่ท่านชิว เหวินเจี้ยน ทำให้เวลาหยุดลงได้หรือไม่”
หลิว เฟ่ยหงส์ ที่กำลังงงๆกับเหตุการเบื้องหน้าของตนเอง เขาก็ตอบกลับไปสั้นๆว่า“ไม่มีใครในโลกที่สามารถหยุดเวลาหรือโกงเวลาได้หรอกเจ้าเลิกเพ้อฝันไปได้แล้ว ข้าจะกลับไปร่วมงานเลี้ยงต่อ”
หลิว เฟ่ยหงส์ ไม่เกรงกลัว ชิว หลิงซี เลยสักนิดเพราะว่าที่เขาเจอกันครั้งล่าสุด นางอยู่เพียงแค่ระดับที่9เขตแดนมนุษย์นั่นเองจะเอาอะไรไปเทียบกับเขาได้
ส่วน ชิว หลิงซี ที่ได้ฟังคำตอบที่ตนเองต้องการแล้ว นางก็ปล่อยให้หลิว เฟ่ยหงส์ กลับไปแต่โดยดี ส่วนนางก็ได้แต่คิดในใจว่า ‘นั่นสินะใครจะไปโกงเวลาของโลกได้ ถ้าไม่ใช่....ชิวเหวินเจี้ยน มันจะต้องเป็นมารร้ายอย่างแน่นอน ข้าจะเป็นคนลงมือไปสังหารมันด้วยตนเอง’
ชิว หลิงซี ที่คิดว่า มีแต่เผ่ามารเท่านั้น จึงจะสามารถโกงช่วงเวลาได้เพราะอาจารย์ในสนามฝึกซ้อมของนางเคยบอกเอาไว้ว่า ‘พวกเผ่ามารเจ้าจงระวังมันไว้ให้ดีมันสามารถที่จะหยุดเวลาเมื่อไหร่ก็ได้ตามต้องการ ถ้าเจอพวกมันเข้าให้รีบหนีไปให้ไกลที่สุด และรักษาชีวิตของตนเองเอาไว้ให้ได้!!!’