“ อาหารของแกอยู่ในแหวนเก็บของ อย่าไปเปิดให้ใครเห็นล่ะ ”
เฉินห่าวส่งแหวนเก็บของจำนวน 5 วงให้กับเฟยหลง ศพของคนที่ถูกสังหารล้วนอยู่ภายในแหวนทั้งหมด การทำลายที่ดีที่สุดคือการให้เฟยหลงกินเข้าไปเพื่อเพิ่มเลเวลให้กับมัน หากเขานำไปเผาทำลายภายในพื้นที่ล่าสักแห่ง สิ่งที่เขาจะได้รับคือการเผาหลักฐานทิ้ง แต่หากให้เฟยหลงมันจะเพิ่มเลเวลให้สูงกว่านี้อีกด้วย
เฟยหลงทำเพียงพยักหน้ารับแล้วล้มตัวลงนอนข้างๆเป่าเป้ยน้อยที่ยังไม่ตื่นนอน เฉินห่าวจึงใช้โอกาสนี้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเดินลงไปชั้น 1 รอลูกสาวตื่น
“ ไม่มีใครอยู่เลยสินะ ”
เด็กนักเรียนไม่สามารถออกจากหลุมหลบภัยได้ ร้านของเขาจึงเงียบเหงาไร้ผู้คน ฮันเตอร์ทั้งหมดถูกเรียกไปยังสงครามนับตั้งแต่เมื่อคืนยังไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร
ทว่าอันอันยังคงอยู่บนดาดฟ้าตึกหลงเฉียงฟิตเนส นับตั้งแต่ที่เขาไปเมืองลั่วหยางได้บอกให้มันเดินทางมาที่นี่เพื่อเฝ้าระวังการบุกของเลเวล 180 ที่จะเข้ามาในสงคราม
การที่มันยังอยู่บนยอดตึกหมายความว่าเลเวล 180 ยังไม่ได้เคลื่อนไหวเข้ามา
เมื่อหลับตาเขาก็พบเข้ากับจุดพลังชีวิตมากมายถูกแยกออกเป็น 2 สี จุดสีฟ้าคือพลังชีวิตของมนุษย์ จุดสีแดงคือพลังชีวิตของมอนสเตอร์
มองภาพรวมมอนสเตอร์ยังคงเยอะกว่า ถึงอย่างนั้นฮันเตอร์ยังคงสามารถรับมือได้ เมื่อคืนก่อนลงมือสังหารคนจากขุมอำนาจทั้ง 4 เขาได้ตีเส้นในอาณาเขตปลอดภัยเพื่อดูการถอยของแนวรบทางฝั่งฮันเตอร์ ปรากฎว่าเช้ามืดวันนี้พวกเขายังคงอยู่ที่เดิม เพียงเท่านี้ก็ทำให้เขารู้แล้วว่าฮันเตอร์ที่เรียกไปช่วยเหลือสามารถต้านมอนสเตอร์เอาไว้ได้
แต่ถึงอย่างนั้นยังมีการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่รออยู่ กองกำลังของฮันเตอร์จะต้องถอยอย่างแน่นอนหากว่าเลเวล 180 เข้าสู่สงคราม
เฉินห่าวยังไม่คิดจะทำให้สงครามจบเพราะเขาอยากให้ฮันเตอร์ทุกคนที่เคยเข้าใช้งานหลงเฉียงฟิตเนสและลงคอร์สกับเขาเสพติดความแข็งแกร่ง ตอนนี้คงมีหลายคนตื่นเต้นที่สามารถสังหารมอนสเตอร์เลเวลเดียวกันกับตนเองได้อย่างง่ายดาย ทักษะที่ถูกปรับแก้ไขทำให้พวกเขาสามารถต่อสู้ในสนามรบได้ดีมากยิ่งขึ้น เฉินห่าวคิดว่าตอนนี้อยู่ในช่วงที่ฮันเตอร์กำลังสนุกเขาจึงปล่อยไปอีกสักพักก่อน
“ วันนี้จะมีข่าวอะไรไหมนะ ”
เขาเหลือเวลาอีก 2 วันก่อนจะเดินทางพานักศึกษาไปสอบ เฉินห่าวจึงคิดว่าจะนอนเงียบๆเฝ้ารอดูความเคลื่อนไหวภายในเมืองลั่วหยาง
เช้านี้คงยังไม่มีข่าวที่ทำให้ชาวเมืองตื่นตูมออกมามาก เนื่องจากว่าผู้คนยังไม่รู้ถึงการหายตัวไปของ 4 ขุมอำนาจระดับกลาง
เช้านี้ผู้คนคงเกิดความสงสัยเกี่ยวกับขุมอำนาจทั้ง 4 เกี่ยวกับความเงียบภายในตึก ช่วงเที่ยงคู่ค้าที่ทำการติดต่อซื้อขายกับ 4 ขุมอำนาจถึงจะเกิดความสงสัยขึ้นว่าพวกเขาหายไปที่ไหนทำไมจึงไม่รับสายปล่อยให้ธุรกิจหยุดชะงัก
ช่วงบ่ายเฉินห่าวคาดการณ์ว่าน่าจะเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนเริ่มคุยกันเกี่ยวกับการหายไปของ 4 ขุมอำนาจระดับกลางของเมืองลั่วหยาง ช่วงค่ำมันคงจะเป็นข่าวเพราะเจ้าหน้าที่เริ่มเดินทางเข้าตรวจสอบหลังจากเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้น
เที่ยงคืนอาจจะมีข่าวใหญ่ภายในเมืองลั่วหยางเกี่ยวกับการหายไปของขุมอำนาจทั้ง 4 และมีการสันนิษฐานต่างๆเกี่ยวกับรอยเลือดที่เปื้อนบนพื้น เมื่อเช้าอีกวันมาถึงเมืองลั่วหยางจึงจะตื่นตะลึงกับการหายไปของ 4 ขุมอำนาจใหญ่
ความตื่นตะลึงในครั้งนี้เฉินห่าวไม่ได้หวาดกลัวเลยเพราะเขาไม่ได้ทิ้งหลักฐานใหญ่เอาไว้นอกจากรอยเลือด ในช่วงอาทิตย์แรกผู้คนจะให้ความสนใจกับข่าวนี้ แต่หลังจากนี้ไปผู้คนจะค่อยๆเบื่อหน่ายไปเองเพราะไม่มีความคืบหน้าและบางคนคงคิดว่ามันคงจะเป็นเหมือนหลายๆครั้งที่ขุมอำนาจหายไปจากลั่วหยางเพราะไปมีเรื่องกับตระกูลใหญ่จนต้องหนีไปตั้งถิ่นฐานที่เมืองใหม่
“ ป๊ะป๋าทำยัยเหยอคะ ”
“ โอ้ลูกสาวป๊ะป๋าตื่นแล้วเหรอเนี่ย ตอนนี้ป๊ะป๋ากำลังรอพระอาทิตย์ขึ้น เป่าเป้ยกินข้าวหรือยัง ”
“ เฟยหยงทำให้กินแย้วค่ะ ป๊ะป๋ากินยัง”
“ ป๊ะป๋ายังไม่กินอะไรเลยครับ ”
“ ป๊ะป๋ากินข้าวย้วยนะ เอ…พี่พี่หายไปไหนเหยอ ”
เด็กน้อยกวาดตามองออกไปรอบๆพบว่าวันนี้ร้านเงียบมาก มีเพียงเธอและคุณพ่อสองคน หน้าร้านมีหมาสีน้ำตาลวิ่งป้วนเปี้ยนเพื่อหาสถานที่ฉี่ เพียงแต่ว่าหน้าร้านในวันนี้ไม่มีรถจอดอยู่สักคันเดียว
“ พี่พี่ไปล่ามอนสเตอร์ใจร้ายจ้ะ วันนี้เราไปเล่นที่เมืองลั่วหยางกันไหม ”
“ ไปค่า! ”
เฉินห่าวเข้าไปอุ้มลูกสาวแล้วปิดประตูตึก คงไม่มีใครเข้าใช้งานเขาจึงต้องปิดชั่วคราว
เป่าเป้ยที่เห็นว่าคุณพ่อปิดประตูแล้ว เธอจึงใช้เนตรเซียนหมื่นวิถีมองออกไปนอกร้าน หมาสีน้ำตาลที่เหมือนจะวิ่งจากไปวิ่งย้อนกลับมาอีกครั้งโดยครั้งนี้มันกำลังยกขาหวังจะฉี่ใส่ประตูเธอจึงชี้นิ้วไปที่มันแล้วใช้สกิลสร้างกล่องมิติขึ้นมากระแทกหัวของมันเบาๆจนวิ่งหนีไป
เฉินห่าวหันมองไปด้านหลังหลังจากได้ยินเสียงร้องของสุนัข เขาจึงรู้ว่าลูกสาวคงจะใช้สกิลจัดการกับมัน
“ เป่าเป้ยโจมตีเหรอ ”
“ นิดหย่อย คุณหมาจะฉี่ใส่ประตูเลยกระแทกเบาๆ ”
“ โอเค อย่าทำรุนแรงนะเดี๋ยวน้องหมาจะป่วยเอาได้ ”
เป่าเป้ยพยักหน้ารับแล้วมองไปยังหมาตัวเดิมที่วิ่งไปหลบหลังตึก มันชะโงกหน้าออกมาดูอีกครั้งว่าเกิดอะไรขึ้น ทันใดนั้นมันก็พบว่ามีกล่องพลังงานสี่เหลี่ยมค่อยๆสลายไปจึงรู้ว่าเป็นฝีมือของเด็กสาวที่มักไล่มันทุกๆวัน
“ หนอยแหนะ วันหลังจะฉี่ให้ทั่วเลยคอยดู ”
“ ไป !”
หมาน้อยได้ยินเสียงไล่ภายในหัวรีบวิ่งกลับบ้านอย่างเร็วไว มันกลัวว่าจะถูกเล่นงานอีก
“ ฝากไว้ก่อนเถอะยัยเปี๊ยก ”
“ หยูชื่อเป่าเป้ย! ”
หมาน้อยวิ่งให้เร็วกว่าเดิมหลังจากได้ยินเสียงของเด็กน้อยในหัว มันไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะยังคงอยู่
---------------------------------------------------------------
“ คุณชายครับ มีบางสิ่งที่ผมต้องรายงานคุณชายให้ทราบ ”
คุณชายหานหันมองพ่อบ้านที่เดินตามเข้ามาในศาลาริมน้ำทั้งที่มันกำชับแล้วว่าห้ามไม่ให้ใครเข้ามารบกวน
“ มีอะไร ”
“ จินหลิงกรุ๊ป เทียนชิงคอร์ป ซวนอู่กรุ๊ปและสุดท้ายเซิ่งเทียนกรุ๊ป ทั้ง 4 ขุมอำนาจนี้หายไปครับ ”
คิ้วของคุณชายหานเลิกขึ้นสูงหลังจากได้ยินเกี่ยวกับชื่อกลุ่มที่หายไป
“ หายไปได้ยังไง ”
“ ตอนนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถสรุปสิ่งใดได้ชัดครับเพราะยังตามหาตัวขุมอำนาจทั้ง 4 นี้ไม่ได้ ตอนนี้จึงถูกมองว่าอาจจะย้ายถิ่นฐานไปยังเมืองอื่น รอการยืนยันจากเมืองปลายทางอีกที แต่จากข่าวที่ผมได้รับคาดว่าพวกเขาน่าจะถูกเก็บเรียบร้อยแล้วครับ ”
“ แสดงว่าคนที่ลงมือไม่ทิ้งศพ ”
“ ครับ มีเพียงรอยเลือดถูกทิ้งเอาไว้เท่านั้น จากร่องรอยคาดว่าคนที่ลงมือจะต้องแข็งแกร่งมากเพราะไม่มีรอยจากการต่อสู้เลย คาดว่าน่าจะเป็นการใช้เลเวลที่สูงกว่าบุกเข้าไปโจมตี ”
“ เมื่อคืนนี้ใช่ไหม ”
“ ครับ หายไปในคืนเดียว ”
ความสงสัยเผยบนใบหน้าของคุณชายหาน มันอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับทั้ง 4 ขุมอำนาจนี้ แต่เมื่อนึกได้ว่าไม่นานมานี้พึ่งได้นัดกินข้าวกับทั้ง 4 ขุมอำนาจนี้ไปเขาจึงลองนึกย้อนกลับไปดูก่อนจะขมวดคิ้วหลังจากพบเบาะแสบางอย่าง
“ ช่วยตรวจสอบให้หน่อยว่ามีมือสังหารหายไปหรือเปล่า ”
เขาไม่รู้ว่ามือสังหารที่ขุมอำนาจทั้ง 4 ว่าจ้างมีกลุ่มอะไรบ้าง รู้แค่ว่ามี 12 กลุ่มดังนั้นจึงให้พ่อบ้านตรวจสอบกลุ่มของมือสังหารว่ามีกลุ่มใดหายไป
หลังจากนั่งรอเป็นเวลา 1 ชั่วโมงพ่อบ้านก็กลับเข้ามาในศาลาพร้อมกับใบหน้ากังวลใจเพราะ 1 อาทิตย์ที่ผ่านมามีข่าวการหายตัวไปของมือสังหาร 12 กลุ่ม
“ แน่ใจนะว่ามี 12 กลุ่ม ”
“ แน่ใจครับ ”
ทุกอย่างเหมือนจะลงล็อก หลังจากที่มือสังหารทั้ง 12 หายไปขุมอำนาจทั้ง 4 ก็หายตามไปด้วยเช่นกัน มีทางเดียวที่เป็นไปได้คือเขต X เป็นผู้ลงมือและผู้ที่อยู่เบื้องหลังจะต้องเป็นเฉินห่าวอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตามเขาไม่รู้เลยว่าใครอยู่เบื้องหลังเฉินห่าว จากการตรวจสอบข้อมูลหลงเฉียงฟิตเนสตลอดเวลา ไม่มีฮันเตอร์คนไหนเลเวลสูงเกินกว่า 130 เลย เป็นเรื่องยากที่จะทำให้มือสังหารทั้ง 12 กลุ่มหายไป ยิ่งเป็นการลบ 4 ขุมอำนาจระดับกลางให้หายไปในเวลาเพียง 1 คืนยิ่งเป็นเรื่องยาก
“ ฉันลืมไปได้ยังไงกันว่ามันมีสิ่งนั้นอยู่ ”
คุณชายหานกุมหน้าผากตนเองก่อนจะนอนมองฟ้าหลังจากเขารู้วิธีที่เฉินห่าวใช้ การจะสังหารฮันเตอร์เลเวล 160 จากขุมอำนาจทั้ง 4 ได้จำเป็นต้องมีพลังที่มากกว่านี้ ซึ่งสิ่งที่เฉินห่าวนำออกมาจากซากโบราณสถานสามารถตอบคำถามได้เป็นอย่างดี สิ่งนี้สามารถฆ่าได้แม้กระทั่งเลเวล 200 เขายังไม่รู้ขีดจำกัดของมัน
“ คุณชายจะให้กระผมทำยังไงกับเรื่องนี้ดีครับ ”
“ มันไม่ใช่เรื่องของเรา อย่าให้ใครรู้ว่าฉันพบกับขุมอำนาจทั้ง 4 ก่อนจะหายตัวไป ”
คุณชายหานโยนเรื่องการตายของขุมอำนาจทั้ง 4 ทิ้งไปเพราะมันไม่สนใจอยู่แล้ว หากเข้าไปยุ่งมันอาจจะทำให้ข้อเสนอที่จินม่ายให้ไว้พังลง ดังนั้นมันจึงปล่อยเรื่องนี้ทิ้งไปทำราวกับว่าไม่รู้ไม่เห็น
หลังจากพ่อบ้านเดินออกไปจากศาลาแล้วนี้เอง ภายในหัวของมันก็เริ่มคิดหาวิธีที่จะขโมยไอเทมชิ้นนั้นออกมาจากเฉินห่าวไม่อย่างนั้นจะทำให้กลุ่มอื่นๆที่พยายามจะเลียแข้งเลียขาเกรงกลัวไม่กล้าเข้าใกล้
“ ลูกมันใกล้จะเข้าโรงเรียนหรือยังนะ ”
---------------------------------------------------------------
“ ในที่สุดก็หลับสักทีเฮ้อ…. ”
เสียงถอนหายใจยาวเหยียดดังออกมาจากเฉินห่าวหลังจากลูกสาวตัวน้อยหลับไปแล้ว ตั้งแต่เที่ยงวันจนฟ้ามืดเขาต้องคอยตอบคำถามทุกอย่าง อะไรก็ตามที่แปลกประหลาดบินผ่านตึกล้วนแล้วเป็นสิ่งที่น่าสงสัยทั้งหมดจนเขาต้องหาคำตอบมาให้
วันนี้เขาพาเธอนอนที่โรงแรมหรูอี้เพราะอยากจะดูการเคลื่อนไหวของขุมอำนาจต่างๆหลังจาก 4 ขุมอำนาจระดับกลางหายไป
หลังจากที่เขานั่งดูการเคลื่อนไหวของผู้คนผ่านทางอาณาเขตปลอดภัย จุดเกิดเหตุของทั้ง 4 ขุมอำนาจล้วนแล้วมีผู้คนเดินวนเวียนมากมาย เจ้าหน้าที่ต่างก็ถูกส่งเข้าไปตรวจสอบร่องรอยที่ทิ้งเอาไว้ ซึ่งตอนนี้ข่าวที่ประกาศออกมาบอกเพียงแค่ว่ามีการต่อสู้เกิดขึ้นยังไม่สามารถยืนยันสมาชิกขุมอำนาจทั้ง 4 ได้ว่าอยู่ที่ไหน
การเคลื่อนไหวไม่ได้มีเพียงแค่ประชาชนที่เข้าไปดูเจ้าหน้าที่ตรวจสอบหาสาเหตุ เขาพบเลเวลสูงกระโดดเข้าและกระโดดออกบริเวณที่ผู้คนยืนออกัน สิ่งนี้ทำให้เขารู้ว่ามีขุมอำนาจจำนวนมากให้ความสนใจการหายไปไม่น้อย ซึ่งเขายังไม่สามารถแยกได้ว่าแต่ละคนที่เข้าไปอยู่ฝ่ายใดบ้างทำเพียงเฝ้าจับตาดูการเคลื่อนไหวต่อไป