แสงอาทิตย์ลาลับไปจากขอบฟ้า ในขณะเดียวกันท้องฟ้านั้นไม่ได้สิ้นความสว่างไสวไปซะทีเดียว มันถูกแทนที่ด้วยหมู่ดาวและดวงจันทร์ที่งดงาม ดวงจันทร์ของโลกใบนี้นั้นมีความแตกต่างกับโลกเก่าอย่างสิ้นเชิง เพราะมันมีสีม่วงอมชมพูแต่เซนก็ไม่ได้เมื่อเขามองมัน เขามักจะคิดถึงดวงจันทร์ของโลกเก่า
ฐานทัพถูกสร้างอย่างมีระเบียบและจัดวางอย่างดี มีที่พักอาศัยซึ่งเป็นกระโจมที่สร้างจากใบไม้ขนาดใหญ่และกิ่งไม้ที่แข็งแรงอยู่ล้อมรอบเป็นวงกลมในขณะที่กึ่งกลางของมันนั้นเว้นที่ว่างเอาไว้เพื่อให้ทุกคนมาประชุมกัน
“วันนี้หน่วยสอดแนมของพวกเราประสบความสำเร็จอย่างมากในการแย่งหาน้ำมา หากไม่มีพวกเขาพวกเราคงไม่สามารถทนอยู่ในการทดสอบนี้ได้เพราะความกระหาย…”
ฮวนนั้นกล่าวขึ้นในที่ประชุมถึงความสำเร็จของกลุ่มพวกเขา อย่างไรก็ตามทั้งกลุ่มที่ไปเอาน้ำกลับมานั้นกลับไม่ได้แสดงสีหน้าท่าทางยินดีหรือดีใจอะไรเลยถึงแม้ว่าทุกคนจะตบมือให้ก็ตาม โดยเฉพาะกับเซนชายหนุ่มกำลังรู้สึกว่างเปล่าอย่างมาก
อาหารในมื้อค่ำนั้นเต็มไปด้วยผลไม้และผักป่า ยังดีที่อย่างน้อยมันมีน้ำแกงอย่างไรก็ตามเนื้อสัตว์นั้นกลับมีน้อยอย่างมาก ส่วนใหญ่จะเป็นเนื้อปลาซึ่งไม่เพียงพอต่อทุกคนทั้งหมด เซนนั้นเลือกที่จะไม่กินมัน เขานั่งเงียบๆ อยู่คนเดียวในขณะที่เพื่อนๆ รอบๆ ต่างสนทนากันอย่างสนุกสนาน ชายหนุ่มลุกขึ้นก่อนที่จะกล่าวขึ้นท่ามกลางเสียงสนทนาของผู้คน
“ข้าขอตัวไปพักผ่อนก่อน ข้ารู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่…”
เมื่อฮวนได้ยินดังนั้นจึงได้กล่าวบางอย่างขึ้น
“เจ้าเป็นอะไรมากหรือไม่ ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า…”
แม้ว่าคำกล่าวของหัวหน้าห้องนั้นจะเหมือนกับเป็นห่วงเขา แต่แท้จริงแล้วมันก็เป็นการถามผ่านๆ เฉยๆ ซึ่งเซนก็รู้เรื่องนี้ดีดังนั้นจึงไม่ได้จริงจังที่จะกล่าวตอบ
“ข้าเพียงเหนื่อยล้าเท่านั้น…”
เซนกล่าวจบก็ได้เดินจากออกมา แน่นอนว่าในวงสนทนานั้นไม่มีใครสนใจเขาเลย เซนเดินเข้าไปในป่าลึกคนเดียวท่ามกลางความมืด ชายหนุ่มมักจะเกิดความรู้สึกเช่นนี้เสมอ ถึงแม้ว่าจะอยู่ท่ามกลางผู้คนก็ตามแต่เขาก็ยังรู้สึกโดดเดี่ยว ไม่ว่าจะเป็นโลกใบไหนความรู้สึกนี้ก็ยังเหมือนเดิม
“การอยู่อย่างโดดเดี่ยวกว่าสองปีอาจทำให้ข้าเป็นบ้า…”
เซนกล่าวขึ้นในขณะที่เท้าของเขานั้นก้าวเดินไปที่ในสักแห่งไม่รู้ กว่าจะรู้ตัวชายหนุ่มก็พบว่ารอบๆ บริเวณนั้นเต็มไปด้วยความเงียบมีเพียงเสียงของนกและแมลงที่หากินในเวลากลางคืนเท่านั้นที่ดังอยู่เป็นช่วงๆ
“บนเกาะนี้ตอนกลางคืนสามารถหลงทางได้ง่ายๆ จริงๆ”
เซนกล่าวพร้อมกับยิ้มขึ้นจากนั้นก็เดินต่อไปอีกนิด และเขาก็ได้พบกับสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งทำให้เซนรู้สึกขนลุกอยู่ไม่น้อย
“ป้ายหลุมศพ? เหตุใดบนเกาะร้างแห่งนี้จึงได้มีป้ายหลุมศพกัน?”
เซนกล่าวก่อนที่จะเดินสำรวจพวกมัน มันเป็นหลุมศพแบบปกติ ซึ่งป้ายหลุมศพพวกนั้นบางอันสร้างจากไม้ราคาถูก บางอันสร้างจากหินที่ผุพัง ดูเหมือนมันจะอยู่ที่นี่มาเป็นเวลานานแล้ว ไม่มีร่องรอยของการขุดหรือการขโมยของในหลุมศพ นั่นแสดงให้เห็นว่าพวกมันตั้งอาศัยอยู่ที่นี่โดยไม่มีผู้คนมาเยี่ยมเยือนเป็นเวลานาน
ตัวอักษรที่ป้ายหลุมศพนั้นเขียนด้วยภาษาแปลกๆ แต่เซนคิดว่ามันคงเป็นภาษามนุษย์นี่แหละเพียงแต่มันถูกลบเลือนไปตามกาลเวลาจนยากที่จะอ่าน
เมื่อเขาเห็นป้ายหลุมศพพวกนี้ ชายหนุ่มก็หวนนึกถึงความทรงจำในอดีตเป็นความทรงจำเกี่ยวกับการสูญเสียคนสำคัญครั้งแรกของชายหนุ่มนั่นคือพี่ชายของเขาตั้งแต่ยังเด็ก เป็นครั้งแรกที่ชายหนุ่มได้ร้องไห้ให้กับการสูญเสีย เขาและพี่ชายแน่นอนว่าสนิทกันมากและมักจะเล่นด้วยกันเสมอ
พี่ชายของเขาได้จากไปเนื่องจากอุบัติเหตุในเขตก่อสร้าง ซึ่งเซนนั้นมักจะโทษตัวเองเสมอว่าเป็นความผิดของเขา เขาเป็นแบบนี้มาหลายปีจนกว่าจะหายและมีสภาพจิตใจกลับมาเป็นปกติ อย่างไรก็ตามในระหว่างนั้นเขาได้หยุดเรียนอย่างยาวนานและไม่ได้ไปเรียนตั้งแต่เปิดเรียนวันแรกและนั่นอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ชายหนุ่มไม่มีเพื่อน
“เห้อ…”
เซนถอนหายใจยาวๆ ออกมา พร้อมกับส่ายหัวลบภาพความทรงจำที่น่าเศร้าในอดีต เขาไม่อยากนึกถึงมันอีก อย่างไรก็ตามมันก็ได้มอบบทเรียนสำคัญในชีวิตให้กับเซน
ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามสุดท้ายแล้วพวกเขาก็ต้องตาย ไม่มีใครฝืนชะตาชีวิตจองตนเองได้แม้แต่เขาสักวันก็จะต้องตายเช่นเดียวกัน มนุษย์เกิดมาเพื่อลาจาก หรือเหตุผลใดๆ ล้วนไม่สำคัญ เพราะในอดีตนั้นการจากไปของพี่ชายทำให้เขาสงสัยว่าเหตุใดเขาจึงเกิดมา?
ในขณะที่เซนนั่งอยู่ใจกลางของสุสานแห่งนี้เงียบๆ และนึกถึงอดีตอันมืดมนของตนเองนั้น สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นหญิงสาวคนหนึ่ง
หญิงสาวคนนี้มีผมสีน้ำตาลเข้มจนเกือบจะเห็นเป็นสีดำ หากไม่ใช่เพราะค่ำคืนนี้เต็มไปด้วยหมู่ดาวที่ส่องสว่างบนท้องฟ้าชายหนุ่มอาจจะเห็นมันไม่ชัด รูปร่างหน้าตาของเธอนับว่าสมบูรณ์แบบไม่ว่าจะเป็นจมูกที่สูงเล็กน้อยหรือริมฝีปากขนาดพอดีมีสีของลูกพีช จุดที่ทำให้เซนตกตะลึงและประหลาดใจที่สุดก็คือดวงตาของเธอมันไม่เหมือนกับคนอื่นที่เซนเคยเจอมา มันอาจจะเป็นเวทมนตร์หรืออะไรสักอย่าง เพราะดวงตาของเธอนั้นเป็นประกายสีฟ้าสดใส เมื่อเขามองจ้องไปที่มันราวกับว่าเขาเห็นดวงดาวนับล้านอยู่ภายในนั้น
เมื่อหญิงสาวปริศนาคนนั้นปรากฏตัวขึ้นเซนนึกว่าตนเองนั้นเจอผีเสียแล้ว เพราะเธอปรากฏตัวมาพร้อมกับแสงของหิ่งห้อยล้อมรอบกายเธอไว้ อย่างไรก็ตามเมื่อเซนสังเกตเห็นว่าหญิงสาวคนนั้นสวมชุดเครื่องแบบของโรงเรียนวิลโลเขาก็ถอนหายใจออกมา และเธอก็มาจากห้องหัวกะทิอีกด้วย
“หญิงสาวประหลาดผู้นี้มาทำอะไรที่สุสานคนเดียวกัน?”
เซนรู้สึกสงสัยเป็นอย่างมากดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะเฝ้ามองอยู่ห่างๆ โดยปกติแล้วมนุษย์มักจะกลัวสิ่งที่ตัวเองมองไม่เห็นและไม่สามารถจับต้องได้อย่างวิญญาณ ในโลกนี้เองก็มีความเชื่อเรื่องชีวิตหลังความตายเช่นเดียวกัน ดังนั้นสถานที่อย่างสุสานจึงไม่มีใครกล้ามาเดินเล่นมากนักในเวลากลางคืน กับเซนนั้นเป็นข้อยกเว้นแม้ว่าเขาจะกลัวผีแต่หากผีปรากฏตัวขึ้นจริงๆ ผีก็แค่สร้างความตกใจให้เขาเท่านั้นพวกมันไม่สามารถทำอะไรชายหนุ่มได้แน่นอน
“คุณลุง คุณป้า เด็กๆ พวกท่านคงต้องเหงามากแน่ๆ ใช่ไหมที่อยู่บนเกาะแห่งนี้อย่างโดดเดี่ยว…”
ในเวลานั้นอยู่ๆ หญิงสาวก็มองไปที่อากาศธาตุที่ว่างเปล่าพร้อมกับกล่าวคำพูดออกมา เซนรู้สึกขนลุกเล็กน้อยและประหลาดใจอย่างมากว่าเหตุใดหญิงสาวจึงเริ่มสนทนาคนเดียว
“หืมมมม..ข้าเข้าใจพวกท่านดีเลย ความโดดเดี่ยวมันน่ากลัวอย่างมาก ตอนเด็กๆ เมื่อท่านแม่ของข้าจากไปข้าก็รู้สึกโดดเดี่ยวมาตลอด…ต้องขอบคุณเพื่อนใหม่ที่ทำให้ข้ารู้สึกโดดเดี่ยวน้อยลง”
“ข้าชื่อมารีนยินดีที่จะพูดคุยกับพวกท่านในคืนนี้…”
หญิงสาวที่น่าอัศจรรย์คนนั้นยังคงสนทนากับสิ่งที่มองไม่เห็น เซนนั้นสังเกตไปที่พื้นที่บริเวณที่เธอมองและสนทนาด้วยตลอดเวลาแต่เขากลับมองไม่เห็นการเคลื่อนไหวหรือสิ่งอื่นใดเลย
“อะไรนะมีคนมาถึงก่อนข้าอย่างนั้นเหรอ? แต่เขาอยู่เงียบๆ พวกท่านเลยเหงาสินะ”
หญิงสาวคนนั้นยังคงกล่าวสนทนาไปเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันเมื่อประโยคดังกล่าวหลุดออกมาเธอก็เงยหน้าของเธอขึ้นพร้อมกับมองมายังทิศทางของเซน เมื่อเธอพบกับเซนเธอก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เธอค่อยมองซ้ายมองขวาเพื่อค้นหาบางอย่างก่อนที่เธอจะเดินตรงมาหาเซนช้าๆ
เซนนั้นรู้ดีว่าเธอไม่ได้มีเจตนาร้าย ชายหนุ่มเองก็ไม่ได้ต้องการจะจัดการเธอแม้ว่าทั้งสองจะเป็นศัตรูกันในการทดสอบก็ตาม หญิงสาวมาหยุดอยู่เบื้องหน้าเซนที่นั่งอยู่บนก้อนหินก้อนหนึ่งก่อนที่ทั้งคู่จะสบตากันและนั่นทำให้หญิงสาวรู้สึกประหลาดใจอีกครั้ง เซนเองก็ประหลาดใจเช่นเดียวกันเมื่อมองลึกเข้าไปในดวงตาสีฟ้าของเธอมันเหมือนจะดึงดูดเขาเข้าไปในนั้น
“ทำไมเจ้าถึงได้โดดเดี่ยวเช่นนี้…”
หญิงสาวกล่าวถามออกมาทำให้เซนอ้าปากค้างอย่างตกตะลึง