ปฐมบทแห่งมังกร

    36 สัมผัสที่คุ้นเคย


    ณ ซุ้มน้ำชาในยามบ่ายคล้อย ซึ่งเป็นมุมประจำของเธอ แสงแดดอุ่นๆ สาดส่องผ่านเถาไม้เลื้อยลงมาเป็นลวดลายบนโต๊ะน้ำชา เซเลสนั่งอยู่นิ่งๆ ในกิริยาที่ดูสุขุมนิ่งลึกเกินวัย ในมือถือถ้วยชาไว้มั่น โดยมี "มีอา" สาวรับใช้คนสนิทยืนสงบเสงี่ยมรอรับคำสั่งอยู่ไม่ห่าง


    ทันใดนั้น เซเลสที่ยังคงจิบชาอยู่นิ่งๆ ก็เอ่ยขึ้นเบาๆ ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ามีรอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากราวกับรู้ทันเหตุการณ์ล่วงหน้า


    เซเลส "พี่มีอา... ข้าว่าพี่คงจะได้ปวดหัวอีกแล้วแน่ๆ เลย"


    เพียงสิ้นคำพูดนั้น เสียงทุ้มแหบพร่าก็ตะโกนก้องมาจากทางสวนทันที "แม่สาวน้อย! แม่สาวน้อยของข้า! เจ้าอยู่ที่ไหนกัน!"


    มีอาที่ยืนอยู่ข้างหลังถึงกับถอนหายใจยาวพลางกลอกตาไปมาด้วยความเอือมระอา ก่อนจะพึมพำออกมาเบาๆ


    มีอา "เสียงเจ้าหมอนี่มาอีกแล้วหรือ... ข้าล่ะอยากจะทำถาดน้ำชาหล่นใส่เท้าเขานักเชียว มาทีไรความสงบของสวนเราก็มลายหายไปหมด"


    นางเพียงแค่ยกถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ โดยไม่ได้หันไปมองต้นเสียง ขณะที่ เวอเดี้ยน ในชุดคลุมสีขาวครีมสะอาดตาก็ก้าวเข้ามาในสวนด้วยท่าทางร่าเริงตามเคย


    เวอเดี้ยน "แม่สาวน้อย! ข้ามาเยี่ยมเยียนเจ้าแล้ว! ได้ข่าวว่าเจ้าเพิ่งฟื้นไข้ หายดีแล้วใช่หรือไม่?"


    เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะเริ่มบทสนทนาถามไถ่อาการด้วยน้ำเสียงห่วงใยตามประสาหมอที่สนิทสนมกันดี เธอตอบกลับด้วยท่าทีเรียบเรื่อยตามปกติ ทั้งคู่พูดคุยกันเรื่องสัพเพเหระและอาการป่วยที่ค่อยๆ ดีขึ้น โดยมีเขาที่ดูจะใจดีกว่าทุกวัน เขาตั้งใจอยู่คุยเป็นเพื่อนอย่างนานเป็นพิเศษเพื่อให้แน่ใจว่าเธอฟื้นตัวเต็มที่แล้ว


    ทว่า เมื่อเวลาผ่านไปได้สักพัก รอยยิ้มร่าเริงของเขาก็เริ่มจางหายไป ความรู้สึกบางอย่างที่สับสนเริ่มก่อตัวขึ้น ขณะที่เขากำลังจ้องมองใบหน้าของเด็กสาวที่คุ้นเคย เขากลับรู้สึกถึงความผิดปกติที่สั่นสะเทือนอยู่ในอากาศ มันไม่ใช่ว่านางไม่ใช่ตัวนางเอง แต่มันเหมือนมีอะไรบางอย่างที่เขาไม่เคยสัมผัสได้มาก่อนแฝงอยู่ในกิริยานั้น และที่น่าประหลาดที่สุด... เขากลับรู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก เหมือนเขาเคยรู้จักตัวตนที่ซ่อนอยู่นี้มาก่อน แต่มันกลับลึกซึ้งและคุ้นเคยยิ่งกว่าตัวตนที่เขารู้จักเสียอีก


    ในจังหวะที่เธอเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขาอีกครั้ง เขาสัมผัสได้ถึงกระแสพลังงานที่พุ่งพล่านอยู่ภายในตัวนาง มันไม่ใช่พลังที่เขารู้จัก หรือเป็นพลังที่เคยสัมผัสจากเซเลสมาก่อน ทว่ามันกลับมีความคุ้นเคยอย่างรุนแรงประหนึ่งกระแสพลังที่เขาเคยเฝ้าถวิลหามาเนิ่นนาน สัมผัสที่ซับซ้อนนี้ทำให้เขาชะงักกึกจนถ้วยชาในมือแทบจะสั่นไหว


    เวอเดี้ยนพึมพำกับตัวเองเบาๆ อย่างลนลาน "นี่มัน... เป็นไปไม่ได้..."


    เขาสูดหายใจลึก พยายามรวบรวมสมาธิก่อนจะเอ่ยเรียกนางด้วยน้ำเสียงที่ต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง


    เวอเดี้ยน "เจ้า..."


    คำเพียงคำเดียวทำให้นางหันมามองหน้าเขาตรงๆ อีกครั้ง ทั้งคู่จ้องมองกันอยู่นานหลายอึดใจ ในจังหวะที่สายตาประสานกันนั้น กระแสพลังงานที่เขาสัมผัสได้เริ่มฉายชัดขึ้นเรื่อยๆ จนความคลุมเครือในใจกระจ่างชัดว่าจิตวิญญาณเบื้องหน้านี้คือใคร


    เมื่อความมั่นใจก่อตัวขึ้นในจิตใจ แววตาที่เคยลนลานก็เปลี่ยนไป เวอเดี้ยนค่อยๆ เผยรอยยิ้มที่อบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยความคะนึงหาออกมา มันเป็นรอยยิ้มที่ดูจริงใจอย่างยิ่ง ราวกับได้พบสหายเก่าที่ไม่ได้พบเจอมาเนิ่นนานนับกาลเวลา


    มีอาที่ยืนอยู่ด้านหลังมองภาพนั้นด้วยความขัดใจ นางกำมีดที่อยู่ในมือแน่นพลางบ่นพึมพำ "เจ้าหมอนี่เป็นบ้าอะไร... มายิ้มอะไรแบบนั้นให้คุณหนูของข้ากัน! ดูสายตานั่นสิ... ทำไมต้องส่งยิ้มหวานเลี่ยนขนาดนั้นด้วย!"


    ความหมั่นไส้ที่ออกมาจากปากของมีอาทำให้ทั้งเซเลสและเวอเดี้ยนที่กำลังซึ้งได้ที่ถึงกับหลุดขำออกมาพร้อมกัน บรรยากาศที่เคยดูหนักอึ้งกลับกลายเป็นความผ่อนคลายชั่วขณะ ท่านหมอหัวเราะร่วนพลางส่ายหัวให้กับความช่างประชดประชันของสาวรับใช้คนสนิทที่หวงเจ้านายยิ่งกว่าอะไรดี


    หลังจากเสียงหัวเราะเริ่มจางหาย เวอเดี้ยนก็ปรับสีหน้าให้ดูสำรวมขึ้น แม้ในใจจะโหยหาและอยากอยู่ต่อเพียงใด แต่เขาก็รู้ดีว่ามีธุระสำคัญที่ต้องไปจัดการ เขาประสานสายตากับเธออีกครั้งด้วยความเคารพที่ต่างไปจากเดิม


    เวอเดี้ยน "ถ้าอย่างนั้น... ข้าจะไม่กวนเจ้าแล้ว"


    เขาเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "ข้าแค่แวะมาดูให้แน่ใจว่าเจ้าหายดีแล้วหรือยัง ตอนนี้เห็นเจ้าแข็งแรงดี ข้าก็เบาใจ"


    กล่าวจบเขาก็ลุกขึ้นยืนแล้วโค้งคำนับให้เธอเล็กน้อย ก่อนจะเดินผละออกจากสวนไป ทิ้งให้ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง มีอาที่ยืนมองตามหลังเขาไปจนลับสายตา หันกลับมามองคุณหนูของตนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย นางนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยถามขึ้นทำลายความเงียบ


    มีอา "คุณหนูคะ... เมื่อครู่ก่อนที่เจ้าคนประหลาดนั่นจะมาถึงสวน พี่ได้ยินคุณหนูพูดเหมือนรู้ล่วงหน้าว่าเขาจะมา... คุณหนูรู้ได้ยังไงหรือคะว่าท่านหมอคนนั้นกำลังจะมาหา?"


    เซเลสเงียบไปพักใหญ่ นิ่งงันจนมีอาเริ่มรู้สึกกังวล ทว่าในใจของคุณหนูเองกลับกำลังเผชิญกับคลื่นความสับสนที่ถาโถมเข้ามาอย่างเงียบเชียบ เธอทบทวนเรื่องราวเมื่อครู่ด้วยความตระหนักรู้ที่เพิ่งก่อตัวขึ้น... ทำไมเธอถึงรู้ล่วงหน้าว่าเขาจะมา? ทั้งที่ตอนแรกเธอก็ไม่ได้เห็นหรือได้ยินเสียงของเวอเดี้ยนเลย แต่มันกลับมีความรู้สึกบางอย่างเตือนให้เธอรู้ก่อนเสมอ


    นั่นไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ เธอเริ่มนึกย้อนไปถึงช่วงเช้า ตอนที่พี่ชายมาหา เธอได้ยินเสียงของเขาชัดเจนอย่างประหลาด ทั้งที่ตามปกติแล้ว ต่อให้มีใครอยู่ห่างออกไปเพียงเล็กน้อย เธอก็ไม่เคยรับรู้ได้ชัดขนาดนั้นมาก่อน


    ความรู้สึกแปลกประหลาดเหล่านี้เริ่มก่อตัวขึ้นนับตั้งแต่วันที่ท่านแม่และมีอาสาวรับใช้ของเธอบอกว่าเธอเป็นไข้หนักมากเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ แต่ในความทรงจำของเธอ มันกลับไม่ใช่ไข้ธรรมดา เธอไม่รู้สึกถึงความเจ็บป่วยเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน... เธอกลับรู้สึกเหมือนตัวเองไปใช้เวลาทั้งหมดนั้นอยู่กับ "มังกรตัวนั้น" ในสถานที่ที่ไม่คุ้นตาเสียมากกว่า เธอจำได้ว่าตัวเองได้ยินเสียงเรียกจากสถานที่นั้นอยู่บ่อยครั้ง เสียงที่ก้องกังวานและคุ้นเคยอย่างประหลาด ราวกับเป็นเสียงเรียกจากความทรงจำที่ลึกสุดใจ แม้มันจะเป็นสถานที่ที่เธอไม่เคยย่างกรายไปเยือนมาก่อนในชีวิต แต่น่าแปลกที่เธอกลับรู้สึกถวิลหาอย่างบอกไม่ถูก


    ที่ที่เธอมักจะเห็นในห้วงภวังค์นั้นคือ "ทะเลสาบอาคีรอส" ชื่อนี้ผุดขึ้นมาในหัวของเธอเอง ทั้งที่เธอไม่เคยรู้จักหรือได้ยินชื่อสถานที่นี้มาก่อนด้วยซ้ำ มันเป็นชื่อที่เธอก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าทำไมถึงจดจำได้แม่นนัก ทุกครั้งที่เห็นภาพทะเลสาบแห่งนั้นในความฝันหรือยามที่เธอเผลอไผลไปโดยไม่รู้ตัว มันกลับมีความรู้สึกบางอย่างที่ดึงดูดใจเธออย่างรุนแรง ราวกับว่าที่แห่งนั้นคือที่ที่จิตวิญญาณของเธอโหยหามาตลอด


    เธอเริ่มตระหนักได้ว่าเสียงเหล่านั้นไม่ใช่ความฝัน และมังกรตัวนั้นก็ไม่ใช่เพียงจินตนาการ แต่มันกลับเริ่มรุกล้ำเข้ามาในโลกความเป็นจริงของเธอทีละน้อย เธอเริ่มนึกย้อนไปถึงช่วงที่ฟื้นจากไข้ใหม่ๆ ที่มักจะมีช่วงเวลาที่เธอ "เบลอ" ไปโดยไม่รู้ตัว บางครั้งเธอก็รู้ตัวดีว่าตนกำลังทำสิ่งที่แปลกไปจากเดิม แต่บางครั้งเธอก็เหมือนถูกกระแสพลังบางอย่างควบคุมให้ทำสิ่งต่างๆ ออกไปโดยที่ตัวเองไม่ได้เป็นผู้สั่งการ ราวกับว่าประสาทสัมผัสของเธอถูกเปิดออกสู่โลกอีกใบที่กว้างใหญ่และลึกลับเกินกว่าจะทำความเข้าใจได้เพียงลำพัง


    เธอหลุบตาลงมองถ้วยชาในมือ ความเงียบงันที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากความเมินเฉย แต่เกิดจากความพยายามที่จะทำความเข้าใจกับ "ความผิดปกติ" ที่กำลังกลืนกินความปกติสุขในใจของเธอทีละน้อย นับตั้งแต่ฟื้นจากไข้คราวนั้น ชีวิตของเธอก็เหมือนไม่ได้มีแค่ตัวเธอเพียงคนเดียวอีกต่อไป


    มีอาที่ยืนสังเกตอาการของคุณหนูอยู่เงียบๆ เห็นความนิ่งงันนั้นก็เริ่มเกิดความคิดบางอย่างขึ้นในใจ ความผิดปกติที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้มีอาอดไม่ได้ที่จะเชื่อมโยงเรื่องราวทั้งหมดเข้าด้วยกัน


    มีอาตัดสินใจก้าวเข้าไปใกล้คุณหนูด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความภูมิใจ นางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่สดใสและตื่นเต้น


    มีอา "คุณหนูคะ! พี่ยิ่งคิดก็ยิ่งมั่นใจเลยเจ้าค่ะ! หรือว่าเรื่องนี้มันจะเป็นไปได้ว่า ตั้งแต่ตอนที่คุณหนูป่วยหนักเมื่อไม่กี่วันก่อน แล้วฟื้นขึ้นมาหายดีเหมือนปาฏิหาริย์... คุณหนูอาจจะได้รับพลังวิเศษอะไรบางอย่างมาก็ได้นะคะ!"


    มีอารีบพูดต่อด้วยน้ำเสียงอวยอย่างออกหน้าออกตา แววตาของนางเป็นประกายระยับราวกับได้ค้นพบสมบัติล้ำค่า "พี่ว่ามันต้องใช่แน่ๆ เจ้าค่ะคุณหนูของพี่ ไม่ใช่ใครที่ไหนก็จะมีพลังแบบนี้ได้หรอกนะคะ ต้องเป็นคุณหนูที่แสนพิเศษคนเดียวเท่านั้นที่ได้รับพลังพิเศษนี้มา มีอาดีใจเหลือเกินเจ้าค่ะที่ได้เห็นคุณหนูเป็นคนพิเศษขนาดนี้ 


    ดูสิคะ... ทั้งสัมผัสที่ไวปานสายฟ้า ทั้งรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าได้แบบแม่นยำ มันยืนยันชัดเจนเลยว่าคุณหนูไม่ได้ป่วยธรรมดาหรอก แต่นี่มันคือการตื่นขึ้นของพลังอันน่าเกรงขามชัดๆ เลยเจ้าค่ะคุณหนู!"


    เซเลสเงยหน้าขึ้นมองสาวรับใช้ที่กำลังยืนป่าวประกาศถึงความ "พิเศษ" ของเธอด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจเกินเหตุนั้น สายตาของเซเลสเรียบเฉย ทว่าแฝงไปด้วยความเอ็นดูอย่างปิดไม่มิด 


    นางจ้องมองมีอาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหลุดขำออกมาเบาๆ "ฮึ..." เสียงหัวเราะสั้นๆ ที่เล็ดลอดออกมานั้นไม่ได้แฝงไปด้วยความขบขันในเชิงดูแคลน แต่เป็นความขำในความใสซื่อที่ชอบโอ๋นางเสียเหลือเกิน


    เซเลสอมยิ้มบางๆ พลางส่ายหัวเบาๆ อย่างอ่อนใจ


    เซเลส "มีอา...พี่คิดแบบนั้นจริงๆ หรือคะ?"


    แม้ปากจะเอ่ยถามไปเช่นนั้น แต่ในใจของเซเลสกลับไม่ได้คล้อยตามคำอวยของสาวรับใช้เลยแม้แต่น้อย นางรู้ดีว่าสัมผัสที่แปลกประหลาดและการรับรู้ล่วงหน้านี้ ไม่ใช่พรจากเทพเจ้าหรือพลังวิเศษแบบที่คนทั่วไปจะเข้าใจได้อย่างแน่นอน สำหรับนางแล้ว 


    มันชัดเจนเหลือเกินว่าความเปลี่ยนแปลงนี้ต้องเกี่ยวพันกับ "มังกรตัวนั้น" ที่นางรู้สึกผูกพันและคุ้นเคยอย่างประหลาดในห้วงภวังค์... ความรู้สึกดึงดูดนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และไม่ใช่พลังที่ได้รับมาโดยไม่มีที่มา แต่มันคือการสั่นสะเทือนของดวงจิตบางอย่างที่กำลังเรียกหานางจากที่ที่ไกลแสนไกล


    แม้นางจะไม่ได้พูดออกไปว่าในใจนางคิดอะไรอยู่ แต่นางก็เชื่อมั่นอย่างที่สุดว่า "ความผิดปกติ" เหล่านี้คือร่องรอยของมังกรตัวนั้นอย่างแน่นอน


    เพียงแต่เรื่องนี้คงซับซ้อนเกินกว่าที่จะอธิบายให้มีอาฟังได้ในตอนนี้ นางจึงทำเพียงแค่ยิ้มรับความปรารถนาดีของสาวรับใช้คนสนิทที่ยังคงตื่นเต้นไม่หยุดหย่อนอยู่ตรงหน้าต่อไปอย่างเงียบๆ

    คล้ายกับเรื่องปฐมบทแห่งมังกร ที่คุณอ่าน

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    7.72M 2500
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.00M 2954
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.02M 3752
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508