มารราคะ

    ตอนที่ 41 เขตเต่าทองคำ

    ตอนที่ 41

    เขตเต่าทองคำ

     

                    “พวกเจ้าเองสินะ ขึ้นไปนั่งข้างใน”เมื่อเช้าวันใหม่มาถึงชุนหยางและจูอิงก็ถูกส่งตัวมายังหน้าเมืองกวางจิ้งพร้อมบอกตำแหน่งที่ตั้งรถม้าที่ท่านผู้นำส่งมาให้เพื่อพาชุนหยางและจูอิงไปยังดินแดนมารบัญญัติโดยคนบังคับรถม้านั้นเป็นเพียงคนธรรมดาเพื่อสร้างความแนบเนียนเพราะหากใช้ผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณขับรถม้าให้มันคงแปลกเกินไปเพียงแต่คนบังคับรถม้าไม่ใช่เพียงคนเดียวที่มารอรับชุนหยางและจูอิงตรงจุดที่นัดหมาย

     

                    “พวกนาง...จะไปกับพวกเราหรือขอรับ”ชุนหยางที่กำลังเดินขึ้นไปบนรถม้าสัมผัสพลังวิญญาณของผู้โดยสารทั้งสองได้ตั้งแต่เดินเข้ามาแล้วแต่เมื่อเปิดประตูรถม้าออกถึงได้เห็นว่าผู้โดยสารนั้นเป็นสตรีสองนางที่มีระดับพลังวิญญาณสูงกว่าชุนหยางเสียอีกถึงจะยังไม่เท่าสี่องครักษ์แต่พวกนางก็อยู่ระดับไม่ธรรมดาแน่นอน

     

                    “คิดว่าท่านผู้นั้นจะเชื่อใจสายสืบที่เพิ่งฝึกได้แค่ปีเดียวหรือไงหน้าที่ของพวกเจ้าคือแทรกซึมเข้าไปในกลุ่มของผู้ฝึกฝนวิชามารและพวกนางจะเข้าไปในฐานะบริวารของเจ้า”คำว่าบริวารของคนบังคับรถม้าพูดถึงนั้นหมายถึงคนที่ถูกมนตร์เสน่ห์ของมารราคะเข้าเล่นงานจนยอมทำตามผู้ฝึกฝนวิชามารราคะอย่างไร้ข้อกังขาแต่หญิงสาวสองคนเบื้องหน้าอย่าว่าแต่โดนมนตร์เสน่ห์เลยแค่ปฏิกิริยายามชุนหยางเดินเข้ามาพวกนางยังไม่มีเลยด้วยซ้ำทั้งๆที่รถม้าเริ่มออกวิ่งแล้วแต่พวกนางยังนั่งเฉยราวกับหุ่นแกะสลักไม่มีผิด

     

                    “หลังจากนี้ข้าจะพาพวกเจ้าไปส่งที่เขตเต่าทองคำของเมืองต้าเหนิงพวกเจ้าจะต้องหาทางเข้าไปในกลุ่มเต่าทองคำให้ได้และห้ามผิดพลาดเป็นอันขาด”คำสั่งของคนบังคับรถม้าทำให้ชุนหยางได้แต่พยักหน้าตอบรับเท่านั้น เมืองต้าเหนิงคือชื่อเดิมของเมืองที่ผู้ฝึกฝนวิชามารยึดเอาไว้และสร้างดินแดนมารบัญญัติขึ้นมาดูเหมือนที่นั่นจะถูกแบ่งออกเป็น 4 เขตใหญ่ๆโดยมีผู้แข็งแกร่งที่สุด 4 คนจาก 5คนของฝั่งผู้ฝึกฝนวิชามารปกครองแต่ละเขตเอาไว้ โดยผู้ปกครองเขตเต่าทองคำนั้นเป็นบุคคลที่ทางการมีข้อมูลน้อยที่สุดไม่ว่าจะหน้าตาหรือวิชามารที่มันฝึกฝนก็ตาม

     

                    .

     

                    .

     

                    .

     

                    “...” การเดินทางเข้ามาในดินแดนมารบัญญัตินั้นง่ายดายกว่าที่ชุนหยางคิดเอาไว้มากนอกจากระยะเวลาที่ต้องใช้ในการเดินทางแล้วก็แทบไม่มีอะไรทำให้เสียเวลาอีกเลยแถมสภาพบ้านเมืองนั้นก็ต่างไปจากที่ชุนหยางจินตนาการเอาไว้มาก เพราะตอนแรกชุนหยางคิดว่าเมืองที่โดนเหล่าผู้ฝึกฝนวิชามารยึดครองเอาไว้จะต้องดูโหดร้ายเป็นอย่างมากเป็นแน่แต่สภาพของเขตเต่าทองคำนั้นกลับเต็มไปด้วยชีวิตชีวาและผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาเต็มท้องถนนไปหมดดูเหมือนเมืองต้าเหนิงซึ่งเป็นชื่อเดิมของเมืองที่ถูกเรียกว่าดินแดนมารบัญญัตินี้จะเปิดรับผู้คนตามปกติแถมบอกตามตรงเขตเต่าทองคำนี้ดูคึกคักเสียยิ่งกว่าตลาดของเมืองกวางจิ้งเสียอีก

     

                    “อย่าลืมทำตามแผนล่ะ ไม่อย่างนั้นเจ้าจะไม่ได้รับยาต้านพิษ”ก่อนจะส่งชุนหยางลงจากรถม้าคนบังคับรถม้าก็ยังไม่วายจะขู่ชุนหยางเอาไว้เพราะก่อนจะเข้าเมืองต้าเหนิงมานั้นเขาได้ให้ชุนหยางและจูอิงกินยาพิษไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

     

                    “ขอรับ...” ชุนหยางพยักหน้าตอบรับก่อนจะมองไปที่หญิงสาวทั้งสองผู้มีนามว่าฟางอู่ และ ฟางเกอ ด้วยท่าทีลำบากใจ ตลอดเส้นทางพวกนางไม่พูดไม่คุยหากพวกนางไม่กินอาหารให้เห็นชุนหยางคงคิดว่าพวกนางเป็นหุ่นไม้จริงๆไปแล้วพวกนางไร้อารมณ์ความรู้สึกเช่นนี้จะทำตามแผนได้หรือ?

     

                    ตุบ...

     

                    ในเมื่อมาถึงที่หมายแล้วชุนหยางและจูอิงก็ได้แต่ทำตามแผนที่ได้วางเอาไว้ในทันทีโดยแผนการในขั้นตอนแรกก็คือการแสดงตัวให้คนในเมืองเห็นว่าชุนหยางนั้นคือผู้ฝึกฝนวิชามารนั่นเองในเมื่อคนของเหล่าผู้แข็งแกร่งที่สุดของผู้ฝึกฝนวิชามารต่างก็รับเพียงผู้ฝึกฝนวิชามารด้วยกันเท่านั้นเป็นพวกชุนหยางก็ต้องเป็นผู้ฝึกฝนวิชามารในสายตาพวกเขาเสียก่อนถึงจะมีโอกาสเข้าไปในกลุ่มของเต่าทองคำตามที่วางแผนกันเอาไว้

     

                    “ท่านพี่เมืองนี้สวยจริงๆนะเจ้าคะ ท่านดูนั่นสิรูปปั้นเต่าตัวนั้นทำจากทองคำจริงๆหรือเปล่าเจ้าคะ”น้ำเสียงหวานหยดย้อยพร้อมแขนของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลังของชุนหยางก่อนที่นางจะเดินเข้ามาอิงแอบกับชุนหยางราวกับเป็นคนรักกันไม่มีผิดไม่ใช่เพียงแค่นางเท่านั้นเพราะหญิงสาวอีกคนด้านหลังก็เปลี่ยนสีหน้าจากสีหน้านิ่งเฉยเป็นยิ้มแย้มแถมยังเข้ามาเดินใกล้ๆชุนหยางอย่างเป็นธรรมชาติอีกต่างหากนี่พวกนางเปลี่ยนท่าทีได้รวดเร็วเช่นนี้เลยงั้นหรือ

     

                    “ท่านพี่ ตรงนั้นขายอะไรกันเจ้าคะท่านช่วยพาข้าไปดูหน่อยได้หรือไม่” ทั้งฟางอู่และฟางเกอที่นั่งเฉยมาตั้งแต่ออกเดินทางจากเมืองกวางจิ้งยามนี้เปลี่ยนไปราวกับคนละคนนี่สินะสายสืบที่ฝึกมาอย่างจริงจัง พวกนางแทบจะเปลี่ยนเป็นคนละคนกับตอนที่อยู่บนรถม้าเลยแถมพวกนางที่อายุมากกว่าชุนหยางยังเรียกชุนหยางว่าท่านพี่ไม่หยุดปากราวกับเป็นคำเรียกสามีไม่มีผิดแถมท่าทางออดอ้อนของพวกนางยังเหมือนคนที่ถูกมนตร์เสน่ห์เข้าให้จริงๆเสียด้วย

     

                    “นั่นสินะ พวกเราไปดูกันเถอะ”ชุนหยางเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของพวกนางก็อึ้งไปครู่หนึ่ง แต่เพราะพวกนางดูเป็นมืออาชีพมากๆก็เลยทำให้ชุนหยางและจูอิงต่างก็ตั้งสติได้และเริ่มแสดงตามแผนที่วางเอาไว้ในทันทีโดยชุนหยางจะรับบทเป็นผู้ฝึกฝนวิชามารราคะที่เข้ามาอยู่ในเมืองต้าเหนิงแห่งนี้โดยมีหญิงสาวทั้งสามเป็นบริวารที่ถูกมนตร์เสน่ห์ของชุนหยางดึงดูดเอาไว้และเพื่อความแนบเนียนก็มีอีกสิ่งที่ชุนหยางจะต้องทำนั่นก็คือ..

     

                    “โอ๊ะ...”ทันทีที่มนตร์เสน่ห์ของชุนหยางเริ่มทำงานเหล่าหญิงสาวรอบข้างก็เริ่มมองมาทางชุนหยางด้วยท่าทีเคลิบเคลิ้มแถมยังดูอิจฉาเหล่าสาวๆที่ได้อยู่เคียงข้างชุนหยางอีกต่างหากทำเอาชุนหยางกลายเป็นจุดสนใจในพริบตาเดียวเลย

     

                    “คุณชาย ท่านมาพักผ่อนกับข้าหน่อยไหมถ้าเป็นท่านละก็ข้าจะบริการฟรีเลยก็ได้” ระหว่างที่ชุนหยางกำลังเดินผ่านย่านร้านค้าอยู่ๆก็มีเสียงของหญิงสาวคนหนึ่งดังลงมาจากหน้าต่างชั้นสองของร้านค้าร้านหนึ่งหากดูไม่ผิดร้านค้าร้านนี้เป็นร้านน้ำชาทั่วไปมิใช่หรือเหตุใดถึงมีนางคณิกามาเรียกหาแขกอยู่บนชั้นสองได้กัน

     

                    “คุณชายท่านดูจะมีบารมีไม่น้อยเลย ร้านของเรามีเรื่องสนุกๆให้ท่านได้ลองเล่นท่านไม่สนใจงั้นหรือ”ไม่ใช่เพียงหญิงสาวเท่านั้นที่สนอกสนใจชุนหยางแต่พนักงานของร้านค้าต่างๆเองก็สนใจเช่นกันเพราะเสื้อผ้าที่ท่านผู้นำจัดหามาให้ชุนหยางเพื่อใช้ดึงดูดสายตาของกลุ่มเต่าทองคำนั้นดูจะหรูหรากว่าเสื้อผ้าปกติของชุนหยางมาก

     

                    “คุณชาย ท่านอยากจะได้บริวารเพิ่มหรือไม่ ถ้าสนใจละก็ร้านเรามีสินค้าดีๆที่ท่านน่าจะสนใจนะ” ยิ่งเดินผ่านร้านค้าต่างๆเท่าไหร่ชุนหยางก็ยิ่งมองเห็นสิ่งผิดปกติมากขึ้นเท่านั้นคราแรกที่ได้เห็นเขตเต่าทองคำสถานที่แห่งนี้ก็เป็นย่านการค้าปกติทั่วไป เพียงแต่สินค้าที่นำมาขายนั้นหาใช่สิ่งที่เมืองอื่นจะทำไม่ที่นี่มีบ่อยการพนันเปิดอย่างโจ่งแจ้งแถมยังเปิดตลอดทั้งวันอีกต่างหากไหนจะการค้าประเวณีที่ปกติจะหลบๆซ่อนๆก็ยังทำการซื้อขายอย่างเปิดเผยรวมไปถึงสินค้าต่างๆที่วางขายกันตามทางของพวกนี้สมควรจะขายกันอย่างลับๆไม่ใช่หรือไม่ว่าจะเป็นการขายมนุษย์ด้วยกันเองเพื่อใช้เป็นแรงงานหรือการขายสมุนไพรพิษต่างๆที่ถูกนำมาวางราวกับกำลังขายผักไม่มีผิดเขตเต่าทองคำนี่มันอะไรกัน

     

                    “นี่เจ้าอยากตายหรือยังไง เจ้าไม่เห็นหรือว่าคุณชายท่านนั้นเป็นผู้ฝึกฝนวิชามารราคะคนไม่มีพลังวิญญาณอย่างเจ้าไปบริการเขามีหวังได้ตายแน่ๆ” ท่ามกลางเสียงเชื้อเชิญของเหล่าร้านค้าต่างๆชุนหยางก็บังเอิญได้ยินเสียงเตือนจากบนชั้นสองเข้าโดยไม่ได้ตั้งใจดูเหมือนคนเมืองนี้จะเคยชินกับผู้ฝึกฝนวิชามารกันแล้วแถมตลอดเส้นทางที่ชุนหยางเดินผ่านมาก็ยังสัมผัสไอมารได้หลายจุดทีเดียวนี่สินะเมืองของผู้ฝึกฝนวิชามาร ถึงภายนอกจะดูธรรมดาแค่ไหนแต่ภายในก็ยังมีเป็นผู้ฝึกฝนวิชามารอยู่ดี

     

                    “เห...นั่นมันมารราคะงั้นเหรอไม่คุ้นหน้าเลยคนใหม่สินะ” ท่ามกลางเสียงเชื้อเชิญของร้านค้าๆต่างๆภายในร้านอาหารร้านหนึ่งกลับมีแขกที่กำลังนั่งดื่มกินกันอยู่สองคนกำลังจ้องมองผ่านหน้าต่างของร้านออกมายังจุดที่ชุนหยางกำลังเดินผ่านพอดี

     

                    “เหอะ...วิชามารราคะมันเป็นวิชากระจอกไม่ใช่หรือไงนอกจากเอาไว้ดึงดูดเพศตรงข้ามก็ไม่เห็นมีอะไรดีเลย สู้ฝึกวิชาอื่นให้แข็งแกร่งขึ้นยังจะดีซะกว่า”ชายอีกคนหนึ่งส่งเสียงผ่านจมูกด้วยท่าทีไม่ชอบใจนัก ในบรรดาเหล่าวิชามารวิชามารราคะถูกมองว่าอ่อนแอที่สุดเพราะมนตร์เสน่ห์ใช้ไม่ได้ผลกับผู้ฝึกฝนวิชามารด้วยกันเพราะผู้ฝึกฝนวิชามารต่างก็มีไอมารเป็นของตัวเองการใช้ไอมารเพื่อดึงดูดอีกฝ่ายจึงเป็นไปไม่ได้ แถมการดูดซับพลังวิญญาณผ่านการร่วมเพศกับผู้อื่นยังให้พลังวิญญาณน้อยกว่าวิชาอื่นๆอีกด้วยเมื่อเทียบกับวิชาอื่นๆที่ทำให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นและเพิ่มพูนพลังวิญญาณได้ง่ายดายกว่าแล้ววิชามารราคะนอกจากจะอ่อนแอแล้วยังฝึกฝนได้ยากกว่าวิชาอื่นๆอีกต่างหาก

     

                    “แต่เจ้าก็แพ้ให้กับมารราคะด้วยนี่นาเจ้านั่นที่เป็นคนของท่านเต้าทองคำน่ะ” ชายคนแรกหัวเราะออกมาก่อนจะหันกลับไปลำลึกความหลังกับเจ้าคนร่างใหญ่ที่อยู่ข้างๆถึงมารราคะจะอ่อนแอกว่ามารคลุ้มคลั่งแต่ก็มีวิธีการทำให้ชนะได้อยู่ เพียงแต่...

     

                    “แบบนั้นมันไม่เรียกว่าชนะสักหน่อยลองมาสู่กันอีกสิพ่อจะอัดให้คว่ำเลย” ชายร่างใหญ่โวยวายออกมาด้วยท่าทีเดือดดาลเป็นอย่างมากเพราะตัวเขาไม่ยอมรับเด็ดขาดว่าพ่ายแพ้ให้กับมารราคะตนนั้น แถมมันยังเป็นพวกน่ารังเกียจมากอีกด้วย

     

                    “ชนะยังไงก็คือชนะไม่ใช่หรือยังไงว่าแต่เจ้าหนุ่มนั่นเถอะ มาใช่มนตร์เสน่ห์ในเขตของเจ้านั่นท่าทางจะไม่รักชีวิตแล้วมั้ง”ชายคนแรกหัวเราะออกมาด้วยความเคยชินก่อนจะมองไปทางชุนหยางด้วยท่าทีเวทนา มารราคะจำเป็นต้องใช้มนตร์เสน่ห์ในการล่อลวงเพศตรงข้ามหากมารราคะ 2 คนเข้ามาอยู่ในถิ่นเดียวกันจะเกิดปัญหาการแย่งชิงคู่หลับนอนก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกโดยเฉพาะเวลาที่มารราคะสองคนเป็นเพศเดียวกันด้วย...

                                   

     

    คล้ายกับเรื่องมารราคะ ที่คุณอ่าน