ผมฝึกงานมาได้2 อาทิตย์แล้ว ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง เช่นวันนี้มีพนักงานมาสมัคร 100 คนครับวุ่นวายฉิบหาย มานั่งรอสัมภาษณ์เต็มโรงอาหารเลยน้ำตาแทบไหลผมจะไม่ถูกท่านรองกดขี่ข่มเหงอีกต่อไป สู้โว้ย
“ไอ้น้องหมอกเอ็งเอาเอกสารตรวจสุขภาพไปให้ผู้สมัครงานกรอกหน่อยดิ”
Sup ยื่นเอกสารมาให้ผมปึกใหญ่พี่น้ำฝนกับพี่ต้นนั่งสัมภาษณ์ผู้สมัครงานอยู่ ผมเลยกลายเป็ทีมสรรหาไปโดยอัตโนมัติผมก็ยินดีนะ เพราะดันไปรับปากท่านรองว่าจะหาคนให้แล้วไงวันนี้ทั้งวันวุ่นวายอยู่กับการรับสมัครงานจนถึงเย็น เหนื่อยครับ แต่ก็สนุกดี อีก2 วันก็จะมีคนไปให้แผนกผลิตแล้ว
“ไอ้น้องหมอกพรุ่งนี้เอ็งไปช่วยพี่ฝนอบรมพนักงานหน่อยนะ”
Sup สั่งงานผมข้ามวันเลยครับแต่ผมก็ชอบนะได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ มากขึ้น
“ได้ครับ Sup”
หลังจากกลับหอผมก็อาบน้ำมานอนเล่น เหนื่อยฉิบหายซักพักไอ้บาสมันก็ซื้อข้าวเย็นมาเผื่อ ผมฝากมันซื้อเพราะวันนี้เหนื่อยมากเลย
“เป็ไงมึง นอนขึ้นอืดเลย”
“เออ เหนื่อยฉิบหาย วันนี้กูทำงานเกินค่าฝึกงาน100 บาทเลยว่ะ แต่ก็ดีกว่ายืนถ่ายเอกสารเฉยๆ”
“เออ วันนี้กูก็ช่วยงานหัวหน้าในออฟฟิศไม่ได้เข้าไลน์เลย เหมือนได้พัก ความจริงงานก็ไม่หนักหรอก แต่ยืน เดินเยอะเมื่อยขาว่ะ”
“เออ กูก็เมื่อยยืนถ่ายเอกสารทุกวัน”
“ขามึงสั้น ยังเมื่อยอีกเหรอ”
“สัด เดี๋ยวกูโบกหัวทิ่มเลย”
อาทิตย์นี้ผมว่าจะกลับบ้านเพราะถ้าไม่กลับเดี๋ยวกำนันหมานบ่นตายห่าเลย แต่ผมก็ไม่เคยกลัวเลยนะออกจะขำๆแกมากกว่า
“เดี๋ยววันศุกร์เย็นกูกลับบ้านนะ”
“เออ แล้วบ้านมึงตอนนี้มีอะไรกินมั่งวะ”
ปกติที่บ้านผมจะปลูกสารพัดผลไม้ไว้เคยเอาละมุดกับมังคุดมาฝากไอ้บาสมัน
“่นี้มะม่วงบ้านกูเยอะ เดี๋ยวกูเอามาฝาก”
“เออดีๆ กูก็อยากกิน”
ผมว่าจะเอาไปฝากพี่ๆที่ออฟฟิศด้วยผมเห็นในตลาดโลหนึ่งก็หลายตังอยู่ บ้านผมแทบจะไม่ต้องซื้อผลไม้กินเลย
เช้าวันนี้ผมต้องไปช่วยพี่น้ำฝนพาพนักงานใหม่เข้าอบรมวันนี้เราสามารถส่งพนักงานใหม่เข้างานได้ 50 คนและวันศุกร์อีก 50 คนท่านรองน่าจะพอใจอยู่บ้าง
หลังจากพนักงานอบรมเสร็จผมก็พามารอที่หน้าห้องสมัครงาน ปกติพี่น้ำฝนจะพาพนักงานไปส่งที่แผนกผลิตต่อ
“น้องหมอก พอดีพี่มีติดสัมภาษณ์งานต่อช่วยพาพนักงานไปส่งที่แผนกแทนได้มั้ยคะ”
“อ่อ ได้ครับพี่ แล้วผมต้องพาไปหาใครอ่ะ”
“อ๋อ พี่บอก Sup แผนกผลิตไว้แล้วน้องหมอกแค่พาไปส่งหน้าไลน์ผลิตก็พอค่ะ”
“ได้ครับ”
แล้วผมก็พาพนักงานใหม่ทั้งหมดเดินไปที่แผนกผลิตที่ยิ่งใหญ่คับโรงงาน
“สวัสดีครับ ผมพาพนักงานใหม่มาส่งครับ”
ผมเห็นพี่คนหนึ่งท่าทางจะอายุ 40 กว่าๆ ใสชุดยูนิฟอร์ม น่าจะเป็หัวหน้างานยืนรอที่หน้าไลน์ผลิต
“อ่อ ได้ๆ ไอ้หนุ่มเป็เด็กฝึกงานเหรอ พี่ชื่อSupไก่นะ กำลังรออยู่พอดี”
อิอิ ซุปไก่สกัดเหรอครับ ชื่อตลกว่ะ เอ้ยไม่ใช่เวลาเล่น
“ครับ ฝึกอยู่แผนกบุคคลครับ”
“วันนี้หาคนงานมาได้เท่าไร”
เชร็ด เสียงท่านรองใหมดอยู่ดีๆก็โผล่มาจากข้างหลัง เกือบจะงับคอผมอยู่แล้ว
“อ๋อวันนี้มีมาส่ง 50 คนครับท่านรอง”
ผมเหลือบไปเห็นพี่ Sup ไก่สกัด ทำหน้าเหวอเลยครับแค่ผมเรียกท่านรองแค่นี้เอง
“แล้วที่ผมขอไป 200 คนล่ะ ได้แค่นี้แล้วไลน์ผลิตจะเดินยังไง”
“พรุ่งนี้มีเข้าอีก 50 คนครับท่านรอง ยังไงๆ ทีมสรรหาก็หาให้ได้ครบอยู่แล้วล่ะครับท่านรองไม่ต้องเป็ห่วง”
ขนาดพี่น้ำฝนกับพี่ต้นไปหาคนแค่ไม่กี่วันยังได้มาเป็ร้อยกะอีแค่ 200 คน เื่จิ๊บๆ
“ดูท่าทางคุณมั่นใจมากเลยนะ”
“แน่นอนครับท่านรอง”
ผมส่งรอยยิ้มอย่างผู้ชนะไปให้ ท่านรองทำหน้าไม่ค่อยเชื่อถือผมซักเท่าไร
“ผมขอตัวก่อนนะครับท่านรอง”
แล้วผมก็เดินแยกออกมายังไม่ลืมเหลือบไปมองพี่ Sup ไก่สกัดคนนั้นครับแกตาค้างอ้าปากหวอเลย คงไม่เคยเห็นใครกล้าพูดแบบนี้กับท่ารองล่ะเซ่หลังจากเดินพ้นแผนกผลิตมา ผมก็แทบจะเป็ลม อุตส่าห์เก็กใจดีสู้เสืออยู่ตั้งนานจริงๆแล้วผมตื่นเต้นมาก กลัวท่านรองอยู่เหมือนกัน แต่ก็อยากเอาชนะครับ
“เป็ไงเอ็ง เจอท่านรองมั้ย เขาว่าไงบ้าง”
พอมาถึงแผนก Sup ก็ยิงคำถามใส่ทันที
“เจอดิ Sup เกือบจะโดนไซบีเรียนงับหัวอยู่แล้ว”
“หืม ไซบีเรียน ? ท่านรองอ่ะนะ เออ เหมือนๆ ฮ่า ช่างกล้านะเอง”
อุ้ยผมลืมตัวเผลอเรียกท่านรองว่าไซบีเรียนขอโทษน้องหมานะครับที่เอาท่านรองไปเปรียบเทียบ
“เอ่อ ผมขอโทษ มันหลุดปากอ่ะครับ”
“ฮ่าๆ พี่ไซบีเรียนกับน้องปั๊กเข้ากั๊นเข้ากัน”
เดี๋ยว Sup อย่าเอาผมไปจัดประเภทเดียวกับท่านรอง สงสารผมบ้าง
“โธ่ Sup เอาผมไปเปรียบกับน้องปั๊กได้ไง ผมออกจะหล่อขนาดนี้”
“เออเองน่ารักไปกรอกเอกสารต่างด้าวต่อได้แล้ว”
เห็นผมเก่งหน่อยใช้ใหญ่เลยแล้วผมก็นั่งกรอกเอกสารไปเรื่อยๆ วันนี้ไอ้บาสกับส้มจี๊ดไม่ได้เข้ามาฝึกงาน สองคนลาไปหาอาจารย์ที่ปรึกษาผมเลยต้องกินข้าวคนเดียว ว่าจะออกไปกินราดหน้าหน้าโรงงานซักหน่อยเื่กินไม่ต้องมีเพื่อนผมก็สามารถกินคนเดียวได้ครับ ขนาดชาบูยังกินคนเดียวเลยก็คนมันโสดและหล่อมากอ่ะครับ
“ป้าราดหน้าจานนึงครับ”
แล้วผมก็ไปหาที่นั่งร้านนี้คนค่อนข้างเยอะครับ ป้าแกทำอร่อย เจอโต๊ะว่างพอดี เหลืออยู่โต๊ะเดียวซะด้วย
ผมเห็นท่านรองหันซ้ายหันขวาหลังจากยืนสั่งอาหารป้าเสร็จสงสัยหาโต๊ะนั่ง อืม ไม่มีที่ว่างเลย นอกจากโต๊ะผม
“นั่งโต๊ะนี้ครับท่านรอง”
ผมถามโดยยิ้มอย่างมิตรภาพที่สุดไปให้จริงๆแล้วผมตอแหล เห็นคนหล่อยืนทำหน้าเบะแล้วขำดีแต่ก็สงสารกลัวแกอายที่ไม่มีโต๊ะนั่ง
“…”
ยังเงียบอีก แต่ก็เดินมานั่งนะท่าเยอะจริงๆ
“ท่านรองกินอะไรอ่ะครับ”
“ถามทำไม”
“เอ๊า เผื่อคราวหน้าผมจะได้สั่งมั่ง”
“ข้าวผัด”
“อ่อครับ อาหารเด็กน้อย”
“…คุณนี่กวนประสาทจริงๆ”
“ขอบคุณท่านรองที่ชมครับ”
“…”
แกถอนหายใจแรงๆออกมา ทำหน้าเหม็นเบื่อผมฉิบหายฮ่าๆ ตลกดีครับ พอดีป้าแกยกอาหารมาเสริฟ เฮ้ย ข้าวผัดเด็กน้อยจริงๆไม่ใส่ผักเลยมีแต่ไข่กับหมู่
“ฮ่าๆท่านรอง ไม่กินผักเหรอครับ”
ผมขำเอาเป็เอาตาย
“ตลกมากเหรอคุณ”
อุ้ย เสียงเขียวเชียว ไอ้ผมก็ลืมตัวหัวเราะหน้าดำหน้าแดง
“ตลกครับผมคิดว่าหน้าตาอย่างท่านรองน่าจะกินได้ทุกอย่างนะ”
“เห็นผมเป็อะไร”
“ก็เป็ท่านรอง”
“… กินของคุณไป”
หุบปากก็ได้วะ แล้วผมก็กินของผมไปท่านรองกินเร็วฉิบหาย เสร็จก่อนผมอีก แล้วก็ลุกเดินหนีผมไปเลย สงสัยจะอายน่ารักไปอีกแบบ
“ป้าราดหน้าเท่าไรครับ”
“อ๋อ พ่อหนุ่มรูปหล่อเขาจ่ายให้แล้วจ๊ะ”
“หืม คนที่นั่งโต๊ะเดียวกับผมอ่ะเหรอป้า”
“ใช่ๆ เขาจ่ายให้แล้ว”
จะมาไม้ไหนเนี่ยท่านรอง
“แล้วกี่บาทอ่ะครับ ผมจะได้ไปคืนเงินเขา”
“อ่อ 30 บาทจ๊ะ”
ผมพยักหน้ารับ ต้องวุ่นวายเดินไปแผนกผลิต เพื่อคืนเงินท่านรองนะท่านรองทำให้วุ่ยวายอีก
“เอ่อ Sup ไก่ (สกัด) ครับ ท่านรองไปไหนเหรอครับ”
ผมถาม Sup ไก่สกัด ที่เจอกันตอนส่งคนงานเข้าไลน์ เห็นแกนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานพอดีแต่ไม่เห็นท่านรอง
“ประชุมกับแผนกคลังสินค้ามีอะไรเหรอไอ้หนุ่ม”
“ผมฝากเงินคืนให้ท่านรองหน่อยครับ”
“เฮ้ย เอ็งไปคืนเองดิ”
ทำไม พี่กลัวเขาขนาดนั้นเลยเรอะ
“งั้นผมวางที่โต๊ะท่านรองได้มั้ย Sup”
“เออๆ โต๊ะนั้น วางไว้นั่นแหละ”
คงไม่มีใครขโมยเพราะไม่มีใครกล้าไปยุ่งกับโต๊ะท่านรองแน่นอน แล้วผมก็เดินกับฝ่ายบุคคลต้องไปกรอกเอกสารที่ค้างต่อ ผมได้เรียนรู้อะไรเยอะแยะเลยนะ เกือบ 3 อาทิตย์มานี้ การทำงานก็สนุกดีครับ ไม่ได้เคร่งเครียดกันทุกวัน
ห้าโมงเย็นผมก็เตรียมตัวกลับบ้านยังมีเอกสารที่ต้องกรอกอยู่อีกนิดหน่อยพรุ่งนี้หลังจากอบรมพนักงานเสร็จค่อยมาทำต่อให้เสร็จ ผมไม่ชอบให้งานค้างคานาน
“เป็ไงมึงวันนี้อาจารย์ว่าไงบ้าง”
ผมถามไอ้บาสหลังจากที่มานอนเล่นที่ห้องมันได้ซักพัก
“ก็ไม่มีอะไรกูเอารายงานที่กูเขียนไปส่งแกแค่นั้น”
“อ้อ วันนี้กูไปกินข้าวหน้าโรงงานเจอท่านรองแกจ่ายตังให้กูด้วย”
“เฮ้ยจริงดิ ท่านรองกูใจดีเหมือนกันนี่หว่า”
“แต่กูเอาไปคืนที่โต๊ะแก”
“อ้าวแล้วเขาไม่ว่าอะไรเหรอ เขาจ่ายให้แล้วมึงยังจะเอาไปคืน”
“กูไม่เจอท่านรอง เลยวางไว้ที่โต๊ะเขา”
“เื่เยอะอีกนะมึง”
“…”
เช้าวันนี้ผมเตรียมกระเป๋ามาฝึกงานด้วยกะว่าเลิกงานแล้วจะแว้นกลับบ้านเลยี้เีกลับไปที่หออีก
“Sup เดี๋ยวผมไปช่วยพี่น้ำฝนอบรมพนักงานแล้วนะ”
“เออดีๆ รู้งานนะเอ็ง ฝึกงานเสร็จน่าจะรับเข้างานได้เลยนะเนี่ย”
“ให้จริงเหอะ Sup ผมจะได้ไม่ต้องเดินหางาน”
“อืมๆ จะรับไว้พิจารณา”
ทำงานที่นี่ก็ดีนะ หยุดเสาร์อาทิตย์พักร้อนก็เยอะสวัสดิการดี ใกล้บ้านอีก
“พี่น้ำฝนเดี๋ยวผมพาคนงานไปส่งที่แผนกผลิตเองครับ”
เห็นพี่แกยุ่งๆเลยเสนอตัวทำให้แล้วกัน
“ดีค่ะเดี๋ยวพี่ต้องเตรียมทำบัตรพนักงานต่อเลยเนี่ย”
“เดี๋ยวผมกลับมาช่วยนะ”
แล้วผมก็พาคนงานไปส่งขึ้นเขียงเอ้ยส่งเข้าไลน์ผลิต โรงงานที่ผมฝึกงานเป็โรงงานผลิตผลไม้กระป๋อง จำพวกเงาะสับปะรด ส่งออกต่างประเทศเลย้าคนงานจำนวนมากครับ คนแถวๆนี้ก็กวาดมาอยู่โรงงานกันหมดเลยต้องไปสรรหาตามต่างจังหวัดบ้าง
“สวัสดีครับ Sup ไก่ (สกัด) ผมพาคนงานมาส่งครับ”
ผมทักทาย Sup ไก่สกัด คนเดียวกับเมื่อวานที่ผมมาส่งแอบหันหลังไปมองเผื่อท่านรองโผล่มาอีกจะได้ไม่ใ
“ไอ้หนุ่มเดี๋ยวเองไปหาคุณเมฆาหน่อยนะเขาสั่งให้ไปหา”
หืม คุณเมฆาใครวะ ชื่อคุ้นๆอ๋อท่านรองนี่หว่า ท่านรองชื่อเมฆาผมนึกออกแล้ว
“ได้ครับ แต่มีอะไรรึเปล่าอ่ะ Sup”
“พี่ก็ไม่รู้แต่เขาสั่งไว้”
จริงๆดูไปแล้วท่านรองดูจะอายุน้อยกว่าSup ไก่สกัด หลายปีนะ แต่มาเป็หัวหน้าเขาก็เลยต้องทำเป็ดุ ? เพื่อให้ลูกน้องเคารพ เอ่อ จริงๆแล้วผมมั่วผมไม่รู้หรอก
“ท่านรองมีอะไรจะให้ผมรับใช้เหรอครับ”
ผมก็มายืนทำหน้าแป้นแล้นที่โต๊ะท่านรองที่กำลังทำหน้าบูดกับเอกสารตรงหน้า
“เอาเงินมาคืนทำไม”
เสียงเข้มระดับ 10 โกรธใครมาวะ
“ก็ท่านรองจ่ายให้ ผมก็ต้องเอามาคืน”
“ก็ผมจ่ายให้แล้ว จะเอามาคืนทำไม”
“ผมก็ไม่เห็นความจำเป็ที่ท่านรองจะมาจ่ายให้ผม”
“…ดื้อจริงๆ เอาเงินคืนไป”
โอ้เสียงเข้มขึ้นระดับ 15
“ผมไม่เอาครับท่านรอง”
“อย่าดื้อผมบอกให้เอาคืนไป”
ฉิบหายเสียงเข้มระดับ 50 โต๊ะอื่นๆหันมามองผม ส่งกำลังใจมาให้ผมระดับแม็กซิมั่ม
“ก็ได้ครับท่านรอง”
ผมทำหน้าเป็หมาปั๊กหงอยส่งสายตาแบ๊วๆไปให้เผื่อแกสงสาร
“ทีหลังผมเลี้ยงหรือให้อะไรไม่ต้องเอามาคืน”
“คร๊าบบบท่านรอง”
ลากเสียงประชดแม่ง ผมเหลือบไปเห็นโต๊ะอื่นทำหน้าสยองกันเป็แถวอะไรขนาดนั้นท่านรองคงไม่ฆ่าปาดคอผมหรอกมั้ง แต่ถ้าะโเตะอาจจะไม่แน่เพราะผมเคยเห็นมาแล้ว
“แล้วผมกลับได้ยังครับท่านรอง”
“ยัง เอาตัวเลขนี่กรอกในตารางให้ผมหน่อย”
แล้วแกก็หยิบเอกสารมาให้ผมปึกนึงให้นับตัวเลขแล้วกรอกในตารางที่แกปริ๊นให้
“ผมต้องบอก Sup ก่อนว่าท่านรองใช้งาน เดี๋ยวแกหาว่าผมอู้”
“มายด์…เอ่อ Sup คงไม่ว่าหรอก แต่โทรไปบอกก็ดี”
ท่านรองก็กดเบอร์โต๊ะ Sup ให้ จำแม่นเชียว สงสัยโทรตามเื่หาคนงานบ่อย
“Sup ผมขอช่วยงานท่านรองแป๊ปนึงเดี๋ยวผมกลับไปกรอกเอกสารให้ต่อ”
แล้วผมก็วางสายไป
“ให้ผมนั่งตรงไหนครับท่านรอง”
หวังว่าจะไม่ให้ผมยืนนับเลขหรอกนะ
“ไปเอาเก้าอี้ตัวนั้นมานั้งที่โต๊ะผมนี่”
หืมให้นั้งจ้องหน้าท่านรองรึไง อืม แต่โต๊ะทำงานท่านรองก็ตัวใหญ่อยู่นะใหญ่กว่าคนอื่นอีก รองผู้จัดการยังไม่มีห้องเป็ของตัวเองเหมือนกับผู้จัดการครับ
ผมก็ไปลากโต๊ะมานั่งแล้วก็นั่งนับเลขไปจดลงในตารางไป ท่านรองก็ขมาดคิ้วกับเอกสารในมือไป ยังคงหน้าดุระดับ 10 ผมกรอกตัวเลขลงตารางเสร็จแล้วเหลือบดูเวลา หนึ่งชั่วโมงพอดี ค่าฝึกงาน 100บาท คิดจากแผนกผลิต 20 บาทได้มั้ยเนี่ย
“เสร็จแล้วครับท่านรองมีอะไรให้ผมทำอีกมั้ย”
“ไม่มีแล้ว ขอบใจมาก”
“งั้นผมกลับแล้วนะท่านรอง”
“คุณจะไม่เรียกผมว่าท่านรองซักประโยคจะได้มั้ย”
“ไม่ได้ครับ…ท่านรอง”
แล้วผมก็ยิ้มแบบที่คิดว่ากวนตีนที่สุดไปให้เฮ้ย! แกยิ้มกลับมาให้ด้วยแต่แป๊บเดียวนะพระเ้าช่วยกล้วยทอด ท่านรองหน้าดุก็ยิ้มเป็ ผมหันไปมองโต๊ะอื่นๆแต่ละคนนี่ยืนตะลึงกันเลยทีเดียว สงสัยวันนี้น้ำจะท่วมโรงงาน เพราะผมก็เคยได้ยินมาว่าท่านรองยิ้มยากมาก
เลิกงานแล้วผมแว้นน้องฟ้ากลับบ้านใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงบ้านผมห่างจากตัวเมืองอยู่เหมือนกันเพราะเป็บ้านสวน สวนโกโก้ที่พ่อผมปลูกมีประมาณ100 ไร่ ที่เหลือเป็ที่บริเวณบ้านประมาณ 10 ไร่ ปลูกผักผลไม้ไว้กิน เหลือมากก็แจกจ่ายลูกน้องคนงาน เพื่อนบ้านพ่อผมขึ้นชื่อว่าเป็กำนันผู้โปรดสัตย์ มีผักแจกผัก มีผลไม้แจกผลไม้ยังดีไม่ยกผมให้คนอื่น เพราะจะเป็หมาหัวเน่าอยู่แล้วกำนันหมานผู้ขึ้นชื่ออีกเื่คือรักหมายิ่งชีพ ลูกอดไม่เป็ไร หมาต้องอิ่มอันนี้ล้อเล่นครับ พ่อผมรักผมจะตาย ตอนผมอยากได้น้องฟ้า รีบไปถอยให้เลยจ่ายสดงดเชื่ออีกต่างหาก
“กำนัน ผมกลับมาแล้ว”
ผมะโลั่นลานบ้าน น้องหมาพันธุ์ (ข้าง)ทาง 5 ตัว ที่พ่อผมเก็บมาเลี้ยง รีบวิ่งมารุมทึ้งผมกันใหญ่
“เป๊ปซี่ อย่าเลียดิวะไอ้สไปรท์อย่าดมเป้ากู ไอ้น้ำส้มอย่า…”
เหนื่อยฉิบหาย พวกมึงจะรุมอะไรกู๊ไม่มีอะไรมาให้กินหรอก ไอ้พวกลูกรักกำนันหมานแห่งบ้านดอน พ่อผมชื่อสมานครับชาวบ้านแถวนี้เรียกกำนันหมานผู้เลี้ยงหมา 5 ตัว เป็ปซี่ สไปรท์ น้ำส้ม น้ำแดง น้ำเขียว ชื่อยังกะน้ำขวดไหว้เ้า
“มาแล้วเรอะ ไอ้ลูกหมา”
“หวัดดีกำนัน เรียกไอ้พวกนี้ไปดิเลียผมเปียกหมดแล้วเนี่ย”
“ก็นานๆเอ็งกลับมาก็ให้มันเลียบ้างซิ”
“ตลกนะกำนัน นี่ลูกนะครับ”
“ข้าว่าจะยกสมบัติให้พวกมัน 5 ตัวแทนเอ็งอยู่แล้ว”
ฉิบหาย ศึกชิงมรดกระหว่างน้องหมาพันธุ์(ข้าง) ทางกับหมาหัวเน่าอย่างผมกำลังจะเกิด
“กำนันก็ว่าไปลูกชายหล่อขนาดนี้จะไม่ยกสมบัติให้ได้ไง เดี๋ยวจะไม่เหมือนคำที่เขาว่ารูปหล่อพ่อรวยเอานา”
“เออ เอ็งก็หล่อเหมือนข้าไง อันนี้พอรับได้เดี๋ยวยกสมบัติให้หมดเลย”
นี่แหละครับพ่อผม กำนันหมานแห่งบ้านดอน ตลกแดกตลอด รักหมาที่หนึ่ง รักลูกตัวเองที่สองรักกูน้อยกว่าหมาอีก
ผมก็นั่งๆนอนอยู่บ้าน 2 วัน ตอนเย็นวันอาทิตย์ก็แว้นกลับหอ
“เอ้า มะม่วงมันของฝาก กูว่าเดี๋ยวจะเอาไปฝากพวกที่โรงงานด้วยเดี๋ยวกูฝากไปให้ท่านรองซัก 2-3 ลูกดิ”
“เฮ้ย ไม่เอา มึงเอาไปให้เองดิกูยังไม่เคยคุยกับเขาเลย”
“อะไรวะ ไปฝึกงานแผนกเขาทำไมไม่ได้พูดกับเขารึไง”
“ไม่เคยพูด มีแต่ Sup ที่หางานให้ทำ ท่านรองเขาไม่เคยมาสั่งงานพวกกูเลย”
“แล้วทำไมทีกู ใช้งานจังวะ”
วันจันทร์ผมก็หอบมะม่วงมีทั้งมันและเปรี้ยวมาฝากพี่ๆที่โรงงานแล้วก็ไม่ลืมแบ่งไว้ให้ท่านรอง 3 ลูก ไม่รู้ท่านเขาจะกินรึเปล่านะ
“Sup วันนี้ผมเอามะม่วงมาฝากนะ อยู่ในครัวครับ”
“เออ ดีๆเดี๋ยวให้ไปแจกกันกินขอบใจนะไอ้น้องหมอกสุดน่ารัก”
เปลี่ยนเป็สุดหล่อได้มั้ยครับคำว่าน่ารักมันหน่อมแน้มไปหน่อย
“เปลี่ยนเป็ชมผมว่าหล่อจะดีกว่าครับอันนี้ผมไม่ปลื้ม”
“…มันพูดยากไง เพราะความจริงมันไม่ใช่”
Sup อ่ะ เดี๋ยวผมงอนเลย
“… เดี๋ยวผมขอไปแผนกผลิตหน่อยนะครับจะเอามะม่วงไปฝากท่านรอง”
“…พี่ไม่เคยเห็นใครกล้าหาญเท่าเอ็งมาก่อนเลยไอ้น้องหมอก”
“ครับ ผมจะถือว่ามันเป็คำชมก็แล้วกัน”
“…”
ผมก็เดินถือมะม่วงไปที่แผนกผลิต เดินตรงดิ่งไปที่โต๊ะท่านรองเลยครับ
“สวัสดีครับท่านรอง”
แกเงยหน้ามามองผม ยังคงขมวดคิ้วแบบปกติ
“สวัสดี”
“ผมเอามะม่วงมาฝากท่านรอง”
“…ให้ผมทำใม”
“…ก็ตอบแทนที่ท่านรองเลี้ยงข้าวผมวันนั้นไง”
“…ก็แค่ไม่กี่บาท”
“ก็ผมไม่ชอบติดหนี้ใคร”
“ผู้ใหญ่ให้ก็ต้องรับ”
เริ่มเสียงแข็งอีกแล้ว พูดดีๆไม่เป็รึไง
“ตกลงว่าท่านรองจะรับมั้ยครับมะม่วงเนี่ย”
ถือจนเมื่อยแล้วนะ
“…ขอบคุณครับ”