ตั้งแต่ได้เห็นข่าวผมก็เก็บข้าวของส่วนตัวใส่กระเป๋าแล้วผละออกจากห้องทำงานโดยไม่รีรอผมพิมพ์ข้อความไปในกลุ่มเป็นเชิงขอโทษที่ต้องลากะทันหันไมตรีไม่ถามอะไรเพิ่มเติมราวกับว่าคาดเดาสถานการณ์นี้ได้ล่วงหน้าเขาแบ่งงานให้นิกรณ์กับสิรินรับไปคนละข่าวในทันที
ผมประคองร่างไร้จิตวิญญาณนั้นกลับสู่ที่พักระหว่างทางกลับในจังหวะหนึ่งเดินข้ามถนนผมเกิดความคิดชั่ววูบอยากวิ่งตัดหน้ารถให้โดนชนตายพ้นจากโลกที่อนาคตมืดมนใบนี้เสียให้จบ ๆ แต่โชคยังดีที่สติสัมปชัญญะยังทำงานมันรั้งผมไว้ด้วยคำเตือนว่า ถ้านายไม่ตายแต่ดันพิการแทนล่ะหรือถ้ารถยนต์อัตโนมัติหยุดได้เร็วพอแล้วคนขับออกมาตะคอกด่าแทนล่ะนอกจากจะไม่ช่วยให้พ้นทุกข์ยังเพิ่มความเครียดสะสมอีกสุดท้ายเลยไม่ได้ทำอะไรนอกจากกลับมาถึงห้องแล้วเอนตัวลงบนโซฟาหยิบเบียร์กระป๋องสำรองในตู้เย็นมาจิบ
ผมกลายเป็นคนไร้จุดมุ่งหมายตลอดทางกลับที่พักผมก็ลองคิดหาทางออกดูบ้างแล้วแต่ก็ไร้ซึ่งคำตอบไม่มีทางที่ผมจะใช้ชีวิตบนโลกนี้ได้อีกราวกับแสงสุดท้ายที่ปลายอุโมงค์เพิ่งถูกหินผายักษ์ถล่มลงมาปิดตายเหลือเวลานับถอยหลังอีกแค่สองเดือน ตำรวจก็จะรู้ว่าผมไม่ได้จ่ายภาษีเมื่อถึงเวลานั้นก็จะเข้าอีหรอบอนาคตดิสโทเปียที่ไอรินเคยทำนายไว้
ผมกดเปิดทีวีดูฆ่าเวลาแม้จะรู้ตัวว่าสติสัมปชัญญะไม่พร้อมที่จะรับข้อมูลหรือคิดวิเคราะห์อะไรแต่ก็ยังอยากรู้เหตุผลที่กฎหมายประชาคมโลกถึงโดนปัดตก
{ บนจอภาพปิติวัฒน์กดปุ่มปรับระดับรถเข็นให้ตัวถังยกสูงขึ้นคล้ายกับการลุกยืนตามคำเชิญของประธานสภา เขาไม่ปล่อยให้ขาที่อ่อนแรงเป็นอุปสรรคหรือใช้มันเพื่อร้องเรียกความเห็นใจใดๆ ภาพเสมือนสามมิติขยายใหญ่ของชายชราปรากฏขึ้นตรงโพเดียมกลางห้องลอยบนอากาศเบื้องหน้าสส. ทุกคน
“หากท่านใดมีข้อสงสัยสามารถกดปุ่มให้สัญญาณได้ เราจะเชิญให้ท่านลุกขึ้นโต้แย้งหลังจากที่ผู้พูดพูดจบประโยคแต่อย่าลืมว่าท่านมีเวลาทักท้วงรวมกันพรรคละสิบนาทีเท่านั้น”ประธานย้ำก่อนส่งไม้ต่อให้ชายชราสีหน้าเคร่งขรึมเขากระแอมไอหนึ่งครั้งก่อนเริ่มต้นเกริ่นนำ
“ประชาคมโลกเป็นแนวคิดที่มีมานานหลายปีซึ่งยูเอ็นดีเองก็สนับสนุน คนไปอยู่ประเทศไหน ต้องถูกลงโทษตามกฎหมายประเทศนั้นๆ ทันที แต่คำถามคือ ทำไมเวลาไปอยู่ประเทศอื่น ถึงไม่ได้สิทธิเช่นนั้น”เขาเว้นจังหวะหายใจก่อนกล่าวต่อโดยอาศัยข้อมูลการเลือกตั้งครั้งล่าสุดที่เขาได้รับชัยชนะปิติวัฒน์บอกว่ามีประชาชน 1.2 ล้านคนอาศัยอยู่ในต่างประเทศ จากประชากรทั้งประเทศ31.6 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 3.8 เลยทีเดียว พวกเขาเหล่านั้นสามารถใช้สิทธิทางการเมืองได้เต็มที่ในขณะเดียวกันมีแรงงานต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศนวไทยราว 3.9 ล้านคนที่ไม่สามารถใช้สิทธินี้ได้ทั้งที่บางคนอยู่มานานกว่าสิบปี
“คำถามคือ ทำไมคน 3.8 เปอร์เซ็นต์นั้นถึงผ่านกฎหมายที่มีผลต่อคน 12.3 เปอร์เซ็นต์ได้” ปิติวัฒน์สรุปช่วงท้าย ขณะที่พูดภาพฮอโลแกรมเขาลดขนาดลงแล้วเคลื่อนย้ายไปมุมขวาล่างพื้นที่ตรงกลางถูกแทนที่ด้วยแผนภูมิกราฟแท่งสามมิติแทน ชายชราชี้แจงต่อ
“ลองคิดเล่น ๆว่าถ้าอยู่ดี ๆ วันหนึ่ง มีมนุษย์ต่างดาวมาฉายแสงให้ทุกคนบนโลกพอได้แสงปุ๊บก็จะเปลี่ยนเป็นคนดีปั๊บ เห็นใจผู้อื่น คนรวยก็จะแบ่งเงินให้คนจนช่วยกันดูแลโลกรักษาสิ่งแวดล้อมอะไรเทือกนี้ เส้นแบ่งพรมแดนก็จะหายไปและต้องยอมรับว่าปัญหาที่ผ่านมาหลายอย่างเกิดจากเส้นสมมติที่แบ่งพรมแดนที่เห็นชัดสุดในประวัติศาสตร์ก็คือสงครามโลก”
เสียงกดออดดังขึ้น ประธานหุ่นยนต์เอไอเชิญเทวิกากาญจนอาคม สส. เขตพรรคนกเงือกลุกขึ้นยืนภาพหญิงสูงวัยที่แต่งตัวไฮโซสวมเครื่องประดับเต็มตัวปรากฎขึ้นแทน
“เรียนท่าน ปิติวัฒน์มนุษย์ตั้งแต่ยุคหินก็แบ่งกันอยู่เป็นเผ่าพันธุ์ และมีพวกพ้องไม่ใช่เหรอ”เธอพูดสั้น ๆ ได้ใจความ เสียงคนในโถงประชุมซุบซิบกันเป็นหย่อม ๆ
“ถูกต้อง ท่านเทวิกาของดั้งเดิมก็ไม่ได้แปลว่าดี ไม่งั้นทุกวันนี้เราคงก่อไฟโดยใช้หินถูกัน” คำตอบของชายชราทำสมาชิกในห้องประชุมขบขันสนั่นภาพฉายให้เห็นเทวิกาที่หลบหน้าหลบตาคล้ายอับอายลุงของธรณีรอให้เสียงซาลงแล้วกล่าวต่อ “พื้นฐานจริง ๆ มาจากความไม่ไว้ใจกันนั่นแหละเราเชื่อว่านิมิตหมายอันดีของการเริ่มไว้ใจคือการไม่แบ่งพรมแดน”
ลุงโบว์ลิ่งกล่าวค่อนข้างยาวระหว่างที่เขาพูดเอไอจะช่วยสรุปใจความของประโยคแล้วเขียนลงไปบนพื้นที่ว่างด้านบนสุดเหนือภาพสามมิติของผู้พูดเพื่อเสริมความเข้าใจและช่วยให้ผู้ฟังตามทัน ผมเองก็ใช้ประโยชน์จากจุดนี้กดข้ามทีละหนึ่งนาทีเพื่อดูว่ามีคำพูดท่อนไหนน่าสนใจบ้าง แม้บางครั้งมันจะสรุปแปลกๆ ในสายตานักจับใจความอย่างผมแต่ก็ดีกว่าทนฟังการอธิบายยืดยาวที่รู้อยู่แล้วกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์
“ประเทศเราเคยผลาญงบเล่นๆ ด้วยการก๊อบปี้เทคโนโลยีจรวดมาจากอเมริกาแล้วส่งไปลงจอดบนดวงจันทร์ในตำแหน่งเดิมที่อเมริกาเคยทำ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ 2.5 พันล้านบาทที่ละลายไปกับโครงการ ‘โสม3’ ปี 2071 ของ ดร.เอนก ชัยเจริญ”เพื่อน สส. พรรคเดียวกับปิติวัฒน์ที่ชื่อชญาดาช่วยเสริม
ติ๊งต่อง!
เสียงดังมาจาก สส. คนหนึ่งของฝ่ายค้าน “ท่านกำลังพาดพิงถึงบุคคลที่สาม”
“สส.ชญาดา ได้แจ้งให้ดร.เอนกล่วงหน้าถูกต้องตามระเบียบแล้ว การที่เขาไม่ปรากฏตัวที่นี่ย่อมหมายถึงเขายอมรับให้ไปแก้ต่างทีหลังถ้าอีกฝ่ายพูดผิดพลาด” ประธานพูดขึ้นรอบนี้มาในร่างหญิงวัยรุ่นที่สวมฮิญาบ ไม่รู้ว่าอ้างอิงจากใครอีกฝ่ายนิ่วหน้าคล้ายผิดหวัง
“สิ่งที่ดร.เอนกพลาดไม่ใช่การไปลงจอดดวงจันทร์แต่เป็นการนำโมเดลเมื่อสามสิบปีก่อนของอเมริกามาใช้”
“ขอแย้งเรื่องการคัดลอกจากข้อมูลของโครงการ วิศวกรประเทศเราได้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเชื้อเพลิงใหม่ผสมผสานไปด้วย ตำแหน่งที่ท่านว่าก็ไม่ใช่ตำแหน่งเดิม” สส.คนเดิมแทรกขึ้นมาอีกเหมือนไม่ยอมแพ้
“ใช่ครับไม่ใช่ร้อยเปอร์เซ็นต์แต่เหมือนกันเก้าสิบห้าเปอร์เซ็นต์ ส่วนตำแหน่งก็ห่างไป 300 กิโลเมตร ทั้งที่นักวิทยาศาสตร์ก็เดาได้จากบนโลกแล้วว่าไม่ต่างกันแล้วเป็นไง สุดท้ายก็เสียเงิน 2.5 พันล้านบาทเพื่อนำก้อนหินกลับมาโลกสุดท้ายก็มีองค์ประกอบไม่ต่างจากที่อเมริกาเคยสำรวจ”
เขาเงียบไป ประธานเลยให้ชญาดาพูดต่อ
“ทุกท่านลองคิดดูพอสำรวจที่เดิมด้วยอุปกรณ์ชุดเดิม ก็เหมือนคัดลอกงานวิจัย ไม่ได้ข้อมูลอะไรใหม่ถ้าประชาชนไทยใหม่กับอเมริกาคิดว่าเป็นพวกเดียวกันการแข่งขันที่ไร้สาระแสนสิ้นเปลืองทรัพยากรนี้จะไม่เกิดขึ้น ถ้าจะแข่งจริง อย่างน้อยก็ต้องมีนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับโลกใบนี้ ซึ่งมันจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อมีการแชร์ความรู้เกิดขึ้นเหมือนที่ยูเอ็นดีเริ่มผลักดันเรื่องนี้มาสำเร็จระดับหนึ่งการแข่งขันเพื่อล่ารางวัลความสำเร็จเป็นสิทธิที่จะทำได้ แต่ควรสานต่อความรู้ไม่ใช่ทำสิ่งเดิม”
เขมิกา กดสัญญาณขอพูด“ที่ท่านพูดว่า ให้ช่วยพัฒนา ไม่แข่งขันกัน คงเป็นไปไม่ได้ เพราะมนุษย์มีแบ่งพรรคพวกและแข่งขันกันมาตั้งแต่ยุคโบราณแล้ว”
ปิติวัฒน์จ้องหน้าประธานเหมือนรอให้เอไอทำหน้าที่สักพักหญิงสวมฮิญาบก็เอ่ยปาก “ประเด็นที่เขมิกาเสนอปิติวัฒน์ได้ตอบไปแล้วเมื่อนาทีที่สิบเก้า วินาทีที่สามสิบสาม หลังเริ่มประชุม”
เขมิกาไม่ดื้อดึงพูดซ้ำประเด็นเดิมให้เสียเวลาของทีมฝ่ายค้านอีกจากนั้น สส.อัตตารักษ์ ยกมือขอแก้ประโยคที่เอไอช่วยสรุป แบบเดียวกับกติกาในเวทีดีเบตที่แต่ละฝ่ายมีสิทธิขอแก้ข้อความที่กรรมการสรุปได้เขาขอเปลี่ยนจาก ‘ถ้าไทยใหม่และอเมริกามองว่าเป็นพวกเดียวกันแชร์ความรู้กัน ก็ไม่ต้องแข่งกันให้เปลืองงบประมาณ’ เป็น ‘ถ้าไทยใหม่จะแข่งกับอเมริกา ควรได้นวัตกรรมใหม่’ แต่ปิติวัฒน์คัดค้านให้แก้เป็นดังเดิมกลายเป็นว่าคนที่พูดต้องเป็นคนตัดสินแล้วกลับไปเล่าใหม่อีกรอบผมเลยงงว่าการสรุปช่วยให้เร็วขึ้นหรือช้าลงกันแน่จึงกดข้ามอีกหนึ่งนาทีสองรอบตอนนี้ชายชรากลับมาเป็นคนพูด
“การชุมนุมเรียกร้องในประเทศพัฒนาแล้วจะมีจุดประสงค์การเรียกร้องหลักๆ สองอย่าง คือ เพื่อสังคมที่ดี หรือเพื่อผลประโยชน์ตนเองเพราะตนเองถูกกดขี่ถูกปฏิบัติไม่ตรงตามมาตรฐาน อดีตเมื่อนานมาแล้วเคยมีคดีที่โด่งดังในอเมริกาเกิดการประท้วงเพราะตำรวจใช้ความรุนแรงกับคนผิวดำจนเสียชีวิต ย้อนกลับมาดูประเทศไทยใหม่ของพวกเราช่วงที่เราเป็นเด็กสักปีสี่สิบห้าสิบปีก่อน แม้ว่าประเทศพวกเราจะเป็นสมาชิกยูเอ็นดีแล้วก็ยังหลงเหลืออคติต่อกลุ่มชาติพันธุ์ติดภาพเดิม ๆ ชอบมองว่าพวกเขายากจนไม่มีการศึกษาเป็นต้นเหตุของประชากรที่มากเกินไปและปัญหาสังคม เจ้าหน้าที่หลายคนแสดงปฏิกิริยาแรกต่อหน้าคนกลุ่มนี้แย่อย่างไม่น่าให้อภัยทั้งทำสีหน้าเบื่อหน่าย หรือตั้งธงว่าผิดไว้ก่อนโดยที่ยังไม่ทันดูหลักฐานจากเอวีเอสอี แม้ว่าอคติต่อกลุ่มชาติพันธุ์ได้กลายเป็นอดีตไปแล้วขึ้นทะเบียนครบตั้งแต่หลายสิบปีก่อนอีกทั้งสายเลือดประชากรทุกวันนี้ก็มีการผสมปนเปกันจนไม่สามารถแบ่งแยกได้อีกแต่ก็ยังเหลือการปฏิบัติสองมาตรฐานอยู่ในปัจจุบันนั่นก็คือ...”ปิติวัฒน์เน้นเสียงคำสุดท้ายให้หนักแน่น “...คนต่างชาติ”
สมาชิกสภาส่งเสียงฮือฮาดังก้องทั้งโถงประชุมโดยเฉพาะจากฝั่งพรรคการเมืองอนุรักษ์นิยม
“แบบนี้ประเทศก็โดนครอบงำปกครองโดยชาวต่างชาติสิ จะทำให้โดนแย่งงาน โดนแย่งที่อยู่”ชายวัยประมาณยี่สิบจากพรรคก้าวหน้าลุกขึ้นค้านในฐานะตัวแทนของพลังคนรุ่นใหม่ที่ต้องการรักษาค่านิยมดั้งเดิม
“เราว่าท่านตีความไกลเกินจริงไปหน่อยนะ”ชายชราตอบเรียบ ๆ ผมว่าคำพูดของชายหนุ่มก็น่าคิดถ้าอีกหน่อยประเทศเราเต็มไปด้วยคนหลายชาติหลายภาษามาอัดรวมในที่เดียวกันอาจจะสูญเสียเอกลักษณ์จนบรรพบุรุษที่สละเลือดเนื้อช่วยสร้างประเทศขึ้นมาคงร้องไห้เสียใจเป็นแน่
ผมกดข้ามไปดูท้ายคลิปถือว่าการประชุมโดยรวมใช้เวลาสั้นกว่าในยุคผมครึ่ง ๆ เลยทีเดียวธรณีเคยบอกว่าเคยมีวิจัยเอาวิดีโอบันทึกการประชุมในอดีตเมื่อเจ็ดสิบปีก่อนมาตัดส่วนที่ไม่ได้สาระอะไรเพิ่มจากเดิม ทั้งพูดซ้ำ พูดออกนอกประเด็นหรือยกมือประท้วง พบว่าประหยัดเวลาลดลงได้ถึงสี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์จริงอย่างที่เขาบอกผมเคยอดตาหลับขับตานอนดูประชุมสภาพร้อมกับปฐพีถึงตีสองครั้งหนึ่งจากนั้นจึงสาบานว่าจะไม่ทรมานตัวเองแบบนั้นอีกตอนนั้นเข้าใจเลยว่าทำไมประชาชนทำงานหาเช้ากินค่ำถึงไม่ดูมีแต่คนที่มีเวลาว่างกับนักข่าวคอยติดตาม ไม่รู้จะคุยอะไรกันนักหนาวกวนไปวนมาทั้งที่กระชับประเด็นได้บางครั้งก็ประท้วงกันไม่จบสิ้นผมในวัยนั้นยังคิดอยู่เลยว่าทำไมอัดเนื้อหาให้อยู่แค่สัปดาห์ละสองวันแทนที่จะกระจายมาจัดห้าหกวันยุคนี้เขาแก้ปัญหาด้วยการจำกัดเวลา ลดการพูดซ้ำซ้อนที่เป็นตรรกะวิบัติไม่ตรงประเด็นแม้ผู้พูดจะเป็นคนละคนถ้าแค่ลุกขึ้นมาบอกว่าเห็นด้วยโดยไม่ยกเหตุผลใหม่ ๆก็จะถูกเอไอจะปิดไมโครโฟนไม่ให้พูดต่อโทษฐานพูดซ้ำ
อีกทั้ง สส. ในยุคนี้ต้องทำงานในสภาห้าวันต่อสัปดาห์เหมือนงานราชการไม่จำเป็นต้องทำสิ่งที่ไม่ใช่หน้าที่โดยตรงอย่างการลงพื้นที่พบปะประชาชนธรณีบอกว่าระยะเวลาที่เหมาะสมจะใช้เอไอคำนวณจากหลายปัจจัยทั้งตัวอักษรของร่างที่พิจารณา จำนวนคนที่อภิปรายความเร่งด่วน จำนวนวาระที่เป็นเป้าหมายในวันนั้นและปัจจัยตัวแปรอื่นอีกเป็นร้อยอย่าง
“รัฐมนตรีมหาดไทยจะพูดต่อหรือไม่ท่านเหลือเวลาอีกสี่นาที สามสิบห้าวินาที” ประธานเอ่ย ชายสูงวัยพยักหน้าก่อนกล่าว
“ยังไงก็ขอให้ทุกท่านรับหลักการในวาระที่หนึ่งไปก่อนแล้วค่อยพูดคุยปรับเปลี่ยนแก้ไขรายละเอียดในวาระที่สองหรือถ้าท่านไหนไม่ถูกใจก็ไม่เห็นชอบในวาระที่สามได้”
ผมกดข้ามไปอีกห้านาทีท่านประธานกำลังพูดด้วยสีหน้าเฉยเมยแบบหุ่นยนต์
“มีจำนวนผู้เข้าประชุมที่แสดงตนห้าร้อยคนครบ...ลำดับต่อไปหากสมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับร่างกฎหมายประชาคมโลกนั่นคือรับหลักการ โปรดกดปุ่มเห็นด้วย สมาชิกท่านใดไม่เห็นด้วย ไม่รับหลักการโปรดกดปุ่มไม่เห็นด้วย สมาชิกท่านใดเห็นควรงดออกเสียง ให้กดปุ่มงดออกเสียงขอเชิญลงมติครับ”
ผมกดปุ่มปิดจอภาพไม่ต้องดูผลการโหวตซ้ำในเมื่อรู้อยู่แก่ใจว่ากฎหมายประชาคมโลกถูกปัดตกในวาระที่หนึ่ง แพ้ไปห้าสิบห้าคะแนน ผมเงยหน้ามองเพดานอย่างอ้างว้างอยู่พักหนึ่งพอตระหนักได้ว่าไม่เกิดประโยชน์อันใดจึงเปิดจอภาพกลับมาอีกครั้ง
“ไอริน หลังจากที่ พ.ร.บ.ประชาคมโลก ถูกโหวตตกไป เกิดอะไรขึ้นต่อ” ผมถามเอไอสาว
“ปิติวัฒน์ กับ สส. พรรคแมวพลัดถิ่นที่อยู่ในสภาออกมาแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ จากนั้นจะมีการนัดประชุม ครม.ในวันพรุ่งนี้ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นหนึ่งในวาระที่วางแผนจะปรึกษาหารือ”เสียงไอรินตอบมาจากลำโพงสักแห่งหนึ่งในห้องไม่รู้ว่าตัวไหน
“ขอดูที่ปิติวัฒน์ให้สัมภาษณ์หน่อย”ผมออกคำสั่งโดยมีแสงสว่างเล็ก ๆ ส่องเป็นประกายในใจบางทีชายชราอาจไม่ยอมแพ้โดยเร่งให้ความรู้ความเข้าใจแก่เหล่าสมาชิกสภาแล้วเสนอกฎหมายเข้าไปอีกรอบในเร็ววันไอรินเปิดคลิปบทสัมภาษณ์ล่าสุดให้ผมดูในจอนักข่าวซัมนิวส์ชายร่างผอมกำลังรายงานสดจากรัฐสภาในตอนที่ผลออกใหม่ ๆ เขาคือกฤษฎิ์ นักข่าวปฐมภูมิที่ไมตรีมอบหมายให้ไปติดตามเรื่องนี้ตั้งแต่เช้า
“ท่าน รมต.มีความเห็นยังไงบ้างค่ะ” เขาพูดเสียงแหลมแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร ไม่ใช่การดัดเสียง
ปิติวัฒน์โผล่มาเข้าเฟรมสีหน้าชายชราดูนิ่งสุขุมเช่นเดิม แม้เพิ่งเจออุปสรรคมาหมาด ๆ“คงต้องหามาตรการชั่วคราวแก้ปัญหาที่รัฐมนตรีคนก่อนประสบเมื่อครู่นี้เราก็คุยคร่าว ๆ กับคนในพรรคแมวพลัดถิ่นบางคน อย่างไม่เป็นทางการอะนะพวกเราคิดว่าจะกางแผนที่มาดู แล้วหาทางเจรจากับยูเอ็นดีเพิ่มการรักษาความปลอดภัยตามช่องโหว่ที่ได้รับแจ้งส่วนตัวชี้วัดผลลัพธ์อื่น ๆ ก็ยังดำเนินต่อไปอย่างเรื่องการกิโยตินกฎหมายที่ไม่จำเป็น”
“อย่างเช่นกฎหมายการซื้อเสียงใช่ไหม”กฤษฎิ์ถามนำ นับว่าทำการบ้านมาดีพอควร
“ใช่ไม่น่าเชื่อว่าเขาเลิกซื้อเสียงกันมาเป็นห้าหกสิบปีแล้ว ยังมีกฎหมายเขียนไว้อยู่ไม่เคยมีการใช้เลยสักครั้ง ใคร ๆ ก็คิดได้ว่าพรรคไหนให้เงินก็ไม่ควรเลือกพรรคนั้นไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง นายทุน หรือไม่ก็ประชาชนยุคนี้ค่านิยมเรื่องส่วนรวมสำคัญกว่าความกตัญญู คนที่ซื้อเสียงเสี่ยงจะโดนนำภาพหลุดจากเอวีเอสอีมาแฉต่อสื่อมวลชนมากกว่าแถมเส้นการเงินก็มีบันทึกไว้หมดทุกบาททุกสตางค์ ได้ไม่คุ้มเสีย เลยกลายเป็นวิธีโบราณที่เป็นตำนานแทน”ชายชราคุยสบาย ๆ คงต่อไปได้เป็นชั่วโมงถ้านักข่าวสาวประเภทสองไม่เบรกเสียก่อน }
“แล้วเรื่อง กฎหมายประชาคมโลกท่านจะทำยังไงต่อค่ะ จะทำได้ตามเคโอไอไหม”
“เรื่องนั้นยังมีเวลาอยู่ทุกท่านที่สนับสนุนเรายังไม่ต้องหมดหวังนะครับ” ปิติวัฒน์หันไปขยิบตาให้กล้องราวกับให้สัมภาษณ์บ่อยจนรู้คิว “อีกสักสามสี่เดือนค่อยเสนอซ้ำก็ยังทันเพราะเราวางตัวชี้วัดผลลัพธ์ให้สำเร็จไว้ในหนึ่งปีระหว่างนี้เราก็จะหาวิธีอื่นแก้ปัญหาคนต่างชาติไปพลาง ๆ อย่างที่เพิ่งบอกไปหรือว่าจะชงตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษากฎหมายเพิ่มเติมก็น่าสนใจ”
แม้ว่าสีหน้าปิติวัฒน์จะดูสบายใจเฉิบแต่ใบหน้าผมกลับหม่นหมองเศร้าสร้อยราวกับมีเมฆทะมึนก้อนมหึมาลอยเคลื่อนมาบดบังแสงสว่างของดวงอาทิตย์ปิดอนาคตของผมให้มืดมน
ผมรู้ตัวดีว่าไม่ได้มีเวลาขนาดนั้น