บทที่ 13 สร้างเล้าไก่และเล้าห่าน
วันรุ่งขึ้นทั้งสองคนตื่นนอนพร้อมกัน เมื่อมาเจอกันที่หน้าประตูห้องน้ำ ต่างก็ชะงักและรู้สึกเก้อเขิน
"คุณไปก่อนเถอะ" ซูจงจวินเอ่ยให้เธอไปก่อน
ซ่งเฉียวแกล้งทำเป็เกรงใจอยู่ครู่หนึ่ง แต่เธอไม่อาจรอได้แล้ว จึงยิ้มให้แค่เล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้าไปด้วยสีหน้าทรมาน
ซูจงจวินหัวเราะเบา ๆ เขาไปต้มน้ำก่อน แล้วล้างหน้าแปรงฟันที่ลานบ้าน
เขามองสำรวจรอบ ๆ ลานบ้าน สายตาเหลือบไปเห็นพื้นที่ว่างหลังศาลาพัก พื้นที่ตรงนั้นสามารถสร้างเล้าไก่ได้สบาย ๆ และยังมีที่เหลือพอจะสร้างเล้าห่านขนาดใหญ่ข้าง ๆ ได้สบาย
ลานบ้านที่เมื่อวานนี้ ซ่งเฉียวจัดการทำความสะอาดไว้เกือบเรียบร้อยแล้ว หลังจากซูจงจวินล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ เขาก็หยิบเคียวที่วางอยู่หน้าประตูบ้านขึ้นมาเริ่มทำงานทันที
ซ่งเฉียวกำลังแต่งตัวอยู่ในบ้าน เมื่อได้ยินเสียงตัดหญ้าจากลานบ้าน เธอจึงลุกขึ้นเดินออกไปที่ระเบียง ซูจงจวินกำลังก้มตัวตัดหญ้าที่เหลืออยู่หน้าประตู จากมุมนี้เธอมองเห็นใบหน้าด้านข้างที่งดงามราวกับงานศิลปะของเขาได้อย่างชัดเจน แม้แต่เส้นขนตาที่กระพือขึ้นลงก็ยังมองเห็น
ซ่งเฉียวได้กลิ่นหญ้าเขียวจากลมพัดขึ้นมาอย่างกะทันหัน เธอก้มมองซูจงจวินอย่างจริงจัง เขายังคงทำงานอย่างขะมักเขม้นท่ามกลางกองหญ้ารก บางครั้งก็ยกแขนขึ้นป้องกันเศษหญ้าที่ปลิวมา
เธอยิ้มน้อย ๆ แล้วเดินลงบันไดไปเตรียมอาหารเช้า
บนโต๊ะมีซอสถั่วเหลือง น้ำส้มสายชู และน้ำมันที่ล้วนเป็ของใหม่ ข้าง ๆ มีพริกถุงเล็ก ๆ เธอตั้งกระทะใส่น้ำมันทันที เตรียมจะทำน้ำมันพริก จากนั้นเติมน้ำและเส้นเพื่อทำบะหมี่เผ็ด พอซุปเดือดได้ที่ก็ตอกไข่ลงไปสองฟอง
การใช้ชีวิตบนเกาะลำบาก ซูจงจวินยังต้องนำทหารฝึก จำเป็ต้องได้รับสารอาหารพื้นฐานที่เพียงพอ ต่อไปจะต้องกินไข่วันละหนึ่งฟองเป็มาตรฐาน
"อาหารเสร็จแล้ว" ซ่งเฉียวยืนเรียกซูจงจวินอยู่ที่หน้าประตู
เสียงเรียกนั้นทำให้ซูจงจวินใจนชะงัก การที่จู่ ๆ มีผู้หญิงเข้ามาในชีวิตทำให้เขายังปรับตัวไม่ค่อยได้ แต่ไม่นานเขาก็วางเคียวลง ขานรับแล้วเข้าบ้านไปล้างมือ
"นี่เธอทำเองเหรอ?"
กลิ่นหอมของพริกกระตุ้นต่อมรับรสของซูจงจวิน เขาชอบกินเผ็ด แต่อาหารบนเกาะจืดชืด นอกจากครั้งที่กลับบ้านแล้วได้กินอาหารเผ็ด ๆ เขาก็ไม่ได้กินมานานแล้ว
"ความชื้นในเกาะค่อนข้างสูง กินของเผ็ดบ้างคงไม่เป็ไรนะ" ซ่งเฉียวชาติที่แล้วเป็คนมณฑลเสฉวน ปกติแล้วถ้าไม่ได้กินรสเผ็ดก็จะไม่มีความสุข แต่ตระกูลซ่งไม่ชอบกินเผ็ด นี่จึงเป็ครั้งแรกที่เธอได้กินหลังจากข้ามมิติมาที่นี่
"จะกินประจำก็ไม่มีปัญหา" ซูจงจวินพูดจบก็ดื่มน้ำซุปเผ็ดเข้าไปทันที
ซ่งเฉียวมองดูแล้วรู้สึกว่าพวกเขาทั้งสองคนสามารถเข้ากันได้ แม้แต่เธอเองก็ไม่ทันสังเกตว่าซูจงจวินชอบกินเผ็ด เธอรู้สึกดีใจขึ้นมาทันที
หลังจากกินเสร็จ ซูจงจวินเตรียมจะไปที่กองทัพ สั่งให้เสี่ยวจางไปเอาไม้กระดานจากโกดัง เตรียมให้เขากับเสี่ยวหลี่ไปสร้างเล้าไก่และเล้าห่าน
"อุปกรณ์ป้องกันริมทะเลต้องตรวจสอบทุกวัน ผมไม่สบายใจจึงต้องไปดูด้วยตัวเอง ตอนเที่ยงคงไม่กลับมากินข้าว วันนี้อากาศดี คุณให้เสี่ยวจางพาไปที่ร้านค้าสวัสดิการ ดูว่ามีอะไรขายบ้าง ถ้าคุณไม่อยากไป ก็ให้เสี่ยวจางไป บอกทางนั้นว่าคุณ้าไก่และห่านกี่ตัว"
"บนเกาะไม่ได้มีข้อจำกัดจำนวนเข้มงวดเหมือนข้างนอก แต่ก็อย่าเลี้ยงมากเกินไป ลองดูจำนวนของบ้านอื่นก่อนก็ได้"
ซูจงจวินอธิบายให้เธอฟังอย่างใจเย็น เขาได้ยินเพื่อนร่วมงานเล่าเื่ที่ซ่งเฉียวตื่นสายจนกลายเป็เื่ขำขัน กังวลว่าเธอจะไม่คุ้นเคยกับกฎระเบียบบนเกาะแล้วทำให้เกิดเื่ขำขันอีก
ไม่ใช่ว่าเขารู้สึกอับอาย แต่กลับกลัวว่าซ่งเฉียวจะทำอะไรมากเกินไปหรือผิดพลาด จนคิดมากไปเอง แล้วต่อไปจะใช้ชีวิตอย่างหวาดระแวง
การทำอะไรผิดพลาดในครั้งแรกถือเป็เื่ปกติ
ซ่งเฉียวพยักหน้า เห็นซูจงจวินพูดกับเธอมากเป็พิเศษ จึงถามว่า "ฉันขอซื้อเนื้อเพิ่มได้ไหม?"
ซูจงจวินชะงักไปครู่หนึ่ง "ผมไม่ได้บอกหรือว่าต่อไปคุณจะเป็แม่บ้าน? จะกินเท่าไหร่ก็จัดการเองเถอะ"
เธอคิดว่าเมื่อคืนซูจงจวินแค่พูดไปตามอารมณ์ชั่ววูบ แต่ตอนนี้เห็นว่าเขาจริงจัง หัวใจของเธอก็อบอุ่นขึ้น แต่ใบหน้ากลับแสดงความเขินอายเล็กน้อย
หลังจากส่งซูจงจวินไปได้ไม่นาน เสี่ยวจางก็ขับรถจี๊ปทหารมาถึง
"พี่สะใภ้ครับ คุณจะสร้างเล้าไก่ใช่ไหม?"
พูดจบเขาก็เปิดท้ายรถ เสี่ยวหลี่ลงมาจากรถแล้วเดินไปอุ้มแผ่นไม้เข้าไปในลานบ้าน
"พี่สะใภ้ จะให้สร้างตรงไหนดีครับ?" เสี่ยวหลี่ถาม
ซ่งเฉียวชี้ไปยังตำแหน่งที่ซูจงจวินเลือกไว้
ทั้งสองคนช่วยกันขนไม้ไปอย่างคล่องแคล่ว จากนั้นก็หยิบกล่องเครื่องมือออกมาจากรถ แล้วเริ่มลงมือทำงานกัน เสียงตอกตะปูดังโครม ๆ
ซ่งเฉียวเข้าไปในบ้านเพื่อรินน้ำให้พวกเขาทั้งสองคน แล้วนำไปวางไว้ที่ศาลา
"พี่สะใภ้ คุณเกรงใจเกินไปแล้ว" เสี่ยวหลี่พูดไปมือก็ทำงานอย่างขยันขันแข็งไปด้วย "พี่สะใภ้ ตอนที่พวกเรามาได้ช่วยดูให้แล้ว โดยทั่วไปแต่ละบ้านจะเลี้ยงไก่สี่ตัว และห่านหนึ่งถึงสองตัว"
ซ่งเฉียวพยักหน้า แสดงว่าจะเอาตามจำนวนสูงสุด คือไก่สี่ตัวและห่านสองตัว
เมื่อเห็นว่าที่นี่ไม่จำเป็ต้องให้ตัวเองช่วย ซ่งเฉียวจึงลุกขึ้นเตรียมกลับเข้าบ้านเพื่อทำความสะอาดบ้านอีกรอบ ก่อนหน้านี้มีนายทหารหนุ่มจากกองทัพมาช่วยทำงาน แต่หน้าต่างและตามมุมต่าง ๆ ยังทำความสะอาดได้ไม่สะอาดนัก
พี่สะใภ้ต้วนเรียกพวกเขาจากลานบ้านข้าง ๆ
"เสี่ยวจาง ถ้าทำเสร็จแล้ว ช่วยมาซ่อมเล้าไก่ให้ฉันด้วย ่สองวันนี้พายุพัดจนแผ่นไม้หายไปครึ่งแผ่นเลย"
เสี่ยวจางหันไปตอบรับเสียงดัง
ในตอนนั้นพี่สะใภ้ต้วนก็เรียกซ่งเฉียวเอาไว้
"เสี่ยวซ่ง เที่ยงนี้มากินข้าวที่บ้านนี้นะ ทำอาหารคนเดียวเดี๋ยวมันจะเยอะเกินไป ถ้าเหลือก็เสียของเปล่า ๆ " ตอนนี้เธอชอบซ่งเฉียวมาก ต่อให้มีเื่ไม่มีเื่ก็ชอบชวนให้มานั่งเล่นที่บ้านด้วยกัน
จริง ๆ แล้วเธออยู่คนเดียวก็ี้เีทำกับข้าว ซ่งเฉียวจึงไม่ได้ปฏิเสธ
"ฉันจะเอาเนื้อที่บ้านไปด้วยนะคะ ฉันทำไม่เป็" เธอยิ้มเขิน ๆ
พี่สะใภ้ต้วนชอบความจริงใจ ไม่เสแสร้งของซ่งเฉียว ทำให้รู้สึกสบายใจ
ซ่งเฉียวพยักหน้า ชี้ไปที่หน้าต่างตรงประตูบ้าน "พี่สะใภ้ เดี๋ยวฉันขอทำความสะอาดก่อนนะคะ"
พี่สะใภ้ต้วนยืนอยู่ข้างรั้วคุยกับซ่งเฉียวไปเรื่อยเปื่อย ซ่งเฉียวเป็เด็กว่านอนสอนง่าย เธอพูดอะไรอีกฝ่ายก็จะตอบกลับมาทุกครั้ง ไม่เหมือนลูกสองคนที่บ้าน พอเธอเพิ่งจะเปิดปากพูดไปสองประโยค สีหน้าเบื่อหน่ายก็ปรากฏบนใบหน้าทันที
เลี้ยงมาจนโตขนาดนี้ ช่างไม่มีความหมายเอาเสียเลย
"เสี่ยวจาง ตอนนี้ท่าเรือเปิดหรือยัง?" เธอนึกถึงเื่ของตัวเองขึ้นมาทันที
"ยังไม่เปิดนะครับพี่สะใภ้ แต่ได้ยินว่าพรุ่งนี้จะลองเปิดก่อนครึ่งวัน ถ้าพยากรณ์อากาศบอกว่าไม่มีปัญหา ก็น่าจะเปิดได้แล้ว"
"ถ้างั้นเสี่ยวซ่งกับจงจวินก็สามารถไปซื้อเฟอร์นิเจอร์ในเมืองได้แล้วซินะ" พี่สะใภ้ต้วนเมื่อนึกไปถึงบ้านที่ว่างเปล่า ก็นึกถึงคำพูดของสามีที่บอกว่าคู่นี้ไม่ปกติได้ทันที
การอยู่ร่วมกันของทั้งสองคนดูไม่เหมือนคู่แต่งงานใหม่เลย กลับดูเหมือนเพื่อนร่วมงานที่สนิทกันมากกว่า
"พี่สะใภ้จะไปในเมืองด้วยหรือคะ?" ซ่งเฉียวหาหัวข้อคุยกับเธอ เธอรู้สึกว่าพี่สะใภ้ต้วนเป็คนดี และยังเป็คนแรกที่เธอสนิทด้วยบนเกาะ อีกทั้งยังเป็ภรรยาของผู้บังคับบัญชาของสามี ยิ่งต้องให้ความเคารพ
พี่สะใภ้ต้วนหันไปมองลูกคนเล็กสองคนที่กำลังซุกซนอยู่ในบ้าน ส่วนลูกคนโตสองคนที่อยู่ชั้นบนก็ไม่ลงมาช่วยดูแลน้อง เธอถอนหายใจอย่างจนใจพลางพูดว่า "ฉันก็อยากไปดูในเมืองเหมือนกัน มาอยู่เกาะตงซานนานขนาดนี้ เคยไปแค่สองครั้งเอง"
"ภรรยาของจางต้าจวิน เสี่ยวหลิวกลับบ้านไปเยี่ยมญาติ ฉันวานให้เธอซื้อของมาฝากตอนกลับมา นับวันดูแล้วตอนนี้เธอคงติดอยู่ที่ท่าเรือในเมืองปินไห่แล้วล่ะ"
พอได้ยินว่าเป็เื่ของภรรยารองผู้บังคับกองร้อยจาง เสี่ยวจางก็รีบพูดแทรกขึ้นมา
"เมื่อท่าเรือเปิด ครอบครัวทหารจะได้ขึ้นเรือก่อน พี่สะใภ้ไม่ต้องกังวลนะครับ"
ไม่นานเล้าไก่และเล้าห่านก็สร้างเสร็จ ชายหนุ่มทั้งสองยังช่วยตอกรางอาหารไว้ด้านข้างด้วย ทำให้ลานบ้านดูสะอาดขึ้น
"พี่สะใภ้ครับ ผมจะไปร้านค้าสวัสดิการสั่งไก่กับห่านให้ พี่สะใภ้จะเอาตัวผู้หรือตัวเมียดีครับ?" เสี่ยวจางคนขับรถถาม
"เอาเป็ไก่ตัวผู้หนึ่งตัว ตัวเมียสามตัว ส่วนห่านเอาตัวผู้กับตัวเมียอย่างละหนึ่งตัว"
ซ่งเฉียวยื่นเงินให้เขา รู้สึกเกรงใจที่ต้องรบกวนคนอื่นให้ช่วยอีก
เธอตั้งใจว่าเมื่อจัดบ้านเรียบร้อยแล้ว ต้องเชิญทหารหนุ่มทั้งสองมากินข้าวด้วยกันสักมื้อ