True World โลกแท้จริง

    ตอนที่ 56 ผู้ล่าและผู้ถูกล่า

    " ก็คือนายจะบอกว่าที่นายใส่ชุดนี้เพราะมันเพิ่มค่าสถานะทำให้นายต่อสู้ได้ แต่มันถอดออกไม่ได้จนกว่าจะถึงเวลางั้นสินะ? "


    กระต่ายยักษ์สีชมพูพยักหน้าตอบรับในขณะที่ลอเรน่าและพิมชนกกำลังจับหูกระต่ายของเขาอยู่คนละข้าง ทั้ง ๆ ที่ชุดกระต่ายตัวนี้เป็นเพียงแค่คอสตูมแต่ทุกสัมผัสที่พวกเธอลูบไล้นั้นเขารู้สึกได้ราวกับว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเขาเอง


    " เบ้บ คุณน่ารักมากเลย " ลอเรน่าลูบไล้ขนกระต่ายของเขาอย่างไม่หยุดหย่อน

    " แถมขนยังนุ่มนิ่มอีกต่างหาก " พิมชนกลูบใบหูของเขา


    นทีรู้สึกเหมือนกับเขาเป็นตัวมาสคอตในสวนสนุกที่กำลังมีเด็กแสนซุกซนกำลังรุมล้อมเขาอยู่อย่างไรอย่างนั้น 


    นที : รีบไปกันก่อนที่เวลาของชุดผมจะหมดเถอะ ผมไม่อยากต้องใส่มันอีกรอบ


    เมื่อสาว ๆ ได้อ่านข้อความของเขาก็พยักหน้า กระต่ายตัวยักษ์ลุกขึ้นยืนเตรียมตัวที่จะออกไป แต่สองสาวก็ยังเกาะติดเขาหนึบเหมือนหมากฝรั่ง นทีถอนหายใจเล็กน้อยก่อนที่จะปล่อยให้พวกเธอทำตามอำเภอใจ ด้วยค่าสถานะที่เพิ่มมาถึง 30 ในทุกค่า ตอนนี้เขาสามารถแบกพวกเธอไปด้วยโดยไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรง



    ตั้งแต่วันที่ตัวข้าลืมตาตื่นขึ้นมาบนโลกใบนี้ สิ่งที่ข้ารู้จักนั้นมีเพียงแค่การล่าหรือการถูกล่าเท่านั้น โชคดีที่ข้านั้นเกิดมาเป็นสัตว์กินเนื้อ ในถิ่นที่ข้ากำเนิดมีเหยื่อมากมายที่เป็นอาหารอันโอชะ แม้ว่าข้าจะเป็นผู้ล่าแต่ด้วยขนาดที่เล็กกว่าพวกเดียวกันในเผ่าพันธุ์ของข้านั้น ทำให้ข้ามักจะถูกแย่งชิงเหยื่อไปเสมอ สิ่งที่ข้าทำได้มีเพียงแค่รอคอยอย่างใจเย็นเพื่อที่จะล่าเหยื่อตัวเล็กที่เหลือจากนักล่าอื่นเท่านั้น


    แต่แล้วก็เหมือนกับพระเจ้าได้มองเห็นความทุกข์ทรมาณในชีวิตของข้า ข้าได้รับพรที่ทำให้ร่างกายใหญ่โตกว่าเดิมเป็นสิบเท่าภายในเวลาชั่วข้ามคืน มันสมองที่ปราดเปรื่องของข้าคืออีกสิ่งที่ข้าได้รับมา ทำให้ข้ารับรู้ว่าแท้จริงแล้วข้าเป็นเพียงแค่นักล่าในป่าอันเล็กกะจ้อยร่อยเท่านั้น แต่ข้าก็พึงพอใจในของขวัญชิ้นนี้


    แต่มันกลับไม่ใช่เพียงแค่ข้าที่ได้รับของขวัญชิ้นนี้ เหล่านักล่าและเหยื่อต่าง ๆ เองก็ได้รับมันเช่นกัน ดูเหมือนความคิดที่ว่ามีเพียงข้าที่ได้รับพรเช่นนี้จะผิดพลาดไป เหยื่อที่ข้าเคยล่าแปรเปลี่ยนเป็นนักล่าที่แข็งแกร่ง นักล่าที่เดิมที่ดุร้ายกว่าข้าก็ยิ่งเติบใหญ่จนข้าไม่แม้แต่จะกล้าเข้าใกล้


    สุดท้ายแล้วสิ่งที่ข้าคิดว่าเป็นของขวัญนั้นกลับเป็นเพียงเรื่องตลก เพราะข้าก็ยังคงต้องใช้ชีวิตหลบ ๆ ซ่อน ๆ แบบเดิม และสิ่งที่เลวร้ายไปกว่านั้นคือเหยื่อตัวเล็กที่ข้าเคยใช้เพื่อประทังชีวิตกลับกลายเป็นสัตว์ที่แข็งแกร่ง บางตัวก็กลายเป็นสิ่งเน่าฉุนเหม็นหืน ครั้งหนึ่งข้าเคยกลืนกินสิ่งที่ข้าเคยเรียกมันว่าลิงตัวใหญ่ แต่ข้าก็ต้องขย้อนมันออกมาเพราะความปวดแสบปวดร้อนภายในตัวข้า


    เป็นเวลาหลายวันแล้วที่ข้าไม่ได้ลิ้มรสอาหารดี ๆ ข้าเพียงแค่อยากจะอยู่รอดเท่านั้น ขอแค่หนูตัวเล็กข้าก็พึงพอใจแล้ว แต่แล้วก็เหมือนฟ้ายังรับฟังคำขอของข้า ข้าลืมตาตื่นมาด้วยเสียงอึกทึกคึกโครมใต้ต้นไม้ที่ข้ากำลังหลับใหลอยู่ เมื่อสอดส่องสายตาลงไปก็พบกับสิ่งที่ข้าโหยหามาตลอดหลายวันนี้


    ลิงตัวเมียสามตัวและเหยื่อตัวน้อยที่ร่างกายใหญ่โตเท่ากับลิงพวกนั้นกำลังฆ่าฟันกับพวกลิงที่เหม็นเน่า ดูแล้วเหมือนพวกมันจะไม่ลงรอยกันเท่าไรนัก อาจจะเพราะว่าลิงเหม็นเน่าพวกนั้นไม่ได้ชะล้างร่างกายก็เป็นได้


    ข้าเฝ้ามองพวกมันอยู่ชั่วยามหนึ่ง เหยื่อของข้าสี่ตัวนี้นั้นดูเหมือนจะไม่ใช่เหยื่อที่ธรรมดาเท่าไรนัก พวกมันออกล่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า แต่ช่างน่าแปลกที่มันไม่ได้สนใจเนื้อของเหยื่อที่มันได้สังหารไปเลย หรือบางทีพวกมันอาจจะกำลังทำอาณาเขตกันอยู่ แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่ข้าจะต้องสนใจ สิ่งเดียวที่ข้าต้องทำนั้นคือรอคอยเวลาอันเหมาะสมเท่านั้น


    และแล้วเวลานั้นก็มาถึง เจ้ากระต่ายอันอวบอิ่มสีชมพูนั่นจู่ ๆ มันก็แยกตัวออกห่างจากพวกลิงตัวเมีย บางทีพวกมันอาจจะทะเลาะเรื่องอาหารกัน แต่นี่แหละคือช่วงเวลาที่ข้านั้นรอคอย ความหิวโหยของข้าไม่สามารถอดทนรอได้อีกต่อไป


    ฟุบ !


    ข้าพุ่งออกจากที่ซ่อนด้วยความเร็วสูง ปากที่อ้ากว้างของข้านั้นพร้อมที่จะกลืนกินเหยื่อตรงหน้านี้หมดทั้งตัว ความอดอยากในช่วงเวลาหลายวันของข้าใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว


    แต่ทันใดนั้นเองสิ่งที่ทำให้ข้านั้นสับสนก็เกิดขึ้นเมื่อจู่ ๆ เจ้าลิงตัวเมียที่ตัวใหญ่ที่สุดได้แหกปากร้องออกมา แม้ว่าข้าจะไม่อาจเข้าใจภาษามันได้นั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรนัก แต่สิ่งที่ทำให้ข้าต้องแตกตื่นคือข้าไม่สามารถบังคับร่างกายของข้าได้ แทนที่เจ้ากระต่ายตัวยักษ์นั้นจะเข้ามาอยู่ในท้องกลับกลายเป็นร่างกายของข้าพุ่งเข้าหาเจ้าลิงตัวเมียนั่นแทน


    แต่ข้าก็ยังไม่คิดว่ามันแย่สักเท่าไร การได้กินเจ้าลิงตัวเมียตัวนี้ก่อนบางทีอาจจะเป็นมื้อเรียกน้ำย่อยก่อนที่ข้าจะได้ไปกลืนเจ้ากระต่ายยักษ์อันอวบอิ่มนั่นก็ได้ แต่สิ่งเหล่านั้นมันก็ไม่ได้เกิดขึ้นอีกเช่นกัน


    ข้าถูกเจ้าลิงตัวเมียนั่นใช้แรงอันมหาศาลอย่างที่ข้าไม่เคยพบเจอตบข้าจนกระเด็นลอยขึ้นไปบนฟากฟ้า ข้าไม่อาจที่จะทรงตัวได้เลย จากนั้นจู่ ๆ ข้าก็สัมผัสได้ถึงความเย็นซ่านที่เริ่มกัดกินผิวหนังของข้า ถึงแม้ข้าจะไม่สามารถมองเห็นได้ว่ามันคืออะไร แต่ความรู้สึกเจ็บปวดที่ได้รับนั้นทำให้ข้ารับรู้แล้วว่า ข้ากำลังตกอยู่ในอันตราย ข้ากำลังถูกล่า!


    สัญชาตญาณในการเอาตัวรอดของข้าเข้ามาแทนที่ในทันที่ ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเมื่อข้ากลับลงสู่ผืนพสุธาได้แล้วนั้น ข้าจะหนีเจ้าลิงตัวเมียและกระต่ายยักษ์ตัวนี้ไปให้ไกล แต่แล้วความเจ็บปวดของข้าก็เริ่มเพิ่มขึ้นมากขึ้นเรื่อย ๆ แม้ความเจ็บปวดนี้จะให้ความรู้สึกเหมือนกันกับจุดแรก แต่มันกำลังแผ่ขยายไปทั่วร่างกายของข้าแล้ว


    ตุบ! 


    เมื่อร่างอันใหญ่โตของข้าร่วงหล่นลงมาถึงพื้นดิน สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของข้าก็เข้ามาแทนที่ แต่ร่างกายของข้านั้นไม่สามารถตอบสนองต่อสัญชาตญาณนั้นได้ดีเท่าไรนัก ราวกับว่าข้าไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ดั่งใจต้องการ มันติดขัดไปหมดและความเจ็บปวดที่ข้ากำลังรู้สึกก็รุนแรงขึ้นทุกครั้งที่ข้าเคลื่อนไหว เพียงแค่ข้าเคลื่อนที่ไปได้เล็กน้อยข้าก็ไม่สามารถขยับเขยื้อนตัวได้อีกต่อไป นี่ข้ากำลังจะตายอย่างนั้นหรือ?


    ก่อนที่สติของข้าจะเลือนรางจางหายไป สิ่งสุดท้ายที่ข้าเห็นนั้นคือเจ้ากระต่ายยักษ์ที่กำลังเดินเข้ามาพร้อมกับลิงตัวเมียอีกสามตัว ข้าไม่คิดเลยว่าชีวิตของข้าจะต้องจบลงด้วยเหยื่อตัวจ้อยพวกนี้


    " นที..นายแน่ใจเหรอว่าจะไม่ฆ่ามัน ? " กันยาเอ่ยถามขึ้น

    " นั่นสิคะ...เจ้านี่เลเวลตั้งยี่สิบ มันจะทำให้คุณนทีและคุณลอเรน่าเลเวลขึ้นได้เลยนะคะ " พิมชนกถามย้ำอีกครั้ง


    กระต่ายยักษ์ตัวเดิมไม่ได้ตอบคำของพวกเธอ มันทำเพียงจ้องมองไปที่งูยักษ์สีดำตรงหน้าราวกับครุ่นคิดบางสิ่งบางอย่างอยู่ ลอเรน่าที่ไม่ได้เข้าร่วมการต่อสู้นั้นเดินเข้ามา แล้วดวงตาของเธอก็เป็นประกายในทันทีเมื่อเห็นขนาดที่ใหญ่โตของงูยักษ์สีดำตรงหน้านี้


    " เบ้บ..เราเลี้ยงมันได้ไหม ? " 


    คำถามที่เอ่ยออกมาจากปากของลอเรน่าแทบจะทำให้กันยาและพิมชนกหงายหลัง มีสัตว์น่ารักมากมายบนโลกใบนี้ให้เธอเลี้ยง แต่เธอกลับต้องการเจ้างูยักษ์ที่ใหญ่โตราวกับอนาคอนด้าตัวนี้เป็นสัตว์เลี้ยง นี่เธอยังสติดีอยู่หรือเปล่า


    นที : พิม...เธอฮีลมันได้ไหม ? 


    " .... "

    " .... "


    ทันทีที่พวกเธอได้รับข้อความของนที ในหัวของพวกเธอก็คิดว่าเขานั้นต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ แต่เมื่อเห็นปฏิกิริยาของลอเรน่าที่กำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่นั้นพวกเธอก็คิดว่าความรักสามารถทำให้คนนั้นตาบอดได้จริง ๆ 


    " คุณนทีแน่ใจแล้วใช่ไหมคะ ? " พิมเอ่ยถามย้ำอีกครั้งหนึ่ง


    กระต่ายสีชมพูพยักหน้าตอบรับ พิมถอนหายใจออกมาเบา ๆ ครั้งหนึ่งก่อนที่จะเริ่มร่ายทักษะของเธอ กันยานั้นดึงให้ลอเรน่าออกห่างมาเพราะไม่อยากให้เธอได้รับอันตราย เธอตั้งท่าเตรียมพร้อมต่อสู้อีกครั้ง


    งูยักษ์สีดำที่ถูกรักษาโดยพิมชนกนั้นเพียงพริบตาร่างกายของมันก็กลับมาเป็นปกติราวกับว่ามันไม่เคยได้รับบาดเจ็บปางตายมาก่อน นัยน์ตานักล่าของมันค่อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่ามันได้สติกลับคืนมาอีกครั้ง


    กระต่ายสียักษ์ชมพูยืนจ้องตากับงูยักษ์สีดำราวกับว่าหากใครเคลื่อนไหวก่อนคนนั้นจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ แต่แล้วจู่ ๆ บางสิ่งบางอย่างก็ปรากฏขึ้นบนมือของเจ้ากระต่าย มันคือแท่งสามเหลี่ยมที่มีกุ้งและหมึกปะปนอยู่ กระต่ายตัวนั้นโยนเจ้าแท่งสามเหลี่ยมนี้เข้าหางูยักษ์


    และด้วยสัญชาตญาณหรือบางทีอาจจะเป็นความหิวโหยของมัน เจ้างูยักษ์ไม่รีรอที่จะสวาปามแท่งสามเหลี่ยมเล็ก ๆ นั้นเข้าไป ม่านตาของมันขยายขึ้นในทันทีที่แท่งสามเหลี่ยมนั้นเข้าไปในท้องของมัน


    ' นี่เรากำลังดูโชว์คณะละครสัตว์อยู่เหรอไง! '


    ทั้งสามสาวคิดเป็นสิ่งเดียวกันเมื่อได้เห็นสถานการณ์ตรงหน้า กระต่ายสีชมพูตัวขนาดเท่าคนกำลังป้อนพิซซ่าให้งูยักษ์ตัวหนึ่ง นี่มันการแสดงที่มีเฉพาะในโรงละครระดับโลกแล้ว!


    พวกเธอมองดูเจ้ากระต่ายหยิบพิซซ่าออกมาป้อนให้กับงูยักษ์ตรงหน้าเรื่อย ๆ ราวกับว่ามันคือเรื่องปกติสามัญที่ใคร  ๆ ก็ทำกัน


    ทันใดนั้นเองเจ้ากระต่ายยักษ์ตัวนั้นก็ถอดหัวของมันออก เผยให้เห็นหน้าตาของชายหนุ่มที่หล่อเหลาพร้อมกับผมสีดำอันยุ่งเหยิงของเขา


    " หมดแล้วน่ะ...เธอกลับไปก่อนนะแล้วฉันจะเอาไปให้อีก "


    ' นั่นเขากำลังพูดกับงู...ไม่สิ! เขาเรียกมันว่าเธอ?! '


    ทั้งสามสาวมึนงงกับชายหนุ่มตรงหน้าที่จู่ ๆ เขาก็เริ่มพูดคุยกับงูยักษ์สีดำตัวนั้น แม้ว่าพวกเธอคิดว่านี่คือเรื่องที่ไม่น่าเป็นไปได้แล้ว การผงกหัวตอบรับของเจ้างูยักษ์ตัวนั้นราวกับว่าเข้าใจในสิ่งที่เขาพูดแล้วเลื้อยออกไปอย่างว่าง่ายนั้นทำให้พวกเธอต้องขยี้ตาตัวเองอีกครั้ง


    ' นายคือทายาทของเจ้าแห่งศาสตร์มืดหรือไงกัน?! '


    " งั้น...เรากลับกันเถอะ "


    ชายหนุ่มหันมาส่งยิ้มให้กับพวกเธอในขณะที่เขาถือหมวกคุณกระต่ายอยู่ข้างตัว น้ำเสียงที่ส่งออกมาของเขานั้นรับรู้ได้ว่าเขากำลังมีความสุขเป็นอย่างมาก


    [ ติ๊ง! ยินดีด้วยคุณได้รับ แบล็กคิงสเน็กกลายพันธุ์ LV 20 เป็นสัตว์เลี้ยง กรุณาตั้งชื่อ ]


    ' ลูน่า ' นทีตอบกลับระบบในทันที


    หลังจากที่พวกเขาทำการเคลียร์พื้นที่และเควสประจำวันของแต่ละคนเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้นทุกคนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน ก่อนที่จะกลับมานั่งรับประทานอาหารที่เฮเลนได้เตรียมไว้ให้ โดยที่หัวข้อสนทนาหลักนั่นคือเรื่องของเจ้าลูน่า แต่นทีนั้นอยากเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นเซอไพรส์ โดยเฉพาะลอเรน่าที่เธอนั้นอยากได้เจ้าลูน่ามาเป็นสัตว์เลี้ยง


    เมื่อรับประทานอาหารเสร็จทุกคนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน ด้วยความเหนื่อยล้าที่สะสมจากการต่อสู้ โดยเฉพาะลอเรน่าที่เพิ่งผ่านการต่อสู้ครั้งแรกในชีวิตของเธอมานั้นเหนื่อยล้ามาก นทีจึงปล่อยให้เธอได้พักผ่อนอย่างเต็มที่


    ในตอนที่พวกเขาปล่อยให้เธอเข้าปะทะกับซอมบี้ครั้งแรกนั้น ต้องยอมรับว่าพวกเขาเป็นกังวลมากโดยเฉพาะนทีที่เตรียมจะใส่บาเรียให้กับลอเรน่าทุกชั่วขณะ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ความคิดของพวกเขาเปลี่ยนไป


    ลอเรน่านั้นต่อกรกับซอมบี้ได้ราวกับนักรบหญิงที่ผ่านสมรภูมิมานับไม่ถ้วน นทีรู้ดีว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่เธอจะสามารถแสดงท่วงท่าในการจัดการกับซอมบี้แบบนั้นออกมาได้ ถ้าไม่ได้รับการช่วยเหลือจากมาสเตอร์สกิลที่ทุกคนจะได้รับหลังจากเปลี่ยนแปลงเป็นผู้เล่นนั่นเอง


    และเห็นได้ชัดเลยว่ามาสเตอร์สกิลของเธอนั้นต้องเกี่ยวกับการต่อสู้โดยตรงอย่างแน่นอน ต้องอย่าลืมว่านทีที่ถือครองตำราจักวรรดิโบราณนั้น เขาสามารถมองเห็นจุดอ่อนของศัตรูได้อย่างแม่นยำและทุกครั้งที่ลอเรน่าโจมตีออกไปนั้น มันจะอยู่ในบริเวณจุดอ่อนพวกนั้นเสมอราวกับว่าเธอเองก็มองเห็นจุดอ่อนพวกนั้นเช่นกัน นั่นจึงเป็นสาเหตุเดียวที่นทีสามารถสรุปได้ว่าเธอนั้นได้มาสเตอร์สกิลที่ทรงพลังในการต่อสู้เป็นอย่างมาก


    บรรยากาศอันเงียบสงบของหลุมหลบภัยในยามค่ำคืนนั้นเป็นเพราะทุกคนกำลังพักผ่อนกันอยู่ มีแค่เพียงนทีเท่านั้นที่ตอนนี้เขากำลังง่วนอยู่กับการขนอาหารที่เขาคิดว่าลูน่าจะชอบไปให้เธอ แค่พิซซ่าถาดเดียวนั้นนทีรู้ว่าเธอไม่มีทางที่จะอิ่มท้องอย่างแน่นอน


    เมื่อนทีโกยอาหารเหล่านั้นได้เพียงพอแล้วเขาก็แอบออกจากหลุมหลบภัยโดยที่ไม่ได้รู้ตัวเลยว่ามีเงาดำเงาหนึ่งกำลังติดตามเขามา

    คล้ายกับเรื่องTrue World โลกแท้จริง ที่คุณอ่าน