เมมโมตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าแขนและขาของตัวเองได้ขาดหายไปแล้ว เหลือเพียงแค่ผ้าพันแผลที่พันเอาไว้บริเวณต้นแขนและต้นขาของเธอเท่านั้น เธอลองย้อนนึกกลับไปก่อนหน้านี้แล้วพบว่า เธอได้รับคำสั่งให้มาสอดแนมคฤหาสน์แห่งหนึ่งที่อยู่ในป่า ซึ่งผู้คนต่างเล่าลือกันว่า ป่าแห่งนั้นหากมีผู้ใดเข้าไปจะไม่ได้ออกมา แต่ทางด้านองค์กรของเธอไม่ได้คิดแบบนั้น พวกเขาคิดว่า คฤหาสน์แห่งนั้นต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของคนพวกนั้นอย่างแน่นอน จึงได้ส่งเมมโมให้มาสืบคดี ซึ่งเธอก็ไม่ได้คิดมากแถมยังบอกกับคนพวกนั้นว่า “ไม่ต้องเป็นห่วง”อีกด้วย
เธอเข้าไปนป่าตอนกลางคืนแล้วพบกับคฤหาสน์หลังหนึ่งที่เปิดไฟส่องสว่างอยู่ ในเวลาตอนกลางคืนบริเวณป่าจะเงียบมากกระทั่งเสียงแมลงก็ไม่มี แต่เมมโมกลับได้ยินเสียงร้องของเด็กสาวบางคน เธอเลยจะพุ่งตัวเข้าไปในคฤหาสน์เพื่อช่วยเจ้าของเสียงกรีดร้องนั้น แต่นั่นก็เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด
เมื่อเธอเข้าไปในระยะของคฤหาสน์ เธอก็ได้เหยียบเข้าตรงกับดักระเบิดที่ได้มีการจัดเตรียมเอาไว้ แรงระเบิดส่งผลให้แขนขาของเธอได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังจากนั้น นักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งที่มีร่างกายผอมแห้งก็เดินออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนจะยิ้มแล้วพูดกับตัวเองว่า ได้หนูทดลองตัวใหม่แล้วสินะ
นักวิทยาศาสตร์เรียกผู้ช่วยของเขาให้พาร่างของเมมโมเข้าไปในคฤหาสน์เพื่อทำการผ่าตัดช่วยชีวิต ระหว่างการขนย้ายร่างกายของเธอแขนของเธอก็หลุดออกมา ส่วนเมมโมที่ทนความเจ็บปวดไม่ไหวเธอก็สลบไปตั้งแต่โดนแรงระเบิดครั้งแรกแล้ว แต่เพื่อความแน่ใจ นักวิทยาศาสตร์จึงได้ฉีดยาสลบให้กับเธอเพื่อเอาไว้ ไม่อยากนั้นถ้าเธอตื่นขึ้นมาระหว่างการผ่าตัดคงยุ่ง
นักวิทยาศาสตร์ทำการวินิจฉัยว่า อาการบาดเจ็บของเธอร้ายแรงเกินกว่าจะรักษาได้ และจำเป็นจะต้องตัดแขนและขาของเธอออก หลังจากนั้นเขาก็ดำเนินการตามแผน ก่อนจะทำการพันแผลให้เรียบร้อย เจาะสายน้ำเกลือให้กับเธอ แล้วพาเธอไปยังห้องห้องหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยตุ๊กตาสัตว์ยัดนุ่นมากมาย แล้วบอกกับเธอว่า
“ฝันดีนะ หนูทดลองของฉัน”
หลังจากเมมโมตื่นขึ้นมา เธอก็มองสภาพร่างกายตัวเองพร้อมกับสูดหายใจเฮือกหนึ่ง เธอเตรียมใจตั้งแต่ถูกแรงระเบิดไปแล้วว่าเธอจะต้องตาย แต่การที่เธอยังรอดชีวิตมาได้ก็นับว่าเป็นปาฏิหาริย์แล้ว ระหว่างที่เมมโมคิดอะไรอยู่นั้นเอง นักวิทยาศาสตร์ที่นั่งอยู่ตรงโซฟาห่างจากเมมโมไปพอสมควรก็ทักทายกับเธอว่า
“ตื่นแล้วเหรอ”
“นาย… เป็นใคร”
“ดูจากเสื้อผ้าของฉันก็น่าจะรู้นี่ ไม่นักวิทยาศาสตร์ก็หมอไม่ใช่เหรอ หรือว่าชุดกาวน์ที่ฉันใส่มันไม่ขึ้นเลย”
“เกิดอะไรขึ้นกับผู้หญิงก่อนหน้านี้”
“ผู้หญิงก่อนหน้านี้”
“คนที่ส่งเสียงกรีดร้องออกมา นายทำอะไรเธอคนนั้น”
“เป็นคำถามที่ยากเกินไปแล้ว วันหนึ่งฉันทดลองอะไรต่างๆ กับผู้หญิงตั้งหลายคน ถ้าเธอจะถามฉันแบบนั้นฉันจะตอบยังไงล่ะ”
“เป็นอย่างที่ข้อมูลบอกไว้จริงๆ นายเป็นนักวิทยาศาสตร์วิปริตที่จับมนุษย์มาทดลอง”
“ก็ตามนั้นล่ะนะ ไม่มีข้อแก้ตัวอะไร และเธอก็จะเป็นผลงานต่อไปของฉัน”
“ม หมายความว่ายังไง นายจะทำอะไรฉัน”
“นั่นสินะ ตัวเธอในตอนนี้ไม่มีแขนไม่มีขา สภาพไม่ต่างจากก้อนเนื้อเลย แต่ว่าร่องรักและหน้าอกของเธอก็ยังอยู่ในสภาพดีอยู่ หน้าตาก็น่ารัก แถมเธอเหมือนจะเป็นผู้หญิงที่ชอบออกกำลังกายด้วย เพราะงั้นฉันคิดว่าน่าจะใช้ประโยชน์เธอตรงจุดนั้นได้ ก่อนอื่นเลย ขอแนะนำให้รู้จักแขนขาเทียมที่ฉันเคยสร้างไว้นานแล้ว เพิ่งจับมาปัดฝุ่นเมื่อสองสามวันระหว่างที่เธอนอนพักฟื้นเนี่ยล่ะ” ชายหนุ่มว่าก่อนจะหยิบกระเป๋าใบหนึ่งออกมาแล้วเปิดมันออก ลักษณะมันคล้ายกับเป็นแขนและขากล เขานำมันมาติดกับแขนและขาของเธอในส่วนที่ขาดออกไป ทำให้ตอนนี้เธอมีแขนเทียมขึ้นมาแทนจนดูเหมือนอวัยวะครบสามสิบสอง
“นี่นาย… ช่วยฉันเหรอ”
“เธอคิดแบบนั้นจริงๆ เหรอ? ”
“ก็นายทำแขนขาให้ฉันไม่ใช่เหรอ” เมมโมว่าพร้อมกับลองขยับแขนขาดู แล้วพบว่าเธอสามารถขยับแขนขาได้ราวกับมันเป็นแขนขาของเธอเอง
“ถ้าเราจบแค่ตรงนี้ฉันก็คงเป็นนักวิทยาศาสตร์แสนดีที่ช่วยเหลือผู้หยิงพิการคนหนึ่งให้กับมามีแขนขาล่ะนะ แต่ว่าขอโทษที ฉันไม่ใช่คนดีขนาดนั้น เพราะงั้น” ชายหนุ่มกระแอมเบาๆ ก่อนจะเอ่ยออกมา “ลุกขึ้น”
“ล ลุกเหรอ แต่ว่าฉันเพิ่งพักฟื้น ไม่มีแรงขนาดนั้นหรอก”
เมมโมส่ายหน้า แต่เธอก็ต้องตกใจเมื่อแขนและขาของเธอทำการยันตัวเองขึ้นจนทำให้เธออยู่ในสภาพยืน ชายหนุ่มเห็นภาพดังนั้นก็พยักหน้าให้กับตัวเองด้วยความภูมิใจ
“คงจะสับสนสินะ เธอสามารถขยับแขนขาของเธอได้ตามต้องการก็จริงอยู่ แต่ว่ายังไงมันก็เป็นแขนขาที่ฉันสร้าง เพราะงั้นมันต้องฟังคำสั่งฉันอยู่แล้ว”
“นาย… ทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร” น้ำเสียงของเมมโมเปี่ยมไปด้วยความหวาดกลัว
“ก็นะ สายลับสอดรู้ที่เข้ามาในบ้านฉันแล้วดันเหยียบกับระเบิดจนแขนขาขาด ตอนแรกฉันก็คิดว่าจะปล่อยให้เธออยู่ในดงผู้ชายในสภาพไร้แขนขา เป็นเพียงเครื่องระบายความใคร่ให้กับพวกผู้ชาย แต่พอมาคิดดูอีกที ฉันว่าฉันใช้งานเธอได้นะ”
“นายจะให้ฉันทำอะไร”
“นั่นสินะ ถ้างั้นตอนนี้ ลองช่วยตัวเองให้ฉันดูหน่อยสิ”
“ม ไม่มีทาง นี่นายนอกจากเป็นนักวิทยาศาสตร์วิปริตแล้วยังเป็นพวกหื่นกามอีกเหรอ”
เมมโมส่ายหน้า แต่ถึงอย่างนั้นแขนและขาที่เธอได้รับตอนนี้ก็เป็นของชายคนนั้น ขาของเธอทิ้งตัวนั่งลงกับเตียง ก่อนที่มือสองข้างของเธอจะเริ่มทำงาน มือหนึ่งแหวกร่องรักออกเผยให้เห็นกลีบเนื้อสีชมพู ทำเอาชายหนุ่มสงสัยว่า
“นี่เธอ… อย่าบอกนะว่าไม่เคยช่วยตัวเองมาก่อน”
เด็กสาวหน้าแดงเมื่อเจอคำถามนั้น “แล้วมันจะทำไมล่ะ”
ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอแล้วบอกว่า “ผู้หญิงที่ช่วยตัวเองครั้งแรก มันรู้สึกไวมากเลยนะ อย่างแค่ฝักบัวฉีดใส่ก็เสร็จได้แล้ว ดีใจเหมือนกันที่จะได้เห็นใบหน้าของเธอในสภาพอับอายที่ต้องช่วยตัวเองต่อหน้าคนอื่น แต่ในทางกลับกันก็ไม่สามารถต่อต้านได้ อย่างมากก็ทำได้แค่ส่งเสียงร้องแล้วส่ายหน้าไปมา… ถ้างั้น เริ่มได้เลย”
“ไม่ ไม่เอา ขอร้อง ฉันเป็นผู้หญิงนะ ให้เกียรติฉันหน่อยสิ” เมมโมอ้อนวอนแต่เหมือนชายหนุ่มจะไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อย มือหนึ่งที่แหวกร่องรักของเธอ ตามมาด้วยอีกมือที่ทำการลูบไล้ร่องรักของเธอขึ้นลงจนเธอรู้สึกเสียววาบราวกับมีกระแสไฟฟ้าช็อตไปทั่วร่างกาย
“น นี่มัน… ความรู้สึกแบบนี้มัน อะไรกัน”
“จะเรียกมันว่าความเสียวก็ได้ ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวเธอก็จะได้เรียนรู้มันต่อจากนี้เอง”
นิ้วมือของเธอลูบไล้ร่องรักอยู่พักหนึ่งจนกลีบกุหลาบขับน้ำหวานออกมา ชายหนุ่มเห็นเด็กสาวทรมานก็อยากแกล้ง จึงออกคำสั่งว่า “ลองชิมน้ำรักของตัวเองหน่อยสิ”
“ใครมันจะไปทำตามคำสั่งของนายกัน” เมมโมปฏิเสธคำพูดนั้น แต่เธอไม่สามารถปฏิเสธแขนขาที่ไม่ได้เป็นของเธอได้ มือที่เปื้อนน้ำรักยัดเข้ามาในช่องปาก แล้วกวาดนิ้วไปทั่วทำให้เธอได้รับรสชาติของน้ำรักตัวเอง แถมมันยังล้วงไปถึงลำคอ ทำเอาเธอแทบจะอาเจียนออกมา
“อ… อ๊อก… โอ๊ว…” เธอส่งเสียงร้องออกมาด้วยความทรมาน แต่ทางด้านนักวิทยาศาสตร์กลับยิ้ม
“เป็นไงบ้างล่ะ น้ำรักของตัวเอง อร่อยไหม ฉันคิดว่าสำหรับเธอคงไม่ แต่อยากให้เธอทำตัวให้ชินเอาไว้นะ เพราะเธอจะต้องเจออะไรที่คาวกว่านี้อีกแน่นอน” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับรอยยิ้มที่หุบไม่อยู่ มือกลย้อนกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองด้วยการพาเด็กสาวไปถึงจุดสุดยอด โดยระหว่างนั้นเธอก็กรีดร้องแล้วส่ายหน้าออกมา
“ไม่เอา ใจฉันจะขาดแล้ว ฉันจะสลบแล้ว หยุดมันที”
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก ครั้งแรกก็งี้ล่ะ รับรองว่าเธอจะติดใจเอง”
“อ… อึก… พ พอได้แล้ว ไม่เอาแล้ว ย หยุด หยุดมันที”
เด็กสาวอ้อนวอนแต่ก็ไม่มีใครรับฟังเธอ เสียงสุดท้ายของเด็กสาวที่บอกให้หยุดกลายเป็นเสียงกรีดร้องพร้อมกับมือของเธอที่ทำหน้าที่พาเธอไปแตะห้วงสวรรค์จนเด็กสาวเบิกตากว้าง ร่องรักของเธอปล่อยน้ำพุ่งออกมาจนไหลนองไปตามพื้น เธอเหนื่อยล้าจนหอบและสลบไปอีกครั้ง แต่เหมือนชายหนุ่มจะยังไม่อยากจบความสนุกไว้แค่นั้น
“แค่ครั้งแรกก็สลบแล้วเหรอ แล้วจะรับกับการทรมานช่วงหลังๆ ได้ไหมเนี่ย แต่เอาเถอะ ยังไงก็ตามฉันมาก่อนแล้วกัน”
เขาออกคำสั่งกับแขนและขากล ซึ่งมันก็ลุกขึ้นแล้วเดินตามชายหนุ่มมา โดยที่เด็กสาวซึ่งเป็นแก่นกลางเจ้าของร่างนั้นสลดไสล ดวงตาของเธออยู่ในสภาพเปิดเพียงครึ่งเดียว ท่ามกลางสติอันพร่ามัวเธอได้แต่ถามตัวเองว่า จะเกิดอะไรขึ้นกับฉันอีก ได้โปรด ปล่อยฉันไปเถอะ