ทายาทจักรพรรดิ (NC18+)

บทที่ 268 คดีทะเลาะวิวาท

สถานีตำรวจ

 

หลังจากที่ครอบครัวฟ้าไปแล้วออสก็นั่งคุยกับจูนเพื่ออัพเดทว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้นบ้างอยู่พักนึงแล้วก็เดินออกมาจากห้องประชุม แล้วเขาก็ต้องแปลกใจเมื่อมีตำรวจรออยู่หน้าห้อง3คนซึ่ง1ในนั้นคือผู้กองต้นกล้าที่เดินออกจากห้องไปก่อนหน้านี้

 

“สวัสดีผมผู้กำกับฐิติ เป็นเกียร์ติมากเลยที่ได้พบคุณหนูจูน ทุกอย่างเรียบร้อยดีใช่มั้ยครับ”ตำรวจวัยกลางคนที่ยืนอยู่หน้าสุดแนะนำตัวก่อนจะถามด้วยท่าทางอ่อนน้อม

 

จูนได้แต่ยิ้มแห้ง ดูเหมือนจะมีใครสักคนที่จำเธอได้ก็เลยไปบอกผู้กำกับผลก็อย่างที่เห็นนี่แหละ

 

“ทุกอย่างเรียบร้อยค่ะ ฉันกำลังจะกลับแล้ว”จูนตอบกลับ

 

“งั้นเดี๋ยวผมไปส่ง”ผู้กำกับรีบพูดแล้วก็ผายมือให้จูนทันทีซึ่งจูนก็เดินนำออกไปพร้อมกับออสโดนที่มีผู้กำกับเดินขึ้นมาอยู่ข้างๆจูน ส่วนตำรวจคนและพวกออสคนอื่นๆเดินตามหลัง

 

“แล้วนี่คุณจูนจะอยู่ที่นี่อีกนานรึเปล่าครับยังไงถ้ามีอะไรให้ทางตำรวจอำนาจความสะดวกก้บอกผมได้เลย”ผู้กำกับพยายามพูดเอาใจจูนไม่หยุด

 

“ฉันไม่ได้พักอยู่แถวนี้หรอกแต่อยู่โรงแรมในตัวเมืองหนะแต่ถ้ามีอะไรจะบอกก็แล้วกัน อ่อจะว่าไปไอ้ร่างทรงที่เฆี่ยนเด็กที่ชื่อสร้อยเนี่ยจับให้มันไวๆหน่อยแล้วกันนะจะได้ไม่ไปทำกับคนอื่น”

 

“เข้าใจแล้วหละครับผมจะสั่งลูกน้องให้รีบจัดการทันที”ผู้กำกับตอบรับทันทีถึงแม้ว่าจะยังไม่รู้ว่ามันเรื่องอะไรก็เถอะ

 

“พวกคุณทำแบบนี้ได้ไงลูกผมโดนกระทืบแต่ก็ต้องมาจ่ายค่าปรับเนี่ยนะ”ระหว่างที่กำลังเดินออกจากสถานีก็มีเสียงตะคอกดังมาทำให้ทั้งกลุ่มต้องหยุดหันไปมอง

 

มีชายวัยกลางคนลุกพรวดขึ้นมาชี้หน้าตำรวจแล้วตะคอกเสียงดังโดยที่ข้างเขามีชายวันรุ่นดูแล้วน่าจะไม่เกิน15-16ปีนั่งอยู่ ชายคนนั้นมีผ้าพันแผลอยู่หลายที่ ใบหน้าเต็มไปด้วยร่องรอยโดนทำร้าย ที่แขนก็มีเฝือกใส่อยู่

 

“ทางนี้เขาก็โดนลูกคุณสวนไปไม่ใช่รึไง ถ้าโดนอยู่ฝ่ายเดียวมันคือทำร้ายร่างกายแต่ถ้าสู้กันทั้งสองฝ่ายมันคือทะเลาะวิวาท แผลลูกคุณก็ไม่ได้สาหัสสักหน่อยต่างฝ่ายต่างจ่ายค่าปรับแล้วก็จบเถอะ”ตำรวจที่ดูแลคดีพูดด้วยน้ำเสียงรำคาญ

 

“ใช่นี่ไงฝีมือลูกแก”ที่นั่งอยู่ใกล้ๆคือวัยรุ่น4คนที่กำลังชี้รอบช้ำเล็กๆน้อยๆจากการที่โดนฝ่ายตรงข้ามสวนกลับมา

 

“ไม่ได้สาหัสสภาพนี้เนี่ยนะ ต้องให้ปางตายก่อนหรอถึงจะเรียกสาหัสแล้วที่ต้องสวนก็เพราะป้องกันตัวไม่ใช่รึไง”คนเป็นพ่อยังคงไม่ยอมแพ้

 

“ถ้าไม่พอใจก็ไปตั้งทนายฟ้องเอาเองแล้วกัน เอาหละทางนี้จ่ายค่าปรับแล้วนี่งั้นก็กลับไปได้แล้ว”ตำรวจคนเดิมตอบกลับชายวัยกลางคนแบบไม่ยี่หระ แล้วหันไปไล่คู่กรณี4-5คนที่นั่งอยู่ด้วยให้กลับไป

 

“ไปนะลุง ถ้าอยากเอาผิดคราวหน้าลองบอกให้ลูกชายอย่าสู้แล้วนอนอยู่เฉยๆให้เรากระทืบดิเผื่อจะเอาผิดได้ฮ่าๆๆ”1ใน4คนที่เดินออกไปหัวเราะเย้ยชายวัยกลางคนที่ยืนกำหมัดอยู่

 

“โธ่เว้ย”ชายผู้เป็นพ่อสบดออกอย่างแค้นเคืองเนื่องจากทำอะไรไม่ได้ จะไปตั้งทนายฟ้องร้องเองเขาก็ไม่มีเงิน

 

“อะไรหละนั่น”ออสที่ดูอยู่ถามออกมาเบาๆจริงๆเขาพูดกับตัวเองแต่ผู้กำกับที่เดินอยู่อีกข้างของจูนได้ยินเข้าเลยหันมาตอบ

 

“เห็นว่าวัยรุ่นตีกันหนะครับอย่าไปสนใจเลย”ผู้กำกับตอบโดยไม่คิดอะไรมากแล้วก็พาออสกับจูนเดินออกไป

 

“นี่เมื่อวานที่ไปซื้อของกับซีฉันเห็นพวกนี้ก็กระทืบเด็กผู้ชายอีกคนอยู่นะ”ระหว่างที่เดินออกจากสถานีมะลิก็กระตุกเสื้อออสเบาๆแล้วกระซิบบอก

 

“ผู้กำกับดูเหมือนพวกนี้จะก่อเรื่องบ่อยอยู่นะ เหมือนเมื่อวานในเมืองก็กระทืบอีกคนด้วยนี่”ออสที่ได้ยินหันไปพูดกับผู้กำกับ

 

ผู้กำกับชะงักเล็กน้อย แต่คนถามคือออสที่มากับจูนเขาเลยไม่กล้าเมิน

 

“เอ งั้นหรือครับแต่ถ้าบอกว่าในเมืองมันก็คนละเขตกับผม ทางนี้ไม่รู้เรื่องหรอกครับ”ผู้กำกับบอกปัดทันทีทั้งๆที่แค่โทรไปถามก็รู้เรื่องแล้วหรือถ้ามีการแจ้งความเอาผิดแล้วเช็คในระบบก็รู้

 

“จะปล่อยไปผมก็ไม่สนหรอกมันไม่เกี่ยวกับผมแต่ถ้ามาทำให้ผมเดือดร้อนผมก็ไม่ยอมหรอกนะ”ออสขี้เกียจมีปัญหาแถมไม่ใช่เรื่องของเขาด้วยเลยไม่ได้จัดการอะไร แต่ก็ขู่ผู้กำกับเบาๆไปเหมือนกันเพราะการที่พวกนี้กระทืบคนเป็นว่าเล่นคงจะกร่างน่าดู อาจจะมีคนใหญ่คนโตอยู่เบื้องหลังด้วยหละมั้ง

 

“แหม่ คงไม่หรอกครับพวกวัยรุ่นคึกคะนองบางทีมันก็ทะเลาะกันบ้างอยู่ดีๆคงไม่ไปหาเรื่องคนระดับพวกคุณหรอก”ผู้กำกับตอบกลับอย่างรวดเร็วแต่แอบสบดด่าออสอยู่ในใจ

 

“งั้นก็เดินทางปลอยภัยนะครับ”ไม่นานพวกเขาก็ออกมาจากสถานีอีฟสั่งให้คนไปขับรถมารับแล้วทั้งคณะก็ขึ้นรถ2คันกลับโรงแรมไป

 

“ไปบอกผู้กำกับโจอี้ให้มันเตือนลูกหน่อยว่าช่วงนี้ให้เบาๆเกิดไปทำให้พวกนี้ไม่พอใจจะซวยเอาง่ายๆ”พอพวกออสขึ้นรถไปผู้กำกับก็รีบสั่งลูกน้องคนนึงที่เดินตามมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

 

“ส่วนคุณผู้กอง ไปรีบขอหมายแล้วไปจับคนที่เฆี่ยนเด็กอะไรนั่นซะเรียบร้อยแล้วมารายงานไวๆเลย”

 

“รับทราบครับ”

 

“เอ่อ มีอีกเรื่องครับ เมื่อครู่มีชาวบ้านมาแจ้งความเพิ่มเรื่องที่โดนยิงซึ่งพอลองถามดูแล้วเป็นเรื่องเดียวกัน คนยิงคือลูกน้องของผู้ชายที่เดินอยู่ข้างคุณจูนเมื่อครู่นี้”ผู้กองกล่าวรายงานเพราะถึงจะรู้ว่าการยิงเกิดขึ้นเพราะต้องการขู่ให้ชาวบ้านไม่พุ่งเข้าไปทำร้ายพวกออส แต่ถ้าตามหลักทางนั้นจะแจ้งความก็ต้องดำเนินการแล้วให้ศาลตัดสิน

 

ส่วนเรื่องลักพาตัวนั่นจากนี้อยู่ในห้องประชุมเขาเห็นว่าคุยกันรู้เรื่องแล้วทั้ง2ฝ่ายเลยปล่อยผ่านไม่ทำให้เป็นคดีอะไร ถึงแม้มันจะผิดระเบียบการทำงานแต่คงไม่มีใครมายุ่งวุ่นวายกับเขาหรอก ยิ่งมีจูนมาเกี่ยวข้องยิ่งไม่มีใครกล้ายุ่งเข้าไปใหญ่

 

“แผลร้ายแรงมั้ย”

 

“ถากๆครับไม่ต้องเย็บด้วยซ้ำ”ผู้กองหนุ่มตอบ

 

“ไร้สาระ ไล่กลับไปเลยหาเรื่องเองยังมากล้าเอาผิดอีก ถ้ามันไม่ยอมก็รับแจ้งไว้แล้วดองๆไป ไม่มีใครมีปัญหาหรอก”ผู้กำกับตัดบทแล้วเดินกลับเข้าสถานีไป

 

คล้ายกับเรื่องทายาทจักรพรรดิ (NC18+) ที่คุณอ่าน