“คงไม่ง่ายขนาดนี้หรอกมั้ง”
เซี่ยฮุยแอบพึมพำอยู่ภายในใจด้วยความสงสัย
เจี่ยปิงอวี่และคนอื่น ๆ เดินมายืนอยู่ข้าง ๆ พร้อมกับกวาดตามองไปรอบ ๆ ด้วยความระมัดระวัง
เจี่ยปิงอวี่พูดขึ้นว่า “ยังไม่ขึ้นการแจ้งเตือนภารกิจสำเร็จแบบนี้ คงยังไม่หมดแค่นี้แน่ ๆ”
“อืม”
เซี่ยฮุยพยักหน้า เขาเองก็คิดเช่นนี้เหมือนกัน
แต่ที่ทำให้เขารู้สึกตกตะลึงก็เพราะเจินเจินมีความแข็งแกร่งระดับราชันผี เธอไม่มีทางถูกเขาฆ่าตายได้อย่างง่ายดายเช่นนี้แน่
แต่สิ่งที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาในเวลานี้คือเจินเจินถูกหมัดของเขาซัดจนกลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้ว
แม้ว่าจะเป็นเช่นนั้นแต่เขากลับรู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง เพียงแต่เขายังไม่เจอความผิดปกติที่เขากำลังสงสัยก็เท่านั้น
“ในเมื่อเจินเจินถูกฆ่าตายไปแล้ว ทำไมภารกิจยังไม่สำเร็จอีกล่ะ?”
เจี่ยปิงอวี่พูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“นั่นสิพี่ปิงอวี่”
หลี่เหมยขมวดคิ้ว แม้ว่าเธอจะเก่งกว่าเฉียนตัวตัวเล็กน้อย แต่เธอก็ไม่ชอบเรื่องซับซ้อนที่ต้องใช้สมองเหล่านี้เท่าไหร่นัก
เซี่ยฮุยกวาดตามองไปรอบ ๆ ตอนนี้บริเวณที่พวกเขายืนอยู่มีหลังคาปกคลุมแล้ว
แสงจันทร์สาดส่องลงมาโดยไม่มีอะไรขวางกั้น พวกเขาสามารถมองเห็นพื้นที่โดยรอบของโรงเรียนแห่งนี้ได้ทั้งหมด
ด้านหน้าโรงเรียนยังคงเงียบสงัดเหมือนกับตอนที่พวกเขาเข้ามา ราวกับไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมแม้แต่น้อย
สายตาของเซี่ยฮุยยังคงกวาดมองไปรอบ ๆ ตอนที่เขามองไปบริเวณตึกเรียน เขาก็พบว่าตึกนั้นต่างไปจากเดิม
นั่นมัน?
เซี่ยฮุยกระโดดลงมายืนที่บันได จากนั้นเขาก็หมุนตัวเดินไปที่ริมขอบของหอพัก
วิธีนี้ทำให้เขาอยู่ใกล้กับตึกเรียนมากขึ้น
เขาไม่ได้ตาฝาดไปแน่นอน!
เซี่ยฮุยมองด้วยสายตาตกตะลึง ดวงตาของเขาราวกับคบเพลิงที่กำลังจ้องมองเข้าไปด้านในตึกเรียน
เขามองเห็นชั้นที่สี่ผ่านหน้าต่าง และพบว่ามีเงาบางอย่างกำลังเคลื่อนไหวอยู่ในนั้น
แต่เขาไม่สามารถยืนยันได้ว่าอะไรกำลังเคลื่อนไหวอยู่
“ดูนั่นสิ”
เซี่ยฮุยเรียกคนอื่น ๆ ให้มาหาเขา จากนั้นก็ชี้ไปที่ชั้นสี่ของตึกเรียน “มีอะไรบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ในนั้น”
เซี่ยฮุยบอกทุกคนเกี่ยวกับสิ่งที่เขาเห็นภายในตึกเรียนที่อยู่ตรงหน้า ทุกคนก็รับรู้ได้ในทันทีว่าสิ่งที่เซี่ยฮุยพูดถึงหมายถึงอะไร
“พวกมันขยับได้ยังไง?”
เจี่ยปิงอวี่ถามด้วยความงุนงง
“ฉันคิดว่าต้องมีการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างที่ทำให้เกิดสิ่งนี้ขึ้น”
“เจินเจิน!”
เซี่ยฮุยและเจี่ยปิงอวี่สบตากันและเปล่งเสียงออกมาพร้อม ๆ กัน
“พวกมันออกมาแล้ว” จู่ ๆ เฉียนตัวตัวก็พูดโพล่งออกมา
เซี่ยฮุยและคนอื่น ๆ หันไปมองก็พบว่าตุ๊กตาดินเผากำลังเดินออกมาจากประตูของตึกเรียน
เท้าของพวกมันแข็งทื่อ การย่างก้าวในแต่ละครั้งมีดินเหนียวบนร่างกายของมันกะเทาะลงสู่พื้นดินด้วย
แม้ว่าพวกมันจะไม่ได้มีสติสัมปชัญญะเหมือนมนุษย์ทั่วไป แต่การย่างก้าวของพวกมันกลับเป็นระเบียบราวกับการเดินขบวนของกองทัพทหาร
ตุ๊กตาดินเผามีจำนวนเยอะมาก พวกมันยังคงเดินออกมาจากตึกเรียนอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีฝุ่นสีเทาฟุ้งกระจายรอบ ๆ ตัว
“พวกมันจะไปไหน?”
เฉียนตัวตัวเกิดความสงสัยขณะจ้องมองตุ๊กตาดินเผาที่อยู่ด้านหน้าสุด
จู่ ๆ เขาก็เริ่มคาดเดา “พวกมันคงไม่คิดจะมาหาพวกเราใช่ไหม”
พูดจบทุกคนก็มองไปที่ด้านล่างของหอพักแห่งนี้ จู่ ๆ ก็มีเสียงผลักประตูดังขึ้น
“ไอ้อ้วน!!!”
หลี่เหมยถลึงตามองเขา แม้ว่าภายในใจจะรู้ดีว่าไม่ใช่ความผิดของเฉียนตัวตัว แต่ในเมื่อสิ่งที่เขาพูดเป็นเรื่องจริงและไม่สามารถหลบหลีกได้ เธอจึงอดไม่ได้ที่จะโทษเฉียนตัวตัวว่าเป็นเพราะปากอัปมงคลของเขา
“ตั๋วตั่ว ปิดกั้นเส้นทาง”
ตอนนี้ยังไม่มีตุ๊กตาดินเผาเข้ามาสู้กับพวกเขาที่นี่ เซี่ยฮุยเองก็คิดว่าไม่มีความจำเป็นต้องสู้กับพวกมันเช่นกัน เขาจึงรีบหันไปสั่งเฉียนตั๋วตั่ว
เฉียนตั๋วตั่วเข้าใจความหมายของเซี่ยฮุยได้ในทันที เธอพยักหน้าตอบรับกลับไปและปิดตาลง
การร่ายเวทย์จากระยะไกลจำเป็นต้องรวบรวมพลังจิตเพื่อใช้ในการควบคุม
พลังภายในร่างกายของเธอลดน้อยลงและย้ายไปอยู่ที่บริเวณทางขึ้นบันไดมายังชั้นนี้
เถาวัลย์หนาเท่าแขนหลายเส้นมัดตั้งแต่ด้านบนลงมาด้านล่างเพื่อปิดกั้นทางขึ้นบันไดทั้งหมดไว้
ยังไม่สิ้นสุดลงแค่นี้ ตอนที่เฉียนตั๋วตั่วเพิ่งจะใช้เถาวัลย์ขวางด้านหน้าบันไดทางขึ้น เจี่ยปิงอวี่ก็ใช้ความสามารถของเธอเพื่อเรียกกำแพงน้ำแข็งขึ้นมาขวางด้านหน้าบันไดอีกหนึ่งชั้น
จึงทำให้ตอนนี้ด้านหน้าบันไดมีสิ่งกีดขวางหนาถึงสองชั้นแล้ว
“พวกมันมากันแล้ว!”
เซี่ยฮุยมองแผนที่ขนาดเล็กของตัวเอง ตอนนี้ด้านใต้ตึกมีจุดเล็ก ๆ สีแดงหลายจุดปรากฏขึ้นแล้ว
เขามองขึ้นไปด้านบนก็พบว่ามีแค่บันไดวนเท่านั้นที่จะทำให้ขึ้นมาถึงด้านบนสุดของอาคารแห่งนี้ได้ เนื่องจากมีชั้นหมอกที่บดบังฟังก์ชันแผนที่ย่อส่วน ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถมองเห็นได้ว่าด้านบนนั้นมีอะไร
“ตึง ๆ ๆ”
ตุ๊กตาดินเผายังคงชนเข้าใส่เถาวัลย์และกำแพงน้ำแข็งอย่างไม่หยุด หมัดของพวกมันกระหน่ำซัดเข้าใส่กำแพงน้ำแข็งอย่างต่อเนื่องจนเกิดเสียงดังกึกก้องไปทั่ว
“จะไม่เป็นไรใช่ไหม?”
เจี่ยปิงอวี่ยกมือขึ้นมาเพื่อบอกทุกคนว่าทุกอย่างจะโอเค
“ถ้างั้นพวกเรา...”
“แกรก...”
ยังไม่ทันที่เซี่ยฮุยจะได้พูดจบประโยค เสียงร้าวของกำแพงน้ำแข็งก็ดังขึ้น
เจี่ยปิงอวี่หันไปมองกำแพงน้ำแข็งของตัวเองด้วยความตกตะลึง และเธอก็พบว่าบนนั้นมีรอยร้าวมากขึ้นเรื่อย ๆ
พลังจิตของเธอถูกฝังอยู่บนนั้นมาโดยตลอด แม้แต่ตัวเธอเองก็แทบไม่อยากจะเชื่อว่าตุ๊กตาดินเผาเหล่านั้นจะทำลายกำแพงน้ำแข็งของเธอได้
เจี่ยปิงอวี่ใบหน้าเคร่งขรึม หลังจากผ่านไปเพียงชั่วอึดใจสีหน้าและแววตาของเธอก็แสดงออกถึงความไม่เข้าใจมากยิ่งขึ้น
ตุ๊กเตาดินเผาเหล่านี้ไม่ได้มีพลังพิเศษ การโจมตีแต่ละครั้งก็ไม่ได้รุนแรง
แต่มันกลับทำให้กำแพงน้ำแข็งของเธอซึ่งเป็นทักษะที่สามารถรับการโจมตีของผู้แข็งแกร่งขั้น 3 ให้เกิดรอยร้าวได้
อีกทั้งยังมากขึ้นเรื่อย ๆ และไม่มีท่าทีว่าจะน้อยลง ต่อให้เธอใช้พลังเสริมเข้าไปอย่างต่อเนื่องเพื่อซ่อมกำแพงน้ำแข็งนี้ แต่รอยร้าวก็ยังเพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดอยู่ดี
“โหดมาก”
เจี่ยปิงอวี่อดไม่ได้ที่จะเอ่ยคำนี้ออกมา จากนั้นเธอก็เพิ่มความเร็วในการกระจายพลังงานเข้าไปในชั้นกำแพงน้ำแข็ง
“พรึบ ๆ ๆ ...”
เฉียนตั๋วตั่วเองก็รับรู้ได้ถึงความแข็งแกร่งของตุ๊กตาดินเผาเหล่านี้ เธอจึงเรียกเถาวัลย์ออกมาเพิ่มและโจมตีเข้าใส่ตุ๊กตาดินเผาเหล่านั้นอย่างไม่หยุดจนแหลกเป็นผุยผง
แม้ว่าพลังของตุ๊กตาดินเผาจะไม่สมเหตุสมผล แต่ร่างกายของมันถูกผลิตขึ้นมาจากดินเหนียวดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะแตกเป็นเสี่ยง ๆ ภายใต้การโจมตีเพียงครั้งเดียว
เฉียนตั๋วตั่วโจมตีตุ๊กตาดินเผาจนแตกตัวแล้วตัวเล่า แต่สีหน้าของเธอกลับไม่ได้ผ่อนคลายลงแม้แต่น้อย
เพราะตุ๊กตาดินเผาที่ถูกโจมตีจนแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ก่อนหน้านี้มันสามารถรวบรวมชิ้นส่วนและลุกกลับขึ้นมายืนได้ใหม่อีกครั้งในเวลาอันรวดเร็ว
ด้วยเหตุนี้การโจมตีด้วยการใช้เถาวัลย์ของเฉียนตั๋วตั่ว นอกจากจะช่วยลดการโจมตีบริเวณกำแพงน้ำแข็งให้ช้าลง มันก็ไม่ได้ช่วยให้เกิดประโยชน์ด้านอื่นมากไปกว่านี้
“ปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว”
เจี่ยปิงอวี่ตัดสินใจพูดกับคนอื่น ๆ ในทันที “พลังงานของฉันถูกใช้ไปมากกว่าครึ่งหนึ่งแล้ว ตุ๊กตาดินเผาเหล่านี้โจมตีโดยไม่ได้รู้สึกเหน็ดเหนื่อยขนาดนี้ ไม่ว่าจะช้าหรือเร็วสุดท้ายกำแพงน้ำแข็งของฉันก็คงจะถูกทำลายลงอยู่ดี”
“เซี่ยฮุย พวกเรายังเดินขึ้นไปด้านบนได้อีกไหม?”
พูดจบเธอก็หันมามองเซี่ยฮุย
เขาพยักหน้าตอบกลับไป ตอนนี้ด้านล่างเต็มไปด้วยตุ๊กตาดินเผา ต่อให้พวกเขากระโดดลงไปด้านล่างก็ไม่มีทางหนีจากพวกมันได้อยู่ดี
หรือจะใช้พลังทั้งหมดที่มีเพื่อสู้กับตุ๊กตาดินเผาเหล่านั้น?
การโจมตีของเฉียนตั๋วตั่วทำให้พวกเขาเห็นแล้วว่าตุ๊กตาดินเผาเหล่านั้นมีความสามารถในการฟื้นคืนชีพได้แบบไม่จำกัด ถ้าหากพวกเขาคิดจะสู้กับพวกมันสุดท้ายพลังที่มีอยู่ก็คงต้องหมดลง
เซี่ยฮุยเงยหน้ามองบันไดวนที่เชื่อมต่อไปด้านบน แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่ามันจะนำทางไปที่ใด แต่ตอนนี้เขาไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ดังนั้นสิ่งเดียวที่ทำได้คือกัดฟันตัดสินใจขึ้นไปเผชิญหน้ากับมัน
“เฉียนตัวตัวนายนำขึ้นไปก่อนนะ”
ตอนนี้ไม่มีเวลาให้พวกเขาหยุดคิดแล้ว เซี่ยฮุยรีบตัดสินใจอย่างรวดเร็ว “หลี่เหมยเธอตามหลังเฉียนตัวตัวไป ส่วนเสียวเสี่ยวอยู่ตรงกลาง ตั๋วตั่ว...อีก 5 วินาทีเธอปล่อยเถาวัลย์โจมตีได้เลย”
“ตอนนี้แหละ พวกเธอสองคนเตรียมตัวได้เลย”
เซี่ยฮุยหันไปมองสองสาวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ “3...2...1..ลงมือ!”
สิ้นสุดการนับถอยหลังของเซี่ยฮุย เจี่ยปิงอวี่และเฉียนตั่วตั่วก็รีบหมุนตัวพร้อมกัน จากนั้นเธอก็รีบเดินขึ้นบันไดตามคนอื่น ๆ ไปในทันที
พวกเธอไม่ได้ส่งพลังไปยังเถาวัลย์และกำแพงน้ำแข็งอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าการโจมตีครั้งสุดท้ายของเถาวัลย์จะรุนแรงมาก และทำให้ตุ๊กตาดินเผามากกว่าครึ่งแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ แต่ผ่านไปได้ไม่นานตุ๊กตาดินเผาเหล่านั้นก็กลับคืนสู่สภาพเดิมได้อีกครั้ง อีกทั้งยังเข้าสู่โหมดบ้าคลั่งและโจมตีเร็วขึ้นเป็นอย่างมาก
เพียงไม่กี่อึดใจ!
เสียง “ครืน” ดังขึ้นพร้อมกับกำแพงน้ำแข็งที่ถล่มลงมาและร่วงกราวลงสู่พื้น
ตอนนี้ทุกคนวิ่งขึ้นไปด้านบนแล้ว เหลือเซี่ยฮุยที่ยังอยู่ด้านหลังเพื่อคุ้มกันคนอื่น ๆ
เซี่ยฮุยสูดหายใจเข้าลึก ๆ และมองตุ๊กตาดินเผาที่กำลังวิ่งกรูเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง
เขาซัดหมัดออกไปด้วยพลังการโจมตีที่ดุเดือดดั่งพายุทอนาโด วินาทีที่หมัดซัดเข้าใส่ตุ๊กตาดินเผาที่อยู่ตรงหน้า ร่างของมันก็กระเด็นลอยขึ้นกลางอากาศทันที
ร่างของเซี่ยฮุยขยับอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วพริบตาเขาก็กระโดดขึ้นไปด้านบนบันไดและเริ่มวิ่งตามคนอื่นไปติด ๆ
ตุ๊กตาดินเผาที่วิ่งตามหลังมายังคงวิ่งอย่างต่อเนื่อง พวกมันเริ่มปีนบันไดขึ้นมาด้านบนเพื่อไล่ล่าเซี่ยฮุยและคนอื่น ๆ ราวกับหวังคร่าชีวิต