บทที่ 131 ภารกิจเฉพาะ
“ฉันเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่ากดดันตัวเองมากเกินไป เพราะแบบนี้...การแข่งขันรอบก่อนๆถึงไม่อยากให้ลงแข่ง!”
ไม่ใช่ที่ผ่านมา เติ้งเทียนเฉินไม่อยากสนับสนุนศิษย์คนนี้ ในทางกลับกัน...เขารู้สึกว่าเด็กคนนี้มักจะคิดอะไรอยู่ในใจเสมอ ทุกครั้งที่เขาแสดงออกไป เธอกลับเอาไปเป็นภาระผูกพันของตนเอง หากทำไม่สำเร็จก็จะเครียดมากๆ ในฐานะอาจารย์...เขาไม่อยากเห็นเธอเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงกับเรื่องพวกนี้
ถ้าไม่ใช่ว่าปีนี้มีอันซูหยวนเข้าร่วมการแข่งขันด้วย เขาก็คงจะไม่มอบจดหมายแนะนำให้เธอเหมือนกัน เขารู้ว่าเธอทำได้ พรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมที่เขาเลือกมากับตัวจะตกรอบแรกได้อย่างไร แต่...การแข่งขันสกุลอี้เป็นแบบนี้ เบื้องหลังที่คนระดับสูงมองออกทั้งหมด ความไร้ยางอายที่พวกเขาแสดงมันทุกๆปี เช่นนั้น...เขาจะคาดหวังชัยชนะพวกนี้ได้หรือ?
ถ้าแข่งด้วยฝีมือเพียงอย่างเดียว ต่อให้เก่งกาจขนาดไหน ก็คงจะเอาชนะกลอุบายของสกุลอี้ไม่ได้ แต่...ที่เขาคาดหวังกับอันซูหยวน นี่เป็นเพราะเธอมีทักษะที่ดี
เขาไม่ได้หมายถึงทักษะในการใช้ธนู แต่เป็นทักษะในการเอาตัวรอดต่างหาก!
หวังเป่าเป้ยเป็นเด็กฉลาดมาก ทว่าพอเป็นเรื่องเกี่ยวกับการยิงธนู เธอกลับทำมันอย่างทื่อๆซื่อตรง ราวกับคิดว่าเพียงแค่มีธนูอยู่ในมือก็จะได้รับความยุติธรรมกลับมาเอง
แน่นอนว่าเขาในฐานะอาจารย์ย่อมรู้เรื่องบางอย่างที่ตระกูลหวัง ชีวิตของเธอราบรื่นหลังจากมาเป็นศิษย์ของเขา เธอคงจะบูชาธนูมากกว่าใครๆ บางที...อาจจะมากกว่าที่เขาเชื่อมั่นในธนูของตนเองก็ได้ และเพราะเธอเป็นแบบนี้...มันจึงเป็นจุดอ่อนของเธอด้วย
เขาไม่อยากให้หวังเป่าเป้ยคิดว่าตัวเองจะต้องชนะ เพราะเธอจะทำลายตัวเองแน่นอน แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ
“อาจารย์คะ ฉันขอโทษที่ทำไม่ได้” หวังเป่าเป้ยน้ำตาไหลเต็มสองแก้ม เธอไม่แม้แต่จะบอกว่าตัวเองเจ็บมากอย่างไร ได้รับความอยุติธรรมอย่างไร มีเพียงสายตาที่มองเขาเพราะต้องการขอโทษก็เท่านั้น
“ทำอะไรไม่ได้! ที่เธอทำอยู่ มันเกินไปแล้วต่างหาก! สิ่งที่ทำให้ฉันผิดหวังที่สุดก็คือการที่เธอไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวยังไงกับสถานการณ์นี้ต่างหาก ไม่รู้หรือว่าถ้าเสี่ยงจนต้องบาดเจ็บต้องทำตัวยังไง เธอยังอยากเป็นนักธนูอยู่หรือเปล่า ถ้าหากเสียแขนไปแล้ว จะกลายเป็นตัวอะไรได้!”
ซูหยวนไม่เคยได้ยินอาจารย์เติ้งตำหนิรุนแรงแบบนี้มาก่อน เธอชะงักไปเล็กน้อย มองดูรุ่นพี่หวังและอาจารย์ที่คนหนึ่งดุด่าอย่างไม่ไว้หน้า ส่วนอีกคนยังร้องไห้หนักจนไม่รู้ว่าเข้าใจสิ่งที่อาจารย์จะสอนหรือเปล่า
ตอนนี้....ซูหยวนมองรุ่นพี่หวังด้วยความเข้าใจแปลกๆ เธอรู้สึกว่ารุ่นพี่หวังกำลังแบกความกดดันที่อาจารย์ไม่เคยทิ้งเอาไว้ให้อยู่ไม่ใช่หรือ? เธอทำแบบนี้...มีแต่จะเจ็บตัวเท่านั้น
“อาจารย์ ในฐานะนักธนู ฉัน...”
“ในฐานะนักธนู เธอสอบตก”
“อาจารย์คะ!” หวังเป่าเป้ยไม่คิดเลยว่าอาจารย์จะปฏิเสธการเป็นนักธนูของเธอโดยตรงเช่นนี้ ดวงตาของเด็กสาวเบิกกว้าง ถ้าไม่มีธนู...ถ้าไม่มีอาจารย์....อย่างนั้นชีวิตของเธอหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร
“กลับไปทบทวนให้ดี ไม่ต้องฝึกธนูจนกว่าจะได้คำตอบ!” อาจารย์เติ้งส่ายหน้า เขาส่งสายตาผิดหวังให้หวังเป่าเป้ย เด็กสาวยังคงไม่เข้าใจทั้งหมด เธอปิดหน้าแล้วทิ้งตัวร้องไห้ต่อไปอยู่อย่างนั้น
ซูหยวนไม่สามารถพูดอะไรได้ อาจารย์เติ้งอยากให้รุ่นพี่ทำความเข้าใจด้วยตัวเองว่าเดินพลาดที่ตรงไหน สำหรับเธอ...อาจารย์เติ้งไม่ได้คาดหวังให้ศิษย์ของเขาเอาชนะการแข่งขันด้วยซ้ำ แต่รุ่นพี่หวังกลับไม่เข้าใจ แถมยังพาตัวเองไปในจุดอันตรายอีก ถ้าเธอไม่มุ่งมั่นขนาดนั้น รู้ว่ากำลังจะเสียเปรียบแล้วตะโกนยอมแพ้หรือถอยหลังออกมาตั้งแต่แรก เธอก็คงจะไม่ต้องบาดเจ็บหนักแบบนี้
อาจารย์เติ้งถอนหายใจ เขาส่งสัญญาณให้เธอติดตามตนเองไป ไม่ยอมให้อธิบายทั้งหมดกับรุ่นพี่ เชื่อเถอะว่าการที่เธอจะคิดได้เองนั้นมีประโยชน์มากกว่า เวลาที่พักรักษาตัวนี้ก็เก็บไปคิดทบทวนว่าตัวเองพลาดอย่างไร
อีกอย่าง ถ้าอาจารย์เติ้งไม่สั่งห้ามให้ฝึกธนู ต่อให้บาดเจ็บแบบนี้ รุ่นพี่หวังก็คงจะเอาธนูออกมาซ้อมยิงแน่นอน...นับว่าอาจารย์เข้าใจศิษย์ของตนเองดีที่สุดแล้ว
ทางซูหยวน หลังจากที่แยกตัวออกมาพร้อมกับอาจารย์ เขาก็พาเธอไปยังตระกูลอี้ รับผลประโยชน์ที่ควรจะได้
“เงิน 92,000 เครดิต แกนพลังงานจากพวกกลายพันธุ์เขต A 92 แกนพลังงาน และของรางวัล....ธนูระดับสูงที่สะสมโดยตระกูลอี้ ขอเพียงใส่แกนพลังงานเอาไว้ตลอด ธนูนี้ก็จะปล่อยลูกศรที่มีพลังธาตุไฟเคลือบไว้ในการทำลายด้วย” เจ้าหน้าที่อธิบายคร่าวๆให้ซูหยวนได้ฟัง
ปีก่อนๆที่เด็กตระกูลอี่เคยได้รับแกนพลังงานมากขนาดนี้ พวกเขาไม่ได้ดีใจมากนัก เพราะแกนพลังงานเหล่านั้น ที่จริงแล้วเป็นการรวบรวมจากเด็กตระกูลอี้หลายคน ดังนั้นจึงมีข้อตกลงกันไว้แล้วว่าจะแบ่งให้เท่าๆกัน สุดท้ายพวกเขาก็เหลือแค่คนละ 7-8 แกนพลังงานเท่านั้น
ต่างกับเด็กคนนี้ เธอล่าเพียงคนเดียวก็ได้ไปแล้ว 92 แกนพลังงาน นี่ยังไม่นับว่าใช้เวลาไปแค่ 3 ชั่วโมงเท่านั้น ตอนนี้จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่เธอกลายเป็นสิบเอกของกองทัพได้ตั้งแต่อายุเท่านี้ ในตระกูลอี้...ไม่มีใครเทียบเธอได้ ต่อให้เป็นเด็กตระกูลหลักของพวกเขาก็ตาม
“ใช้แกนระดับต่ำแลกกับแกนพลังงานจากเขต B” อาจารย์เติ้งที่ยืนฟังอยู่ข้างๆให้คำแนะนำ ซูหยวนเลิกคิ้วเล็กน้อย ท่าทางประหลาดใจของเธอทำให้อาจารย์เติ้งอธิบายเพิ่มเติม
“ตระกูลอี้จะมอบแกนพลังงานจากเขต A ตามที่ล่ามาได้ แต่พวกเขาก็มีเงื่อนไขพิเศษอยู่ โดยการให้รุ่นเยาว์ได้รับแกนพลังงานที่ดีกว่าเดิม ยกตัวอย่างเช่นคนที่มีความแข็งแกร่งมากแล้ว แกนพลังงานเขต A ไม่ได้มีประโยชน์มากนัก ดังนั้นใช้แกนพลังงานแลกเป็นของเขต B จะทำประโยชน์ได้มากกว่า”
“มีแบบนี้ด้วยหรอคะ”
“ใช่ ตระกูลอี้จะยอมให้ใช้แกนพลังงานเขต A ที่เป็นของรางวัล 3 แกน แลกแกนพลังงานเขต B ได้ 2 แกนพลังงาน”
ซูหยวนฟังคำของอาจารย์ก่อนจะคลี่ยิ้ม ปกติแล้วแกนพลังงานเขต A มีราคาประมาณ 700 – 1,000 ต่ออัน ในขณะที่แกนพลังงานเขต B จะอยู่ที่ 1,500 – 2,000 เครดิต ดังนั้นการที่ใช้ 3 แกนพลังงานจากเขต A เพื่อแลกเปลี่ยน บางคนอาจจะมองว่าคุ้มค่า เพราะไม่ต้องเสียเวลาไปขายแล้วไปซื้อใหม่ ถึงอย่างไรพวกเขาก็ต้องใช้แกนพลังงานเหล่านี้เพื่อฝึกฝนอยู่ดี
นอกจากนี้ เก็บแกนพลังงานเอาไว้ ยิ่งนานเท่าไร คุณค่าของแกนพลังงานก็จะลดลงไป ยกตัวอย่างเช่น แกนพลังงานที่เพิ่งล่าได้จะขายได้ 1,000 เครดิตต่อชิ้น แต่ถ้าข้ามวันไปแล้ว จะเหลือราคา 900 เครดิตต่อชิ้นเป็นต้น หากเก็บเอาไว้เป็นเวลานานแล้วค่อยมาแลก ก็เหลือเพียง 700 เครดิตเท่านั้น
ยิ่งคนที่ไม่เคยขาย ไม่ค่อยมีความรู้ โดยเฉพาะพวกที่อยู่เขตชั้นในและเป็นนักล่า พวกเขาไม่สนใจหรอกว่าจะได้เครดิตมากน้อยเท่าไร ที่สนใจมีแค่แกนพลังงานระดับสูงเท่านั้น
ทว่า....ซูหยวนเหมือนกันกับพวกเขาหรือ?
เธอมีฟาร์มที่จะเก็บพลังงานของแกนกลายพันธุ์เหล่านั้นเอาไว้ได้ ต่อให้ขายในอีก 10 วันให้หลัง เธอก็ยังขายได้ 1,000 เครดิตอยู่ดี อาจารย์เติ้งเป็นห่วงที่เธอจะต้องแบกแกนพลังงานจำนวนมากเหล่านี้กลับไป ยิ่งแปลงให้เป็นแกนพลังงานระดับสูงกว่า จำนวนก็จะน้อยลง แถมเขาก็ไม่อยากให้เธอเสียเวลาในการฝึกฝนไปทำเรื่องไร้สาระเพื่อเงินไม่กี่เครดิตด้วย
แน่นอนว่าซูหยวนเข้าใจความหวังดีนี้ แต่สำหรับเธอ...พลังงานพวกนี้ไม่จำเป็นสักนิด
“อาจารย์คะ ฉันมีเรื่องด่วนที่ต้องใช้เงิน ดังนั้น...”
“หืม? ไม่ใช่ว่าคนตระกูลจางนั่นให้เงินจำนวนมากกับเธอหรอกหรอ ได้ยินว่าเธอสามารถซื้อบ้านในเขตชั้นกลางได้แล้ว...”
“ใช่ค่ะ เพราะแบบนั้น...เงินก็เลยหมด” ซูหยวนหัวเราะแห้งๆ อาจารย์เติ้งส่ายหน้าเล็กน้อย เขาก็ไม่ได้อยากก้าวก่ายชีวิตของนักเรียนมากเกินไป นอกจากนี้...เด็กคนนี้มีความคิดเป็นของตนเอง เธอคงไม่ทำให้ตนเองเสียเปรียบหรอก
“เอาอย่างนั้นก็ได้ ฉันก็แค่แนะนำเท่านั้น”
“ขอบคุณมากค่ะอาจารย์” ซูหยวนยิ้มบางเบาก่อนจะเก็บแกนพลังงานเขต A ทั้ง 92 ชิ้นมาไว้กับตัว
อาจารย์ไม่ได้ว่าอะไรอีก ยังไงก็เป็นแค่แกนพลังงานระดับต่ำที่แทบจะเหมือนก้อนหินสำหรับเขาเท่านั้น นักเรียนอันคนนี้ก็มีระดับพลังงานที่สูงมาก เธอมีโอกาสในอนาคตที่จะล่าด้วยตัวเองอยู่แล้ว
“ฉันมาที่นี่เพื่อพาเธอไปด้วยกันที่หนึ่ง” ในที่สุด อาจารย์ก็ได้กล่าวความต้องการของเขาเสียที สาเหตุที่เขามาที่นี่ไม่ใช่เพื่อเป็นเกียรติให้ตระกูลอี้ การแข่งขันที่เต็มไปด้วยความอยุติธรรมเช่นนี้ คิดว่าเขาจะสนับสนุนหรือ?
แม้ว่าศิษย์ของเขาจะเอาชนะมาได้ แต่มันก็ไม่ใช่เพราะฝีมือทั้งหมด แม้แต่เขาที่ดูการแข่งขันอยู่ ก็ยังไม่เข้าใจว่าอันซูหยวนมีวิธีอย่างไรเพื่อที่จะตามหาตำแหน่งของพวกกลายพันธุ์เหล่านั้นพบ
ตัวเขาที่จะทำถึงขั้นนี้ได้ ยังต้องผ่านการขัดเกลาสัญชาติญาณ และอาศัยวิชาลับเฉพาะตัวเพื่อตรวจสอบตำแหน่งศัตรูได้ ไม่คิดว่านักเรียนที่เพิ่งเรียนรู้การใช้ธนูจะก้าวข้ามขั้นตอนนี้ไปแล้ว
ดูเหมือน...งานต่อไปนี้ก็คงจะไม่ได้ยากเย็นเท่าไรนักสำหรับเธอ
ซูหยวนไม่ได้ถามว่าอาจารย์จะพาไปที่ไหน เธอรู้ว่าอาจารย์หวังดีต่อตนเองแน่ ดังนั้นจึงตามเขาไปจนถึงเขต C ที่นี่ยังคงมีค่ายทหารที่เอาไว้ใช้เคลื่อนย้ายคนของกองทัพไปยังเขตอื่นๆ เส้นทางที่ปลอดภัยนี้ตั้งกำแพงสูง และมีการตรวจสอบที่แน่นหนายิ่งกว่าเขตอื่นๆ โดยเฉพาะการที่ต้องโรยผงไล่หนูขาวจำนวนมากด้านล่าง
“นี่เป็นเขตที่เต็มไปด้วยหนูขาวกลายพันธุ์ เธอน่าจะรู้...” อาจารย์เติ้งกล่าวอย่างมีนัยสำคัญบางอย่าง
“............” ซูหยวนเข้าใจทันที ตอนที่ทำภารกิจครั้งก่อน เธอได้ให้ราชาหนูขาวเอาหลอดไวรัสไปส่งกับพวกผู้นำ เวลานั้นอาจารย์เติ้งก็คงอยู่ที่นั่นด้วย ไม่น่าแปลกใจเลยที่เขาจะมองเธอด้วยสายตาแปลกๆ
“เข้าไปด้านใน นี่เป็นภารกิจลับเฉพาะของเธอ อันที่จริง...ถ้าไม่ใช่เพราะวันนั้น คงไม่มีภารกิจนี้” อาจารย์เติ้งกล่าวขณะเดินไปข้างหน้า เขารู้ว่านี่เป็นการรบกวนนักเรียนของตนเองมากเกินไป ภารกิจนี้ไม่ควรจะเป็นของเขาและศิษย์ด้วยซ้ำ แต่หลังจากที่พวกผู้นำเห็นความสามารถของซูหยวน พวกเขาก็คิดแผนการนี้ขึ้นมาได้
ก่อนที่จะมอบภารกิจนี้ให้กับหน่วยปฏิบัติการอื่น พวกเขาอยากจะสอบถามซูหยวนว่ามีวิธีการที่ดีกว่าหรือไม่ ถ้าหากเธอทำได้ เช่นนั้นภารกิจนี้ก็จะมอบให้เธอ แถมยังสามารถเก็บความลับของกองทัพได้มากกว่าเดิมด้วย
ซูหยวนไม่ได้รับรายละเอียดอะไร เห็นได้ชัดว่าอาจารย์เติ้งไม่ต้องการให้คนนอกรู้เกี่ยวกับมันจริงๆ ความลึกลับของเขาทำให้เธอสนใจภารกิจนี้มากขึ้น ห้องประชุมที่พวกเขาจัดขึ้นเป็นห้องประชุมของพวกผู้นำ เมื่อเธอเข้าไป ก็มีเหล่าผู้นำที่นั่งรออยู่ 3-4 คนแล้ว
“พันเอกเติ้ง จ่าสิบตรีอัน...ทั้งสองคนมาแล้วหรือ? เชิญนั่งก่อนๆ” ซูหยวนเห็นผู้นำใจดีคนหนึ่งกล่าวต้อนรับ ด้านหน้าของพวกเขามีแผนที่เขต C ขนาดใหญ่วางอยู่ด้วย มีธงแดงปักอยู่ตำแหน่งหนึ่ง และที่เหลือก็เป็นธงสีเหลือง ไล่ตั้งแต่ตำแหน่งของพื้นที่ทหารไปจนถึงธงแดงนั้น
“นักเรียนอันยังเป็นสิบเอกอยู่ครับ การประกาศเลื่อนตำแหน่งยังไม่เป็นทางการ...” เติ้งเทียนเฉินติงเรื่องชื่อเรียกขึ้นมาเล็กน้อย
“ฮ่าๆ พันเอกเติ้ง เรื่องนี้เซ็นอนุมัติไปแล้ว ต่อให้ไม่พูดตอนนี้ ตำแหน่งก็ไม่ได้เปลี่ยนอยู่ดี”
“แต่....”
“เอาน่า ยังไงก็คนกันเองทั้งนั้น อีกอย่าง...วันนี้ก็รบกวนจ่าสิบตรีอันจริงๆ ได้ยินว่าเธอสามารถเอาชนะการแข่งขันยิงธนูที่ตระกูลอี้จัดขึ้นได้ใช่ไหม ถือว่ายอดเยี่ยมจริงๆ ขนาดลูกชายของฉันเข้าแข่งขัน เขาก็ยังพ่ายแพ้กลับมาเลย ฮะ ฮะ” ผู้นำหัวเราะ แต่ท่าทางของเขาเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
ดูท่าว่า การแข่งขันสกุลอี้นั้นคงจะเป็นที่เลื่องลือไม่น้อย ถ้าไม่มีกลโกงเหมือนเธอ ต่อให้เป็นลูกของผู้นำกองทัพก็ยังยากจะเอาชนะได้...
“ป่านนี้พวกตระกูลอี้คงจะอกแตกตายแล้ว”
“พวกตระกูลหลักไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้หรอก พวกเขาอยากรู้ผลของเด็กในตระกูลเท่านั้น แต่พวกตระกูลรองที่อยากจะเอาทรัพยากรไว้เพียงลำพัง ตอนนี้คงจะน้ำตาตกใน”
“นับว่าจ่าสิบตรีอันเอาคืนให้พวกเราแล้วจริงๆ”
ความอัปยศที่หลายคนได้รับ ถูกอันซูหยวนกู้คืนมาให้แล้ว! ไม่น่าแปลกใจเลยที่พวกเขาจะชื่นชมเธอมากขึ้นไปกว่าเดิมอีก
“เอาล่ะๆ ไม่พูดเรื่องพวกนั้นแล้ว จ่าสิบตรีอันควรจะได้ไปพักผ่อนหลังการแข่งขันที่น่าปวดหัวนั้นเสียที”
“อืม เอาตามนั้นเถอะ ถ้าอย่างนั้นก็มาพูดเรื่องรายละเอียดภารกิจที่อยากจะให้จ่าสิบตรีอันช่วยเหลือ...”
พวกผู้นำมองซูหยวน ท่าทางราวกับต้องการขอร้องให้เธอช่วยเหลืออย่างจริงใจ การแสดงออกที่อบอุ่นและไม่ถือตัวนี้ทำให้ซูหยวนประทับใจมาก ถ้าไม่ใช่เพราะประธานจางคนนั้นมอบโอกาสให้เธอมากมาย บางทีเธอก็อาจจะอยากเปลี่ยนสถานที่ทำงาน กลายมาขึ้นตรงกับกองทัพแทนองค์กรนักล่าสกุลจางก็เป็นได้...
โดยที่จางอู่หยางไม่ได้รู้ตัวว่าตัวเองเกือบจะถูกแย่งตัวคนไปแล้ว เขากลับกำลังยุ่งอยู่กับการตรวจสอบเรื่องไร้สาระที่ตระกูลอี้ได้ทำ โชคดีแค่ไหนแล้วที่ซูหยวนของเขาไม่ได้รับบาดเจ็บ ถ้าไม่อย่างนั้น...เขาจะทำให้การแข่งขันสกุลอี้ในปีหน้า กลายเป็นเพียงการแข่งขันของพวกเงา พูดให้ถูกก็คือ...ด้วยอำนาจเงินของเขา เขาสามารถจัดการแข่งขันนักธนูที่ยุติธรรมกว่าในวันเดียวกับที่สกุลอี้จัดก็ได้ เขาไม่เชื่อหรอกว่าผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆจะไม่มาที่เขาหมดน่ะ
แต่ก็ช่างเถอะ....คนของเขาสนุกไปกับมัน อย่างนั้นเขาจะเอาคืนเล็กๆน้อยๆก็พอ เอาไว้ปีหน้าค่อยดูอีกทีว่าซูหยวนยังชอบเล่นกับพวกมันอยู่หรือเปล่า เมื่อไรที่เธอหมดสนุก...ค่อยทำลายทิ้งเอาก็ได้
………………………………………..