หลิวลี่ปี้ที่เดิมทีก็ไม่ใช่คนที่จะยอมคน แต่ด้วยความกดดันหลายๆอย่างจึงทำให้ตลอดหลายปีมานี้นางทำได้แค่ก้มหน้าทำตามคำสั่งมาตลอดเพราะไม่อยากให้ท่านพ่อและท่านแม่ของนางต้องเดือดร้อน แต่วันนี้นางได้ยินคำพูดของน้องสาวแล้วก็ทำให้นางเริ่มคิดบางอย่างขึ้นมาอีกครั้ง
บางอย่างที่นางเองก็ถอดใจและเลิกคิดฝันไปนานแล้ว!!!
วันนี้คำพูดของน้องสาวได้จุดไฟความหวังของนางขึ้นมาอีกครั้ง ใช่แล้ว! นางไม่จำเป็จะต้องมอบของดีๆให้กับคนพวกนั้นสักหน่อย เหมยเออร์พูดถูก ถ้านางได้ของดีนางควรจะเก็บไว้ให้คนในครอบครัวนางจะดีกว่า เมื่อคิดตกแล้วนางจึงหันหลังเดินไปหากิ่งไม้มาก่อไฟให้น้องสาวอย่างคล่องแคล่ว
หลิวเหมยลี่เห็นว่าพี่สาวก่อไฟเสร็จแล้วก็เอามันเทศยี่สิบหัวเดินมาวางกองข้างๆกองไฟก่อนจะค่อยๆโยนมันเทศลงกองไฟ หลิวลี่ปี้เองก็นั่งช่วยน้องสาวเผามันเทศอย่างใจเย็น นางเองก็อยากจะรู้ว่ามันเทศที่น้องสาวบอกว่ากินได้นี้จะมีรสชาติเช่นใด?
"สุกแล้ว" หลิวเหมยลี่พูดขึ้นในขณะที่มือก็ใช้ไม้เขี่ยมันเทศที่สุกแล้วออกมาจากกองไฟ แล้วนำมันเทศหัวใหม่ใส่ลงไปในกองไฟใหม่
หลังจากเขี่ยมันเทศชุดแรกออกมาแล้วใส่มันเทศชุดใหม่ไปเผาเพิ่ม หลิวเหมยลี่นำมันเทศหนึ่งหัวส่งให้กับหลิวลี่ปี้และหยิบอีกหัวขึ้นมาเป่าให้คลายร้อนลงอีกนิดหน่อยก่อนจะค่อยๆปอกเปลือกมันเทศออก กลิ่นหอมที่ไม่เคยได้กลิ่นมาก่อนทำเอาหลิวลี่ปี้กลืนน้ำลายลงคออึกแล้วอึกเล่า
"พอเราปอกเปลือกออกแล้วก็กินได้เลยเ้าค่ะ" หลิวเหมยลี่พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มมีความสุข นางมองเห็นพี่สาวที่เอาแต่นั่งจ้องมันเทศในมือนางไม่ยอมปลอกเปลือกมันเทศในมือของตนเองก็ได้แต่ยิ้มอ่อนแล้วส่งมันเทศที่นางปลอกแล้วไปให้พี่สาวก่อนจะหยิบเอามันในมือพี่สาวมาปลอก
"กินเถอะเ้าค่ะ มันที่เหลือเราจะเก็บไว้ให้ท่านพ่อท่านแม่กับพวกพี่ชายกินคืนนี้" หลิวเหมยลี่พูดจบก็กัดมันเทศเข้าไปคำโตก่อนจะหลับตาพริ้มยิ้มน้อยๆแล้วเคี้ยวมันเทศหอมหวานอย่างมีความสุข
หลิวลี่ปี้เห็นน้องสาวกินแล้วก็ไม่รอช้าเช่นกัน นางก้มหน้ากัดมันเทศไปหนึ่งคำแล้วค่อยๆเคี้ยวก่อนจะเบิกตากว้างขึ้นแล้วหันไปยิ้มให้หลิวเหมยลี่ "เหมยเออร์ มันเทศนี่มันอร่อยมากกก!!"
"อร่อยก็กินให้อิ่มนะเ้าคะ รอมันเทศพวกนี้สุกพวกเราค่อยลองไปเดินหาดูแถวๆนี้ว่ายังมีเถามันเทศอีกหรือไม่?" หลิวเหมยลี่ยิ้มให้พี่สาว ยิ่งเห็นพี่สาวมีความสุขเพียงแค่ได้กินมันเทศหัวเดียวแค่นี้ในใจก็รู้สึกทั้งสงสารทั้งเอ็นดูยิ่งนัก
"ตกลง! ครั้งนี้พี่สามจะช่วยเ้าหาเถามันเทศให้ได้เลย เถามันเทศนี้ข้าจำไว้แล้ว" หลิวลี่ปี้พูดอย่างกระตือรือร้นก่อนจะรีบก้มหน้ากินมันเทศแสนอร่อยอย่างรวดเร็ว
หลังจากทั้งสองคนช่วยกันเผามันเทศจนเสร็จแล้วก็ช่วยกันขนใส่ตระกร้า ก่อนจะพากันเดินหาดูแถวๆลำธารนั้นจนทั่ว ซึ่งก็ได้มันเทศมาอีกไม่น้อยเลย เพียงพอให้ครอบครัวของพวกนางมีอาหารกินอิ่มท้องไปอีกหลายวันทีเดียว
"ชู่ววว!" ระหว่างที่สองพี่น้องกำลังเดินเข้าไปในป่าที่ลึกขึ้น หลิวเหมยลี่ดึงแขนหลิวลี่ปี้เอาไว้ก่อนจะส่งสัญญาณให้พี่สาวเงียบเสียง "ข้าได้ยินเสียงไก่อยู่ทางนั้น พวกเราไปดูกันเถอะ"
พูดจบหลิวเหมยลี่ก็ค่อยๆก้าวเดินไปตามเสียงอย่างแ่เบา โดยมีหลิวลี่ปี้ที่ค่อยๆย่องตามหลังนางมาไม่ห่าง พวกนางเดินมาได้ไม่ไกลก็เห็นฝูงไก่ป่ากำลังจิกกินผลไม้ป่าที่หล่นลงมาจากต้น เพียงเท่านี้ดวงตาของสองพี่น้องก็เป็ประกายขึ้นมาทันที
"พี่สาว ท่านอยู่ตรงนี้นะเ้าคะ ข้าจะเดินอ้อมไปอีกฝั่ง หากว่ามีไก่วิ่งมาทางนี้ท่านรีบนำตระกร้านี้จับมันให้ได้นะเ้าคะ" หลิวเหมยลี่หันมากระซิบบอกหลิวลี่ปี้ มือก็ขนของออกจากตระกร้าด้วยความคล่องแคล่วก่อนจะรีบเดินอ้อมไปอีกทางเพื่อหาจังหวะจับไก่ป่าทีเผลอ
หลิวเหมยลี่ค่อยๆย่องไปหาไก่ตัวที่ใหญ่ที่สุดและอยู่ใกล้นางที่สุด ในจังหวะที่ไก่กำลังจิกกินอาหารจนลืมระวังภัยนางจึงรีบะโไปหาไก่ตัวนั้นด้วยความรวดเร็วพร้อมกับนำตระกร้าขังไก่ตัวใหญ๋เอาไว้ได้!
กะต๊ากๆๆๆ!!!
ไก่ที่เหลือเห็นเช่นนั้นก็พากันแตกตื่นร้องลั่นพร้อมกับวิ่งหนีไปตัวล่ะทิศล่ะทาง หลิวลี่ปี้ที่เฝ้ารอโอกาสจัดการกับไก่ที่เซ่อซ่าวิ่งมาทางนางอย่างไม่คลาดสายตา เมื่อเห็นว่ามีไก่สองสามตัววิ่งมาทางนางแล้ว หลิวลี่ปี้ก็ยกตระกร้าขึ้นเตรียมพร้อมเอาไว้จนกระทั่งระยะห่างใกล้พอแล้วนางก็รีบใช้ตระกร้าครอบไก่เอาไว้ได้อีกหนึ่งตัว!
"ได้แล้วๆ!! ข้าจับไก่ได้เหมือนกัน!!" หลิวลี่ปี้ร้องะโขึ้นด้วยความดีใจอย่างถึงที่สุด นี่เป็ครั้งแรกที่นางจับไก่ได้เชียวนะ จับไก่ได้เท่ากับว่านางและทุกคนจะได้กินเนื้อ!!
เนื้อที่นางได้แต่มองคนบ้านใหญ่และบ้านรองได้กิน นางอยากจะรู้ว่ารสชาติของเนื้อจะอร่อยหรือไม่? นางอยากกินเนื้อ!
"พี่สาว ท่านกดตะกร้าเอาไว้แน่นๆก่อนนะเ้าคะ อย่าปล่อยให้ไก่หลุดไปได้เชียว" หลิวเหมยลี่ร้องบอกหลิวลี่ปี้ในขณะที่มือของนางกำลังดึงเถาวัลที่อยู่ใกล้ๆมามัดขาไก่เอาไว้อย่างแ่า
หลิวลี่ปี้พยักหน้าหงึกๆอย่างเชื่อฟัง นางกดกระกร้าที่ขังไก่เอาไว้อย่างแน่น ตาก็จ้องมองการกระทำของน้องสาวที่ดูเปลี่ยนไปมากไม่วางตา
หลิวเหมยลี่มัดไก่ตัวแรกเสร็จก็จับใส่ลงไปในตระกร้าก่อนจะเดินมามัดไก่ตัวที่หลิวลี่ปี้จับได้แล้วโยนลงตระกร้าด้านหลังของนาง สองพี่น้องหันหน้ามายิ้มกว้างให้กันด้วยความดีใจ
"ไก่สองตัวนี้ข้าไม่อยากจะเอากลับไปที่บ้านเลย ข้าไม่้าให้คนเห็นแก่ตัวพวกนั้นได้กิน เฮ้อ!…หากพวกเราแยกบ้านออกไปจากคนพวกนั้นได้ก็คงจะดีมากเลย" หลิวลี่ปี้พูดขึ้นอย่างน่าสงสาร
"ข้าเองก็คิดเช่นนั้นเหมือนกันเ้าค่ะ ข้ากำลังคิดหาวิธีแยกบ้านโดยที่ครอบครัวของพวกเราไม่ผิด แต่หากจะทำเช่นนั้นได้คงมีแต่หาทางให้ท่านย่าเป็คนเอ่ยปากแยกบ้านกับพวกเราเองเท่านั้น ซึ่งเื่นี้มันยากมาก!" หลิวเหมยลี่พูดขึ้นอย่างหนักใจไม่ต่างกัน
"อืมม..เื่นี้ข้าคิดว่าพอจะมีวิธีอยู่นะ เมื่อปีก่อนเ้าจำได้หรือไม่ว่าเคยมีข่าวของท่านนักพรตที่เดินทางผ่านหมู่บ้านอะไรสักอย่าง ตอนนั้นได้ยินว่านักพรตเฒ่าทักดวงชะตาของครอบครัวหนึ่งโดยบอกว่าดวงชะตาของบุตรสาวของพวกเขาเป็ดวงอับโชค หากนางยังอยู่ที่บ้านนั้น ครอบครัวของพวกเขาก็จะไม่มีวันได้ลืมตาอ้างปาก ต้องอยู่อย่างอดยากเช่นนั้นไปจนตาย ที่สำคัญโรคภัยต่างๆก็จะเกิดกับคนในครอบครัว
ตอนนั้นนักพรตเฒ่ายังบอกอีกว่า หากบุตรสาวผู้นั้นออกจากตระกูลไปแล้ว ครอบครัวนั้นก็จะรุ่งเรืองมีกินมีใช้ไม่อดยากอีกต่อไปด้วย ซึ่งครอบครัวนั้นต่างก็เชื่อและพากันขับบุตรสาวผู้นั้นออกจากบ้าน ผ่านไปเพียงสี่วัน ครอบครัวของพวกเขาก็ได้พบสมุนไพรล้ำค่าและนำไปขายได้เงินมาหลายร้อยตำลึงเงินเลยเชียว" หลิวลี่ปี้พูดขึ้นเมื่อนึกถึงเื่นี้ขึ้นมาได้
"พี่สาว...ท่านหมายถึงพวกเราควรจะใช้แผนนี้กับท่านย่าใช่หรือไม่เ้าคะ?" หลิวเหมยลี่เอ่ยถามออกไปด้วยความกระตือรือร้น เื่ที่พี่สาวเล่ามานั้นนางไม่เคยรู้มาก่อนเพราะเ้าของร่างเดิมเป็เด็กเก็บตัวไม่ค่อยพูดคุยหรือสนใจเื่ภายนอกเท่าไรนัก
หลิวลี่ปี้พยักหน้าหงึกๆก่อนจะพูดขึ้น "เหมยเออร์ เ้าน่ะไม่รู้อะไรซะแล้ว ท่านย่าของพวกเรานะเป็อีกคนที่เชื่อเื่พวกนี้เป็อย่างมาก หากว่า………."
เมื่อพูดถึงเื่นี้ สองพี่น้องก็พากันนั่งวางแผนร่วมกันอย่างออกรส กว่าจะรู้ตัวอีกทีพระอาทิตย์ก็คล้อยต่ำลงไปมากแล้ว ดังนั้นทั้งสองคนจึงได้รีบพากันเดินย้อนกลับไปเส้นทางเดิม ตอนนี้เข้ายามเซินแล้ว ชาวบ้านที่ขึ้นเขามาหาของป่าก็พากันกลับบ้านไปจนแทบจะหมดแล้วเช่นกัน
ระหว่างทางพวกนางก็ช่วยกันเก็บฟืนกันมาด้วย จนกระทั่งเดินมาเกือบจะถึงตีนเขาแล้ว หลิวเหมยลี่จึงหันซ้ายแลขวาจนแน่ใจแล้วว่าแถวนี้ไม่มีใครอื่นนอกจากพวกนางสองคน นางจึงรีบนำฟืนใส่ลงไปในตระกร้าเพื่อใช้ฟืนปิดมันเทศและไก่ป่าทั้งสองตัว ส่วนผักป่าก็แบ่งใส่ตระกร้าของหลิวลี่ปี้ไปเล็กน้อยเท่านั้น
'ใส่ไปเพียงเท่านี้ล่ะ เื่อะไรข้าจะต้องมอบผักป่ามากมายให้คนน่ารังเกียจพวกนั้นด้วยเล่า? นอนฝันไปเถิด!!'
หลิวลี่ปี้เห็นน้องสาวทำแบบนั้นนางก็ไม่ได้พูดอะไร ในใจของนางกำลังพอใจกับการกระทำของเหมยเออร์มากกว่า เห็นแบบนี้แล้วก็อดตำหนิตนเองในใจไม่ได้ที่เมื่อก่อนนางช่างใสซื่อยิ่งนัก นางไม่น่ามอบของทั้งหมดให้บ้านใหญ่บ้านรองเช่นนั้นเลยจริงๆ หลายปีมานี้นางช่างโง่เขลานัก!!
สองพี่น้องเดินมาถึงบ้านก็เห็นท่านแม่ของพวกนางทำอาหารเย็นเสร็จแล้วพอดี หลิวลี่ปี้แยกตัวเอาผักป่าไปเก็บเอาไว้ในครัวบ้านใหญ่เหมือนทุกวัน แต่วันนี้นางช่างโชคไม่ดีเอาเสียเลย เมื่อก้าวขาเข้ามาในครัวก็บังเอิญเจอป้าสะใภ้ใหญ่อยู่ในครัวพอดี ดังนั้นจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องทนฟังคำพูดไม่น่าฟังของอีกฝ่าย
"อะไรกัน…เ้าไปทั้งวันกลับได้ผักป่ากลับมาเพียงเท่านี้เองหรือ? ช่างเป็ตัวไร้ประโยชน์จริงๆ!!" นางหวงซื่อเอ่ยปากขึ้นมาต่อว่าอย่างไม่พอใจ สายตาก็ถลึงมองหลิวลี่ปี้อย่างเอาเื่
"วันนี้มีชาวบ้านขึ้นเขาไปเยอะกว่าทุกวันทำให้ผักป่าส่วนมากถูกคนอื่นเก็บไปแทบไม่เหลือแล้วเ้าค่ะ ข้ากับเหมยเออร์ไปช้าจึงได้ผักกลับมาไม่มากนัก" หลิวลี่ปี้ก้มหน้าตอบอีกฝ่ายด้วยท่าทางหวาดกลัวเหมือนทุกครั้ง
นางหวังซื่อได้ยินเสียงดังจากในครัวก็เดินมาทันได้ยินคำพูดของหลิวลี่ปี้พอดี ด้วยนิสัยละโมบของนางหวังซื่อแล้วจะพอใจกับผักน้อยนิดอย่างนั้นหรือ? แน่นอนว่าหญิงชราปากร้ายย่อมไม่ยอมและไม่คิดจะเก็บปากเก็บคำอยู่แล้ว "ได้มาเพียงแค่นี้จะไปพอกินได้อย่างไร? พวกเ้าสองคนพี่น้องออกไปทั้งวันกลับได้ของมาแค่นี้ วันนี้พวกเ้าบ้านสามก็ไม่ต้องกินข้าวแล้ว พรุ่งนี้เ้าสองคนพี่น้องก็รีบตื่นขึ้นเขาั้แ่เช้าด้วย หากไม่เชื่อฟังก็อดตายไปเสีย!!"