ตอนที่12 ความตายของหลางหลิน!
ฉั้วๆ--!
เสียงกระบี่และดาบฟาดฟันสัตว์อสูรระดับ 1 ตลอดทาง ตอนนี้ร่างกายของพวกเขาต่างก็เต็มไปด้วยบาดแผล เลือดของพวกเขาไหลรินออกมาเหมือนกับสายน้ำ
คนที่บาดเจ็บมากที่สุด ดูเหมือนจะเป็นจางหยางหรุยนั่นเพราะเขาอ่อนแอที่สุดในทั้ง 3 คน
"ที่นี่งั้นเหรอ นี่มันใช่ขุมทรัพย์แน่หรือ?" หลวงอี้คงขมวดคิ้วแน่น
ตอนนี้พวกเขามาถึงห้องห้องหนึ่ง ขนาดของห้องราวๆ 200 เมตร ซึ่งพื้นที่ก็ดูโล่งกว้างเป็นอย่างมาก
ตามที่จางหยางหรุยบอก ที่นี่ควรจะเป็นห้องสมบัติ แต่ที่เห็นกลับเป็นห้องที่ว่างเปล่า
หรือจะมีคนมาเอาสมบัติไปก่อนกันนะ?
แต่นั่นก็ไม่น่าใช่ เพราะพวกเขาน่าจะเป็นกลุ่มแรกที่มาถึงที่นี่
"พวกแกหลอกข้าให้มาที่นี่งั้นเหรอ? คิดจะทำให้ข้าอ่อนแอตลอดทาง แล้วจากนั้นก็ฉวยโอกาสฆ่าข้าสินะ!" ชายหนุ่มจักรวรรดิมังกรดำคำรามลั่น พร้อมกับกระบี่ในมือที่วาดออกไป
หลวงอี้คงตื่นตระหนก เขารีบยกดาบขึ้นมาปัดป้องพร้อมกับฟันสวนกลับไป
ชายหนุ่มจักรวรรดิมังกรดำ ถึงแม้เขาจะแกร่งที่สุดใน 3 คน แต่ตลอดระยะทาง เขาก็ได้รับบาดเจ็บจากอสูรระดับ1 ทำให้ตอนนี้พลังของเขาลดลง เหลืออยู่ไม่ถึง1ส่วนด้วยซ้ำ
หนำซ้ำเพราะการต่อสู้กับพวกนักพรต ทำให้ตอนนี้เขาตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบหลวงอี้คงเป็นอย่างมาก
"บัดซบเอ้ย นี่เจ้าคิดจะฆ่าข้าจริงๆ สินะ เจ้าไม่กลัวว่าจักรวรรดิมังกรดำของข้า จะตามล่าเจ้างั้นเหรอฮะ!!" ชายหนุ่มจักรวรรดิมังกรดำ รู้ตัวดีว่าสู้ไม่ได้จึงเอาขุมกำลังจักรวรรคิมาอ้าง
ควรรู้นะว่าจักรวรรดิมังกรดำแข็งแกร่ง หากอยากจะลองดีก็เชิญ!
"ฮ่าฮ่า เจ้านี่ตลกชะมัด จักรวรรดิมังกรดำยิ่งใหญ่ก็จริงแต่ตอนนี้พวกเราอยู่ที่ไหน? ไม่ใช่อยู่ในสุสานงั้นเหรอ แล้วทำไมจะต้องไปเกรงกลัวด้วยเล่า เพียงแค่ข้าฆ่าเจ้าซะที่นี่ ทีนี้ก็ไม่มีพยานแล้ว! คนตายย่อมไม่อาจพูดได้!" หลวงอี้คงแค่นเสียงเย็น คำพูดของชายหนุ่มจักรวรรดิมังกรดำทำไมเขาจะไม่รู้ว่ามันกำลังเอาจักรวรรดิมาอ้าง เพราะมันกำลังตกที่นั่งลำบาก และหากใจอ่อนปล่อยมันไป ก็บอกได้เลยว่าภายหลังคนกลายเป็นศพก็คือเขาเอง!
สิ่งที่เขาต้องทำตอนนี้คือฆ่ามันเท่านั้น!
"ชิ!" ชายหนุ่มจักรวรรดิมังกรดำสูญเสียเลือดไปเป็นจำนวนมาก ทำให้ตอนนี้สายตาของเขาเริ่มพร่าเลือนแต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น เขาก็ยังโจมตีสวนกลับไปได้
หลวงอี้คงรู้สึกว่าหากเป็นแบบนี้ต่อไป พวกเขาจะต้องตายทั้งสองคนจึงตะโกนว่า "จางหยางหรุย! ไอ้ไอ้ตัวบัดซบ แกจะยืนอยู่ตรงนั้นถึงเมื่อไรวะ รีบๆ มาฆ่ามันสิ แล้วเราก็จะได้ไปเอาสมบัติ!"
จางหยางหรุยที่ยืนมองอยู่ห่างๆ เมื่อได้ยินอย่างนั้นเขาก็กัดฟันก่อนจะพุ่งเข้าไปช่วยต่อสู้
ในซอกมุมหนึ่งในห้อง มีประกายตาคู่หนึ่งจ้องมองอยู่ เนื่องจากพลังจากสิ่งที่จ้องมองนั้นไม่มี ทำให้พวกเขาไม่อาจรู้ตัวตนของคนที่ซ่อนอยู่ได้
ร่างกายของเขาค่อนข้างเล็กและมีใบหน้าธรรมดา และขายังงองุ้มอย่างผิดปกติ
เขาคือหลางหลิน!
"ไม่นึกเลยว่าการเปิดมิติครั้งนี้ จะมาในที่หวาดกลัวอย่างนี้ นี่มันเป็นความเสี่ยงอย่างมาก หากพวกเขาเจอฉันล่ะก็.." หลางหลินรู้สึกกลัวจนขาสั่น เขาเป็นคนธรรมดาที่บังเอิญได้ครอบครองแหวนมิติ ถึงแม้เขาจะเป็นคนข้ามมิติ แต่อย่างไรก็ดี เขาก็เป็นแค่คนพิการคนหนึ่ง
หากหนึ่งในพวกมันเห็นเข้าล่ะก็ ชีวิตน้อยๆ ของเขาคงมอดดับ
เมื่อครู่นี้หลางหลินเพิ่งออกมาจากประตูมิติ และมันพาเขามาโผล่ที่นี่ เขายังไม่ได้เดินสำรวจเลยแม้แต่น้อย เพราะได้ยินเสียงการฆ่าฟันและกลิ่นคาวเลือด จึงเลือกที่จะหลบซ่อนและมองดู
และภาพต่อมาก็ทำให้เขาตกใจเป็นอย่างมาก การต่อสู้ที่รุนแรง มันเป็นการฆ่าฟันกันด้วยดาบและกระบี่ถึงแม้ในยุคของเขาจะไม่มีอะไรให้เห็นแบบนี้ก็เถอะ
แต่พอมามองแบบบนี้แล้ว มันก็ทำให้เขาอดที่จะสั่นไม่หยุด
มันเหมือนกับว่าคนพวกนี้เป็นจอมยุทธ์ เหมือนกับซีรีส์ที่เขาเคยดู หลางหลินคิดว่ามันคงจะมีแต่ในโทรทัศน์เท่านั้น ไม่นึกเลยว่าจะได้มาเห็นของจริงในวันนี้
โชคดีที่เขาเปิดประตูมิติก่อน หากเปิดช้าแล้วมาโผล่ตรงกลางวงล้อมล่ะก็ หัวของหลางหลินคงจะหลุดออกจากบ่า
ขณะที่เขากำลังจ้องมองนั้นเองพื้นที่เขาหลบอยู่ อยู่ๆ ก็ทรุดตัวลง ทำให้เขาตกลงไปในนั้น
"เหวอ!!" หลางหลินเผลอร้องเสียงหลง เสียงของเขาเล็กและเหมือนกับผู็หญิง
"อูย... เจ็บๆ" หลางหลินรู้สึกว่าร่างกายในตอนนี้แย่เป็นอย่างมาก หลังของเขากระแทกกับพื้น ทำให้ตอนนี้เขาลุกขึ้นไม่ไหวและรู้สึกจุก
เขานอนแน่นิ่งก่อนจะหันไปมองรอบๆ ด้วยความระมัดระวัง เกรงว่าคนบ้างบนจะได้ยินและตามลงมาฆ่าเขา แต่ก็ต้องผิดหวัง เพราะเสียงการต่อสู้ยังดำเนินต่อไป ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังจดจ่อกับการต่อสู้เป็นตาย จนลืมสังเกตุสิ่งรอบข้าง
หลางหลินหายใจเข้าลึกๆ เขาพยายามที่จะลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก ต้องเข้าใจก่อนนะว่าขาของเขาพิการ และก็อ่อนแอกว่าคนธรรมดาเป็นอย่างมาก ในตอนนี้เขารู้ตัวดีว่าอาจถูกฆ่าตายได้อย่างง่ายดาย
จึงต้องฝืนยกร่างกายที่เจ็บค่อยๆ ลุกขึ้นยืน
"แฮ่กๆ" เสียงหายใจของเขาดังขึ้น พร้อมกับเม็ดเหงื่อเต็มใบหน้า ตอนนี้เหลางหลินลุกขึ้นยืนได้แล้ว แต่ก็ยังคงเจ็บปวด
ใบหน้าเขาเป็นสีเขียวคล้ำ พร้อมกับคิ้วที่ขมวดเป็นปม
หลางหลินมองไปในความมืด มันไม่มีแสงใดๆ เลย เขาจึงนำโทรศัพท์มือถือออกมาเปิดไฟ
แสงของไฟส่องไปโดยรอบ ทำให้ตอนนี้เขาพอที่จะมองเห็นบ้าง ข้างในนี้ไม่มีฝุ่นแม้แต่น้อย มันช่างน่าประหลาด รอบห้องมีอักษรรูนที่เขาไม่เข้าใจ
หลางหลินเดินเข้าไปมองใกล้ๆ แต่เขาก็ต้องส่ายหน้า เมื่อมันเป็นอะไรที่ทำให้ปวดหัว เขาหันไปมองรอบๆ มันไม่มีอะไรเลย และมันก็มืดเป็นอย่างมาก
"ที่นี่ค่อนข้างอันตราย หรือจะรอให้ประตูมิติเปิดกันนะ" หลางหลินได้แต่คิดในใจ
แต่ทันใดนั้นเอง เขาก็เห็นชั้นที่ทำมาจากหินมันเป็นชั้นที่ไม่มีอะไรเลย นอกจากหนังสือบางๆ หนึ่งเล่ม และโหลสีดำที่ดูเหมือนกับโหลหมักเหล้า
หลางหลินค่อยๆ ขยับร่างเข้าไปดู ทันทีที่เขาหยิบข้อความก็ขึ้นมา
"ติ้ง!! เทคนิคการหายใจในน้ำ มันเป็นเทคนิคระดับต่ำ ทำให้ผู้ฝึกฝนรวบรวมพลังฉีได้ และยังทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นเป็นอย่างมาก แต้มประสบการณ์ที่ได้รับ 500 แต้มต้องการแต้มประสบการณ์เรียนรู้ 1000 แต้ม"
"เลือดยักษ์กระดูกโบราณระดับต่ำ มีอายุมากกว่าหมื่นปี รายละเอียด? ไม่รู้แต้มประสบการณ์ที่ได้รับ 1000 แต้ม!"
หลางหลินเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ไม่นึกเลยว่าตัวเองจะได้หนังสือที่ทำให้ร่างกายแข็งแกร่ง
นี่มันเป็นสิ่งเขาต้องการจะได้รับ!
ต้องรู้ก่อนนะว่ามิตินี้นั้น เต็มไปด้วยจอมยุทธ์และหลางหลินก็ได้สัมผัสแล้ว ทำให้เขาคิดว่าหนังสือที่พบนี้ จะทำให้เขาเป็นอย่างคนพวกนั้น แล้วแบบนี้ขาที่พิการผิดรูปของเขาบางทีมันอาจจะหายได้!
ตอนนี้หลางหลินต้องการกลับไปโดยเร็ว เพื่อที่จะใช้หนังสือนี้ในการฝึกฝน เขาไม่รู้ว่าจะฝึกมันเช่นไร แต่เมื่อเห็นแต้มประสบการณ์ที่ได้รับที่ต้องใช้ในการเรียนรู้ เขาก็รู้ได้ทันทีว่า แต้มประสบการณ์ที่เขามีตอนนี้ มันจะทำให้เขาเรียนรู้มัน เหมือนกับตอนเชื่อมต่อกับแหวนมิติ
ส่วนอีกเหตุผลหนึ่งที่หลางหลินต้องการออกจากที่นี่โดยเร็ว นั่นเพราะที่นี่อันตรายเป็นอย่างมาก หากอยู่ต่อช้าแม้แต่วินาทีเดียว เขาก็อาจจะตายได้
"ส่งของที่เจ้าถืออยู่มาซะ!" ขณะที่เขากำลังดีใจอยู่นั่นเองเสียงด้านหลังก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงหายใจอย่างหนักหน่วง มันเป็นอะไรที่ชวนขนลุก
หลางหลินรู้สึกชาไปทั้งตัว โชคของเขามาได้แค่นี้งั้นเหรอ?
ทำไมสวรรค์ช่างโหดร้ายกับเขานัก!
หลางหลินอยากจะตะโกนดังๆ
"มัวทำอะไร? ข้าบอกให้รีบๆ ส่งของในมือเจ้ามาไงล่ะ หรือว่าอยากตาย?" เสียงดังขึ้นมาอีกครั้ง หลางหลินทำใจกัดฟันหันไปมอง ทำให้เขาพบกับชายหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งตอนนี้ร่างเต็มไปด้วยรอยแผลลึก จนมองเห็นกระดูกสีขาวที่โผล่ออกมาอย่างชัดเจน
เขาคือคนที่ไม่ออกไปช่วยเพื่อนสักที และเลือกที่จะยืนรอทั้งสองฝ่ายฆ่ากัน และจบชีวิตของทั้งสอง จางหยางหรุย!
"ใจเย็นพี่ชาย เพื่อนพี่ที่มาหายไปไหนแล้วล่ะ?" หลางหลินพยามพูดถ่วงเวลา ตอนนี้เขาก็เข้ามานานแล้ว เวลาของประตูก็น่าจะใกล้ปรากฏ สิ่งที่เขาต้องทำตอนนี้คือถ่วงเวลาฝ่ายตรงข้าม จากนั้นเมื่อประตูปรากฏ เขาก็จะอาศัยจังหวะนั้นหนีไป
"เพื่อนงั้นเหรอ? แกคิดว่าคนอย่างข้ามีเพื่อนด้วยงั้นเหรอ? ไอ้คนที่ตายข้างนอก มันก็แค่หมากของข้าเท่านั้น มันไม่ใช่เพื่อนหรืออะไรเลย เป็นแค่คนหน้าโง่เท่านั้น ส่วนไอ้เด็กน้อยจากจักรวรรดิมังกรดำนั่น ก็ทำตัวหยิ่งยโสโง่เง่า โดยไม่ดูสารรูปตัวเองเลยด้วยซ้ำ..." จางหยางหรุยไม่มีเพื่อนแท้ สิ่งที่เขาต้องการตอนนี้คือพลัง พลังที่จะทำให้เขาออกจากหมู่บ้านไปเข้านิกายได้ และถ้าหากเขาได้ทรัพสมบัติในนี้ล่ะก็ การเข้านิกายของเขาก็ง่ายนิดเดียว มันเหมือนกับมังกรติดจรวด เพราะงั้นเขาถึงได้วางแผนกับคนทั้ง 3 เมื่อไรที่พบสมบัติ พวกเขาก็จะแบ่งอย่างเท่าๆ กัน
จางหยางหรุยรู้ว่ามันอันตราย เขาจึงทำตัวอ่อนแอเพื่อเก็บพวกมันทีหลัง
และตอนนี้ก็เหลือเขาเพียงคนเดียว ถึงแม้จะไม่เหมือนกับแผนที่วางไว้ก็เถอะ แต่ตอนนี้ดูเหมือนเขาจะพบสมบัติแล้ว และสมบัติที่ว่าก็อยู่ในมือของลูกเจี๊ยบที่กำลังสั่น
"ถ้าไม่ส่งมา งั้นก็ตายซะ!!" จางกกยางหรุยขี้เกียจที่จะรอ เขาจึงพุ่งไปด้านหน้าพร้อมกับวาดกระบี่ออกไป!