“แม่ค่ะ อย่าทิ้งหนูไปเลยค่ะ”
“กลับมา แกจะตามมันไปทำไม มันไม่เอาแกแล้ว”
“แม่!!!!”
“กลับเข้าบ้านเดี๋ยวนี้”
ฉันในวัย 10 ปี มักจะมีความทรงจำของแม่สิ้นสุดแค่เพียงเท่านี้ ทิ้งไว้แค่พ่อกับแผลในใจของเราสองคน การที่แม่ทิ้งฉันไปในครั้งนั้น ทำให้พ่อกลายเป็คนที่ตีกรอบให้ฉันและควบคุมฉันในทุกๆเื่
“กระโปรงลูกสั้นไปแล้วนะ ไปเปลี่ยนใหม่”
“ไปโรงเรียนต้องแต่งหน้าขนาดนั้นเลยหรอ ไปลบออกเดี๋ยวนี้”
“เด็กผู้ชายคนนั้นเป็ใคร ครั้งหลังอย่าไปยุ่งนะ ฉันส่งให้มาเรียนหนังสือ แกคิดจะมีแฟนหรอ ทำไมอยากเป็เหมือนแม่หรือไง”
คำพูดมากมายที่คนเป็พ่อ พูดกับลูกในทุกวัน ฉันทำได้แค่ยอมทำตาม เพื่อความสบายใจของเราสองคนและลดการทะเลาะกัน แต่นับวันพ่อก็ยิ่งเพิ่มความเข้มงวดกับฉันมากขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่มีทีท่าว่าจะผ่อนปรนลงเลย
“ดาวเหนือ แกแต่งตัวเรียบร้อยเกินไปหรือเปล่า กระโปรงแกจะปิดขาหมดแล้วนะ กระดุมก็ปิดไปถึงคอหอยแล้วเนี่ย พ่อแกก็ทำเกินไป”
ตังเมย์เพื่อนสนิทที่สุดในห้องของฉันพูดขึ้น ฉันมีเพื่อนสนิทแค่คนเดียว ก็คือ ตังเมย์ เธอย้ายเข้ามาใหม่ใน่มัธยม 6 เทอม 1 และเริ่มรู้จักและสนิทกัน เธอมักจะเข้าใจและรับฟังเื่ทุกอย่างของฉันอย่างตั้งใจตลอด ไม่เหมือนเพื่อนคนอื่นๆที่มักจะนินทาและไม่ชอบฉันเป็ส่วนใหญ่
“แกจะไปเข้ามหาลัยที่ไหนอ่ะ ฉันอยากไปเรียนที่เดียวกับแก”
“ฉันหรอ……”
“ทำไม ไม่อยากให้ฉันไปเรียนที่เดียวกับแกหรอ”
“เปล่าๆ ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย แกก็รู้ว่าฉันมีแกเป็เพื่อนสนิทคนเดียว ฉันก็แค่คิดว่าพ่อฉันจะยอมให้ฉันไปเรียนไกลบ้านหรือเปล่านั้นสิ”
“ก็จริง แต่ชีวิตแกเป็ของแก แกต้องฟังในสิ่งที่ใจเรียกร้องนะ อย่างเช่น….”
ตังเมส่งสายตาให้บอกให้ฉันหันกลับไปมอง ไทเกอร์ หนุ่มนักบาสฮ็อตที่นักเรียนหญิงทุกคนต่างหลงรัก ทั้งท่าทางการเล่นบาส หรือแม้กระทั้งการหว่านสายตาให้สาวๆในโรงเรียน ไม่มีใครที่จะไม่ชอบเขารวมทั้งฉันด้วย ฉันมักจะแอบมองไทเกอร์เมื่อเดินผ่านสนามบาสทุกครั้ง และแอบส่งขนมและน้ำให้เขาตลอด โดยที่เขาไม่รู้ว่าเป็ฉัน คนที่รู้เื่นี้มีเพียง ฉันกับตังเมสองคนเท่านั้น ซึ่งตังเมก็มักจะเป็แม่สื่อส่งขนมส่งน้ำให้ฉันตลอด
“บ้าหรอ ฉันไม่กล้า”
“ทำไมล่ะ เดี๋ยวเราก็เรียนจบกันแล้ว ไม่รู้อีกเมื่อไหร่ถึงจะได้เจอ แกจะไม่สารภาพรักจริงๆหรอ”
“ฉันไม่กล้า”
“ฉันมีวิธี เดี๋ยวฉันช่วย”
ตังเม ทำหน้าตาเหมือนคนมีแผนไว้แล้ว ซึ่งฉันไม่รู้อะไรเลย จนกระทั้งวันรุ่งขึ้นหลังเลิกเรียน
“ใช่ ดาวเหนือไหม”
“อะ…เออ…ใช่ๆ”
“เราไทเกอร์นะ”
“อืม…ฉันรู้จัก” (รู้จักดีเลยแหละ)
“ขอคุยส่วนตัวได้ไหม”
“อ้อ..ได้สิ”
ตังเมผลักฉันให้เดินตามไทเกอร์ไปมุมๆหนึ่งที่สวนหย่อมหน้าโรงเรียน ซึ่งไม่ค่อยมีคนผ่านไปผ่านมาสักเท่าไหร่
“นายมีอะไรจะคุยกับฉันหรอ”
“คือว่า เรา….แอบชอบเธอมาสักพักแล้วน่ะ เธออยากลองคบกับเราดูไหม”
O_O
ตอนนั้น เมื่อได้ยินสิ่งที่เขาพูดกับฉัน หูของฉันเหมือนจะไม่ได้ยินไปชั่วขณะหนึ่ง จนคนตรงหน้าต้องเรียกสติฉันอีกครั้ง
“ดาวเหนือ ดาวเหนือ เธอได้ยินฉันไหม”
“ได้สิ คบกัน”
“เอ๊ะ อ๋อๆฉันกำลังดีใจที่เธอตอบตกลงน่ะ”
ฉันดีใจที่สุดเท่าที่เคยมีเื่ดีๆเกิดขึ้นมาในชีวิตฉัน การสารภาพที่ไม่คิดไม่ฝันว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเองทำเอาคืนนั้นฉันนอนไม่หลับไปทั้งคืน เพราะมัวแต่ดูนาฬิกาว่าเมื่อไหร่จะเช้า
การคบกันของเราสองคน
“ไม่เห็นสวยเลย แต่งตัวก็อย่างกับป้า แว่นก็หนา หน้าสด พี่ไทเกอร์ชอบได้ไง”
“นั้นสิ ฉันว่าพี่แกอาจจะชอบของแปลกก็ได้มั้ง”ทำเอาทั้งโรงเรียนรับรู้กันหมด ซึ่งฉันมักจะได้รับสายตาอิจฉาและไม่ชอบมากขึ้นกว่าเดิมขึ้นไปอีก
“ฉันว่าพี่เขาคงจีบเล่นๆแหละ คงไม่ได้คิดจริงจังกับยัยนั้นหรอก”
คำวิพากวิจารณ์ต่างๆมากมายเมื่อฉันเดินผ่านหน้าห้องเรียนชั้นต่างๆในทุกๆวัน มีเพียงแค่ตังเมที่เคยปลอบและเป็กำลังใจให้ฉันมาตลอด
เราสองคนคบกันมาได้สักพัก โดยที่ฉันมักจะแอบพ่อคุยโทรศัพท์และนัดเจอไทเกอร์ตลอดการคบกันหนึ่งเดือนของเรา
“เสาร์นี้เธอว่างไหม”
“อืม…ว่าง ทำไมหรอ”
“ฉันจะชวนเธอไปดูหนัง ไปนะ”
“.........”
“ไปนะ”
“อืม ได้สิ”
ที่ฉันตอบเขาช้า ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากไปนะ แต่ฉันยังคิดไม่ออกว่าจะแอบออกจากบ้านโดยที่พ่อไม่รู้ได้ยังไง แต่ก็นะ…เอาไว้ค่อยคิดอีกทีแล้วกัน
ฉันรีบย่องออกจากบ้านตอนเที่ยงตรง ตอนที่พ่อออกไปซื้อของ รีบพาตัวเองวิ่งออกมานั่งรอไทเกอร์ที่ร้านสะดวกซื้อแถวห้างที่เรานัดกันไว้ ฉันใช้เวลาอยู่ตรงนั้นจนถึงเวลานัดประมาณ 4 ชั่วโมง ไทเกอร์ก็มาถึง
“โทษทีๆ ฉันมาสายนิดหน่อย รอนานไหม”
“ไม่เป็ไร ฉันก็พึ่งมาถึง” (การโกหกเป็สิ่งไม่ดีนะน้องๆ)
เรารีบเข้าไปซื้อตั๋วและป๊อปคอน ก่อนจะไปนั่งตามหมายเลขที่นั่งที่เลือกไว้
หนังกำลังฉายๆไปเรื่อยๆ ฉันจ้องมองภาพหน้าจอใหญ่ที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ตรงหน้า แต่ทว่ามือของไทเกอร์ค่อยๆเลื่อนมาจับมือฉันไว้ ฉันได้แต่นั่งนิ่งตัวตรง ตอนนี้หนังที่กำลังฉายอยู่ตรงหน้า ไม่สามารถเรียกฉันให้กลับไปมองได้แล้ว
“ดาวเหนือ”
ไทเกอร์เรียกฉันด้วยเสียงเบาๆ เหมือนกำลังจะบอกอะไรฉัน ฉันเลยโน้มหน้าเข้าไปใกล้เขาอีกนิดเพื่อรับฟังสิ่งที่เขาจะบอก
จุ๊บ!!!
O_O
ไทเกอร์ก้มลงมาจุ๊บแก้มฉันโดยไม่ทันตั้งตัว ทำเอาฉันทั้งใและเขินจนทำตัวไม่ถูกไม่สักพัก จนกระทั่งหนังจบลง
“เราไม่เดินเล่นกันไหม”
“อืม”
ฉันพยักหน้าตอบรับ เราสองคนเปลี่ยนจากการเดินที่ห้างมาเป็ส่วนสาธารณะแถวนั้น ซึ่งมีบรรยากาศที่ดีและคู่หญิงชายผู้คนส่วนใหญ่ที่มาที่นี้ก็ต่างมาเดตกัน เราเดินมาหยุดที่ม้านั่งริมแม่น้ำ
“ดาวเหนือ ฉัน….”
“มีอะไรรึเปล่า”
“เราสองคนคบกันมาได้สักพักแล้ว ฉันอยากขอจูบเธอ จะได้ไหม”
O_O
“ถ้าเธอไม่พร้อม ฉันก็ไม่….”
“ได้สิ”
ตอนนั้นฉันเหมือนลืมเอาสมองมาจากที่บ้าน ใช้อารมณ์ในการนำทาง จนทำให้ฉันต้องเสียจูบแรกไป ให้กับรักแรกของฉัน จูบแรกของฉันมันธรรมดามาก ฉันทำได้เพียงหลับตาและปล่อยให้ไทเกอร์จูบฉันเพียงแค่ฝ่ายเดียว ซึ่งฉันทำได้แค่งับปากของเขาบ้างเล็กน้อยเพื่อไม่ให้เขาคิดว่าฉันจูบไม่เป็
หลังจากกลับถึงบ้าน พ่อก็นั่งรออยู่ที่โต๊ะทานข้าว ด้วยท่าทางโกรธและหน้านิ่งเฉย ฉันรีบเดินผ่านเขาไปเพื่อกลับเขาห้อง
“ไปไหนมา ทำไม่แต่งหน้าทาปาก แล้วนี่แกใส่ชุดอะไร”
“พ่อ!! หนูโตแล้ว หนูจะใส่ชุดอะไรก็ได้ มันเป็เื่ของหนู!!!”
“นี่แกไม่ฟังในสิ่งที่ฉันพูดแล้วใช่ไหม แกชักจะเหมือนของแม่แกไปทุกทีแล้วสินะ”
“พ่อเลิกเอาหนูไปเปรียบเทียบกับแม่ได้แล้ว แม่ก็ส่วนแม่ หนูก็ส่วนหนู!!!”
พูดจบฉันก็รีบวิ่งกลับเข้าห้องไป ปล่อยให้พ่อยังคงบ่นตามหลังมาเป็ชุด น้ำตาเอ่อไหลอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้ร้องไห้มานาน คำพูดของพ่อมักทำให้ฉันรู้สึกด้อยค่าในตัวเองตลอด การได้ความรักจากคนเป็พ่อเป็แม่สำหรับฉันมันชั่งยากกว่าคนอื่นเสียจริง
“อาทิตย์หน้าจะเรียบจบแล้ว แกเลือกสาขากับมหาลัยได้ยัง”
“ยังเลย ฉันไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร”
ฉันกับตังเมเดินถือถาดอาหารกลางวันวางลงบนโต๊ะ ในโรงอาหารของโรงเรียน่พักกลางวัน มีนักเรียนจำนวนมากเดินไปเดินมา บ้างก็ต่อแถวซื้ออาหาร บ้างก็กำลังคุยกับเพื่อนข้างๆอย่างเสียงดัง
“ของแกน่ากินจัง ฉันขอลองชิมหน่อยนะ”
“อืม”
การตักอาหารจากจานฉันไปชิมของตังเม เป็เื่ธรรมดาที่เจอทุกวันั้แ่วันแรกที่รู้จักกัน เธอมักจะทำแบบนี้อยู่บ่อยครั้ง เมื่ออาหารในจานของฉันมีอาหารที่ดูน่าอร่อย ซึ่งฉันก็ไม่เข้าใจสักเท่าไหร่ เพราะเวลาไปต่อแถวซื้อเธอก็สามารถเลือกได้เหมือนกันกับฉัน แต่เธอก็มักจะเลือกอีกอย่างแล้วมาขอฉันกินด้วยตลอด
“เธอคือ ดาวเหนือ คนที่คบอยู่กับไทเกอร์ใช่หรือเปล่า”
หญิงสาววัยเดียวกับฉัน เดินมาหยุดอยู่ตรงโต๊ะฉันแล้วเอามือเท้าสะเอว ท่าทางเหมือนโกรธใครมา พูดจาเสียงดังถามฉัน จนโต๊ะอื่นต่างหันมองที่โต๊ะเรา
“ใช่ เธอมีธุ…..”
แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะได้ถามอะไรเธอกลับไป เธอก็หันไปหยิบถาดอาหารของโต๊ะข้างๆแล้วคว่ำใส่ฉันทันที
“แกกล้าดียังไงมาหาว่าฉันเป็โสเภณี ชอบนินทาฉันลับหลังมากใช่ไหม คิดว่าเป็แฟนไทเกอร์แล้วฉันจะไม่กล้าทำอะไรแกใช่ไหม”
“นี่เธอทำอะไรนะ ดาวเหนือเป็ไรไหม”
ตังเมลุกมายืนข้างฉัน ที่เลอะอาหารไปทั้งชุด
“ก็นางตัวดีคนนี้นะสิ หาว่าฉันไปยั่วไทเกอร์และยังโพสประจานฉันในกลุ่มโรงเรียนอีก”
“ที่เธอพูดมาฉันไม่รู้เื่อะไรเลยนะ”
“ยังจะมาโกหกอีก หน้าด่านสิ้นดี”
“ดูสิ พอคิดว่าเป็แฟนไทเกอร์แล้ว คิดว่าตัวเองเหนือกว่าคนอื่น”
“ใช่ สมควรโดน”
“ทำตัวเป็เด็กเรียบแต่ลับหลังก็ไปจับไทเกอร์”
เสียงคนที่นั่งดูสถานการณ์เริ่มพูดเสียงดังขึ้น
“ทำอะไรกันนะ ทั้งสองคนมาพบครูที่ห้องพักครูเดี๋ยวนี้”
เสียงครูใหญ่ดังขึ้นมาจากด้านหลัง ฉันลุกขึ้นยืน ทั้งตัวเลอะไปหมด ค่อยๆพาตัวเองไปที่ห้องพักครู โดยผ่านสายตาการมองมาของนักเรียนคนอื่นๆระหว่างทาง
ฉันไม่เข้าใจกับเื่ที่เกิดขึ้นเลยสักนิด อยู่ๆก็มีนักเรียนผู้หญิงคนหนึ่งมาบอกว่าฉันนินทาและโพสประจานเธอ แต่ฉันกลับไม่รู้เื่อะไรกับสิ่งที่เขาพูดเลยสักนิด นี่มันเกิดการเข้าใจผิดอะไรกันขึ้นกันเนี่ย….