หลังจากค้นหาดวงอาทิตย์อยู่นานแต่ก็ไม่พบเจอ ทำเอาชายหนุ่มหงุดหงิดไม่น้อย
“ ช่างมัน “ ปราบพึมพำ
เขามาที่ถ้ำแห่งหนึ่งแล้วเข้าไปอาศัยอยู่ภายใน ชายหนุ่มครุ่นคิดถึงเรื่องราวของที่นี่ เขาได้แต่ถอนหายใจว่าเพราะเหตุใดสองโลกนี้จึงมีอารยะธรรมที่คล้ายกัน
“ เป็นไปได้รึไม่ว่ามีบรรพชนเดียวกัน “ ปราบเอ่ย
หลังจากครุ่นคิดอยู่นานชายหนุ่มได้สลัดความคิดทิ้งไปแล้วเข้าสู่การฝึกฝน เพราะเขาอยากรู้ว่าในสภาวะของที่นี่จะสามารถฝึกฝนได้รึไม่
ราวกลางดึก
ผืนพาราสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงทำเอาชายหนุ่มเร่งออกมาดู
“ อสูรยักษ์ระดับสี่ “ เขาพึมพำ
ชายหนุ่มทะยานร่างพุ่งเข้าหาแล้วลงมือสังหารมันในทันใด
เขาเก็บซากมันลงไปแล้วกวาดตามองทั่ว ชายหนุ่มพยักหน้าเมื่อพบเจออสูรระดับสี่อีกหลายตัว เขาไม่รอช้าบุกเข้าสังหารพวกมันสิ้น
อสูรยักษ์เหล่านี้นั้นเป็นหัวหอกบุกทะลวงในคราที่เกิดปรากฏการณ์อสูรกลืนเมืองที่โลก มาโลกนี้พวกมันก็ยังคงเป็นหัวหอกเช่นเดิม
“ ที่มันออกมาหากินนั้นก็แสดงว่าโลกนี้ไม่มีแหล่งอารยะธรรมโบราณ “ ปราบพึมพำ
“ เป็นไปได้สูง เพราะหากมีแหล่งอารยะธรรมโบราณพวกมันก็จะไม่ออกมาแล้วเริ่มทำการดูดซับแลพร้อมวางไข่ “ ปราบเอ่ย
“ เจ้านาย ยังมีอสูรอีกหลายตัว “ อัลตรอนเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้าแล้วทะยานร่างออกไล่ล่าอสูรทั้งเล็กทั้งใหญ่ตกตายหมดสิ้นเพียงชั่วข้ามคืน
ชายหนุ่มออกจากเมืองแห่งนี้แล้วเร่งไปยังเมืองแห่งใหม่อย่างรวดเร็ว ระหว่างทางเขาให้สงสัยเป็นอย่างยิ่งว่าเพราะสิ่งใดใยเขาหาไม่อสูรเจอในเวลากลางวัน
“ รึว่าพวกมันจะมีระบบพรางตัว “ ปราบพึมพำ
“ บ้าน่ามันจะวิวัฒน์ได้ขนาดนั้นเลยรึ “ ปราบพึมพำ
เขาใช้เวลาราวสองนาทีกับความเร็วที่สิบมัคจึงมาถึงเมืองที่ใกล้ที่สุด
“ ผู้ใดกันก่อตั้งเมือง ห่างกันเกินไปแล้วตั้งสามร้อยกิโล “ เขาพึมพำ
ชายหนุ่มเข้าไล่ล่าสังหารอสูรร้ายอย่างรวดเร็ว ร่างยักษ์นับร้อยที่เดินเที่ยวท่องทั่วเมืองถูกเขาเด็ดหัวจบสิ้นชีวิต
ชายหนุ่มไปยังเมืองถัดไป ถัดไป แลถัดไป จวบจนรุ่งสาง
ปราบมายังตึกสูงที่ยังคงตั้งตระหง่าน แต่ไร้กระจกรอบด้าน เขานั่งมองภาพแผนที่แผ่นดินที่อัลตรอนได้ร่างขึ้น
“ มีเมืองใหญ่ราวสิบเมือง เมืองใหญ่น่าจะขนาดหนึ่งรัฐ “ ปราบเอ่ย
“ แล้วในเมืองใหญ่ยังมีเมืองเล็กกระจายรายรอบ “ เขาเอ่ย
“ มีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองใหญ่ แลทุกอย่างต่อเชื่อมเข้าที่เมืองใหญ่ “ ปราบพยักหน้า
“ หากที่นี่มีมนุษย์อย่างเรา มันก็ต้องมีเมืองหลวง “ ปราบเอ่ย
“ ใช่ ต้องหาเมืองหลวง เพราทุกอย่างนั้นขึ้นตรงเมืองหลวง “ ปราบพึมพำ
“ อัลตรอน ดูความน่าจะเป็นของยุทธศาสตร์ตั้งเมืองหลวง “ ปราบเอ่ย
“ วิ้ง “ พลันปรากฏจุดแสงเล็กที่กลางแผนที่
“ ทำไมถึงเป็นที่นี่ “ ปราบเอ่ยถาม
“ แผ่นดินนี้ไม่มีรอยต่อกับแผ่นดินอื่น จึงมีความจำเป็นที่จะต้องตั้งเมืองหลวงที่ศูนย์กลางของแผ่นดิน “ อัลตรอนเอ่ย
“ เพราะไม่ต้องติดต่อใครจึงสามารถใช้สถานที่ใดก็ได้ในการตั้งเมืองหลวง “ ปราบเอ่ย
“ อีกอย่างเพราะการกระจายตัวของเมืองใหญ่นั้นมันเป็นเหมือนลักษณะรวมศูนย์ที่ศูนย์กลาง “ อัลตรอนเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้า
“ พักสักหน่อยแล้วค่อยออกลุยต่อ เพราะยังมีอีกหลายเมืองที่ยังไม่ได้ไปจัดการอสูร “ ปราบพึมพำ
ผู้คนที่ชมการถ่ายทอดสดของชายหนุ่มต่างก็ครุ่นคิดถึงเรื่องราวที่ถูกถ่ายทอดให้ดู กลายเป็นคำถามมากมายว่าแผ่นดินนี้อยู่ที่โลกนี้รึไม่ หากอยู่แล้วเหตุใดหลายอย่างจึงไม่เหมือนกันซะทีเดียว
พวกเขาต่างนั่งคิดนอนคิดยืนคิดทำเอาวุ่นวายกันไปใหญ่
หลังจากที่ชายหนุ่มพักผ่อนแล้วเสร็จเขาได้ออกไล่ล่าอสูรอีกครั้ง
เมื่อถึงเวลากลางวันชายหนุ่มกลับไม่พบอสูรยักษ์เลยสักตัว ทำให้เขางุนงงเป็นอย่างยิ่ง
ชายหนุ่มนำเอาเลือดอสูรออกมาแล้วสาดออกทั่ว
ไม่นานนัก
“ โฮกก “ เสียงร้องคำรามลั่นดังลั่นทั่วอาณา
“ ตึง ตึง ตึง “ เสียงฝีเท้าที่หนักอึ้งกระแทกลงยังพื้นทำเอาพื้นสั่นสะเทือน
ชายหนุ่มยิ้มออกแล้วทะยานร่างเข้าสังหารอสูรอย่างอย่างรวดเร็ว อสูรน้อยใหญ่นับร้อยถูกกระบี่ของเขาผ่าร่างของพวกมันออกเป็นสองส่วนตกตายอนาถ
ชายหนุ่มยั้งมือไว้หนึ่งตัวเพราะต้องการรู้ว่ารังของพวกมันอยู่ที่ไหน
อสูรตัวน้อยคืบคลานไปยังรังของมันอย่างเชื่องช้าเพราะร่างของมันเกือบขาดออกเป็นสองส่วน
ชายหนุ่มมองยังอสูรตัวน้อยที่กำลังจะเข้าไปในรังที่อยู่ในห้วงมิติ หัวคิ้วของเขาพลันขมวดเข้าเป็นปม
“ นั่นมันอะไร “ ปราบเอ่ยถาม
“ เจ้านายนั่นคือรูปแบบห้วงมิติที่สามารถสร้างขึ้นได้ด้วยการใช้อักขระห้วงมิติ มันเป็นอีกดินแดนแห่งหนึ่งที่ปราศจากโลกภายนอก “ อัลตรอนเอ่ย
“ เราสามารถมีที่ดินเป็นของเราเองโดยที่ไม่ต้องซื้อ “ ปราบเอ่ย
“ ถูกต้อง “ อัลตรอนเอ่ย
“ ทั้งยังต้องการขนาดเท่าใดก็สร้างเอา “ อัลตรอนเอ่ย
“ เช่นนี้ก็มีด้วย “ ปราบเอ่ย
“ ใช่ เช่นนี้แหละที่ทุกคนต้องการ “ อัลตรอนเอ่ย
“ เดี๋ยวนะ “ ปราบเอ่ย
“ ที่นี่ก็เป็นแผนดินในห้วงมิติสิ “ ปราบเอ่ย
“ คาดว่าจะเป็นเช่นนั้น และหากเป็นจริงผู้ที่สร้างคงอยากให้เผ่าพันธุ์ของตนคงอยู่ เมื่อสร้างเสร็จจึงได้นำเอาผู้คนเข้ามาหลบภัย แต่ผู้ใดจะรู้ว่าอสูรก็เชี่ยวชาญห้วงมิติเช่นกัน “ ปราบเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้าช้าๆ
“ เรื่องราวยิ่งลึกลับวับซ้อนมากขึ้น “ ปราบเอ่ย
“ จากแค่สำรวจแดนดิน กลับกลายเป็นต้องมาหาความลับของต่างโลก “ ปราบเอ่ยแล้วพ่นลมหายใจออกอย่างแรง
ไม่นานนัก อสูรนับพันได้กรูออกมาจากห้วงมิติ
ชายหนุ่มยิ้มร่าแล้วเข้าสังหารพวกมันในทันใด
เมื่อจัดการทุกอย่างแล้วเสร็จเขาให้อัลตรอนศึกษารูปแบบของห้วงมิติไว้
“ เจ้านายใช้กระบี่ฟันลงไปโดยตรงเป็นการทำลายห้วงมิติได้ “ อัลตรอนเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้า
“ ไป “ ชายหนุ่มออกสำรวจพื้นที่โดยให้อัลตรอนทำการสแกนหาห้วงมิติแล้วทำเครื่องหมายไว้
เขาไม่ได้อยากจะทำลายประตูมิติเพราะมันจะกระทบกับสิ่งใดหรือไม่เขานั้นยังไม่ทราบ จึงอยากที่จะให้รู้แน่ชัดเสียก่อนแล้วค่อยจัดการ
ชายหนุ่มใช้เวลาไปอีกหลายวันในการสแกนประตูมิติแลสังหารอสูร
เมื่อมาถึงยังจุดแสงที่คิดว่าจะเป็นเมืองหลวง
เขาให้แปลกใจยิ่งที่เมืองหลวงนั้นไม่ได้ถูกทำลายลง มันยังสภาพดีและไม่มีสิ่งใดแตกบิ่นแม้นแต่น้อย
“ มันเป็นไปได้เช่นใด “ เขาพึมพำ
“ เจ้านายไม่พบสิ่งมีชีวิต ไม่พบโครงกระดูก “ อัลตรอนเอ่ย
“ รึว่าผู้คนจะอพยพก่อนที่อสูรจะมาถึง “ ปราบพึมพำ
“ เป็นไปได้ “ เขาพยักหน้าช้าๆ
ชายหนุ่มกวาดตามองทั่ว เขาพบพานกับสิ่งปลูกสร้างที่รวมความโดดเด่นของสถาปัตยกรรมของแต่ละประเทศเข้าด้วยกันแล้วสร้างเป็นอาคารหลังใหญ่หลายหลัง ทั้งทั่วเมืองยังมีเมืองจำลองของแต่ละประเทศอยู่ด้วย
“ เมืองจำลองพวกนี้ชี้ให้เห็นได้เลยว่าพวกเขาเป็นพวกเรา ดีไม่ดีอาจเป็นอนาคตของพวกเรา “ ปราบเอ่ย
ผู้คนที่มองยังภาพต่างสูดหายใจเข้าลึก ทั้งยังเกิดความคิดขึ้นมากมาย