ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

เล่มที่ 7 บทที่ 186 จัดการมัน

        แต่กู่เซียวเฟิงนั้นไม่ได้สนใจเลยสักนิด

        เขาเคยได้ยินชื่อเสียงของหลินหยางมาแล้วรู้สึกว่าจะเป็นยอดฝีมืออายุน้อยที่สามารถนำเหล่าอาณาจักรต่างๆ ในดินแดนฝั่งทิศตะวันตกและทิศใต้ในการกวาดล้างพวกลัทธิหมื่นวิญญาณจนสิ้นซาก

        แต่กับแค่ลัทธิหมื่นวิญญาณมันไม่มีอะไรน่าตกใจเลยสักนิด

        เขาไม่รู้ว่าลัทธิหมื่นวิญญาณได้เชิญยอดฝีมือระดับโพ่ไห่อย่างเมี่ยชางเซิงมาด้วยเขายิ่งไม่รู้เลยว่าภายในโล่ที่เขาโยนทิ้งลงพื้นนี่มีความสามารถอันทรงพลังในระดับที่ตัวเขายังดูไม่ออกอยู่...

        เขาที่มาจากศาสนาดาบเทวะอันสูงส่งนั่น ทำให้เขามีความมั่นใจในตัวเองมากเกินไปจนกลายเป็นความประมาทในท้ายที่สุดมันก็จะต้องเสียท่าให้กับหลินหยางอย่างอนาถแน่นอน

        กู่เซียวเฟิงกล่าวขึ้นอย่างเย็นชาว่า “ขยะแบบนี้ก็ยังถูกเอามาเทียบเคียงกับกระบี่ประกายโลหิตของข้าอย่างนั้นหรือทวีปชี่อู่นี่ช่างน่าขันสิ้นดี...”

         คำพูดประโยคนี้ได้ทิ่มแทงฝังลึกเข้าไปในหัวใจของผู้คนอย่างเจ็บปวดอีกครั้ง

        กู่เซียวเฟิงเลื่อนสายตามาที่ผลงานชิ้นสุดท้าย “ขลุ่ยเพรียกวิญญาณ”

        มันคือขลุ่ยที่ทำจากไม้ไผ่ชนิดหนึ่งซึ่งมีสีเขียวอมดำบนตัวขลุ่ยนั้นถูกสลักเป็นสัญลักษณ์รูปใบไผ่ใบไผ่แต่ละใบล้วนเป็นสัญลักษณ์ที่เกิดขึ้นจากทักษะสลักอักษรทั้งสิ้นทั้งหมดรวมกันกลายเป็นสุดยอดยุทธภัณฑ์ระดับวิถีราชันหนึ่งชิ้น

        “นางฟ้าโยวหมาน ไม่ได้พบกันนานเลยดูสบายดีนะ!!”

        ในขณะที่ผู้คนกำลังคิดว่ากู่เซียวเฟิงกำลังจะทำลายอาวุธชิ้นสุดท้ายแล้วนั่นเองท่าทีของเขาก็เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือทันที พลันทักทายให้กับฝั่งภูเขาหมื่นอสูรทันที

        ผู้คนถึงได้รู้ตัวว่า

        โยวหมานจากภูเขาหมื่นอสูรคนนั้นจะต้องเป็นยอดฝีมือระดับโพ่ไห่ที่แข็งแกร่งพอๆ กับกู่เซียวเฟิงแน่นอน!!

        โยวหมานนั้นเป็นสาวงามที่ดูเยาว์วัยและน่าหลงใหลสุดขีดคนหนึ่ง

        ในกลุ่มยอดฝีมือของพวกภูเขาหมื่นอสูรนั้น มีสตรีคนหนึ่งที่สวมใส่เสื้อผ้าแปลกประหลาดอยู่คนหนึ่งดูท่าทางน่าจะอายุราวๆ ยี่สิบกว่าปีสวมใส่เสื้อหนังอสูรแบบรัดรูปซึ่งเผยให้เห็นท่อนขาอันเรียวยาวงดงามอย่างสมบูรณ์แบบออกมาให้เห็นซึ่งมันสามารถทำให้ผู้ชายทุกคนที่ได้เห็นต่างก็ต้องรู้สึกเลือดลมสูบฉีดจนร่างกายร้อนรุ่ม

        นางมีผิวสีเหลืองอ่อนเหมือนข้าวสาลีที่ดูสุขภาพดีดูมีชีวิตชีวาและเร่าร้อน แค่นางยืนเฉยๆ ด้วยท่าทางเคร่งขรึมเย็นชาอยู่ตรงนั้นก็สามารถกระตุ้นให้ผู้ชายทั้งหลายเกิดความคิดที่อยากจะกดนางลงพื้นแล้ว

        ช่างเป็นลูกแมวน้อยที่ดูยั่วยวนเผ็ดร้อนอะไรขนาดนี้

        โยวหมานนั้นขมวดคิ้วมองไปที่กู่เซียวเฟิงด้วยแววตาเย็นชาตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาปรากฏตัวขึ้นมาแล้วเห็นได้ชัดว่านางเองก็รังเกียจความป่าเถื่อนจองหองของอีกฝ่ายเหมือนกัน

        ศาสนาดาบเทวะกำลังช่วยศาสนาดาบสวรรค์เพิ่มบารมีในทวีปชี่อู่อยู่

        โดยมีกู่เซียวเฟิงที่เป็นตัวแทนในการแสดงอำนาจของพวกมันให้ผู้คนทั้งหมดได้เห็น

        ในฐานะที่โยวหมานเป็นตัวแทนของ “ถ้ำกิเลนเหนือ”นิกายใหญ่ที่อยู่ใน “ภพสัตว์” แล้วพวกเขาย่อมต้องไม่ต้องการให้ศาสนาดาบเทวะและดาบสวรรค์เป็นใหญ่ในทวีปชี่อู่แต่เพียงผู้เดียวอยู่แล้ว

        ดังนั้นนางจึงค่อยๆ ลุกขึ้นยืน

        บรรยากาศที่ให้ความรู้สึกราวกับสัตว์ร้ายอันดุดันนั้นค่อยๆ แผ่ซ่านออกมารอบตัวนางราวกับแม่เสือสาวที่ถูกศัตรูรุกล้ำอาณาเขตจึงได้โชว์เขี้ยวเล็บอันแหลมคมออกมาข่มขู่

        “ฮ่าฮ่าสเน่ห์ของท่านนางฟ้าไม่ลดไปจากตอนที่เจอกันครั้งก่อนในภพสุขาวดีเลย ไม่รู้ว่าพลังของท่านจะยังโหดเหี้ยมดุดันเหมือนในอดีตอยู่รึเปล่า?เซียวเฟิงอยากจะลองประมือกับท่านดูสักครั้งมานานแล้ว...”

        เป้าหมายของกู่เซียวเฟิงผู้นี้ค่อนข้างชัดเจนจริง

        มันต้องการสยบทุกขุมอำนาจทั้งหมดในที่แห่งนี้ เพื่อให้พวกที่อยู่ในทวีปชี่อู่ทั้งหมดได้รับรู้ถึงอำนาจและความแข็งแกร่งของพวกเขาศาสนาดาบสวรรค์เพื่อให้ทุกคนได้รับรู้ว่า ศาสนาดาบสวรรค์ต่างหากที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในทวีปชี่อู่อย่างแท้จริง!

        มันจึงได้ท้าทายนางฟ้าโยวหมานให้ประลองฝีมือกับเขาสักตั้ง

        เพียงแต่ในจังหวะที่โยวหมานกำลังจะลุกขึ้นมานั่นเอง หญิงงามผู้นี้ก็พลันเลิกคิ้วขึ้นด้วยความตกใจ

        เอ๊ะ?

        กู่เซียวเฟิงเห็นนางเกิดอาการตกใจขึ้นจากนั้นผู้ชมทั่วบริเวณก็พลันส่งเสียงประหลาดใจออกมา

        ไม่จริงน่า!

        เขาเดินออกมาแล้ว?

        เกิดอะไรขึ้น?

        กู่เซียวเฟิงรู้สึกได้ถึงความแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นจึงหันหลังกลับไปดู จากนั้นมุมปากของเขาก็ยกขึ้นอย่างเย็นชาทันที

        หลินหยาง

        กำลังเดินลงจากเวทีย่อยของกลุ่มใต้หล้าอย่างช้าๆจากนั้นก็ค่อยๆ ก้าวเดินไปทางลานประลองแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์ตรงหน้าเขา

        “แม่เจ้า อย่าบอกนะว่าไอ้หลินหยางนั่นมันจะไปท้าประลองกับกู่เซียวเฟิงน่ะ?”

        บรรยากาศบนอัฒจันทร์ของเหล่าผู้ชมพลันร้อนแรงขึ้นมาทันที

        สำหรับเหล่าชาวเมืองธรรมดาในทวีปชี่อู่แล้วยอดฝีมือระดับโพ่ไห่นั้นเป็นตัวตนที่ไม่ต่างอะไรกับเทวดาเลยด้วยซ้ำพวกเขาไม่ได้เจอยอดฝีมือระดับนี้มานานหลายสิบปีแล้วยอดฝีมือระดับนั้นจะต้องแข็งแกร่งอย่างไร้เทียมทานแน่นอน

        ต่อให้ปีศาจน้อยหลินหยางจะแข็งแกร่งจนถึงระดับไร้เทียมทานในดินแดนทิศตะวันตกเฉียงใต้ก็ตามแต่คราวนี้อีกฝ่ายมันอยู่ในระดับโพ่ไห่เลยนะ!!

        เพียงแต่ว่าในขณะที่ผู้ชมทั้งหลายยังตั้งตัวกันไม่ติดอยู่นั้นบนเวทีย่อยของกลุ่มใต้หล้าก็มีเสียงตะโกนสุดแรงจนราวกับลำคอกำลังจะถูกฉีกขาดก็ไม่ปานดังขึ้นสองเสียง

        “พี่หลิน! สู้สู้ เล่นไอ้กระจอกอวดดีนั่นให้ตายไปเลยคนบ้าอะไรอวดดีจนน่าหงุดหงิดจริงๆ!!”

        จ้าวเหวินชางที่เป็นลูกสมุนหมายเลขหนึ่งของหลินหยางเปิดฉากด่ากราดก่อนโดยไม่ลังเล

        “หลินหยางน้อย อย่าทำให้ข้าเสียหน้าล่ะถ้าไม่ไหวก็เปลี่ยนให้ข้าไปแทน กรงเล็บของท่านหั่วเอ๋อร์ผู้นี้มันกระหายเลือดจนเริ่มจะทนไม่ไหวแล้ว...”

        ท่านหั่วเอ๋อร์ตอนนี้รู้สึกกรงเล็บคันๆ ทุกครั้งที่มองไปทางกู่เซียวเฟิงมันอยากจะออกไปพ่นไฟเผาใส่ไอ้กระจอกนั่นจนแทบทนไม่ไหวแล้ว

        เหล่าผู้ชมที่ไม่รู้เรื่องอะไรต่างก็งงงวยกันสุดขีด

        เพราะท่าทีของพวกกลุ่มใต้หล้านั้นดูสบายเกินไปบางคนก็นั่งดื่มชา บางคนก็คุยเล่นกัน บางคนถึงกับนั่งไขว่ห้างรอดูหลินหยางขึ้นลานประลองด้วยซ้ำมีบ้างบางคนที่ยกสองมือขึ้นเพื่อเชียร์หลินหยางอย่างสนุกสนาน

        เอาเป็นว่าไม่มีใครที่ดูกดดันเลยสักคน

        คนพวกนี้นี่...ทำเกินไปหน่อยรึเปล่า...

        กู่เซียวเฟิงที่ยืนอยู่บนเวทีก็มองลงมาที่หลินหยางที่กำลังค่อยๆก้าวเท้ามาทางเขา ในแววตาของเขาพลันส่องประกายขึ้นมาแวบหนึ่งจากนั้นเขาก็มองเห็นระดับพลังของหลินหยางทันที

        อวิ้นหลิงขั้นท้าย

        สีหน้าของเขากลับมาดูผ่อนคลายและหยิ่งผยองเหมือนเดิม

        “หลินหยางข้าว่าเจ้ารีบหยุดเท้าอยู่ตรงนั้นจะดีกว่านะ ที่นี่ไม่ใช้เขตตะวันตกเฉียงใต้อะไรนั่นของเจ้าเจ้าไม่มีสิทธิ์ขึ้นมายืนอยู่บนลานประลองแห่งนี้”

        กู่เซียวเฟิงโอหังสุดขีด

        คนที่เก่งพอจะอยู่ในสายตาของเขาได้ ตอนนี้มีแค่โยวหมานจากภูเขาหมื่นอสูรและตัวแทนของศาสนาศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่กล้าปรากฏตัวออกมา สองคนนี้เท่านั้น

        หลินหยางมันก็เป็นแค่ไอ้เด็กฟันไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมเท่านั้น

        แตว่า

        หลินหยางก็ยังเดินหน้าต่อราวกับหูหนวกไปแล้วอย่างไรอย่างนั้น

        ไม่ได้ขยับสายตาเลยแม้แต่น้อยทำเหมือนกับว่ามองไม่เห็นกู่เซียวเฟิงที่ยืนอยู่บนเวทีนั่นเลย

        ตึก

        ตึก

        ทั่วทั้งลานกว้างแห่งนี้เหลือแค่เสียงก้าวเท้าของหลินหยางเท่านั้นความนิ่งสงบแบบนั้น ความเยือกเย็นแบบนั้นทำเอากู่เซียวเฟิงรู้สึกราวกับว่ามีฝ่ามือเล็กๆ จำนวนนับไม่ถ้วนกำลังตบใส่หน้าเขาอยู่อย่างนั้นเลย

        “ไอ้หนู...”

        สีหน้าของกู่เซียวเฟิงพลันเคร่งขรึมขึ้นมาทันทีจิตสังหารพลันปรากฏขึ้นบนดวงตาของเขาแล้ว

        หลินหยางใช้เวลาเกือบๆ หนึ่งนาทีในการค่อยๆ เดินมาถึงตรงหน้าลานประลอง

        “ไอ้หนู ข้าเตือนแล้วนะลานประลองนี้เจ้าไม่มีสิทธิ์ขึ้นมา ถ้าหากเจ้าเดินหน้ามาอีกแม้แต่ครึ่งก้าว อย่าหาว่าข้า...”

        ตึก

        กู่เซียวเฟิงพูดยังไม่ทันจบดีหลินหยางก็ได้ก้าวเท้าขึ้นเหยียบบนลานประลองแล้ว

        “วอนซะแล้ว!!”

        ในดวงตาของกู่เซียวเฟิงพลันระเบิดแสงอันเยือกเย็นออกมากระบี่ประกายโลหิตในมือเขาพลันจี้แทงออกไป คมดาบที่รวดเร็วเกินขีดจำกัดของเขาพลันพุ่งไปทางหลินหยางในเสี้ยวพริบตา

        นี่คือแพลงดาบอันทรงพลังและรวดเร็วที่สามารถบดขยี้ตราผนึกผู้สรรค์สร้างทั่วทั้งสนามไม่มีใครสามารถมองตามคมดาบนี้ได้ทันเลยสักคนต่างก็รู้สึกว่าหลินหยางไม่มีทางหลบพ้นอย่างแน่นอน

        ฟึบ

        มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่หลับตาลงเพราะไม่กล้ามองในใจคิดว่าบนลานประลองคงจะเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดแล้วเป็นแน่

        แต่ไม่นาน เหล่าคนที่กำลังปิดตาอยู่ก็ได้ยินเสียงตกใจขึ้นมาว่า

        “เฮ้ย เขาไปหลบอยู่ตรงนั้นได้อย่างไรกัน?”

        เอ๋เอ๋

        พอลืมตาขึ้นมาดู ก็พบกับเรื่องประหลาดทันที

        หลินหยางคนนั้นไปปรากฏอยู่ตรงกลางลานประลองได้แบบไร้ซึ่งบาดแผลนอกจากจะไม่โดนฟันแล้วแถมตอนนี้เขายังสามารถเข้าไปหยิบโล่กำแพงแห่งความว่างเปล่าที่เพิ่งโดนเหยียบไปขึ้นมาเป่าเช็ดทำความสะอาด

        ฟู่ ฟู่

        หลินหยางเป่าฝุ่นที่เปรอะอยู่ออกไป

        โอ้โห!!

        ไอ้หลินหยางนี่ ไม่ธรรมดาจริงๆ!!

        ผู้คนทั้งหลายเริ่มสัมผัสได้ถึงความไม่ธรรมดาของเขาแล้ว

        การที่สามารถหลบเพลงดาบอันรวดเร็วของกู่เซียวเฟิงได้นั่นหมายความว่าการประลองครั้งนี้จะต้องสนุกมากแน่ๆ

        ส่วนคนที่รู้สึกตกใจมากที่สุดก็ย่อมต้องเป็นกู่เซียวเฟิงอยู่แล้ว

        ถึงแม้ว่าเพลงดาบที่เขาเพิ่งใช้ออกไปนั้นจะยังไม่ได้ใส่แรงไปเต็มที่ก็ตามแต่มันก็เป็นเพลงดาบที่ระดับอวิ้นหลิงไม่น่าจะสามารถหลบได้...เจ้าหลินหยางนี่มันพอจะมีวิชาอยู่บ้าง

        แต่ มันก็แค่นั้น

        บนตัวของเขาก็พลันมีประกายแสงสำนึกกระบี่อันเข้มข้นปล่อยออกมากระบี่ประกายโลหิตในมือเขาพลันเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังฟ้าดินอันไร้ขีดจำกัดใบดาบของมันพลันมีคมดาบอันบริสุทธิ์ยื่นยาวออกมาประมาณหนึ่งเมตรกว่าทรงพลังพอที่จะแหวกฟ้าผ่าปฐพี

        “ไอ้หนู ข้าคงจะดูถูกเจ้าเกินไปหน่อย...แต่เจ้าอย่าคิดว่าแค่มีท่าร่างรวดเร็วนิดหน่อยก็จะสามารถหลบ...”

        “ท่านประธานต้วน...งานคัดเลือกวันนี้ยังจะจัดอยู่รึเปล่า?”

        หลินหยาง ตัดบทของกู่เซียวเฟิงเป็นรอบที่สองจากนั้นก็มอบสิทธิ์ของการเป็นเจ้าภาพหลักผู้ควบคุมงานทั้งหมดคืนไปให้กับประธานต้วนอวี่

        เป็นการยั่วโมโหที่รุนแรงระดับหนึ่งเลย

        กู่เซียวเฟิงรู้สึกว่าตัวเองเหมือนเป็นแค่ตัวตลกกระจอกๆ ที่กำลังโดนเมินใส่

        ส่วนต้วนอวี่ที่ยืนอึดอัดยู่บนเวทีมาโดยตลอดเองก็อึ้งไปด้วยเหมือนกัน

        “เอ่? จะจัดต่อแน่นอนอยู่แล้ว...แต่ว่า คุณชายหลิน...”

        เขาไม่คิดว่าหลินหยางจะช่วยเขาแบบนี้เหมือนว่าอีกฝ่ายกำลังเตือนเขาอยู่ว่า ผู้ที่เป็นเจ้าภาพของงานนี้จริงๆ คือสมาคมนักการช่างต่างหาก!!

        “ถ้าอย่างนั้นคู่ต่อสู้ของหลินหยางขอเชิญท่านกู่ผู้นี้เป็นคู่ประลองยุทธภัณฑ์คนแรกของหลินหยางก็แล้วกันเชิญท่านประธานต้วนดำเนินการต่อเลย!”

        “อ่า...ได้ ได้อยู่แล้ว!” ต้วนอวี่พลันรู้สึกได้ถึงความเคารพของหลินหยางที่มีให้กับเขาจึงรู้สึกว่าตัวเองพอจะเชิดอกขึ้นมาได้บ้างแล้ว

        หลินหยางผู้นี้ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมากมายแต่บนตัวเขาเหมือนมีพลังงานบางอย่างโดยธรรมชาติ

        เป็นพลังที่แค่มีเขายืนอยู่ด้วย ผู้คนก็รู้สึกมีความหวังขึ้นมาได้แล้ว

        ต้วนอวี่สูดหายใจเข้าไปลึกๆ จากนั้นก็กล่าวขึ้นอย่างมั่นใจว่า “ถ้าอย่างนั้นข้าขอประกาศเริ่มการประลองยุทธภัณฑ์ในวันนี้ขึ้นอย่างเป็นทางการโดยคู่แรกเป็นหลินหยางจากกลุ่มใต้หล้า ปะทะกับ กู่เซียวเฟิงจากศาสนาดาบศักดิ์สิทธิ์! ทั้งสองฝ่ายสามารถใช้พลังในขอบเขตระดับอวิ้นหลิงอย่างเดียวเท่านั้นหากสามารถทำลายอาวุธของคู่ต่อสู้ได้ หรือว่าสามารถโค่นผู้ใช้อาวุธอีกฝ่ายได้ก็จะเป็นผู้ชนะในการประลองรอบนี้ทันที!”

        ชายชราผู้นี้พลันร่ายยาวออกมาในเฮือกเดียว รู้สึกสะใจสุดขีด

        พอหันลงมาดูด้านล่าง ก็เห็นกู่เซียวเฟิงกำลังจ้องมาทางเข้าด้วยแววตาเย็นชาอยู่แต่เขาไม่รู้สึกหวาดกลัวเท่าก่อนหน้านี้แล้วแถมยังยืดอกตะโกนหาหลินหยางด้วยเสียงอันดังว่า

        “คุณชายหลินสู้ๆ! ข้าเอาใจช่วยท่านฝากท่านจัดการไอ้กู่เซียวเฟิงนี่ด้วย!!”

        ติ๋ง

        หินหนึ่งก้อนสามารถสร้างระลอกคลื่นในน้ำได้หลายพันครั้ง

        คำพูดของต้วนอวี่เป็นเหมือนกับน้ำเย็นๆ ที่ราดใส่กระทะน้ำมันที่กำลังไฟลุกท่วมอย่างเกรี้ยวกราดเพียงครู่เดียวก็ได้กระตุ้นให้เหล่าผู้ชมทั้งหลายระบายสิ่งที่อัดอั้นในใจมาสักพักแล้วออกมา

        แม่มันเถอะ

        ซัดมัน!!

        เล่นไอ้ตัวอวดเบ่งนี่ให้ตายไปเลย!!

        หลินหยาง สู้ๆ!!

        สู้สู้ สู้สู้ สู้สู้!!

        ผู้คนนับแสนพลันระเบิดความในใจออกมาทันทีท่าทีอันยโสโอหังของกู่เซียวเฟิงเมื่อครู่นี้นั้น มันคือการดูถูกผู้ที่อาศัยในทวีปชี่อู่ทั้งหมดเลยชัดๆ

        นอกจากคนในลานกว้างจะระเบิดความในใจออกมาแล้วแม้แต่เหล่านักพนันหลายหมื่นคนที่นั่งดูจากด้านนอกลานกว้างเองก็เริ่มแผดเสียงตะโกนออกมาอย่างเกรี้ยวกราด

        “เล่นไอ้กู่เซียวเฟิงนั่นให้ตายไปเลยต่อให้ข้าต้องแพ้พนันจนหมดตัวข้าก็ยอม ไอ้หน้าแมวนั่น ดาบสวรรค์อะไรของพวกมันถุยเถอะ!”

        พริบตานั้นทั่วทั้งบริเวณพลันเต็มไปด้วยเสียงตะโกนด้วยความโกรธแค้นอย่างเร่าร้อน

คล้ายกับเรื่องราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

นิยาย แฟนตาซี
2.76M 3640
หมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】

หมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
2.45M 3422
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
2.57M 5024
เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

นิยาย แฟนตาซี
106K 139
มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
3.72M 1271
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810
มหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน

มหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
1.40M 2022
เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
85K 247
ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

นิยาย แฟนตาซี
3.82M 1844