สองศิษย์หลัก
กระบี่ที่สามได้ผ่าลงที่ศีรษะของวานรขนทอง จนร่างของมันแยกออกเป็นสองส่วน เลือดสีดำสาดกระจาย ไม่มีแม้แต่โอกาสได้ส่งเสียงใดๆ ตายไปทั้งอย่างนี้เอง
ร่างสองส่วนของวานรขนทองตัวนี้ได้ล้มลง กู้เฉินหาได้หยุดลงเพียงเท่านี้ไม่ เพราะเหลือวานรขนทองอีกสามตัวที่เขาต้องจัดการ เขาพุ่งเข้าหาพวกมันในทันที
แต่เขากลับต้องหน้าเปลี่ยนสี รีบกระโดดหลบออกไปด้านข้างในทันทีทันใด เพราะวานรขนทองทั้งสามตัวได้ใช้ท่าไม้ตายออกมาราวกับได้นัดหมายว่าจะใช้กันแล้ว
เงาร่างของหมัดสีแดงขนาดใหญ่สามหมัดพุ่งเข้าหากู้เฉิน แต่ด้วยความที่กู้เฉินกระโดดหลบออกไปแล้ว ทำให้ท่าไม้ตายทั้งสามของวานรขนทองพลาดเป้า
“อู้ววว!”
วานรขนทองทั้งสามตัวต่างก็คำรามออกมา ในขณะที่สองมือตบอกไปด้วยอย่างบ้าคลั่งด้วยความโกรธเกรี้ยว เมื่อได้เห็นว่าท่าไม้ตายของพวกมันพลาดเป้า
พวกมันไม่อาจที่จะใช้ท่าไม้ตายติดต่อกันได้ เพราะการใช้ท่าไม้ตายของพวกมันนั้น กินพลังปราณเป็นอย่างมาก
พวกมันจึงโถมเข้าหากู้เฉิน หวังฆ่าเขาให้ตายด้วยมือของตนเอง เพื่อล้างแค้นให้สหายร่วมเผ่าของตนที่ถูกฆ่า จากนั้นจะได้มาแบ่งมนุษย์คนนี้กินกัน
แค่คิดถึงเรื่องนี้ น้ำลายของวานรขนทองทั้งสามตัวก็ยืดออกมาอย่างตะกละตะกลาม
กู้เฉินที่กระโดดหลบออกมา รีบลุกขึ้นมา หลังจากที่ได้เห็นว่าวานรขนทองสามตัว ล้วนแล้วแต่โถมพุ่งเข้ามาหาเขาด้วยดวงตาคู่สีแดงก่ำอันบ้าคลั่ง
สองมือของเขาพลันกุมด้ามกระบี่ พุ่งเข้าหาวานรขนทองทั้งสามตัวอย่างไร้ซึ่งความกลัวเกรง
ลำพังวานรขนทองสามตัวที่ใช้ท่าไม้ตายออกมาแล้ว มีใดให้เขาต้องกลัวเกรง มันย่อมไม่มี
กระบี่ในมือของกู้เฉินพร่าวพราว ถูกตวัดออกหลายครั้ง และทุกการตวัดออก จะเปิดบาดแผลใหญ่เล็กที่ร่างกายของวานรขนทองทั้งสามตัว
ขณะเดียวกันเขาก็โดดหลบหมัดของวานรขนทองไปมา โดยใช้ต้นไม้เป็นตัวช่วย โดดสลับไปมา
“อู้ววว!”
วานรขนทองสามตัวต่างแผดร้องคำรามออกมาด้วยความเจ็บปวดและโกรธแค้น พวกมันรู้สึกเจ็บปวดที่ถูกกู้เฉินเล่นงานอยู่ฝ่ายเดียว และรู้สึกโกรธแค้นที่ไม่สามารถที่จะทำอะไรกู้เฉินได้
“ไปลงนรกซะ!” กู้เฉินอาศัยโอกาสนี้ที่พวกมันกำลังเต็มไปด้วยความโกรธแค้นนี้ ส่งกระบี่แทงทะลุหัวใจของพวกมันทีละตัว
ดวงตาของพวกมันเบิกกว้าง แทบไม่อยากจะเชื่อว่าพวกตัวเองจะมีจุดจบเช่นนี้ ด้วยการลงมือฆ่าอันรวดเร็วของกู้เฉิน!
กู้เฉินในเวลานี้ยืนอยู่ที่พื้น มองร่างของวานรขนทองที่ไร้ซึ่งลมหายใจไปแล้วล้มลงพื้นอย่างเรียบเฉย จากนั้นเขาก็เก็บร่างของพวกมันทั้งหมดไว้ภายในแหวนมิติ
วานรขนทองทั้งแปดตัวล้วนตายสิ้น หกตัวถูกเขาฆ่า ส่วนอีกสองตัวนั้น ถูกพวกเดียวกันฆ่า
หลังจากทำทุกอย่างนี้แล้ว กู้เฉินก็หอบหายใจออกมาเล็กน้อยด้วยความเหนื่อยล้า เขาเร่งรีบยกเลิกดาราจุติอย่างรวดเร็ว
พลังปราณของเขาในตอนนี้เหลือไม่มากแล้ว ถ้าคงสภาพดาราจุติต่อไป พลังปราณของเขาได้หมดร่างเหมือนกับตอนที่ต่อสู้กับหมีร่างเพลิงอย่างแน่นอน
กู้เฉินพลันสลัดกระบี่เล็กน้อย จากนั้นก็เก็บเข้าฝัก นำไปห้อยไว้ที่เอวตามเดิม พร้อมกับทำการแลกเปลี่ยนกับระบบ เพื่อให้ระบบฟื้นฟูพลังปราณให้
พลังปราณของเขากลับคืนสู่สภาพปกติอย่างรวดเร็ว โดยครั้งนี้มีราคาค่าแลกเปลี่ยนอยู่ที่หนึ่งร้อยสามสิบหินลมปราณ
สาเหตุที่มันน้อยลงกว่าครั้งก่อน ย่อมเป็นเพราะพลังปราณภายในร่างของเขายังไม่หมด มันยังเหลืออยู่
หลังจากที่พลังลมปราณฟื้นฟูขึ้นมาแล้ว กู้เฉินก็เริ่มออกเดินต่อ โดยไปตามที่ระบบบอก เพื่อไปยังจุดที่สมุนไพรระดับสามดอกเพลิงแดงอยู่
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานนัก ยามราตรีก็มาเยือน กู้เฉินในตอนนี้กำลังเดินกลับออกมาจากป่าร้อยอสูร
เขาทำสิ่งที่อยากจะทำภายในป่าร้อยอสูรหมดแล้ว ย่อมต้องกลับออกมา ไม่มีเหตุผลให้อยู่ต่อ
ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาใช้เวลาส่วนมากไปกับการไปยังสถานที่ที่ดอกเพลิงแดงอยู่ ซึ่งแม้ว่าเขาต้องการเพียงแค่สามดอก แต่ระยะทางที่ดอกเพลิงแดงอยู่แต่ละที่นั้น มันค่อนข้างที่จะไกลกันมาก
และเวลาอีกส่วนหนึ่งเขาก็ใช้ต่อสู้กับสัตว์อสูร สัตว์อสูรที่เขาพบส่วนมากเป็นระดับสามขั้นต้น และส่วนน้อยเป็นสัตว์อสูรระดับสามขั้นกลาง มันจึงไม่มีปัญหาอะไร
และเขาก็ไม่ได้ให้ระบบฟื้นฟูพลังปราณให้กับเขาอีก เพราะในตอนนี้พลังปราณของเขาเหลือมากกว่าครึ่ง ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเสียหินลมปราณเพิ่มให้กับระบบ เพียงแค่กลับไปพักผ่อน เมื่อถึงพรุ่งนี้ เขาก็จะได้พลังปราณกลับคืนมาเอง
ในระหว่างทางที่เดินกลับสำนักจนใกล้ที่จะถึง ไม่คาดฝันว่าจะมีสองร่างพุ่งออกมาจากพุ่มไม้ด้านข้างเพื่อขวางทางเขาไว้ ส่งผลให้กู้เฉินต้องหยุดเท้าลงอย่างช่วยไม่ได้
จากจิตสัมผัสของเขา เขารับรู้อยู่แล้วว่ามีสองคนซ่อนตัวอยู่ที่ด้านหลังพุ่มไม้
ในความคิดของเขา สองคนนี้อาจจะมาเพื่อปล้นชิงสิ่งของที่เขาได้รับมาจากภายในป่าร้อยอสูรก็เป็นได้
ในเรื่องนี้กู้เฉินต้องยอมรับ ไม่ว่าเขาจะกลายเป็นศิษย์ในหรือศิษย์หลัก เขาก็ต้องพบเจอเรื่องพวกนี้
เดิมทีเขาคิดว่าการเป็นศิษย์ของอู๋กังไห่ เขาคงไม่มีทางได้พบเจอเรื่องเช่นนี้อีก นึกไม่ถึงว่ากลับพบเจออีกแล้ว และดูเหมือนว่าสองคนนี้จะไม่กริ่งเกรงเขาในฐานะศิษย์ของรองเจ้าสำนักซ้ายอู๋กังไห่เลย
เนื่องจาก หากว่ากริ่งเกรง ไหนเลยกล้าลงมือต่อเขาได้
กู้เฉินมองไปที่ทั้งสองคน พบว่าล้วนเป็นชายวัยกลางคนอายุอยู่ในช่วงสี่สิบถึงห้าสิบปี มีพื้นฐานฝึกตนในระดับปราณปฐพีขั้นกลางกันทั้งคู่
ดูจากชุดที่สวมใส่ ซึ่งเป็นชุดศิษย์หลัก บวกกับระดับพื้นฐานฝึกตนที่มี สองคนนี้เป็นสองในสิบห้าศิษย์หลักของสำนักกระบี่ดาราอย่างไม่ต้องสงสัย
“พวกเจ้าต้องการอะไร?” เขามองไปที่ทั้งสองคนอย่างสงบ แม้เผชิญหน้ากับศิษย์หลักสองคน เขาก็หาได้มีความกลัว
และแม้ว่าในตอนนี้เขาจะเหลือพลังปราณเพียงครึ่งเดียว เขาก็เชื่อว่าสามารถจัดการกับสองคนนี้ได้
“ต้องการอะไร?” หนึ่งในสองคนพูด เขาคือศิษย์หลัก มีชื่อว่าเฉียนจ้ง “คนอย่างเจ้าไม่มีคุณสมบัติที่จะต้องรู้!”
“ถูกต้อง ถ้าไม่อยากเจ็บตัว อย่าขัดขืนพวกข้า ไม่อย่างนั้น อย่าได้หาว่าพวกข้าไร้ความปราณี!” อีกคนเสริมอย่างเย็นชา เขาเองก็เป็นหนึ่งในศิษย์หลัก มีชื่อว่าพู้ท่อ
จบบทที่ 38