เสียงกดแป้นพิมพ์ดังต๊อกแต๊กไม่หยุดตั้งแต่ช่วงเช้าไม่ใช่ว่างานยังไม่เสร็จแต่เพราะต้องแก้ใหม่ทั้งหมดเลยต้องมาเร่งมือเอา
งานที่ว่าไม่ใช่งานบริษีทแต่เป็นงานโปรเจ็คปลายภาคของลูซี่กับเบลล์ต่างหากลูซี่ทำวิชาการขนส่งระหว่างประเทศ ส่วนเบลล์ทำอังกฤษ 2เพราะเป็นงานคู่ทั้งคู่เลยแยกกันทำคนละวิชากันไปเลยจะได้ไว
“หลอนหูไปหมดแล้ว~”
“เงียบรำคาญ” ลูซี่หันไปดุคนพี่ที่เอาแต่นอนอืดกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่ในห้องทำงานของเธอ
ย้อนกลับไปเมื่อตอน 8.30 เบลล์โทรมาหาเธอ
[ลู~ จารย์แกบอกให้แก้อีกแล้ว~]
“ว่าไงนะอีกแล้วหรอ”
[อือแกบอกว่าให้ทำแบบที่ส่งไปอ่ะ] ลูซี่กดดูรูปที่เบลล์ส่งเข้าแชทเธอไล่อ่านตัวหนังสือที่อาจารย์ประจำวิชาเขียนโน๊ตเอาไว้บอกตามตรงว่าอ่านแทบไม่ออกเลย ปกติตอนแกเขียนบนจอก็อ่านยากอยู่ล่ะมาเขียนโน๊ตในเอกกระดาษยิ่งอ่านยากเข้าไปอีก
“แต่เวอร์ชั่นนี่แกเป็นคนบอกให้แก้เองนะ”
[บอกแล้วแต่จารย์แกบอกว่า ถ้าอยากได้คะแนนเต็มก็ต้องแก้ตามที่ผมบอก แต่อยากได้น้อยหรือติด i ก็ไม่ต้องแก้แกบอกเงี้ยะ]
ลูซี่ถอนหายใจอีกแล้วหรอเนี่ย เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อาจารย์แกเป็นแบบนี้เพราะทุกครั้งที่เอางานไปให้แกตรวจแกมักจะให้เอากลับมาแก้ทุกรอบแล้วพอแก้ตามที่แกบอกพอเอาไปให้ตรวจใหม่แกก็ยังจะให้แก้อยู่ดีทั้งที่ก็แก้ตามแกทุกระเบียดนิ้ว
“เฮ้อไม่เป็นไรฉันแก้เอง เบลล์ไปทำอังกฤษให้เสร็จเถอะ”
[เดี๋ยวเค้าช่วย]
“ไม่เป็นไรๆแค่นี้เอง อีกอย่างอีกสองวันก็ต้องส่งอังกฤษแล้วเดี๋ยวงานนี้ฉันทำเอง”
[ก็ได้แต่ถ้ามีอะไรให้ช่วยบอกได้เลยนะ]
“อือขอบใจนะ”
[งั้นไปล่ะสู้ๆ น้าลู]
“จ๊ะ”
หลังจากวางสายลูซี่ก็ลุยแก้งานทันทีแต่จังหวะนั้นเองลุคก็เปิดประตูห้องทำงานเข้ามาก่อนจะล้มตัวลงนอนที่โซฟาภายในห้องพร้อมกับเหตุผลที่ว่า…เหงาแต่ลูซี่ก็ไม่ได้ว่าอะไรนอกจากปล่อยให้พี่ชายตัวดีนอนไปแค่อย่ามากวนตอนทำงานก็พอ
พอ
“นี่”
“ไรจะทำงาน” ลูซี่เอ่ยตอบโดยยังคงจดจ้องอยู่ที่หน้าจอคอมฯ
“ไปกินหมูกระทะมั้ย”
ลูซี่ละสายตาจากคอมพิวเตอร์เหลือบพร้อมกับเลิกคิ้วมองคนพี่ที่กำลังนอนมองเพดาน“ดูว่างเนาะ”
“กูมีนัดกินเลี้ยงสายรหัสเลยจะชวนมึงไปด้วย”
“มึงก็ไปสิ”
“ไปเป็นเพื่อนหน่อยกูเหงา”
“กูต้องทำงาน”
“ไอ้ไทม์มาด้วยนะไอ้โรห์ก็มา” นิ้วเรียวที่กดคีย์บอร์ดหยุดชะงักก่อนจะกดต่อ “อีกครึ่งชั่วโมง”
“เยี่ยม”ลุคยกยิ้มพอใจกับคำตอบก่อนจะหันหลังเพื่อรอนอนอย่างสบายใจ
ใครจะปล่อยให้ไทม์อยู่กับฟาโรห์ได้ล่ะพวกเขายิ่งเป็นศัตรูหัวใจกันอยู่ด้วย ถึงต่อให้ไปไม่ได้อยู่กันสองต่อสองก็เถอะเธอก็ไม่ไว้ใจไอ้หมอนั่นอยู่ดี
ภายในครึ่งชั่วโมงในที่สุดเธอก็เคลียร์งานเสร็จสักทีลูซี่ทำงานอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเตรียมตัวสำหรับไปกินหมูกระทะวันนี้ลูซี่เลือกใส่ชุดเสื้อครอปสีครีมกับกางเกงขาสั้นใส่สบาย
รถยนต์หรูสีขาวขับตรงไปตามถนนวันนี้พวกเขาเอารถของลุคมาเพราะตอนแรกกะจะให้ลุคขับนี่แหละแต่พี่ชายตัวดีมันดันขี้เกียจเธอเลยต้องมาขับเอง
ใช้เวลาเพียง15 นาทีก็ถึง ทำการเทียบจอดรถที่ลานจอดรถหันไปหยิบของก่อนจะเดินลงจากรถลูซี่กวาดสายตามองก่อนจะเดินตามลุคเข้าไปในร้านดูเหมือนสายรหัสกับเพื่อนลุคจะมาแล้ว
“ลุค~ ลู~” ไจ๋ยกมือเรียกให้ทั้งสองคนเดินไปที่โต๊ะ
“หวัดดีค่ะ”ลูซี่เอ่ยทักทายทุกคนพร้อมกับกวาดสายตามองจนไปหยุดอยู่ที่โต๊ะๆ หนึ่งดูเหมือนว่าไทม์กับเพื่อนกับเพื่อนจะมากันแล้วลูซี่จะเดินตรงไปที่โต๊ะไทม์แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นว่าคนที่ไม่ชอบขี้หน้ากำลังเดินตรงไปยังโต๊ะของไทม์และนั่งลงที่ฝั่งตรงข้าม
จู่ๆคิ้วข้างขวาก็กระตุก ไม่ได้การล่ะ แบบนี้เธอต้องไปบ้าง
ลูซี่เดินตรงไปที่โต๊ะของไทม์พร้อมกับเอ่ยทักทายอย่างเป็นกันเอง“สวัสดีค่ะเด็กๆ”
“อ๊ะพี่ลูซี่สวัสดีครับบ”ไทม์หันมายกยิ้มพร้อมกับสวัสดีส่วนเพื่อนของเขาก็ผงกหัวสวัสดีเบาๆ
“พี่ขอนั่งด้วยนะคะ”ไม่รอให้อีกคนตอบเธอก็หย่อนตัวนั่งลงที่ว่างข้างไทม์ทันที
“สวัสดีครับไม่คิดว่าจะเจอกันที่นี่นะเนี่ย”
“สวัสดีค่ะฉันก็ไม่นึกเหมือนกันว่าจะมาเจอที่นี่”ไทม์มองลูซี่สลับกับฟาโรห์ทำไมเหมือนเห็นประกายไฟฟ้าแว๊บๆออกมาจากตาของรุ่นพี่ทั้งสองนะ
เสียงซู่ๆจากเตาปนกับเสียงจ๊อกแจ๊กจอแจของผู้คนในร้านก็ยังไม่ดังพอที่จะกลบเสียงสนทนาอันดุเดือดของลูซี่กับฟาโรห์ได้เลยแม้แต่น้อย
“ดูท่าคุณจะสู้ชีวิตมากเลยนะครับเนี่ยช่วยที่บ้านทำงานไม่พอยังต้องไปบู้กับคนพวกนั้นอีกแล้วแบบนี้จะดูแลน้องยังไงให้ผมช่วยดูน้องมั้ยคุณจะได้ทำงานสะดวก”
“ไม่ต้องแค่งานกับเรื่องวุ่นวายแค่นี้มันไม่คะนามือฉันหรอก”
“โหขนาดนั้นเชียว”
“ก่อนจะมายุ่งเรื่องคนอื่นเอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ”
“ผมเอาตัวเองรอดอยู่แล้ว”
ไทม์ที่นั่งมองได้แต่ยิ้มแห้งเมื่อไหร่สองคนนี้จะเลิกเถียงกันสักทีเนี่ย
“อะไรกันเนี่ยเถียงกันอีกแล้วเรอะ”
เสียงคนมาใหม่ให้ทุกคนบนโต๊ะพากันหันไปมองพบว่าเป็นลุคที่ตอนนี้ใบหน้าเริ่มแดงก่ำจากฤทธิ์แอลกอฮอลล์
“นี่มึงดื่มเหล้าหรอ”ลูซี่เอื้อมมือไปดึงพี่ชายที่ทำท่าจะเซล้มให้นั่งลงที่ว่างข้างเธอ “นิด~นึง”
“แล้วจะกลับเลยมั้ย”
“จะบ้าเรอะ!กูพึ่งมาจะให้กลับได้ไง บ้าป่ะเนี่ย”
“มึงนั่งดีๆนะ”
“ย้า~” ลูซี่จับพี่ชายที่หัวพร้อมจะทิ้งลงโต๊ะตลอดเวลาให้เอนพิงกับเก้าอี้พร้อมกับถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย
“ไหวมั้ยครับ”ไทม์เอ่ยถามลูซี่อย่างเป็นห่วง “ไม่เป็นไรค่ะ แค่นี้เอง”
ถึงจะพูดไม่ไปแบบนั้นแต่ความจริงโคตรจะเหนื่อยไปพี่เวรถ้าแกทำให้ฉันดูแย่ต่อหน้าน้องฉันจะฆ่าแกไอ้พี่เวร
กินกันไปสักพักลูซี่ก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำระหว่างที่กำลังยืนล้างมือก็ไม่เป็นจังหวะเดียวกันที่ฟาโรห์มาเข้าห้องน้ำพอดี
“ช่วงนี้คุณดูมีความสุขนะทั้งที่เจอมรสุมเยอะขนาดนั้นแท้ๆ” ฟาโรห์ยืนกอดอกพิงข้างอ่างล้างมือ
“หรอมันก็ไม่ได้หนักหนาขนาดที่จะต้องมานั่งเศร้านี่”
“หึน่าหมั่นไส้จริงๆ นะ”
“ว่าแต่คนอื่นเรื่องตัวเองจัดการได้แล้วรึไง” ฟาโรห์ยกยิ้มก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ“ถ้าได้ก็คงไม่มานั่งปวดหัวอยู่ทุกวันนี้หรอก”
ลูซี่รู้ดีว่าสิ่งที่เขาพูดมันหมายความว่ายังไงยังไงเธอพึ่งจะรู้เมื่อไม่นานมานี้ว่าฟาโรห์สนใจคนหนึ่งซึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเพื่อนสนิทของไทม์อย่างติมแต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังไม่ไหว้ใจเขาอยู่ดี เขาว่ากันว่าคนที่หน้าตาใจดีนี่แหละมักจะร้ายที่สุด
“หยุดๆๆๆ!!!!พอแล้ว!!”
เสียงโหวกเหวกโวยวายด้านนอกให้ทั้งฟาโรห์และลูซี่ต้องรีบออกมาดูพบว่าโต๊ะของไทม์กำลังโวยวายทั้งสองคนรีบออกมาจากห้องน้ำตรงมายังที่โต๊ะพบว่าลุคเมาแอ๋ไม่พอยังพาไทม์เมาด้วย
“อา~ อยากกินอีก~” ไทมเอื้อมมือจะไปหยิบขวดเบียร์แต่ก็ถูกเธอดึงออก“พอแล้วค่ะ เราเมามากแล้วนะ”
“ผมยางม่ายเมา”เสียงที่ยานยืดและใบหน้าที่แดงก่ำ ดูยังไงก็เมาชัดๆ
“แล้วจะเอาไง”ฟาโรห์หันมาถามลูซี่ที่ตอนนี้ถอนหายใจออกมาเล็กน้อย “คงต้องพากลับ”
“นี่~กูไม่ได้เอาให้มันกินนา~ ไอ้ไทม์มันเอาไปกินเอง”ลุคเอ่ยขึ้นมา เพราะเขารู้ว่าในสถานการณ์นี้เขาคงเป็นผู้ต้องสงสัยหมายหนึ่งแน่ๆ
“อันนี้เรื่องจริงพี่ผมเห็นมันนั่งจ้องขวดเบียนร์พี่ลุคก่อนจะหยิบขึ้นมากระดกผมห้ามแล้วนะแต่ไม่ทันจริงๆ” ติมหันมาเสริมก่อนลูซี่จะหันไปหาเจ้าของขวดเบียร์
“แล้วทำไมเอามาวางตรงนี้”
ลุคหันมองน้องสาวด้วยใบหน้าแดงก่ำไม่ต่างกันแค่น้อยกว่าไทม์“นี่กูผิดหรอเนี่ย”
ลูซี่ถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะหันไปบอกติม“พี่วานหยิบของไทม์ให้หน่อยพี่คงต้องพาเขากลับก่อน”
“ได้พี่”
“ส่วนลุค”ลูซี่หันไปหาพี่ชายตัวดี “เดี๋ยวกูกลับเอง มึงไปส่งมันไป”
“ดี”ลูซี่ไม่รอให้ลุคได้ตอบต่อก่อนจะดึงไทม์ให้ลุกขึ้นแล้วพยุงน้องออกจากร้านตรงไปยังรถ
“จะพาผมไปหนายอ่ะค้าบ~~” ไทม์ชะเง้อหน้าจากรถมาถามเธอพร้อมกับเอามือน้อยๆกระตุกเสื้อเธอเบาๆ
ลูซี่ย่อตัวลงพร้อมกับเอื้อมมือไปลูบแก้มที่แดงก่ำเบาๆ“ได้เวลานอนของเด็กดื้อแล้วค่ะ”
“ผมม่ายด้ายดื้อน้า~” ไทม์โยกหัวเล่นเบาๆก่อนจะเอนพิงกับเบาะ “งั้นหรอคะ แล้วคนเด็กดีที่ไหนเขากินเบียร์โดยที่ไม่บอกกันหืม?”
“เด็กดีกินเบียร์ไม่ได้หรอครับ”ไทม์เบะปากทำหน้าเหมือนเด็กน้อยที่จะร้องไห้
“กินได้ค่ะแต่ต้องบอกพี่ก่อนเพราะเราเมาง่าย ถ้าเมาแล้วไปเดินหลงมันอาจจะโดนคนไม่ดีลักพาตัวได้ไงคะ”
ไทม์เม้มปากก่อนจะพยักหน้าหงึกๆ“ก็ด้ายคับ”
“ดีมากค่ะงั้นกลับบ้านกัน”
ขับรถมาจนถึงบ้านจะหันไปเรียกไทม์ก็พบว่าน้องหลับไปแล้วช่วยไม่ได้ทางเดียวก็คือต้องอุ้มน้องขึ้นบ้านเองลูซี่จัดการสะพายกระเป๋าก่อนจะทำการช้อนตัวไทม์อุ้มท่าเจ้าสาวขึ้นบ้านโชคดีที่วันนี้เหมือนว่าแม่น้องไม่อยู่อย่างน้อยก็สบายใจหน่อยไม่อยากให้แม่น้องมาเห็นภาพแปลกๆแบบนี้
ลูซี่ค่อยๆวางไทม์ลงบนเตียงอย่างเบามือทำการจัดผ้าห่มและหมอนให้น้องนอนสบาย
ลูบศรีษะอีกคนเบาๆเพื่อกล่อมนอนแต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผลเพราะจู่ๆไทม์ก็เด้งตัวลุกขึ้นนั่งก่อนจะหันมามองเธอด้วยสีหน้าง่วงเต็มที
“งืม~”
“พี่ทำตื่นหรอคะ”
“ผมร้อน”ไม่พูดพร่ำทำเพลงไทม์ก็ยกมือขึ้นมาปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาที่ใส่อยู่ออกทันทีเผยให้เห็นกล้ามเนื้อขาวใต้ผ้า
“ไทม์พี่ยังอยู่นะคะ” ลูซี่พูดปรามแต่สายตาของเธอจ้องกล้ามเนื้อเนียนสวยอย่างไม่ลดละ
“ผมร้อนนี่~” ไทม์เอนตัวไปยังด้านหลังและเอามือเท้ากับที่นอนก่อนจะใช้ขาทั้งสองข้างเขี่ยผ้าห่มออกให้พ้น
“อาบน้ำมั้ยคะจะได้หายสร่าง”
“ผมขี้เกียจลุกม่ายไหว”
“ให้พี่อาบให้มั้ยล่ะคะ”
“เอาสิครับอาบให้ผมหน่อย”
ลูซี่ตกใจเล็กน้อยเธอถามเล่นๆแท้ๆ แต่ไม่คิดว่าอีกคนจะตอบจริง เอาล่ะ แย่ของจริงละที่นี่