เฉินฟางมองไปที่หลัวฉางและหลัวฟางด้วยความสงสัย ก่อนจะเอ่ยถามอย่างจริงจัง “เช่นนั้น…มีใครบ้างที่สามารถบ่มเพาะพลังไปถึงขั้นจักรพรรดิได้บ้าง?”
หลัวฉางและหลัวฟางหันมามองหน้ากันเล็กน้อย ก่อนที่หลัวฉางจะเริ่มตอบด้วยเสียงที่หนักแน่น “ในประวัติศาสตร์ของเรา มีเพียงแค่ 10 คนที่สามารถบ่มเพาะพลังจนไปถึงขั้นจักรพรรดิระดับที่ 9 ซึ่งถูกขนานนามว่า 10 จักรพรรดิโบราณ”
เขาหยุดนิ่งคิดในใจ ก่อนจะเริ่มกล่าวชื่อของจักรพรรดิแต่ละองค์:
“1. จักรพรรดินภา-เซี่ยอู่หยาง - ผู้มีเนตร์หรือเนตรคงิเป็เนตรที่ถูกขนานนามว่าเเข็งเเกว่งที่สุด”
“2. จักรพรรดิมาร-จิ่วโย่ว - ผู้ที่มีเคล็ดวิชามารที่เป็ที่ยอมรับว่าเเข็งเเกว่งที่สุดในสายมาร”
“3. จักรพรรดิกระบี่-เหลียงเจิ้ง - ทุกคมกระบี่ของเขาคือการตัดทอนทุกขอบเขตแห่งความเป็ไปได้ กระบี่ของเขาทำลายได้แม้กระทั่งสิ่งที่คิดว่าไม่สามารถทำลายได้ รวมทั้งมิติแห่งเวลาและอวกาศ ทุกการฟาดฟันของเขาคือการสร้างหายนะที่ไม่อาจยับยั้งได้”
“4. จักรพรรดิแห่งดวงดารา-หยุนจื่อหยาง - ผู้ที่สามารถมองเห็นอดีตมองเห็นตัวตนที่เเท้จริงของคนๆ นั้นไม่มีสิ่งใดที่หลบซ่อนจากเขาได้”
“5. จักรพรรดิิญญา-ไป๋เฉินหลิง - บุรุษผู้ที่มีความสามารถในด้านการฝึกฝนิญญาที่เเข็งเเกว่งที่สุด”
“6. จักรพรรดิเมฆาสีม่วง-หลินฉีเซิง - ผู้นำเเห่งตระกูลหลินชายที่ถูกกล่าวขานว่าคือเทพา”
“7. จักรพรรดิเงาทมิฬ-เหยนชิงกัง - ความเงียบของเขานั้นเหมือนจะดูดกลืนทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวไปสู่ความมืดผู้ที่เข้าใจฟ้าดินอย่างลึกซึ้ง”
“8. จักรพรรดิเพลิงา-ิเหยี่ยนตี้ - จุดสูงสุดเเห่งเปลวเพลิงที่ไร้ขีดจำกัด เพลิงของเขามีความรุนแรงเกินกว่าจะคาดการณ์ได้ ทุกประกายเพลิงที่เขาส่งออกไปสามารถทำลายได้เเม้กระทั่งมิติเเห่งกาลเวลา”
“9. จักรพรรดิปราชญ์วสันต์-เซียนเหลียนตี้ - ด้วยปัญญาที่เหนือกว่าผู้ใด จุดสูงสุดเเห่งศาตร์การสร้างเเละการหลอม”
“10. จักรพรรดิปีศาจ-กู่ฟางหยวน - ผู้ที่ไรซึ่งความเป็มนุษย์อย่างแท้จริง ฆ่าได้เเม้กระทั่งคนรักคนใกล้ตัวหรือเเม้เเต่คนในครอบครัว”
เฉินฟางพยักหน้า เข้าใจในความยิ่งใหญ่ของจักรพรรดิทั้ง 10 คน แต่คำถามยังค้างในใจเขา “แล้วสัตว์อสูรล่ะ… มีสัตว์ที่แข็งแกร่งที่สุดบ้างหรือไม่?”
หลัวฉางยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะตอบว่า “สัตว์ที่แข็งแกร่งที่สุดก็มีเช่นกัน... สัตว์เหล่านี้ไม่ใช่เพียงแค่ตัวตนธรรมดา แต่มันคือพลังที่เกินคำบรรยาย พวกมันขึ้นไปถึงขั้นจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ระดับที่ 9 และมีพลังที่ทุกคนต่างหวาดกลัว”
“สัตว์ที่แข็งแกร่งที่สุดมีทั้งหมด 10 ตัวเช่นกัน”
เขาหยุดพูดสักพัก แล้วเริ่มกล่าวถึงสัตว์อสูรแต่ละตัว:
“1. ัทองเพลิงอัคคี์-หยางหลงซู - ผู้สามารถเผาผลาญทุกสิ่งด้วยลมหายใจเพียงแค่เสี้ยววินาที”
“2. ฟีนิกซ์หยก-คุนเผิงชิงเทียน - นกเพลิงที่มีพลังในการฟื้นคืนสภาพกายและจิตวิญญานทำให้สิ่งที่ถูกทำลายกลับมาฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์”
“3. หมาป่าจันทรา-เย่ว์หลาง - เป็เลิศในด้านความเร็ว มีขนสีขาวราวกับเเสงจันทร์ที่ส่องมายังโลก”
“4. สิงโตทองคำศักดิ์สิทธิ์-จินเซิ่งซือ - สิงโตที่มีพลังของท้องฟ้าและแผ่นดิน ทรงพลังราวกับเทพผู้ปกปักษ์รักษา”
“5. กิเลนทยานฟ้า-กู่เทียนเฟิง - กิเลนที่มีพละกำลังกายที่มหาสารเเละเเข็งเเกว่งที่สุด”
“6. ัฟ้าคราม-จางหลี่หลง - ตัวตนของัที่สามารถเทียบเท่ากับัเพลิงอัคคี์ ถึงเปลวเพลิงจะสู้ัเพลิงอัคคี์ไม่ได้ เเต่กับเเข็งเเกว่งกว่าทุกด้านยกเว้นเปลวเพลิง ”
“7. พยัคฆ์เหมันต์-ไป๋เสวียนหลง - ลมหายใจที่เย็นไปจนถึงจิติญญา เสือที่มีขนสีขาวราวกับหิมะ”
“8. วาฬมารกลืน์-เทียนฮุนจิง - วาฬั์ที่สามารถกลืนกินทั้งท้องฟ้าและทะเล”
“9. นกอัสนีสีมวง-เหลยิ - นกที่แฝงพลังแห่งสายฟ้าและสามารถทำให้ทุกสิ่งถูกทำลายในพริบตา”
“10. เต่าดำทมิฬ-เสวียนอู่ - เต่าที่มีชีวิตยืนยาวนับพันปี เป็เลิศในด้านป้องกันว่ากันว่าไม่มีสิ่งใดที่สามารถ เจาะทะลวงการป้องกันได้”
หลัวฟางเสริมว่า “ถึงแม้ว่าสัตว์เหล่านี้จะมีพลังที่น่ากลัว แต่ไม่มีตัวไหนที่เหนือกว่าใคร และแต่ละตัวก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไปในทุกด้าน”
เฉินฟางยิ้มบางๆ มองไปยังหลัวฉางและหลัวฟาง พลังของจักรพรรดิและสัตว์อสูรเหล่านี้ทำให้เขารู้สึกทึ่งและเต็มไปด้วยความหวังที่จะได้พบกับความแข็งแกร่งที่เขายังไม่เคยเห็น