Special District 9 – เขตพิเศษที่ 9

    ตอนที่ 88 ตามล่าเสี่ยวฉู่

            ในห้องนอน

            หลังไอค่อกแค่กอยู่ครู่หนึ่ง เฒ่าหม่าก็นวดหน้าอกตัวเองก่อนพูด “การกู้ชื่อเสียงคืนไม่ใช่เรื่องยาก ขอแค่จับไอ้เสี่ยวฉู่และเค้นคอถามคนบงการให้ได้ จะได้มีหลักฐานไปอธิบายกับพวกชาวบ้านบนถนนเถ้าธุลี”

            “เสี่ยวฉู่เป็นคนเปลี่ยนยาเหรอ?” ฉินอวี่ถาม

            “ต้องเป็นมันแน่ๆ” แมวเฒ่าตอบ “เพราะหมอนั่นหายตัวไปทันทีหลังเกิดเรื่อง”

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นแมวเฒ่าก็พูดแทรก “โกดังสินค้าเป็นแหล่งเก็บสินค้าของเรา หาคนไว้ใจมาดูแลสักคนดีไหม?”

            “สถานการณ์แบบนี้นอกจากญาติพี่น้องแล้วยังจะมีใครน่าไว้ใจอีก?” เฒ่าหม่าถอนหายใจ “ถ้าต้องจ่ายสักห้าร้อยหรือห้าพันดอลลาร์ยังพอคุยได้ แต่ถ้ามันเรียกห้าหรือแสนหนึ่งล่ะ? จะเอาเงินที่ไหนมาเป็นค่าจ้าง?”

            “ก็จริงของลุง…” แมวเฒ่าเห็นด้วย

            เฒ่าหม่าหันไปถามฉินอวี่ “เฒ่าหลี่จะจัดการเรื่องนี้ยังไง?”

            “จะให้เขามายุ่งกับเรื่องนี้ไม่ได้” ฉินอวี่ตอบ

            “ถ้างั้นก็ต้องจัดการกันเอง” เฒ่าหม่าพูด “แต่ให้เขามาช่วยเราไม่ได้เลยหรือไง?”

            “ลุงต้องเข้าใจนะว่าเขามีเจ้าหน้าที่เบื้องบนจับตาอยู่ ไม่เหมือนกับเราที่อยู่ข้างล่าง” ฉินอวี่ตอบตามจริงเพราะเขารู้สึกเห็นใจเฒ่าหลี่มาก “ลุงมีอิสระไม่ต้องทำตามกฎนี่ แต่สำหรับเฒ่าหลี่แล้วเขาไม่ต่างอะไรจากคนถูกคุมประพฤติ”

            “เออ เข้าใจแล้ว ถ้างั้นพวกนายช่วยจับตาดูพวกสำนักงานใหญ่ให้ฉันหน่อยแล้วกัน” เฒ่าหม่าบอก “ถ้ามีความคืบหน้าอะไรก็แจ้งข่าวมา ทางนี้ต้องรีบหาตัวไอ้เสี่ยวฉู่ก่อน”

            “ตกลง” ฉินอวี่พยักหน้า

            ขณะฉินอวี่และเฒ่าหม่ากำลังคุยกันโทรศัพท์แมวเฒ่าก็ดังขึ้น

            “ว่าไง?” แมวเฒ่ารับโทรศัพท์

            “เหลาเอ๋อกับฉันอยู่ข้างนอก” หลิวจื้อชูตอบ “ตอนนี้พวกฉันกำลังไปที่ไอ้เสี่ยวฉู่ซ่อนตัวอยู่”

            “บอกไอ้หม่าเหลาเอ๋อให้รีบคิดได้สักที ถ้ายังทำอะไรตามใจตัวเองอยู่ ไม่นานคงได้ตายเหมือนหมาข้างถนนแน่” เฒ่าหม่าตะโกนก่อนไออย่างหนัก

            ฉินอวี่มองชายแก่ด้วยความเป็นห่วงก่อนเข้าไปถาม “โอเคไหมลุง? ฉันว่าไปหาหมอหน่อยดีกว่ามั้ง?”

            “ฉันไม่เป็นไร หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้สวรรค์คงยังไม่เปิดประตูให้ฉันหรอก” เฒ่าหม่าตอบ

            …

            สลัมทางเหนือของมณฑล

            หม่าเหลาเอ๋อสั่งลูกน้อง “แงะประตู”

            ชายหนุ่มสองคนเดินเข้าไปพร้อมใช้ชะแลงงัดตรงรอยแตกของประตูกระทั่งเปิดมันได้ในที่สุด

            หม่าเหลาเอ๋อเดินเข้าไปคนแรก เขามองพื้นที่โดยรอบอย่างรวดเร็วก่อนพบว่าภายในห้องเก่านี้นอกจากผ้าม่านที่ถูกรวบขึ้นแล้วมีเพียงกองขยะเรี่ยราดเท่านั้น 

            หม่าเหลาเอ๋อชี้ปลายกระบอกปืนเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นเพื่อดูให้แน่ใจว่าไม่มีคนอยู่ ก่อนถีบประตูห้องนอนและพบว่าไม่มีใครเช่นกัน

            “ไอ้บ้านั่นต้องหนีไปแล้วแน่ๆ” หลิวจื้อชูพูดขณะเดินตามเข้ามาในห้องนอน

            หม่าเหลาเอ๋อเก็บปืนเข้าซองก่อนเดินไปรอบๆ และพบว่ายังมีคราบหิมะละลายกองอยู่บนพื้น บุหรี่ไฟฟ้าใช้แล้ววางอยู่หัวเตียงแถมโคมไฟยังเปิดอยู่

            “ไปกันเลยไหม?” หลิวจื้อชุกถาม

            หมาเหลาเอ๋อเลียริมฝีปากอย่างครุ่นคิดก่อนตอบ “ไอ้เด็กนั่นเพิ่งออกไปได้ไม่นาน ผมว่ามันยังไปได้ไม่ไกล รีบโทรถามเสี่ยวหลิวว่าไอ้เสี่ยวฉู่ยังมีเพื่อนหรือพี่น้องอยู่ในซ่งเจียงอีกไหม?”

            “ได้” หลิวจื้อชูพยักหน้า

            …

            ณ ร้านขายเนื้อแห่งหนึ่งในรัฐพื้นทมิฬ

            เสี่ยวฉู่นั่งอยู่บนเตียงพร้อมเป้ใบหนึ่ง เขาล้วงโทรศัพท์ออกมาต่อสายหาเฒ่าสาม “สวัสดีครับพี่สาม”

            “ถึงหรือยัง?” เฒ่าสามถาม

            “ถึงแล้วครับ” เสี่ยวฉู่ตอบ “แล้วพี่อยู่ไหนแล้ว?”

            “ฉันแวะทำธุระก่อนเดี๋ยวตามไป” เฒ่าสามตอบกลับ

            “คือ...พี่สาม” เสี่ยวฉู่เรียกพลางเกาหัว “ถ้าไม่สะดวกพี่โอนเงินมาให้ผมก็ได้นะครับ เดี๋ยวผมทิ้งเลขบัญชีไว้”

            “อย่าไร้สาระ” เฒ่าสามพูดปฏิเสธทันที “พวกตระกูลหม่าแทบพลิกแผ่นดินหานาย เพราะงั้นฉันจะปล่อยให้นายคลาดสายตาไม่ได้!”

            “พี่สามพอรู้สถานการณ์ข้างนอกบ้างไหมครับ?” เสี่ยวฉู่ถามอย่างเจียมตัว

            “ทำไมจะไม่รู้? เมื่อตอนบ่ายเฒ่าหม่ารวบรวมพรรคพวกที่โกดังได้กว่าร้อยคน!” เฒ่าสามพูด “พวกมันคงโกรธมาก เพราะงั้นเราต้องเคลื่อนไหวอย่างรอบคอบ”

            “แล้วแผนตอนนี้เอาไงครับ?”

            “รอฉันไปถึงก่อน ฉันจะเอาเงินให้พร้อมกับจัดแจงลูกน้องให้พานายออกจากซ่งเจียง”

            “จะส่งผมไปอยู่เขตพัฒนาเหรอ?” เสี่ยวฉู่เริ่มตระหนกก่อนรีบตอบปฏิเสธ “ไม่...ไม่ไปเด็ดขาด ผมไม่ยอมไปอยู่ในนรกแน่”

            “เปล่า นายจะถูกพาอ้อมเขตพัฒนาไปที่หลินอัน” เฒ่าสามตอบก่อนพูดต่อ “ฉันจะฝากนายไว้กับเพื่อนที่นั่น”

            “อ๋อ...ถ้างั้นรีบมานะครับ” เสี่ยวฉู่ตอบกลับ

            “เออ รอไปก่อน”

            พูดจบทั้งคู่ก็วางสาย

            …

            ในคฤหาสน์เริงรมย์

            เฒ่าสามถือโทรศัพท์เข้าไปในห้องที่หยวนหัวกำลังเล่นไพ่นกกระจอกอยู่กับหยงตงและคนอื่นๆ หยวนหัวดูมีชีวิตชีวายิ่งกว่าหลายวันที่ผ่านมา

            “เรียบร้อยหรือยัง?” หยงตงหันมาถาม

            “อืม เตรียมการไว้หมดแล้ว” เฒ่าสามพยักหน้าตอบ

            “ดี ถ้าไอ้เสี่ยวฉู่ไปแล้วก็เตรียมรุกฆาตพวกมันได้เลย” หยงตงตอบอย่างเย็นชา “ทันทีที่ตระกูลหม่าย่อยยับ ต่อให้ขายถูกแค่ไหนพวกมันก็จะขายยาไม่ได้อีกแม้แต่เม็ดเดียว หึ! ตาเฒ่าหลี่ต้องปวดกบาลแน่”

            “แปดไม้ไผ่” หยวนหัวพูดพลางโยนไพ่นกกระจอกลงบนโต๊ะ

            หยงตงดูไพ่บนโต๊ะด้วยความลังเลก่อนหัวเราะ “เฮ้พี่หยวน ขอบคุณที่ให้ไพ่ผมนะครับ ดูเหมือนตานี้ผมจะชนะอีกแล้ว”

            “ชนะก็ชนะ” หยวนหัวตอบอย่างอารมณ์ดี “นายได้เท่าไหร่ฉันให้อีกสองเท่า”

            “หืม? พี่หยวนจะทำธุรกิจกับไพ่นกกระจอกเหรอครับ วันนี้มาแปลกจริงๆ ฮ่าๆ!” ชายหัวล้านนั่งอยู่หัวเราะ

            หยวนหัวจุดบุหรี่ขณะพูดกับหยงตง “ครั้งนี้ถือว่านายทำงานได้ดี แต่ตาเฒ่าหลี่คงไม่ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามแผนง่ายๆ หรอก ไปหาที่กบดานสักพักรอให้เรื่องเบาลงค่อยกลับมา...ไม่งั้นนายโดยหมายหัวแน่”

            หยงตงวางไพ่บนมือลงก่อนตอบรับ “โอเค งั้นผมจะไปพรุ่งนี้เลย เย้! มังกรเจ็ดคู่!”

            เฒ่าสามมองคนตรงหน้าเล่นเกมอย่างลังเลครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจถาม “พี่หยวน เราต้องกำจัดเสี่ยวฉู่จริงเหรอ?”

            ทุกคนในห้องต่างชะงักเมื่อได้ยินคำถาม

            “เขาเป็นแค่เด็กคนหนึ่งที่พยายามดิ้นรนเอาชีวิตรอด…” เฒ่าสามทำเหมือนพูดลอยๆ 

            หยวนหัวนั่งนับเงินพร้อมตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยจนน่ากลัว “เมื่อกี้ว่ายังไงนะ? ฉันได้ยินไม่ชัด”

            เฒ่าสามยืนนิ่งกะพริบตาปริบ

            หยวนหัวเงยหน้ายิ้มให้เฒ่าสาม “พูดซ้ำอีกรอบได้หรือเปล่า?”

            “ไม่มีอะไรสำคัญหรอกครับ ผมแค่คิดเรื่อยเปื่อย!” เฒ่าสามรีบตอบพลางหัวเราะกลบเกลื่อน

            “งั้นเหรอ?” หยวนหัวพึมพำก่อนส่งเงินให้หยงตง “มาเล่นเกมกับเราสักตาสิ”

            …

            ขณะเดียวกัน

            ชายวันกลางคนคนหนึ่งกำลังขับรถไปตามถนนในสลัม

            ภายในรถ หม่าเหลาเอ๋อหันไปถามเสี่ยวหลิว “แน่ใจนะว่าหมอนั่นรู้จักกับไอ้เสี่ยวฉู่?”

            “แน่ใจครับ” เสี่ยวหลิวพยักหน้าตอบ

            “ดี งั้นรีบเลย!”

            ………………………………….