ชายหนุ่มส่ายหน้าแล้วเดินไปยังม่านพลังต่อไป
“ ตูมม “ พลังปราณที่อัดแน่นอยู่ภายในระเบิดออกในทันใด
“ ครืนน “ ร่างของชายหนุ่มที่ขวางทางอยู่นั้นรับเอาพลังปราณเข้าเต็มๆ ทำเอาเขากัดกรามแน่น
“ ฮื่อห์ “ ชายหนุ่มร้องคำรามในลำคอลั่น เพราะพลังปราณนี้นั้นมันเหนือชั้นกว่าเขามาก
เมื่อไร้พลังปราณเข่าของเขาพลันทรุดลง เหล่าภรรยาเร่งเข้าประคองร่างของเขาออกมา
เจ้าสำนักยิ่งสูดหายใจเข้าลึกแล้วเดินไปยังห้วงมิติที่สอง “ นี่มันอะไรกัน “ เจ้าสำนักยิ่งร้องลั่น
“ ผลึกอะไรเป็นแบบนี้ “ เจ้าสำนักร้องลั่นแล้วกระโจนเข้าไปอย่างรวดเร็ว
“ ไอ้หนู เอาผลึกจักรวาลที่อยู่ในห้วงมิติมาให้ข้าสักร้อยก้อน “ สมุนไพรเทวะเอ่ย
ชายหนุ่มหยัดกายลุกยืนแล้วเข้าไปในห้วงมิติอย่างรวดเร็ว
สองตาของเขาพลันเบิกโพลงเมื่อพบเจอกับผลึกใสที่เปล่งประกายราวเพชร มันวิ้งวับงามจับใจยิ่ง ชายหนุ่มยิ้มออกแล้ววาดมือเก็บผลึกจักรวาลหอบใหญ่แล้วส่งให้สมุนไพรเทวะอย่างรวดเร็ว
ส่วนเขาเก็บเอาอีกหลายส่วน ก่อนที่ทีมวิจัยจะเข้ามาผนึกมันไว้ด้วยลักษณ์ของศูนย์ขอนแก่น
ชายหนุ่มมองค้อนยังนักวิจัย
“ เอ็งอย่ามองข้าแบบนั้น ข้าปล่อยให้เอ็งเอาแล้ว ได้เท่าใดก็คือเท่านั้น “ หัวหน้าคณะวิจัยเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้าช้าๆ
เขาค่อยๆถอยออกจากมัน เขาให้เสียดายเป็นอย่างยิ่งเพราะพลังปราณของผลึกจักรวาลมากมายยิ่งนักมันมากกว่าโอสถในโลกนี้
ทั้งที่เห็นนี่ก็ยังมีปริมาณนับล้านก้อน
“ ที่ได้มาก็ถือว่ามากพอดู “ เขาพูดในใจ
ชายหนุ่มเร่งเข้าระเบิดม่านพลังห้วงมิติที่สามอย่างรวดเร็ว
“ ตูมมม “ พลังปราณระเบิดออกมาอย่างบ้าคลั่ง
“ อือ “ ร่างที่ขวางกั้นอยู่พลันร้องครางออก
“ นี่เป็นสวนสมุนไพรอย่างไม่ต้องสงสัย “ ปราบเอ่ย
เมื่อสิ้นพลังปราณเขาเดินเข้าไปข้างใน ชายหนุ่มส่งเสียงร้องตะโกนอย่างบ้าคลั่งเมื่อพบพานกับสมุนไพรมากมาย
ทั่วอาณาที่กว้างใหญ่ไพศาลนั้นเต็มไปด้วยสมุนไพรที่พร้อมเก็บเกี่ยว ทั้งยังมีมากมายชนิดที่หากเขาใช้เองก็ใช้ได้อย่างไม่มีวันหมด
ชายหนุ่มทะยานร่างพร้อมกับห้าภรรยาเข้าเก็บเกี่ยวสมุนไพรอย่างรวดเร็ว
คณะวิจัยต่างก็อดรนทนมิไหวกระโจนร่างเข้าเก็บเกี่ยวอย่างรวดเร็ว
ราวครึ่งชั่วโมง
“ พอ พอ พอ “ หัวหน้าคณะวิจัยร้องลั่น
ผู้คนมากมายได้แต่ส่ายหน้ากับความงกของหัวหน้าคณะวิจัย
“ หัวหน้ามันเหลือตั้งมากให้เวลาอีกสักหน่อย “ นักล่ารุ่นเก๋าเอ่ย
“ พอแล้ว ขืนเอาไปมากกว่านี้จะถูกสอบสวน “ หัวหน้าเอ่ย
พูดถึงการสอบสวนแล้วทุกคนต่างขวัญผวาเพราะมันโหดร้ายยิ่งนัก พวกเขาจึงมิกล้าที่จะกระทำความผิดที่ร้ายแรง หรือทำให้ตนเองเข้าสู่กระบวนการสอบสวน
ปราบมายังห้วงมิติที่สี่
“ ตูมม “ แรงกดดันที่อยู่ข้างในซัดเอาชายหนุ่มกระเด็นไปไกล
“ อั้ก “ เขากระอักโลหิตออกกองโต
“ อ้าก “ ปราบร้องออกเพราะแรงกระแทกเมื่อครู่ทำเอาเกือบตาย
“ มันเป็นอะไร “ เจ้าสำนักยิ่งมองเข้าไปในข้างใน
สองตาของเขามองจ้องยังพีรามิดสูงประมาณร้อยเมตรตั้งอยู่กลางอาณา
“ อือ “ เขาถึงกับร้องครางออกเมื่อถูกพลังที่ไหลออกมาบีบรัดทั่วร่าง
“ มันเป็นด่านทดสอบกายา “ ปราบเอ่ย
เขาชันกายลุกยืนแล้วเป่าปากออกอย่างแรง ก่อนที่จะเดินเข้าไปข้างใน
“ ตึง “ ฝ่าเท้าของเขากระแทกลงยังผืนพาราในห้วงมิติอย่างแรง
“ อ้ากก “ ชายหนุ่มกรีดร้องลั่นเมื่อต้องเผชิญกับแรงกดดันที่แสนหน่วงหนัก
บ่าทั้งสองข้างของเขาราวกับแบกภูเขาใหญ่ยักษ์ไว้ที่ทั้งสองบ่า
“ ฮื่อห์ ฮื่อห์ “ เขากัดกรามแน่นแล้วร้องคำรามลั่น
“ ไอ้หนูเป็นยังไง “ เจ้าสำนักยิ่งร้องถาม
“ มันหนัก เหมือนผมกำลังแบกภูเขาทั้งลูกไว้ “ ปราบร้องลั่น
“ ตึง “ เขาก้าวเท้าออกไป
“ ตึง “
“ ตึง “
เสียงฝีเท้าที่กระแทกลงยังพื้นแต่ละครั้งทำเอาหัวใจของทุกคนสั่นสะเทือนตามจังหวะ
“ ย้ากก “ ชายหนุ่มร้องคำรามลั่นแล้วระเบิดพลังปราณเข้าต้าน
“ ครืนน “ พลันห้วงนภาส่งเสียงคำรามลั่น
“ ใช่ปราณไม่ได้ “ ปราบร้องออกแล้วเก็บพลังปราณลงไปอย่างรวดเร็ว
ห้วงนภาพลันกลับคืนสู่สภาพเดิม
“ ใช้ได้เพียงพลังกาย “ ปราบร้องออก
“ ย้ากก “ ชายหนุ่มร้องตะโกนลั่นพร้อมกับระเบิดพลังกายาออก
“ ตึง ตึง ตึง “ เขาก้าวเดินได้เร็วขึ้นเพราะผลาญพลังกายาอย่างบ้าคลั่ง
“ อึก อึก “ โอสถเหลวฟื้นฟูถูกกลืนลงไปอย่างรวดเร็ว
“ ครืนน “ พลังกายาที่บ้าคลั่งถูกระเบิดออกอีกครั้ง
“ ไอ้หนูช่างยอดเยี่ยม เจ้าสามารถแบกรับแรงกดดันเทียบเท่ากับขั้นผันแปรได้ “ สมุนไพรเทวะเอ่ย
“ นี่รึพลังของขั้นผันแปร “ ชายหนุ่มเอ่ย
“ ถูกต้อง “ สมุนไพรเทวะเอ่ย
“ มิไหวก็อย่าฝืน ไว้เอ็งมีฐานพลังที่สูงกว่านี้ค่อยมาลองใหม่ “ สมุนไพรเทวะเอ่ย
“ ข้าจะไปยังบันไดขั้นแรกแล้วจึงจะหยุด “ ปราบเอ่ย
“ ตึง ตึง ตึง “ ปราบก้าวเดินไปอย่างช้าๆมิเร่งรีบ
ระยะทางจากปากทางเข้ามาจนถึงบันไดขั้นแรกนั้นแม้นเพียงห้าสิบเมตร แต่มันกลับเป็นห้าสิบเมตรที่ไกลแสนไกลและยังสิ้นเปลืองพลังงานมากมาย
ปราบชายหนุ่มมองยังบันไดขั้นแรกแล้วสูดหายใจเข้าลึก เขาก้าวเท้าขึ้นไปทั้งสองข้าง
“ อ้ากก “ ปราบกรีดร้องลั่นเมื่อแรงกดดันมันเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว
“ อั้ก “ เขากระอักโลหิตออกมากองโต
“ อีก “
“ อีก “
“ ย้ากก “ ชายหนุ่มร้องตะโกนลั่นก่อนที่จะก้าวเท้าไปยังบันไดขั้นที่สอง
เมื่อสองเท้าเข้าเหยียบยังบันไดขั้นที่สอง “ กร้อบ “ ขาของเขาพลันหักสะบั้น
“ อั้ก “ โลหิตพ่นพรวดอาบย้อมทั่วขั้นได
ร่างของเขาทุดฮวบลงแนบขั้นบันได
“ ปราบ พี่ปราบ “ เหล่าสาวงามต่างร้องตะโกนลั่น
“ ออกไปก่อนไม่งั้นตาย “ ชายหนุ่มเอ่ยแล้วลากสังขารออกจากพีรามิดกายาอย่างรวดเร็ว
เมื่อออกมาได้เหล่าสาวสวยทั้งห้าเร่งเข้านำร่างเขาออกอย่างรวดเร็ว
“ แค่นี้ก็ไม่ได้ แล้วเที่ยวประกาศว่ามีกายาที่แข็งแกร่งเหนือผู้ใด “ นักล่ารุ่นเก๋าคนนั้นเอ่ย
“ ดูข้าเป็นตัวอย่าง แค่พีรามิดนี่มันจะสักเท่าใด “ เขาร้องออก
เมื่อสองเท้าของนักล่ารุ่นเก๋าแตะลงยังพื้น “ กร้อบ “ สองขาของเขาพลันหักสะบั้นในทันใด
“ อ้ากก “ นักล่ารุ่นเก่ากรีดร้องลั่น
“ เขากูออกไป เร็ว ช่วยกูด้วย “ เขาร้องตะโกนลั่น
เหล่านักล่ารุ่นเก๋าได้แต่ส่ายหน้าส่ายหน้ากับความโง่งมของสหายตน
“ เมื่อไรมึงจะเลิกโง่ซักที “ นักล่ารุ่นเก๋าอีกคนร้องถาม
“ เอากูออกไปก่อน กูไม่แล้ว กูจะตายแล้ว “ เขายังคงร้องตะโกนลั่น
นี่ถือเป็นบทลงโทษที่เขาควรได้รับ เพราะปากหมาๆของเขาที่เที่ยวชอบว่าคนนู้นคนนี้ทำตัวราวกับตนเองสูงส่ง หากตระกูลของเขาไม่ได้ร่ำรวยเห็นทีเขาก็คงเป็นเพียงสร้างรากฐานจนวันตาย
“ เอาเถิด “ เจ้าสำนักยิ่งเอ่ย
นักล่ารุ่นเก๋าพยักหน้าแล้วทำการลากสังขารของสหายของตนออกมา
“ ฮื่อห์ ฮื่อห์ “ เขาหอบหายใจออกอย่างแรงเมื่อหลุดพ้นจากขุมนรก
“ ไอ้ปราบมันทำได้ยังไง “ เขาเอ่ย
“ ก็มันมีกายาที่แข็งแกร่ง ไม่เหมือนมึงใช้แต่สมบัติล้ำค่าทะลวงขั้นพลัง “ นักล่ารุ่นเก๋าอีกคนเอ่ย
“ กูจะฝึกายา “ เขาเอ่ย
“ แล้วแต่มึง เพราะบ้านมึงรวยอยู่แล้ว “ นักล่ารุ่นเก๋าเอ่ย