ปราบพิภพสยบสวรรค์

    ปราบพิภพสยบสวรรค์ ตอนที่ 51 : พีรามิดหลอมกายา

    ชายหนุ่มส่ายหน้าแล้วเดินไปยังม่านพลังต่อไป

     

    “ ตูมม “ พลังปราณที่อัดแน่นอยู่ภายในระเบิดออกในทันใด

     

    “ ครืนน “ ร่างของชายหนุ่มที่ขวางทางอยู่นั้นรับเอาพลังปราณเข้าเต็มๆ ทำเอาเขากัดกรามแน่น

     

    “ ฮื่อห์ “ ชายหนุ่มร้องคำรามในลำคอลั่น เพราะพลังปราณนี้นั้นมันเหนือชั้นกว่าเขามาก

     

    เมื่อไร้พลังปราณเข่าของเขาพลันทรุดลง เหล่าภรรยาเร่งเข้าประคองร่างของเขาออกมา

     

    เจ้าสำนักยิ่งสูดหายใจเข้าลึกแล้วเดินไปยังห้วงมิติที่สอง “ นี่มันอะไรกัน “ เจ้าสำนักยิ่งร้องลั่น

     

    “ ผลึกอะไรเป็นแบบนี้ “ เจ้าสำนักร้องลั่นแล้วกระโจนเข้าไปอย่างรวดเร็ว

     

    “ ไอ้หนู เอาผลึกจักรวาลที่อยู่ในห้วงมิติมาให้ข้าสักร้อยก้อน “ สมุนไพรเทวะเอ่ย

     

    ชายหนุ่มหยัดกายลุกยืนแล้วเข้าไปในห้วงมิติอย่างรวดเร็ว

     

    สองตาของเขาพลันเบิกโพลงเมื่อพบเจอกับผลึกใสที่เปล่งประกายราวเพชร มันวิ้งวับงามจับใจยิ่ง ชายหนุ่มยิ้มออกแล้ววาดมือเก็บผลึกจักรวาลหอบใหญ่แล้วส่งให้สมุนไพรเทวะอย่างรวดเร็ว

     

    ส่วนเขาเก็บเอาอีกหลายส่วน ก่อนที่ทีมวิจัยจะเข้ามาผนึกมันไว้ด้วยลักษณ์ของศูนย์ขอนแก่น

     

    ชายหนุ่มมองค้อนยังนักวิจัย

     

    “ เอ็งอย่ามองข้าแบบนั้น ข้าปล่อยให้เอ็งเอาแล้ว ได้เท่าใดก็คือเท่านั้น “ หัวหน้าคณะวิจัยเอ่ย

     

    “ อืม “ ปราบพยักหน้าช้าๆ

     

    เขาค่อยๆถอยออกจากมัน เขาให้เสียดายเป็นอย่างยิ่งเพราะพลังปราณของผลึกจักรวาลมากมายยิ่งนักมันมากกว่าโอสถในโลกนี้

     

    ทั้งที่เห็นนี่ก็ยังมีปริมาณนับล้านก้อน

     

    “ ที่ได้มาก็ถือว่ามากพอดู “ เขาพูดในใจ

     

    ชายหนุ่มเร่งเข้าระเบิดม่านพลังห้วงมิติที่สามอย่างรวดเร็ว

     

    “ ตูมมม “ พลังปราณระเบิดออกมาอย่างบ้าคลั่ง

     

    “ อือ “ ร่างที่ขวางกั้นอยู่พลันร้องครางออก

     

    “ นี่เป็นสวนสมุนไพรอย่างไม่ต้องสงสัย “ ปราบเอ่ย

     

    เมื่อสิ้นพลังปราณเขาเดินเข้าไปข้างใน ชายหนุ่มส่งเสียงร้องตะโกนอย่างบ้าคลั่งเมื่อพบพานกับสมุนไพรมากมาย

     

    ทั่วอาณาที่กว้างใหญ่ไพศาลนั้นเต็มไปด้วยสมุนไพรที่พร้อมเก็บเกี่ยว ทั้งยังมีมากมายชนิดที่หากเขาใช้เองก็ใช้ได้อย่างไม่มีวันหมด

     

    ชายหนุ่มทะยานร่างพร้อมกับห้าภรรยาเข้าเก็บเกี่ยวสมุนไพรอย่างรวดเร็ว

     

    คณะวิจัยต่างก็อดรนทนมิไหวกระโจนร่างเข้าเก็บเกี่ยวอย่างรวดเร็ว

     

    ราวครึ่งชั่วโมง

     

    “ พอ พอ พอ “ หัวหน้าคณะวิจัยร้องลั่น

     

    ผู้คนมากมายได้แต่ส่ายหน้ากับความงกของหัวหน้าคณะวิจัย

     

    “ หัวหน้ามันเหลือตั้งมากให้เวลาอีกสักหน่อย “ นักล่ารุ่นเก๋าเอ่ย

     

    “ พอแล้ว ขืนเอาไปมากกว่านี้จะถูกสอบสวน “ หัวหน้าเอ่ย

     

    พูดถึงการสอบสวนแล้วทุกคนต่างขวัญผวาเพราะมันโหดร้ายยิ่งนัก พวกเขาจึงมิกล้าที่จะกระทำความผิดที่ร้ายแรง หรือทำให้ตนเองเข้าสู่กระบวนการสอบสวน

     

    ปราบมายังห้วงมิติที่สี่

     

    “ ตูมม “ แรงกดดันที่อยู่ข้างในซัดเอาชายหนุ่มกระเด็นไปไกล

     

    “ อั้ก “ เขากระอักโลหิตออกกองโต

     

    “ อ้าก “ ปราบร้องออกเพราะแรงกระแทกเมื่อครู่ทำเอาเกือบตาย

     

    “ มันเป็นอะไร “ เจ้าสำนักยิ่งมองเข้าไปในข้างใน

     

    สองตาของเขามองจ้องยังพีรามิดสูงประมาณร้อยเมตรตั้งอยู่กลางอาณา

     

    “ อือ “ เขาถึงกับร้องครางออกเมื่อถูกพลังที่ไหลออกมาบีบรัดทั่วร่าง

     

    “ มันเป็นด่านทดสอบกายา “ ปราบเอ่ย

     

    เขาชันกายลุกยืนแล้วเป่าปากออกอย่างแรง ก่อนที่จะเดินเข้าไปข้างใน

     

    “ ตึง “ ฝ่าเท้าของเขากระแทกลงยังผืนพาราในห้วงมิติอย่างแรง

     

    “ อ้ากก “ ชายหนุ่มกรีดร้องลั่นเมื่อต้องเผชิญกับแรงกดดันที่แสนหน่วงหนัก

     

    บ่าทั้งสองข้างของเขาราวกับแบกภูเขาใหญ่ยักษ์ไว้ที่ทั้งสองบ่า

     

    “ ฮื่อห์ ฮื่อห์ “ เขากัดกรามแน่นแล้วร้องคำรามลั่น

     

    “ ไอ้หนูเป็นยังไง “ เจ้าสำนักยิ่งร้องถาม

     

    “ มันหนัก เหมือนผมกำลังแบกภูเขาทั้งลูกไว้ “ ปราบร้องลั่น

     

    “ ตึง “ เขาก้าวเท้าออกไป

     

    “ ตึง “

     

    “ ตึง “

     

    เสียงฝีเท้าที่กระแทกลงยังพื้นแต่ละครั้งทำเอาหัวใจของทุกคนสั่นสะเทือนตามจังหวะ

     

    “ ย้ากก “ ชายหนุ่มร้องคำรามลั่นแล้วระเบิดพลังปราณเข้าต้าน

     

    “ ครืนน “ พลันห้วงนภาส่งเสียงคำรามลั่น

     

    “ ใช่ปราณไม่ได้ “ ปราบร้องออกแล้วเก็บพลังปราณลงไปอย่างรวดเร็ว

     

    ห้วงนภาพลันกลับคืนสู่สภาพเดิม

     

    “ ใช้ได้เพียงพลังกาย “ ปราบร้องออก

     

    “ ย้ากก “ ชายหนุ่มร้องตะโกนลั่นพร้อมกับระเบิดพลังกายาออก

     

    “ ตึง ตึง ตึง “ เขาก้าวเดินได้เร็วขึ้นเพราะผลาญพลังกายาอย่างบ้าคลั่ง

     

    “ อึก อึก “ โอสถเหลวฟื้นฟูถูกกลืนลงไปอย่างรวดเร็ว

     

    “ ครืนน “ พลังกายาที่บ้าคลั่งถูกระเบิดออกอีกครั้ง

     

    “ ไอ้หนูช่างยอดเยี่ยม เจ้าสามารถแบกรับแรงกดดันเทียบเท่ากับขั้นผันแปรได้ “ สมุนไพรเทวะเอ่ย

     

    “ นี่รึพลังของขั้นผันแปร “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    “ ถูกต้อง “ สมุนไพรเทวะเอ่ย

     

    “ มิไหวก็อย่าฝืน ไว้เอ็งมีฐานพลังที่สูงกว่านี้ค่อยมาลองใหม่ “ สมุนไพรเทวะเอ่ย

     

    “ ข้าจะไปยังบันไดขั้นแรกแล้วจึงจะหยุด “ ปราบเอ่ย

     

    “ ตึง ตึง ตึง “ ปราบก้าวเดินไปอย่างช้าๆมิเร่งรีบ

     

    ระยะทางจากปากทางเข้ามาจนถึงบันไดขั้นแรกนั้นแม้นเพียงห้าสิบเมตร แต่มันกลับเป็นห้าสิบเมตรที่ไกลแสนไกลและยังสิ้นเปลืองพลังงานมากมาย

     

    ปราบชายหนุ่มมองยังบันไดขั้นแรกแล้วสูดหายใจเข้าลึก เขาก้าวเท้าขึ้นไปทั้งสองข้าง

     

    “ อ้ากก “ ปราบกรีดร้องลั่นเมื่อแรงกดดันมันเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว

     

    “ อั้ก “ เขากระอักโลหิตออกมากองโต

     

    “ อีก “

     

    “ อีก “

     

    “ ย้ากก “ ชายหนุ่มร้องตะโกนลั่นก่อนที่จะก้าวเท้าไปยังบันไดขั้นที่สอง

     

    เมื่อสองเท้าเข้าเหยียบยังบันไดขั้นที่สอง “ กร้อบ “ ขาของเขาพลันหักสะบั้น

     

    “ อั้ก “ โลหิตพ่นพรวดอาบย้อมทั่วขั้นได

     

    ร่างของเขาทุดฮวบลงแนบขั้นบันได

     

    “ ปราบ พี่ปราบ “ เหล่าสาวงามต่างร้องตะโกนลั่น

     

    “ ออกไปก่อนไม่งั้นตาย “ ชายหนุ่มเอ่ยแล้วลากสังขารออกจากพีรามิดกายาอย่างรวดเร็ว

     

    เมื่อออกมาได้เหล่าสาวสวยทั้งห้าเร่งเข้านำร่างเขาออกอย่างรวดเร็ว

     

    “ แค่นี้ก็ไม่ได้ แล้วเที่ยวประกาศว่ามีกายาที่แข็งแกร่งเหนือผู้ใด “ นักล่ารุ่นเก๋าคนนั้นเอ่ย

     

    “ ดูข้าเป็นตัวอย่าง แค่พีรามิดนี่มันจะสักเท่าใด “ เขาร้องออก

     

    เมื่อสองเท้าของนักล่ารุ่นเก๋าแตะลงยังพื้น “ กร้อบ “ สองขาของเขาพลันหักสะบั้นในทันใด

     

    “ อ้ากก “ นักล่ารุ่นเก่ากรีดร้องลั่น

     

    “ เขากูออกไป เร็ว ช่วยกูด้วย “ เขาร้องตะโกนลั่น

     

    เหล่านักล่ารุ่นเก๋าได้แต่ส่ายหน้าส่ายหน้ากับความโง่งมของสหายตน

     

    “ เมื่อไรมึงจะเลิกโง่ซักที “ นักล่ารุ่นเก๋าอีกคนร้องถาม

     

    “ เอากูออกไปก่อน กูไม่แล้ว กูจะตายแล้ว “ เขายังคงร้องตะโกนลั่น

     

    นี่ถือเป็นบทลงโทษที่เขาควรได้รับ เพราะปากหมาๆของเขาที่เที่ยวชอบว่าคนนู้นคนนี้ทำตัวราวกับตนเองสูงส่ง หากตระกูลของเขาไม่ได้ร่ำรวยเห็นทีเขาก็คงเป็นเพียงสร้างรากฐานจนวันตาย

     

    “ เอาเถิด “ เจ้าสำนักยิ่งเอ่ย

     

    นักล่ารุ่นเก๋าพยักหน้าแล้วทำการลากสังขารของสหายของตนออกมา

     

    “ ฮื่อห์ ฮื่อห์ “ เขาหอบหายใจออกอย่างแรงเมื่อหลุดพ้นจากขุมนรก

     

    “ ไอ้ปราบมันทำได้ยังไง “ เขาเอ่ย

     

    “ ก็มันมีกายาที่แข็งแกร่ง ไม่เหมือนมึงใช้แต่สมบัติล้ำค่าทะลวงขั้นพลัง “ นักล่ารุ่นเก๋าอีกคนเอ่ย

     

    “ กูจะฝึกายา “ เขาเอ่ย

     

    “ แล้วแต่มึง เพราะบ้านมึงรวยอยู่แล้ว “ นักล่ารุ่นเก๋าเอ่ย

    คล้ายกับเรื่องปราบพิภพสยบสวรรค์ ที่คุณอ่าน