ดอกเหมยสีชาด

    เสียท่า

            มือหยาบเงื้อขึ้นเพื่อตบหญิงสาวแต่คราวนี้หลินเฟยหลันถอยหลังหลบได้ทัน

            เมื่อนางรีบลุกเพื่อที่จะวิ่งออกไปแต่รองแม่ทัพเซี่ยก็กระโจนมาขวางทางเอาไว้

            “แม่นางน้อย ใจเย็นๆ เราค่อย ๆ คุยกันได้”

            น้ำเสียงของรองแม่ทัพเซี่ยแหบพร่าขณะที่ดึงมีดออกจากหน้าอกของตนออกอย่างใจเย็น พร้อมกับสาวเท้าเข้าหาหลินเฟยหลัน

            แม้เลือดจะไหลออกมาไม่ขาดแต่สีหน้าของรองแม่ทัพโฉดก็ยังคงแสดงความหยาบโลนออกมาไม่เปลี่ยน

            หลินเฟยหลันถอนหลังช้าๆ ขาทั้งสองสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว

            น้ำตาที่ไหลอาบแก้มยิ่งปลุกเร้าอารมณ์ของรองแม่ทัพเซี่ย

            อา สตรีเช่นนี้ถูกใจเขายิ่งนัก

    หากในยามสุขสม เสียงครางของนางจะแว่วหวานเพียงใด

            แต่ขณะที่รองแม่ทัพเซี่ยกำลังคิดเตลิดไปไกลนั้นไม่นานเขาก็รู้สึกว่า ร่างกายเริ่มรู้สึกไร้เรี่ยวแรง แม้แต่ขาทั้งสองข้างจะทรงตัวก็ยังไม่อยู่จนต้องทรุดลงที่พื้น

            เขาแค่นเสียงรอดไรฟันออกมาด้วยความโกรธ“เจ้าเจ้า...เจ้าทำอะไรกับข้า”

            ความโกรธของเขามากกว่าที่จวนถูกเผาเสียอีก

            ไม่เคยมีสตรีใดกล้าทำกับเขาขนาดนี้มาก่อน

            หากหลินเฟยหลันรู้ความคิดของเขานางคงจะตอบกลับไปว่า

            ‘เจ้าเป็นใคร ใหญ่กว่าข้ารึข้าจึงไม่กล้ารังแกเจ้ากัน’

            หลินเฟยหลันเห็นเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่จะเยาะเย้ย“เป็นถึงรองแม่ทัพ ยังไม่รู้อีกรึว่าตัวเองถูกพิษ”

            นางถอยออกมาอย่างระวังอีกครั้งเพื่อหาจังหวะวิ่งออกไป เพราะรองแม่ทัพเซี่ยยังคงขวางทางนางไว้อยู่

            อย่างไรเสียคนตรงหน้าก็เป็นถึงรองแม่ทัพฝีมือย่อมไม่ธรรมดา

            ไม่รู้ว่าพิษของนางจะใช้นานเท่าไหร่

            ไม่อยากจะคุยว่านางแอบทำยาพิษไว้หลายขนานเชียวล่ะ

            “หึหึ แม่นาง เจ้าจะมาอดทนต่อความยากลำบากด้วยเหตุใดกันแม่ทัพว่านก็เห็นเจ้าเป็นของเล่นคลายเหงาเท่านั้นแหละ เอาเช่นนี้ดีหรือไม่มาเป็นผู้หญิงของข้า แล้วข้าจะทำให้เจ้าได้สุขสบายไปทั้งชาติ”

            “ฮึ! เป็นผู้หญิงของคนอย่างเจ้าน่ะหรือฝันไปเถอะ! แต่ถ้าเป็นมารดาเจ้า ก็ว่าไปอย่าง”หลินเฟยหลันยังคงเชิดหน้าต่อปากต่อคำ

            “สามหาวกล้าลบหลู่ท่านแม่ข้าหรือ”

            รองแม่ทัพเซี่ยฝืนใช้แรงหยัดกายขึ้นพร้อมกับสาวเท้ามาใกล้แต่หลินเฟยหลันก็เอี้ยวตัวหลบได้พร้อมกับใช้เท้าเตะที่ท้องของเขาอย่างแรงทำให้ร่างใหญ่ล้มลงจนหมดท่า

            “นังแพศยา”

            ยังไม่ทันที่เขาจะลุกขึ้นหลินเฟยหลันก็ใช้เก้าอี้ฟาดไปที่เขาอย่างแรง จนขาเก้าอี้หัก ทำให้นางใช้เป็นอาวุธได้อย่างดี

            ไม่รู้ว่าเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนยกเก้าอี้หนักขึ้นมาได้ขนาดนั้น

            นางตีรองแม่ทัพเซี่ยอย่างรัวประเคนทั้งมือและเท้าไม่ยั้งแรงเลยสักนิด

            เมื่อเห็นรองแม่ทัพเซี่ยไม่ไหวติงหลินเฟยหลันจึงลองใช้เท้าสะกิด

            ทว่า นางคงประมาทบุรุษที่นี้มากไป

            แม้เขาจะถูกพิษแต่ร่างกายที่กำยำก็ย่อมมีเรี่ยวแรงมากกว่าสตรีอยู่ดี ทำให้ขณะที่หลินเฟยหลันถอนหายใจอย่างเผอเรอนั้นก็ถูกรวบขาทั้งสองข้างเอาไว้ จนเสียหลักล้มลง

            “กรี๊ดดด ปล่อยข้า”

            “จะรีบไปไหนหรือแม่นางน้อยอา...กลิ่นช่างหอมเหลือเกิน”

            หลินเฟยหลันพยายามดิ้นรนแต่ก็ถูกขว้างไปที่เตียงนอนอีกครั้ง รองแม่ทัพเซี่ยมองร่างที่กำลังดันตัวถอยหลังไปอย่างหื่นกระหาย

            มือหยาบลูบไล้ขึ้นไปที่ต้นขาของหลินเฟยหลันช้าๆ ซึ่งนางก็ดันตัวหนีด้วยความกลัว

            ตอนนี้นางรู้สึกเจ็บปวดไปทั่งกายแทบจะขยับตัวไม่ได้แล้ว

            นางจึงใช้ไม้อ่อน

            “ท่านรองแม่ทัพข้ารู้สึกเจ็บระบมไปหมด ท่านจะรังแกสตรีบอบบางเช่นนั้นหรือ”

            น้ำเสียงที่แว่วหวานและท่าทางอ่อนยวบของหญิงสาว ทำให้รองแม่ทัพเซี่ยยกยิ้มอย่างได้ใจ

            เขาจึงถอดเสื้อผ้าออกอย่างใจเย็น

            “อา ไม่เป็นไรข้าจะถนอมเจ้าเป็นอย่างดี เมื่อเป็นสตรีของข้า เจ้าจะสบาย”

            “แล้วฮูหยินของท่านเล่า”

            “อย่าได้กังวลนางไม่กล้ารังแกเจ้าหรอก ขอแค่เจ้าปรนนิบัติข้าดี ๆ ข้าก็จะเอ็นดูเจ้าให้ทุกอย่างที่เจ้าต้องการ ทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ และเงินทอง เป็นอย่างไรดีหรือไม่”

            “แต่...แต่ท่านบาดเจ็บนะ”

            “นั่นไม่ใช่ปัญหา...มาเถอะแม้ข้าจะอ่อนแรง แต่ยามอยู่บนเตียง เจ้าจะรู้ว่าข้ามีเรี่ยวแรงมากเพียงใดแล้วเจ้าจะสุขสมจนต้องร้องขอ ฮ่าฮ่า”

            เขาไม่สนใจบาดแผลของตัวเองด้วยซ้ำเมื่อเสื้อตัวในถูกโยนทิ้ง รองแม่ทัพเซี่ยที่ร่างกายท่อนบนเปลือยเปล่าก็โน้มตัวลงมาหา

            ใบหน้าของหลินเฟยหลันซีดเผือด

            นางถอยหลังกรูดด้วยความสั่นกลัว  ขณะที่สายตากวาดมองหาสิ่งที่จะใช้ป้องกันตัวแต่ก็ดูเหมือนว่า ที่นี่จะไม่มีสิ่งใดเลย

            ไม่นะให้ข้าตายเสียยังจะดีกว่า

            ขณะเดียวกันนั้นก็มีเสียงตะโกนจากด้านนอกดังลอดเข้ามา

            “นายท่านขอรับ นายท่านขอรับนายท่าน...แย่แล้ว แย่แล้ว อ๊ากกก”

            ตอนแรก รองแม่ทัพเซี่ยชะงักชั่วครู่แต่เมื่อเสียงนั่นเงียบไป เขาจึงไม่คิดจะใส่ใจอีก เพราะคิดว่าลูกน้องของตนคงจะจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว

            จะให้ความสำคัญกับสิ่งอื่นไปไยในเมื่อตรงหน้ามีสิ่งที่น่าสนใจมากกว่า

            สำหรับเขาตอนนี้มีเพียงความปรารถนาที่จะเสพสุขกับหญิงงามตรงหน้าเท่านั้น